บทที่ 17 เอาละ ได้เวลาหางานแล้ว!
สวัสดีครับผมกาวีชัย กาวะสีหรือกาว ชายผู้เสียชีวิตแล้วได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกในฐานะนักล่าผู้กล้า ตอนผมได้ทำบัตรสมัครเป็นักผจญภัยเป็ที่เรียบร้อยแล้วตามเป้าหมายที่วางไว้สมใจอยาก เอ้า!รออะไรครับปรบมือ เย้——! แปะๆๆๆๆ ………แต่ดันไม่มีเงินจ่ายค่าสมัครสะนี่สิ ขอโทษนะครับคุณมาฟุโนะ(พร้อมทำท่าพนมมือ) ก็อย่างที่ว่าไปนั้นและ จากนี้จะรีบหางานแล้วเอาเงินมาจ่ายให้เร็วที่สุดจ้า~
“ไหนดูสิ~”
ผมกำลังดูบอร์ดหางานทำเพื่อจะได้หาเงินไปจ่ายค่าบัตรนักผจญภัยที่ผมทำไว้โดยไม่รู้ว่าต้องเสียตังด้วย ให้เร็วที่สุดไม่งั้นเดี๋ยวสาวน้อยหูแมวผู้น่ารักคุณมาฟุโนะจะมีปัญหาได้เพราะผม ซึ่งผมไม่้า!
พอดูใบประกาศหางานที่ติดบนบอร์ดทั้งหลายก็รู้สึกอดแปลกใจไม่ได้นิดหน่อย
พอได้มาเกิดใหม่ในโลกสุดแสนจะแฟนตาซีเช่นนี้แล้ว เลยวาดฝันคิดไว้ว่าคงจะต้องเจอแต่งานแบบแปลกๆสารพัดหรือไม่ก็สุดจะคิดได้แน่ๆ…แต่มันไม่ใช่ พอมองไปที่ใบประกาศงานแต่ละใบก็เจอแต่งานให้ไปล้างจานบ้าง พนักงานตอนรับบ้าง เด็กเสริฟมั้ง ขนของ ขายของ และอื่นๆอีกหลายที่ดูคุ้นตาทั้งนั้นเต็มไปหมด……
“นี้มันงานไม่ต่างจากโลกเก่าเลยนี้หวา!”
ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีที่ได้เจอแต่งานคุ้นเคยเช่นนี้… เอาเถอะ อย่างน้อยก็มีงานให้ทำอะนะ
ที่จริงยังงานแปลกๆอีกหลายงานที่หน้าสนใจแบบแฟนตาซีติดบนบอร์ดไว้เหมือนกัน แต่ตอนนี้คนมันร้อนเงินอยากได้งานที่ได้รายได้รายวันมากกว่าให้เร็วที่สุด จะได้รีบจ่ายค่าบัตรนักผจญภัย
“เห้ ไอ้หนูกำลังหางานอยู่หรอ?”
“พอดีสนใจมาทำงานกับพวกเราไหมละ?”
ฮือ? พอหันไปตามเสียงชายเรียก ก็เจอชายหนุ่ม 2 คนอายุน่าจะ 20 กว่าๆได้
ทั้งคู่ใส่เสื้อผ้าดูเก่าซีดๆแต่ดูทนทานไว้หนวดไว้เคราจนหน้าดูโทรมกว่าอายุและพกมีดกับดาบสั้นไว้ที่เอว ดูจากท่าทางและความรู้สึกมันเหมือนพวกตัวร้ายลูกกระจอกปลายแถวที่โผล่มากในหนังหรืออนิเมะตอนเปิดเื่ยังไงยังงั้น
“เมื่อเช้ามีคนเกิดไม่มาเลยคนไม่พอ ตอนนี้พวกเรากำลังหาคนอยู่”
“พวกเรากำลังจะขนของไปส่งนอกเมืองเลย แต่ของมันมีเยอะแถมต้องขนไปกลับเลยอยากได้คนช่วยยก”
“ว่าไงสนใจไหมละ?”
ชายคนหนึ่งยืนมือมาเหมือนเป็การยืนข้อเสนอ ผมได้แต่มองไม่ได้พูดอะไร
“……”
น่าสงสัย…น่าสงสัยสุดๆ!
