
เครดิตภาพจาก https://wallpaperaccess.com
ทันทีที่หนุ่มตี๋ได้เห็นเขาก็ถึงกับตะลึงพรึงเพริด เพราะคู่ปรับของตัวเองช่างหล่อเหลาเกินบรรยาย
“โห….ไอ้หมอนี่มันเป็พระเอกหนังรึเปล่าฟะ แล้วกูจะเอาอะไรไปสู้มันเนี่ย ”แต่ไม่ทันที่นายตี๋จะได้สำนึกเสียใจ สาวสวยก็ตรงดิ่งเข้าไปเกาะแขนของหนุ่มหล่อ
“พี่อานนท์มาแล้วหรือคะ ดีใจจัง ”
“ เอ๊ะ!อะไรกัน เก๋ ” หนุ่มหล่อผู้มีนามว่า “อานนท์” สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปมองรอบๆจึงพบกับนายตี๋ สีหน้าเลยคลายความฉงน จากนั้นก็ลูบศีรษะของสาวสวยพร้อมทักทายเสียงใส
“ จ๊ะพี่มาแล้ว สบายดีมั้ยจ้ะ ที่รัก ”
“ก็สบายดีจ้ะ แต่เค้าคิดถึงที่รักเป็บ้าเลย ทำไมถึงมาช้าจัง ”พอสาวสวยปล่อยคำหวานจบ เธอก็โน้มกายมาแนบชิดอีกชุดใหญ่อานนท์เลยสวมกอดเบาๆแบบพระเอก
การออดอ้อนของสองหนุ่มสาว สร้างความขุ่นเคืองแก่นายตี๋เป็ที่สุด เขารู้สึกอิจฉาเหลือประมาณจึงแกล้งกระแอมเสียงดัง เพื่อเรียกร้องความสนใจ
“ฮะ…แฮ่ม….”
สองหนุ่มสาวเลิกอ้อล้อ แล้วหันมามองหนุ่มตี๋ประมาณจะถามว่า…..เอ็งมีธุระอะไรวะ ถ้าไร้เื่ราวอันใด ก็ไสหัวไปได้แล้ว ทว่าผู้ถูกจ้องกลับไม่แยแสสนใจ พร้อมแนะนำตัว
“ผมมีชื่อว่า…ตี๋ เป็ลูกชายคนเดียวของท่านศุภกิจ ราคะไพบูลย์ประธานบริษัทอินฟินิตี้ ั์ใหญ่แห่งวงการเกม ”
แม้หนุ่มตี๋จะยิ้มให้ พร้อมยื่นมือออกมาััแต่น้ำคำและสีหน้าแฝงแววหยามหยันอย่างชัดเจน ประมาณว่าจะถามคู่แข่งทางหัวใจว่า….นายรวยได้ครึ่งของชั้นมั้ยทว่าอานนท์กลับทักทายตอบ ด้วยการเช็คแฮนด์ แล้วสาธยายถึงตัวเองเบาๆ
“สวัสดีครับ ผมชื่ออานนท์ ทำงานขายบ้านพักเล็กๆครับ ”
“บ้านพักเล็กๆนี่หมายถึง…..เป็นายหน้ารึเปล่าครับ ” นายตี๋ยังคงเขย่ามือท่วงท่ายิ่งดูแคลนมากกว่าเดิม เพราะเขามองว่าพวกเร่ขายบ้าน เป็เหมือนขอทานสกปรกทว่าอานนท์กลับปฏิเสธ พร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ใช่ครับ กิจการที่ว่าคือบ้านจัดสรรครับ ”
“อ้อ…อย่างนี้นี่เอง ” นายตี๋ดูวางท่าน้อยลง เพราะผู้ที่ทำงานนี้ได้ต้องไม่ใช่เหล่าชนชั้นกลางอย่างแน่นอน เนื่องจากการลงทุนแต่ละครั้งล้วนมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน กระนั้นทายาทเศรษฐีระดับประเทศก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆเลยลองบลัฟต่อ เพื่อหวังจะคุยข่ม
