และแล้วหยางเฟิ่งก็เข้าใจว่าทำไมหยางเฟิ่งนางร้ายในนิยายหอมกลิ่นรักจึงต้องกลั้นแกล้งนางเอกอย่างไป๋เหม่ยจูเพราะตอนนี้นางกำลังยืนดูเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบนั่งร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่ที่แทบเท้าของนาง
“ฮึกฮือๆ พี่สาวทำร้ายข้าทำไมหรือเ้าคะ” ไป๋เหม่ยจูที่วิ่งมาชนหยางเฟิ่งจนล้มเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามด้วยน้ำตานองหน้า
“อะไรร้องไห้ทำไม”หยางเฟิ่งเอ่ยถามเด็กหญิงตรงหน้าเสียงเรียบ
“ฮึกๆพี่สาวทำร้ายข้าทำไมหรือเ้าคะ” ไป๋เหม่ยจูสะอื่นไห้ด้วยน้ำตานองหน้า
“นี่เด็กน้อยพี่สาวไม่มีเวลามาเล่นกับเ้าหรอกนะ” หยางเฟิ่งนั่งยองๆตรงหน้าไป๋เหม่ยจูแล้วเอ่ยด้วยแววตารำคาญแล้วมองสำรวจชุดที่เด็กหญิงตรงใส่ด้วยรอยยิ้มเย็น
“เ้าไปได้ผ้านี้มาจากที่ใดหรือ”หยางเฟิ่งที่จำได้ว่าผ้าตรงหน้านี้คือผ้าที่นางได้รับจากท่านยายเป็ของฝากจากทางเหนือ
“เป็ท่านแม่ซื้อมาให้ข้า”ไป๋เหม่ยจูเชิดหน้าตอบหยางเฟิ่งอย่างถือดี
“อืมเป็เช่นนั้นจริงหรือพี่ซูซูช่วยไปดูที่ห้องซักล้างให้ข้าทีว่าชุดที่ข้าส่งไปซักอยู่ที่ใด”หยางเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เ้าค่ะ”ซูซูเอ่ยขานรับแล้วเดินไปที่ห้องซักล้างทันที
“เฟิ่งเออร์ทำอะไรอยู่หรือพี่ตามหาเ้าตั้งนานแนะ”หยางเหวินที่เพิ่งกลับมาจากฝึกศาสตร์การต่อสู้เอ่ยถามน้องสาวของตน
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะแค่มีเด็กไม่มีตาเดินมาชนเท่านั้นเ้าค่ะ”หยางเฟิ่งเอ่ยพร้อมกับเหลือบมองไปที่ไป๋เหม่ยจูด้วยหางตา
“อ้อหรือไปกันเถอะวันนี้พี่มีอะไรมาให้เ้าดูด้วย”หยางเหวินเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาจูงมือของน้องสาวตนเดินกลับเรือนของตนโดยไม่ชายตามองเด็กสาวที่นั่งบีบน้ำตาอยู่ที่พื้นเลย
“แย่แล้วพี่หลันหลันหากพวกเขาไปที่ห้องซักล้างพวกเขาต้องรู้แน่เลยว่าข้าไปบังคับเอาชุดของนางมา”ไป๋เหม่ยจูหันไปเยกับสาวใช้ด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“คุณหนูลืมแล้วหรือเ้าคะที่ฮูหยินรองสั่งสอนเอาไว้ว่าคุณหนูมีสิทธิทุกอย่างในจวนแห่งนี้ดังนั้นผ้าที่อยู่ในจวนแห่งนี้ก็ถือว่าเป็ของคุณหนูเช่นกันเ้าค่ะ”หลันหลันสาวใช้คนสนิทของไป๋เหม่ยจูนางเอ่ยสอนคุณหนูของตน
“ก็จริงในจวนนี้ท่านพ่อรักข้าที่สุดในจวนดังนั้นของทุกอย่างย่อมเป็ของข้าอยู่แล้ว”ไป๋เหม่ยจูพยักหน้าเห็นด้วยแล้วจึงเดินมาที่เรือนมู่ตาน(โบตั๋น) ของหยางเฟิ่งด้วยแววตามุ่งมั่น
“พี่เหวินขนของกลับมามากเช่นนี้หมดเงินไปเท่าไหร่หรือเ้าคะ”หยางเฟิ่งมองไปที่กองเครื่องประดับตรงหน้าเอ่ยถามพี่ชายของตนด้วยความสงสัย
“ครั้งหน้าเ้าไปกับพี่ด้วยสิท่านตาท่านยายบ่นคิดถึงเ้าตลอดทางเลย”หยางเหวินเบี่ยงประเด็นเพราะี้เีฟังคำบ่นของหยางเฟิ่งเกี่ยวกับการใช้เงินที่ฟุ่มเฟือยของเขา
“ก็ครั้งนี้ที่โรงเตี้ยมมีเื่ยุ่งๆนิเ้าคะ”หยางเฟิ่งเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเพราะั้แ่ที่นางคิดบัญชีได้ั้แ่หกขวบ ตากับยายของนางก็มอบกิจการในเมืองหลวงให้นางกับพี่ชายคนละครึ่งทันทีเื่นี้ทำให้คนในเมืองหลวงต่างมองมาที่พวกนางสองพี่น้องด้วยความอิจฉานานหลายเดือนเลยทีเดียว
“พวกเราเป็เด็กก็สมควรเที่ยวเล่นสักหน่อยเ้าอย่าเอาชีวิตวัยเด็กของเราไปทิ้งอยู่กับการดูแลกิจการมากนักเลยวัยสดใสอย่าเราๆสมควรใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองให้คนอื่นๆอิจฉาเล่นไปก่อนพอถึงเวลาอันสมควรเราค่อยเริ่มเข้าไปดูกิจการของเราก็ยังไม่สายเฟิ่งเออร์เ้าอย่าลืมสิไม่มีเราก็ยังมีผู้ดูแลกิจการคอยดูแลร้านให้เ้าอีกนะ”หยางเหวินเอ่ยกับน้องสาวของตนด้วยท่าทีของคุณชายเ้าสำราญ
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะข้าจะไว้ใจใครไม่ได้เด็ดขาดนอกจากคนในครอบครัว พี่เหวินเองก็ห้ามไว้ใจคนอื่นนอกจากข้ากับท่านแม่นะเ้าคะแล้วท่านก็ห้ามใช้ชีวิตหละหลวมด้วย”หยางเฟิ่งเอ่ยสอนพี่ชายของตนด้วยสีหน้าจริงจังเพราะในนิยายพี่ชายของนางก็มีนิสัยไม่รอบครอบแล้วก็ไว้ใจคนง่ายเช่นนี้จึงต้องตายด้วยน้ำมือสหายที่ตนไว้ใจ