มันดูพอดีเกินไป พอกำลังจะหางานหน้าบอร์ดอยู่ก็มีคนยื่นงานให้ทันที
ถึงจะไม่อยากพูดแต่ชุดนักเรียนที่ใส่อยู่ตอนนี้ดูยังไงมันก็แปลกตา พวกนี้คงเดาว่าผมมาจากเมืองไม่ก็หมู่บ้านบ้านนอกเลยเข้าหาได้ง่าย ไม่ใช่ว่าพวกนี้เป็โจรหรืออะไรพวกนั้นที่คิดจะมาหลอกหรอกนะ!?
ถึงจะมีคนบอกว่าอย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปกโดยไม่อ่านเนื้อใน แต่ในครั้งนี้ผมคงต้องขอตัดสินจากหน้าปกละกัน
“เออ ไม่เป็อะไรครับ พอดีผมได้งานแล้วถ้างั้นขอตัว”
พูดจบปุบก็ก้มหน้ารีบวิ่งหนีออกมานอกกิลทันที
“เอาละ ได้เวลาหางานแล้ว!”
ผมพูดกับตัวเองอย่างนั้นก่อนจะเดินไปหางานตามที่ที่ใบประกาศแปะไว้
***
“หวังว่าเขาจะไม่เป็อะไร”
ฉันได้แต่เป็ห่วงว่าเด็กหนุ่มแปลกๆที่ชื่อกาวีชัยที่มาสมัครเป็นักผจญภัยเมื่อกี่นี้จะหางานได้ไหม…
“นา~ฟุ~โนะ~”
“ว้าย!”
อยู่ดีๆก็มีเสียงเรียกอันคุ้นเคยก่อนจะมาเข้ากอดฉันจากด้านหลังแบบไม่ได้ตั้งตัว
“เป็อารายหรอ ทำหน้าเครียดเชียว”
“นั้นสิ มีเื่อะไรหรือเปล่า?”
“พี่ปิง พี่ซาฟี้”
หญิงสาวเผ่ามนุษย์ผมบ๊อบสีส้มอยู่ในชุดสูทยูนิฟอร์มกิลกำลังกอดนวลเนียฉันสบายใจอยู่ คือ พี่ปิง ถึงแม้จะสูงพอๆกับฉันแต่ที่จริงเธออายุมากกว่า 3 ปีได้ เธอเป็พนักงานต้อนรับกิลคอยจัดการเื่ต่างๆภายในสำนักงานกิลนิวจีนี้ แถมยังเป็รุ่นพี่ของฉันด้วย
“พี่ปิงปล่อยได้แล้วน่า”
“ม๊าย~เอา~”
แม้จะบอกให้ปล่อยก็ไม่ยอม พี่ปิงยังคงกอดฉันเล่นเอาเธอแก้มมาถูแก้มฉันอย่างหนุกนานและฉันไม่ได้รังเกียจอะไร ท่าทางของเธอชั่งเหมือนแมวจอมซุกซนที่ชอบเล่นไปทั่ว ดูมีความเป็แมวมากฉันที่เป็เผ่าครึ่งแมวสะอีก
“ปิงปล่อยนาฟุโนะได้แล้วน่า อย่าไปแกล้งเธอเยอะเลย”
หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ตัวสูงผมยาวสีบรอนซ์เทาที่รวบเก็บเรียบร้อยไว้ด้านหลังหัวใส่เวนตาไร้กรอบกับอยู่หูที่ยาวเป็อยู่ในชุดสูทยูนิฟอร์มกิลกำลังขำฉันกับพี่ปิงคือ พี่ซาฟี้ เธอเหมือนดูสาวอายุ 18 ปีได้แต่ความจริงเธออายุเกินร้อยปีแล้วแต่ถามว่าเท่าไรก็ไม่เคยบอก เธอเป็หัวพนักงานต้อนรับและเป็เลขาหัวหน้ากิลคอยเช็คและจัดการเื่ต่างๆทั่วไปในสำนักงานกิล
เธอมีนิสัยที่เรียบร้อย,ใจเย็นและคอยดูแลเอาใจใส่ทุกคนในกิลตลอด เป็แบบอย่างที่ฉันอยากจะเป็ให้ได้
“ปล่อยเธอได้แล้วปิง อย่าไปแกล้งเด็กใหม่มากนักเลย”
“ม๊าย~เอา~ อา~ ฉันแค่กำลังเล่นสนุกกับเด็กใหม่เท่านั้นเอง เนอะนาฟุโนะ”
“อะฮะๆๆๆ”
ฉันได้แต่หัวเราะแห้งๆ พี่ปิงชอบเข้ามากอดอย่างนี่บ่อยมาก จนพี่ซาฟี้รู้สึกสงสารเลยเข้ามาช่วย
ใช่ฉันเป็เด็กใหม่หรือจะเรียกให้ถูกว่าพนักงานต้อนรับฝึกหัดก็ได้ ฉันที่พึ่งเข้าทำงานแค่อาทิตย์เดียวยังไม่ค่อยรู้เื่งานในสำนักนักงานเท่าไรตอนนี้กำลังศึกษา และก็ได้พี่ปิงกับพี่ซาฟี้เป็รุ่นพี่สอนงาน ถึงหลักๆจะเป็พี่ซาฟี้สอนก็เถอะนะ
“เอาให้มันพอดีๆเถอะ ว่าแต่เห็นทำหน้าทุกข์ใจมีอะไรรึ?”