“แล้วไม่ทราบว่ากิจการของคุณอานนท์อยู่แถวไหนหรือครับ เผื่อว่าผมจะแวะไปดูด้วย่นี้ อยากซื้อบ้านมาประดับบารมีเล่น ”
“ ยินดีเลยครับถ้าคุณตี๋้าจริง ผมยอมลดราคาให้ 10 เปอร์เซ็นต์เลย ” อานนท์ยิ้มสดใส จากนั้นก็กล่าวปฏิสันถารตามสันดานพ่อค้าตัวยง ที่พร้อมจะรับรองลูกค้าเกรดเอทุกคน
“เอ่อ….คะ…คงไม่ต้อง….” ขณะที่นายตี๋พยายามจะบอกว่าไม่ต้องลด เพราะกลัวเสียหน้าอานนท์ก็เริ่มแจกแจง
“โครงการบ้านจัดสรรที่ผมทำมีชื่อว่า…..เดอะเอ็มเพอร์เลอร์ ตั้งอยู่แถวชานเมืองไม่ทราบว่าคุณตี๋พอจะรู้จักมั้ย ”
“อ้อ….เดอะเอ็มเพอร์เลอร์นี่เอง เอ๊ะ! คุณอานนท์ว่าไงนะ ” ทีแรกนายตี๋ก็ขานรับธรรมดา แต่พอได้ยินชื่อโครงการ ดวงตาก็โตเป็ไข่ห่าน
“ กิจการที่ทำมีชื่อว่า....เดอะเอ็นเพอร์เลอร์ ส่วนโครงการใหม่ที่กำลังเปิดตัว อยู่เลยรังสิตไปหน่อยถ้าคุณตี๋สะดวกมาชม ผมก็ยินดี นี่ครับ นามบัตร ถ้าสนใจ ก็โทรมาได้ทุกเวลา ”อานนท์พูดจบ ก็ยื่นกระดาษแข็งแผ่นเล็กๆสีทองให้ บนนั้นพิมพ์ด้วยอักษรไทยและสลักลวดลายที่ดูบรรจง
“อะ…ครับ ” ตี๋เริ่มกลืนน้ำลาย กายห่อลง ตัวหดหายจนเกือบเท่ามด เพราะถึงเขาจะเป็คนไม่เอาอ่าวแต่ก็พอจะรู้จักโครงการบ้านจัดสรรที่ชื่อ
“เดอะเอ็มเพอร์เลอร์”ด้วยมันเป็กิจการที่ดังระดับโลก แต่ละหลังล้วนใหญ่โตมโหฬาร ประดุจวังแถมราคาขั้นต่ำสุดก็คือ…..ร้อยล้าน อันมีแต่เหล่าเศรษฐีเท่านั้นที่ซื้อได้ ”
สาวสวยเริ่มปิดปากหัวเราะ เพราะเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของนายตี๋ส่วนหนุ่มหล่อยังคงยิ้มสดใส พร้อมกล่าวลาตามมารยาท
“ถ้าไม่มีอะไรให้รับใช้แล้ว ขอตัวก่อนนะ แฟนของผมรออยู่น่ะ ”
“คะ…ครับ ชะ…เชิญเลยครับ ” ตี๋พูดไม่ออก ด้วยรู้ดีว่าหนุ่มหล่อตรงหน้ามีฐานะเสมอตนไม่สิ บางทีอาจจะมั่งคั่งกว่า
ทันทีที่หนุ่มหน้าตี๋เดินจากไป สาวสวยก็หัวเราะเสียงดังอันแสดงออกถึงความสะใจสุดขีด
“ ฮะ ฮะฮะ พี่อานนท์นี่เจ๋งเป็บ้า เห็นสีหน้าของหมอนั่นมั้ย จ๋อยสนิทเลย ”
“ ยัยเก๋เธอก็พูดดังไป จริงๆก็สงสารเขาอยู่เหมือนกัน ไม่น่าเล่นแรงแบบนี้เลย ”อานนท์จุ๊ปาก สายตาเหลือบมองไปรอบๆ เพราะกลัวว่านายตี๋จะได้ยิน
“ฮั่นแน่ กลัวว่าที่ลูกค้าจะไม่พอใจล่ะสิ พี่นี่เคี่ยวชะมัดเลย ฮะ ฮะ ฮะ….”สาวสวยผู้มีนามว่า “เก๋” หัวเราะเสียงใส พร้อมล้วงใจของหนุ่มหล่อ
“นั่นก็ส่วนหนึ่ง ใครจะไปรู้ บางที เขาอาจสนใจมาซื้อบ้านของพี่จริงๆเพราะนายตี๋นั่นก็ดูรวยไม่หยอก ” อานนท์ยิ้มรับ
