บทที่ 9 ตามจับหนู
ฝั่งด้านจิ้นหยางเช้าวันนี้เขาตื่นสายกว่าทุกวันเพราะร่างกายที่ผ่านศึกมาถึงสองคราทำให้รู้สึกเจ็บไม่น้อยและเหน็ดเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก แต่แล้วเสียงของเจียวซิ่งได้ดังขึ้นปลุกเขาที่อยู่บนเตียงด้วยความเป็ห่วง
“พี่จิ้นหยาง ท่านกลับออกมาได้อย่างไรขอรับถูกจับได้หรือไม่? ข้าเป็ห่วงท่านแทบแย่ เฮ้อ! ข้าคิดว่าท่านต้องถูกทำโทษจึงรีบมาหาท่านแต่เช้าเมื่อเห็นท่านนอนอยู่เช่นนี้ข้าเองก็เบาใจ” จิ้นหยางสะลึมสะลือตื่นขึ้นด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ้าวของเจียวซิ่ง
“นี่เ้า ...อยากให้ท่านแม่รู้หรือไงว่าไปที่ใดมาถึงได้แหกปากเสียงดังแต่เช้าตรู่เช่นนี้”
“ท่านป้าไม่อยู่ในเรือนเสียหน่อยขอรับ อีกอย่างท่านป้าไม่ระแคะระคายที่ท่านกลับมาทีหลังข้าด้วยซ้ำ ท่านรีบบอกข้ามาว่าท่านออกมาจากเรือนท่านเ้าเมืองได้อย่างไร เขาเรียกท่านไปทำไมกัน” ใบหน้าของเจียวซิ่งคิ้วขมวดเข้าหากันเพ่งมองมายังใบหน้าของจิ้นหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น จิ้นหยางไม่อยากให้เจียวซิ่งรู้ว่าเมื่อคืนนี้เขาพบเจออะไรมาเลยต้องโกหกออกไป เขาลุกขึ้นใช้มือดันหัวของเจียวซิ่งออกห่างก่อนจะต่อว่าเขา
“เพราะเ้าที่ทำให้ข้าลำบาก ต่อจากนี้ข้าจะไม่เชื่อใจเ้าไปไหนกับเ้าอีกแล้ว โชคดีที่ข้าไม่ถูกจับได้ท่านเ้าเมืองเพียงเรียกใช้ให้ข้าไปขัดหลังให้เท่านั้น หลังจากนั้นข้าก็ไหวตัวออกมานะสิ!”
“เฮ้อ! ข้ารู้ว่าข้าผิดไปแล้ว แต่อย่างไรท่านพี่ก็ไม่ถูกจับได้นี่น่า นับว่ายังโชคดี”
‘โชคดีกะผีนะสิ ฉันเจ็บไปทั้งตัว’ จิ้นหยางคิดในใจก่อนจะลุกก้าวเท้าลงจากเตียงนอนยังคงรู้สึกเจ็บที่บั้นท้ายอยู่เล็กน้อยยามที่เดิน อีกไม่นานคงหายดี เขาเดินออกมารับลมด้านนอกเห็นท่านแม่กำลังตักน้ำจากคลองมารดแตงกวาให้ตน เขารีบเดินไปหาท่านแม่ทันที
“ท่านแม่นี่ไม่ใช่งานของท่านนะขอรับ ข้าจะทำเองท่านแม่ไปนั่งเถิด” จิ้นหยางรีบเข้าไปแย่งถังน้ำจากหญิงชราและบอกให้นางไปพัก หญิงชรายิ้มกวางก่อนจะแย่งคืนมา
“ให้ข้าได้ช่วยเ้าเถิดนะ เ้าเองก็เหน็ดเหนื่อยเพราะต้องไปทำงานยามกลางคืนได้อาหารดี ๆ มาให้ข้าทำเพียงเท่านี้ไม่ทำให้ข้าเหน็ดเหนื่อยหรอก” จิ้นหยางคิ้วขมวดในคำพูดของหญิงชรา ทำงานเหน็ดเหนื่อยยามกลางคืนคืออะไรกัน? ยามนั้นเจียวซิ่งได้เดินตามมาพอดี
“ท่านป้าข้าบอกว่าท่านพี่จิ้นหยางไปทำงานในเรือนใต้เท้าผู้มั่งมีเพียงชั่วคราวเท่านั้นไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอันใด ท่านไปพักอย่างที่ท่านพี่จิ้นหยางบอกเถิดขอรับ” คำพูดของเจียวซิ่งทำให้จิ้นหยางรู้ว่าสิ่งนี้น่าจะเป็คำโกหกเื่เมื่อคืนนี้