“นั้นสิ มีเื่อะไรเกิดขึ้น?”
“คะ คือว่าพอดีมีลูกค้าเด็กหนุ่มหน้าใหม่คนหนึ่งไม่เคยเห็นในเมืองที่แต่งตัวแปลกๆมาขอสมัครเป็นักผจญภัยนะคะ”
“ใช่คนที่ดีนเล่าหรือเปล่านะ ชายหนุ่มที่เมาเหล้าจนแอ๋เอาเงินไปเปย์เงินกับผู้หญิงจนหมดตัวเลยไปหลับสลบหมดสภาพกลางลานกว้าง ใช่เปล่า”
“เออ ใช่แล้วคะ”
ถึงเื่จะไม่เหมือนสะทีเดียวแต่คงใช่คุณกาวีชัยแน่ เื่ของเขาดูจะดังทั่วเลยทีเดียว เสียใจด้วยนะคะคงแก้ยากแล้วคะ
“เอ๊ แต่ฉันได้ยินว่า ชายหนุ่มเมาเหล้าจนแอ๋เอาเงินทั้งหมดไปเล่นพนันจนหมดตัวจนหมดตัวเลยไปหลับสลบหมดสภาพกลางลานกว้าง ซะอีก!?”
ดูเหมือนเื่ของคุณกาวีชัยจะเพี้ยนไปกว่าเดิมสะอีก…และมีแววจะเพี้ยนเพิ่มขึ้น
“แล้วเื่เป็ไงต่อ”
“คะ หลังจากที่ทำบัตรนักผจญภัยเสร็จปรากฏว่าเขาไม่มีเงินจ่ายค่าทำบัตร 3 เหรียญทองแดงเลยขอไปหางานเพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าบัตร หนูเลยแนะนำให้ไปดูบอร์ดเพื่อจะหางานได้คะ พี่หนูจะโดนอะไรไม่คะที่ไปทำบัตรให้เขาแล้วไม่มีตังจ่าย!?”
““……””
พอได้ฟังทั้งคู่มองหน้ากันก่อนทั้งคู่ลำบากใจก่อนมาทางฉัน พี่ซาฟี้ก็ถาม
“ดูเหมือนพวกเราจะลืมบอกเธอไป… นาฟุโนะ เธอจำได้ไหมว่านักผจญภัยสมัครใหม่จะต้องออกไปทำเควสที่กำหนดให้ก่อนถึงจะเริ่มเป็ <นักผจญภัยฝึกหัด>ได้นะ เธอจำได้ใช่ไหม”
“จำได้คะ”
เมื่อได้สมัครนักผจญภัยเสร็จเรียบร้อยจะต้องทำเควสเบื้อนต้น อย่างน้อย 5 เควสที่ทางกิลเป็คนกำหนดให้ เควสพวกนั้นส่วนใหญ่จะเป็เควสง่ายอย่างพวกเก็บดอกไม้ตามที่จุดกำหนดเอ่ย ทำความสะอาดอาคารหรือโบสถ์เอ่ย ไปส่งของง่ายๆในเมืองนี้เอ่ย ทุกเควสจะเป็เควสที่ง่ายมากเพื่อเป็เบื้อนต้นสำหรับการเรียนรู้สำหรับวีธีการทำเควสและชีวิตนักผจญภัย
นั้นคือที่พี่สอนมาว่าแต่มันมีอะไรเหรอ?
“ที่จริงแล้วเควสเบื้องต้นนั้นเป็ค่าใช่จ่ายสำหรับทำบัตรนักผจญภัยนะ”
“เอ๊ะ!?”