“หา….ตาก๊องแก๊งนั่นน่ะนะ จะมีปัญญาซื้อบ้านของพี่ได้ ” เป็ทีของสาวสวยที่ใบ้าง
“อ้าว…ก็ใช่น่ะสิ เธอดูไม่ออกเหรอ แม้หมอนั่นจะดูอ่อนด๋อยแต่เมื่อพิจารณาจากสิ่งของที่เขาสวมใส่ก็บอกได้เลยว่าเป็คหบดีติดอันดับอย่างแน่นอน ” อานนท์เสริมทันควันด้วยเขาเป็พ่อค้ามือโปร จึงสามารถประเมินฐานะของคนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
“อืม…..ชักเสียดายซะแล้วสิ ” เก๋เริ่มสำนึกผิด เพราะพลาดจากชนชั้นเศรษฐีมาหมาดๆแต่ไม่ถึงอึดใจ สาวสวยก็กลับมาสดใสดังเดิม พร้อมรุดเข้ามาเกาะแขนของอานนท์
“ ฮะ ฮะฮะ แต่ก็ไม่เป็ไร เพราะหนูยังมีเศรษฐีหนุ่มอีกคนคอยเป็คู่ควง ”
“ดูพูดเข้าไป เลิกเล่นละครซักที เพราะไม่มีใครมาคอยเกาะแกะเธอแล้ว ”หนุ่มหล่อพยายามแกะสาวสวยออก ปากก็กล่าวตำหนิ
“ ฮะ ฮะฮะ ขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่อานนท์ลำบากอยู่เรื่อย ” สาวสวยเอามือเคาะหัวตัวเองเบาๆเป็การลงโทษ พร้อมยิ้มแหยๆให้
“เฮ้อ….ก็ช่วยไม่ได้นะ เกิดเป็คนสวย ก็ต้องซวยแบบนี้แหละ ว่าแต่งวดนี้ไอ้หรั่งมันหนีหายไปไหน ” อานนท์โบกมือไปมา เป็เชิงไม่ใส่ใจก่อนถามถึงน้องชายตัวดี
เหมือนคำว่า “หรั่ง” จะเป็สวิตช์ที่เปิดโหมดดราม่าของสาวสวยเพราะน้ำใสๆเริ่มไหลจากดวงตาคู่งาม พร้อมเสียงสะอื้นไห้ที่น่าเห็นใจ
“ฮือ…..”
“เฮ้ย…..อะไรกันเนี่ย อย่าเพิ่งร้องไห้ ” อานนท์รีบถลาเข้ามาปลอบ แต่สาวสวยก็ยังไม่หยุดปล่อยน้ำตาสองมือยกขึ้นมากุมหน้า เพื่อปกปิดความอาดูรที่กำลังทะลักออกมา
อานนท์เริ่มกระสับกระส่าย เพราะอายผู้คนเหลือประมาณ ด้วยมีหลายสายตาลอบเมียงมองจึงรีบกล่อมสาวสวยเป็การใหญ่
“ใจเย็นๆ ยัยเก๋ เก็บอาการ แล้วค่อยๆเล่าให้พี่ฟังเพราะพวกเรากำลังตกเป็เป้าสายตาของคนอื่น ”
เหมือนเก๋จะรู้ตัวว่าน่าอาย จึงค่อยๆกลั้นสะอื้นแล้วระบายความในใจให้อานนท์ฟัง
“ก็น้องชายตัวดีของพี่ มันหนีหายไป ทิ้งให้เก๋มาเที่ยวตามลำพัง ป่านนี้ไม่รู้ว่ากำลังสนุกกับสาวคนไหน ”
อานนท์ส่ายหัวไปมา เขารู้สึกระอาเหลือประมาณเพราะน้องชายคนนี้นั้นเ้าชู้ตัวพ่อ ชนิดว่าคลำไม่มีหาง เป็ลุยดะเลยทำให้เก๋เสียใจอยู่หลายครั้ง แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ด้วยสันดานของคน มันเปลี่ยนไม่ได้ง่ายๆจึงลองแก้ตัวให้อนุชาผู้แสนดี