“นั้นสิขอรับ ข้าไม่เหนื่อยเลยสักนิดท่านแม่ไปอุ่นอาหารเช้าเถิดขอรับ เมื่อข้าให้น้ำแตงกวาเสร็จข้าจะไปกินอาหารพร้อมกับท่านแม่” หญิงชรายอมปล่อยมือจากถังน้ำพยักหน้าให้บุตรชายก่อนจะเดินกลับไปที่กระท่อม
“เจียวซิ่งเ้านี่เ้าเล่ห์ยิ่งกว่าข้าคิดไว้เสียอีก แต่ก็ต้องขอบใจเ้าที่ไม่ทำให้ท่านแม่เป็ห่วง”
“แฮะ แฮะ” เจียวซิ่งหัวเราะแค้น ๆ ก่อนจะช่วยจิ้นหยางอีกคน
ฝั่งด้านหลวนเหยาเขาตามหาบ่าวรับใช้ทั้งเรือนไม่มีผู้ใดมีชื่อว่าจิ้นหยางสักคน จึงเข้าไปบอกท่านเ้าเมืองระหว่างที่กำลังกินอาหารเช้าอยู่
“เรียนเท่านเ้าเมือง เื่ที่ท่านให้ข้าไปตามบ่าวรับใช้ที่มีนามว่าจิ้นหยางนั้น ข้าไม่สามารถเรียกมาให้ท่านได้ขอรับ”
อวิ้นหลี่ว์ที่กำลังกินอาหารเช้าอย่างอารมณ์ดีแต่เมื่อจู่ ๆ ได้ยินเช่นนี้เขาไม่พอใจวางตะเกียบบนโต๊ะเสียงดังก่อนจะกวาดตามองหลวนเหยาสายตาจ้องเขม็ง
ปัง !
“ทำไม! เหตุใดเ้าถึงเรียกบ่าวผู้นั้นมาพบข้าไม่ได้” น้ำเสียงทุ่มต่ำเอ่ยออกมาอย่างแข็งกระด่าง
“เพราะว่าในเรือนแห่งนี้ไม่มีบ่าวที่มีนามว่าจิ้นหยางขอรับ ท่านเ้าเมืองจำชื่อผิดหรือไม่?”
“ไม่มีทางเ้าตามหาทุกคนแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ขอรับ ไม่ว่าข้าจะถามผู้ใดไม่มีบ่าวรับใช้ที่มีนามว่าจิ้นหยางเลยขอรับ” อวิ้นหลี่ว์ครุ่นคิดหรือว่าบ่าวผู้นั้นจะโกหกเขาเกี่ยวกับชื่อ ไม่ได้เขาจะไม่ยอมปล่อยบ่าวผู้นั้นไป อวิ้นหลี่ว์ลุกขึ้นยืนพร้ะเบ็งเสียงออกคำสั่งให้หลวนเหยาเรียกบ่าวรับใช้ที่เป็ชายมาพบเขาทุกคนที่หน้าเรือน
“หลวนเหยาเ้าไปเรียกบ่าวรับใช้ทุกคนที่อยู่ในเรือนมาพบข้าที่หน้าเรือนเดี๋ยวนี้ ข้ามั่นใจว่าเขาคือบ่าวรับใช้ในเรือนเพราะเมื่อคืนนี้เขายังแต่งกายเหมือนบ่าวรับใช้ในเรือนจะไม่มีได้อย่างไร”
“ขอรับ ข้าน้อยจะรีบไปตามบ่าวรับใช้มาพบท่านเ้าเมืองขอรับ” หลวนเหยาเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรในเมื่อท่านเ้าเมืองมั่นใจขนาดนั้นเขาจึงทำตามคำสั่งของผู้เป็นาย
อวิ้นหลี่ว์ไปยืนคอยอยู่ที่หน้าเรือนเพื่อรอบ่าวรับใช้ คนแล้วคนเล่าที่เดินมายืนอยู่ตรงหน้าแต่ทว่าก็ไม่พบบ่าวที่เขานอนกอดเมื่อคืนสักคนหัวใจของอวิ้นหลี่ว์เริ่มร้อนรุ่ม จนกระทั่งหลวนเหยามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมเอ่ยบอกแก่ท่านเ้าเมือง
“ท่านเ้าเมืองขอรับ บ่าวรับใช้ในเรือนยามนี้มายืนอยู่ต่อหน้าท่านครบทุกคนแล้วมีคนที่ท่านตามหาหรือไม่ขอรับ”
อวิ้นหลี่ว์กวาดตามองก่อนจะออกคำสั่งให้ทุกคนเงยหน้าขึ้น
“พวกเ้าเงยหน้าขึ้นและเดินมาต่อหน้าข้าทีละคน”
“ขอรับ” เมื่อสิ้นคำพูดบ่าวรับใช้ได้ทำตามที่ท่านเ้าเมืองบอกแต่ทว่าจนกระทั่งคนสุดท้ายก็ไม่พบใบหน้าหวานที่เขาคนึงหาสักคน
“หมดเท่านี้แล้วหรือ? ทำไมข้าถึงไม่พบกันนะ!!”