“มันก็มีบางที่จะมีบางคนถังแตกหรือไม่ย้ายถิ่นฐานแล้วไม่ได้พกของมีค่าอะไรติดตัวมาเลยแล้วอยากจะเป็นักผจญภัยเพื่อเลี้ยงชีพ เลยมีการตั้งกฏไว้สำหรับการเป็นักผจญภัยเริ่มต้นให้เควสเบื้องต้นเพื่อเป็ต้นทุนเริ่มต้นสำหรับซื้ออาวุธ,เกราะและอุปกรณ์ต่างๆสำหรับนักผจญภัย และแน่นอนนั้นรวมถึงค่าทำบัตรสมัครเป็นักผจญภัย หรือสรุปก็คือ…”
“สามารถติดค่าทำบัตรแล้วมาจ่ายตังที่หลังทำเควสเบื้องต้นได้ยังไงละ”
พี่ปิงมาพูดปิดท้ายพี่ซาฟี้
……ไม่รู้มาก่อนเลยนะ ว่ามีเื่อย่างนี้!!
ถ้าเื่นี้ถึงหูหัวหน้ากิลละก็ ฉันโดนลงโทษแน่
“ทะ–ทำไงดี…ต้องรีบไปบอกเขา!”
“สายไปแล้วจ้า ฉันว่าฉันเห็นเด็กหนุ่มแต่งชุดแปลกๆเดินออกจากร้านไปแล้วจ้า”
พี่ปิงพูดเสร็จก็ชี้ไปที่บอร์ดประกาศงานปรากฏว่า เขาไม่อยู่เสียแล้ว
“แล้วทำไม่บอกหนูละพี่ ถ้าพี่รู้ก็น่าจะรีบห้ามไว้สิ”
“ก็เห็นกำลังคุยอยู่นี่น่า เลยไม่อยากจะขัดมันมารยาทไม่ดีอะ”
จะมาห่วงมารยาทอะไรตอนนี้ค่ะพี่!
“ไม่รู้เขาไปรีบทำงานมาจ่ายค่าบัตรให้ถึงไหนแล้วเนี่ย”
“ถ้าเื่นั้นไปต้องห่วงหรอก เดี๋ยวต้องกลับมา”
“เอ๊ะ?”
ฉันไม่เข้าหันไปถามพี่ปิงที่พูดอย่างมั่นใจ
“คงไม่ใครอยากจะจ้างเขาหรอก”
***
“ทำไมไม่มีใครจ้างตูเลยยยยย!”
ผมได้แต่ะโความในใจออกมาแล้วทรุดลงบนพื้นอย่างเศร้าใจและหมดหวัง
นี้ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วจนท้องฟ้ากลายเป็สีส้มแดงตอนเย็นแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังหางานไม่ได้สักที่เลย ทุกที่ที่ผมไปสมัครงานมาพอเห็นหน้าผมว่ามาสมัครงานต่างไม่รับผมสายหน้าหนีหมดเหมือนตัวหน้าเกลียดอันตรายอะไรประมาณนั้น เห็นแล้วเ็ปสุดๆ! แล้วพอถามถึงเหตุผลก็รู้ว่าเพราะไอ้ข่าวลือแย่ๆเื่ที่ผมไปนอนสลบกลางลานกว้างกลางเมืองนั้นเป็ต้นเหตุ!
เอาจริงมันก็ไม่ใช่เื่โกหกแต่อย่างไรดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา
แต่ไอ้ปัญหาคือ ไอ้เื่ของผมมันดันมีเนื้อเื่เพิ่มเข้ามาเนี่ยสิ—!
ทั้งเปย์เงินกับผู้หญิงบ้างละ พนันหมดตัวบ้างละ โกงเงินแล้วโดนจับได้บาง ขโมยของเป็ และอื่นๆที่เลวร้ายกว่าแต่ขอไม่พูดละกัน
ไม่ได้ทำ! ตูไม่ได้ทำอะไรทั้งน๊านนนนนนนนนนน———!!!
ทำไมชีวิตใหม่ในต่างโลกของผมมันไม่สวยหรูเหมือนไอ้พวกพระเอกเกิดใหม่ในต่างโลกพวกนั้นบ้างวะ!
ไม่ยุติธรรม… มันไม่ยุติธรรมมมมมมมมมมมม———!!!