“อืม…..อย่างนี้นี่เอง แต่ไอ้หรั่งคงไม่ได้หนีหายไปอย่างที่เก๋ว่าหรอก บางทีมันอาจจะไปช่วยเพื่อนจริงๆ ”
“พี่ก็แก้ตัวให้ทุกที ทำเป็ไม่รู้จักหมอนั่น อึก….” สาวเก๋ตัดพ้อก่อนจะสะอึกสะอื้นอีกหลายดอก
อานนท์พูดไม่ออก เพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง และทุกวาระเขาก็ต้องเป็ฝ่ายมาปลอบสาวสวยให้สบายใจ แต่แล้วสำนึกเบื้องลึกก็บงการให้หนุ่มหล่อเกิดความรู้สึกบางอย่าง นั่นก็คือ….ความปรารถนา
อานนท์เหมือนจะยื่นมือขวาออกมาหน่อยๆ เขาอยากโอบกอดแฟนสาวของน้องชายแล้วบอกว่า…..เลิกกับหรั่งซะ แล้วหันมาคบกับพี่ดีกว่า เพราะพี่แอบรักเก๋มานานแล้วแต่พอภาพของอนุชาตัวดีพลันปรากฏบนดวงจิต หนุ่มหล่อก็ยั้งกิริยาไว้ได้ทัน
“ ไม่เราจะทรยศน้องชายไม่ได้ ” พอสำนึกดีๆกลับคืน อานนท์ก็นึกตำหนิตัวเองเพราะอีกนิดเดียว เขาก็เกือบจะทำสิ่งที่เรียกว่า…ชั่วช้า ไปซะแล้ว
เมื่ออานนท์หักห้ามใจได้ เขาก็หันเหไปที่เื่อื่น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสาวงาม
“เอ่อ….ว่าแต่ก่อนหายตัว ไอ้หรั่งได้บอกมั้ยว่า…จะไปไหน ”
“อึก….ไม่ได้บอก แถมยังไม่พกโทรศัพท์ไปอีก เลยติดต่อไม่ได้ ” สาวเก๋ตอบเสียงสั่นเพราะยังสะอื้นไม่หาย
“ งั้นเราคงต้องฉลองกันสองคนอีกแล้วและไม่ต้องเศร้าไป พี่จะคอยอยู่เป็เพื่อนเอง ” อานนท์ยิ้มอบอุ่น ประมาณว่าจะทำตัวเป็พี่ชายที่แสนดีทั้งที่ในใจปั่นป่วนไปด้วยไฟรักที่รุ่มร้อน
“อึก….ค่ะ ” เก๋ตอบสั้นๆ ก่อนจะสะอื้นต่อ เธอทั้งน้อยใจและโศกเศร้าที่ชายคนรักหนีหายไปแบบนี้
ทั้งคู่นิ่งเงียบอยู่นาน โดยไม่ได้กล่าวคำใดทำให้มีเพียงเสียงสะอื้นไห้เบาๆของสาวเก๋คอยขับกล่อมโชคดีที่บรรยากาศในผับค่อนข้างสลัว แถมยังมีเพลงคลาสสิกคอยบรรเลง พวกเขาจึงเป็จุดสนใจของผู้คนแค่ไม่กี่ชีวิต
อานนท์รู้สึกกระอักกระอ่วน ถึงเขาจะเป็นักเจรจามือทองที่คว้าชัยในศึกน้ำลายมาหลายวาระแต่พอจะปลอบโยนแฟนสาวของน้องชาย กลับอ้าปากไม่ออกทุกทีเพราะกลัวว่าตัวเองจะสติหลุดจนเผยความนัยที่ซุกซ่อนในใจ จึงทำลายความอึดอัดด้วยการกล่าวขอตัว
“เอ่อ…ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ”
“ เชิญค่ะ พี่อานนท์ไปเถอะ เก๋ค่อยยังชั่วแล้ว ”สาวสวยเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า ก่อนจะฝืนยิ้มให้หนุ่มหล่อ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