“บ่าวรับใช้หมดเพียงเท่านี้แล้วขอรับ” หลวนเหยายืนยันอีกครั้ง
“พวกเ้าทั้งหมดมีผู้ใดรู้จักบ่าวรับใช้ที่มีนามว่าจิ้นหยางหรือไม่?” แต่ทว่าอวิ้นหลี่ว์ไม่ยอมแพ้เขาจะต้องตามหาให้เจอ
บ่าวในเรือนมองหน้ากันไปมาเพราะในเรือนไม่มีบ่าวรับใช้ที่มีชื่อนี้อยู่ จู่ ๆ สหายของเจียวซิ่งนึกขึ้นได้ว่าพี่ชายที่อยู่เรือนใกล้ ๆ กับเจียวซิ่งมีนามว่าจิ้นหยางเพราะเคยได้ยินเขาพูดให้ฟังหลายครา หรือว่าเมื่อคืนนี้เจียวซิ่งจะพาเขาเข้ามาและถูกจับได้กัน บ่าวผู้นี้จึงรู้สึกกลัวความผิดรีบก้าวเท้ามาด้านหน้า
“ท่านเ้าเมืองข้าพอรู้จักขอรับ แต่ว่าคนผู้นี้มิใช่บ่าวในเรือนหากแต่ว่ามีชื่อว่าจิ้นหยาง” อวิ้นหลี่ว์หูผึ่งรีบเดินเข้ามาใกล้บ่าวก่อนใช้ใช้มือปัด ๆ ไล่บ่าวที่ไม่รู้เื่ออกไปทำงานของตน
“เ้ารู้อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นรีบบอกข้ามาว่าจิ้นหยางผู้ที่เ้ารู้จักเป็ผู้ใด”
“เอ่อ...หากข้าแจ้งท่านเ้าเมืองท่านจะลงโทษข้าหรือไม่ขอรับ แต่ว่าเื่นี้ข้าไม่รู้เื่นะขอรับ” บ่าวรับใช้ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว
“ข้าไม่ลงโทษเ้า รีบบอกข้ามาเดี๋ยวนี้”
“ข้ามีสหายอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้เป็บ่าวในเรือนแต่เคยพาเขาเข้ามาเมื่อมีงานเลี้ยงเพื่อให้เข้ามาเก็บอาหารที่เหลือออกไปกินขอรับ แต่เื่เมื่อคืนนี้ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามา น่าจะเป็พี่ชายของเขาที่เคยพูดถึงหลายครา” อวิ้นหลี่ว์ครุ่นคิดตามคำพูดของบ่าวรับใช้น่าจะเป็ผู้ที่เดินด้วยกันกับจิ้นหยางเมื่อคืนนี้เป็แน่
“เฮอะ! ในเรือนข้ามีหนูอย่างนั้นหรือ? แล้วเรือนของสหายเ้าอยู่ที่ใดข้าจะตามจับหนูที่แอบเข้ามา”
“เอ่อ...อยู่ท้ายหมู่บ้านขอรับ เดินขึ้นไปบนเขาเล็กน้อยก็ถึงแล้ว ท่านเ้าเมืองขอรับได้โปรดอย่าลงโทษสหายข้าเลยนะขอรับ เพราะความยากจนและไม่มีอันจะกินอีกอย่างของที่พวกเขาเอาไปเป็เพียงของที่เหลือกินเท่านั้นมิได้ขโมยอันใด”
“เ้าช่างเป็สหายที่ดี แต่เื่นี้ข้าจะต้องลงโทษให้รู้สำนึกเสียหน่อย หลวนเหยาตามจับหนูกัน!!” อวิ้นหลี่ว์ไม่คิดจะลงโทษอย่างที่บ่าวรับใช้เข้าใจแต่เขาจะตามจิ้นหยางมาปรนนิบัติเขาต่างหากและเขาจะใช้ข้ออ้างนี้เพื่อเป็การลงโทษให้เขาชดใช้ด้วยการมาอยู่ที่นี่กับเขา ยิ่งเห็นว่าเรือนจิ้นหยางยากจนยิ่งง่ายต่อการชักชวนให้เขามาปรนนิบัติตนเอง