“เอ้อออ”
ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาดังๆก่อนจะทำใจลุกขึ้นยืนเดินต่อแล้วคิดจะทำไงต่อหลังจากนี้
ดูเหมือนจะเริ่มมืดแล้ววันนี้คงต้องทำใจไว้หางานพรุ่งนี้ต่อละกัน
เอาละตอนนี้ต้องแก้ปัญหาหลักก่อน ปัญหาหลักคือเื่ข่าวลือถึงผมจนถึงตอนนี้ข่าวลือแย่ๆของผมที่เนื้อความเพี้ยนไปจนเป็ปัญหามากไปที่ไหนก็มีแต่มองหน้ารังเกรียดอย่างนี้ แล้วผมจะไปใช่ชีวิตในเมืองนี้ได้ยังไง ต้องรีบแก้โดยด่วน!
ตอนนี้แรกว่าจะไปแก้ข่าวเข้าใจผิดแต่จากที่คุณนาฟุโนะบอกมาแล้วเลิกคิดไปได้เลย ให้ไปแก้ทั้งเมืองคงไม่ไว้จะรอให้ข่าวเงียบซาไปเองก็นานไปแล้วต้องรีบหาตังคงต้องใช่วิธีอื่น
จากที่ดูทุกคนจะรู้จักผมที่เป็ผมในข่าวลืออยู่ตอนนี้ไปทั่วเมืองอย่างหนึ่งเพราะชุดนักเรียนที่ผมใช่อยู่ ชุดนักเรียนสำหรับที่นี้มันแปลกตากว่าชุดชาวบ้านมากเลยทุกคนจำผมได้รู้ว่าเป็ผม มันเลยเป็ปัญหา…
ถ้าตัวผมที่เป็ชายในข่าวลือนั้นไม่ใช่ผมในข่าวลือก็สิ้นเื่นี้น่า
จากที่ดูทุกคนจำผมในข่าวลือได้เพราะชุดนักเรียนที่ใส่อยู่นี้ งั้นเปลี่ยนชุดก็สิ้นเื่แล้ว ง่ายๆเองนี่น่า
ก่อนอื่นก็ต้องหาร้านขายเสื้อผ้าเพื่อซื้อชุดเปลี่ยนจะได้เปลี่ยนแล้วไปหางานทำต่อแล้วเอาเงินที่ได้ไปจ่ายค่าบัตรนั้นสะทีแค่ก็จบ ว่าแต่ผมไม่มีตังนี้น่า…งั้นต้องหางานทำก่อนจะได้มีตังซื้อเสื้อผ้าจะได้เปลี่ยนชุดไปหางานทำจะได้มีเงินใบจ่ายค่าบัตร เห็นไหมง่ายๆเลย ฮ่าๆๆๆๆ—
สุดท้ายก็วนไปเื่หางานก่อนไม่เปลี่ยนนี้หว่า!
ผมใช่มือทั้งเกาหัวแรงกับปัญหาที่คิดไม่ตก
พอไม่มีเงินเลยทำบ้าอะไรไม่ได้เลย…ว่าแต่คืนนี้จะไปนอนที่ไหนดีละเนี่ยเงินค่าโรงแรงก็ไม่มี อย่าว่าแต่ค่าโรงแรงค่าข้าวเย็นนี้ก็ไม่มีนี้หว่าแล้วตูจะกินยังไงนอนที่ไหนดี
“……”
อับจนหนทาง
“…กลับไปที่กิลก่อนดีกว่า”
ถึงจะน่าสมเพชแต่คงต้องขอความช่วยเหลือทางไหนสักทางหนึ่งแถมที่เราพอรู้จักและพอช่วยได้ก็มีแต่ คุณนาฟุโนะเท่านั้น
เมื่อตัดสินใจได้ก็หันหลังกลับเดินไปที่กิลเพื่อขอความช่วยเหลือ…
“อะ?”
พอหันกลับดันเจอหน้าคนคุ้นเคยที่พึ่งเจอเมื่อไม่นานมานี้และไม่อยากเจออีกเลย
ตรงหน้าผมนี้มีแก๊ง 3 อันธพาลเสื้อเหลืองที่สู้กัน(โดนอัดอยู่ฝ่ายเดียว)ที่เจอในซอยกำลังมองหน้าหาเื่ผมอยู่
“อะ แกในตอนนั้น!?”
“พอดีเลย กำลังหาตัวใครบางคนอยู่”
“พวกเรามีเื่ต้องคุยด้วยนะ”
ว่าแล้วทั้งสามก็หัวเราะเยาะขณะมองผม
ทำไมตูต้องมาซวยเจอพวกนี้อีกแล้วด้วยเนี้ยยยยยยยยย!