บทที่ 48
ความสามารถของวิญญาณพฤกษาโบราณ
แสงสว่างสีเขียวตกกระทบสู่พื้น ก้อนแสงสว่างที่ดูไม่ธรรมดาเมื่อกระทบสู่ผิวดินที่แห้งเหือด มันเปล่งแสงสว่างไสวขึ้นแทรกซึมลงผิวดิน
ความสามารถอันน่าตกตะลึงมันแทรกลงไป หลังจากนั้นผิวดินค่อยค่อยเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ แม้ว่าในวันแรกหลังจากที่แสงสว่างตกกระทบวิญญาณพฤกษาลงสู่พื้นดินแห่งนี้มันจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
[ วิญญาณพฤกษาถูกใช้ใส่พื้นที่ ]
[ ความสัมพันธ์ของวิญญาณพฤกษาและท่านยังไม่มากพอจะเชื่อมโยง ]
แต่ซูฉีรู้สึกได้ นานวันเข้าการเปลี่ยนแปลงมันคงจะปรากฏให้เห็นอย่างแน่นอน
ในวันแรกการเปลี่ยนแปลงไม่ปรากฏให้เห็นมากนัก ซูฉีที่ได้ใช้วิญญาณพฤกษาโบราณกับสถานที่แห่งนี้เรียบร้อยแล้ว นางได้ตัดสินใจเดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้
หลังจากนั้นซูฉีก็ได้ใช้ชีวิตตามวิถีชีวิตของนางต่อไปอีกหลายต่อหลายวัน
…
สี่วันผ่านไป
ซูฉีทำงานภายในโรงสุราแล้วก็กลับมาพักผ่อนที่บ้านวนเวียนอยู่เช่นนั้นเป็นเวลาสี่วัน มันถึงเวลาที่นางจะต้องไปดูผลลัพธ์ของที่ดินผืนนั้นแล้ว
นางเดินทางมาถึงที่ดินของนางที่เคยแห้งแล้ง ทันทีที่ซูฉีเดินทางมาถึงนางถึงกับผงะเท้าทั้งสองข้าง
“ เอ๋? ”
“ !!! ” คิ้วทั้งสองข้างบนใบหน้าค่อยค่อยขมวดเข้าหากัน สิ่งที่ซูชิมองเห็นมันคือต้นยาที่เคยแห้งราวกับว่าจะล้มตายยามนี้กลับมีสีเขียวขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ต้นหญ้าที่ความสูงถึงเอวมันเป็นเพียงแค่ต้องหญ้าสีน้ำตาลเข้ม เป็นเพียงต้มหญ้าที่ยืนต้นตาย เพราะว่าพื้นดินภายในสถานที่แห่งนี้แม้แต่วัชพืชยังไม่สามารถเติบโต
แต่ในยามนี้ผ่านไปเพียงแค่สี่วันเท่านั้น ช่วงเวลาสี่วันที่ผ่านไปกับพบเห็นว่าต้นหญ้าที่ขึ้นอยู่เบื้องหน้ามันเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มถ่ายเป็นสีเขียว
“ เป็นอย่างนี้ได้อย่างไรผ่านไปสี่วันเองนะ ” ซูฉีต้องการพิสูจน์ด้วยสายตาของนาง
ซูฉีรีบก้าวเท้าเข้าไปภายในที่ดินของนาง เมื่อก้าวเท้าเข้าไปแล้วลองใช้มือสัมผัสต้นหญ้าที่เป็นวัชพืช
เมื่อลองสัมผัสดูพบเห็นว่าต้นหญ้าพวกนี้มันเป็นต้นหญ้าสีเขียว สัมผัสที่ผิวใบมันมีความชุ่มชื้นบ่งบอกถึงน้ำภายในดิน
“ ไม่จริงหน้ามันได้ผลจริงๆด้วย ” นางรีบเดินเข้าไปแล้วก็ลองก้มดูที่ผิวดิน
เมื่อซูฉีมองดูที่ผิวดิน สิ่งที่เราพบเห็นก็คือผิวดินที่ชุ่มชื้น ก่อนหน้านี้ผิวดินภายในสถานที่แห่งนี้มันเป็นผิวดินแห้งแห้งที่แตกและหยาบกร้าน
แต่เมื่อนางลองก้มมองดูอีกครั้งหลังจากผ่านไปสี่วัน ผิวดินมันกลายเป็นผิวดินที่มีความชุ่มชื้นแถมยังมีน้ำ
ที่ดินผืนนี้มันแห้งแล้งมาเป็นเวลานาน ถ้าเกิดว่าไม่ได้ความสามารถอันน่าอัศจรรย์นี้คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ในเพียงไม่กี่วัน
ที่ดินที่เป็นที่ดินที่ตายมาหลายปี ยามนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เป็นเพราะวิญญาณพฤกษาโบราณนั้นจริงๆ
‘ ในตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะได้ผลหรอก เพราะว่าไม่รู้ว่าของวิเศษพวกนั้นจะสามารถใช้งานได้หรือไม่ แต่ในยามนี้มั่นใจได้แล้วของวิเศษพวกนั้นใช้งานได้จริงๆ ’ ซูฉีตอนแรกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เป็นเพราะว่าของวิเศษที่น่าเหลือเชื่อ นางจะสามารถได้มันมาได้อย่างไร แต่เมื่อลองได้รับมันมาแล้วใช้งานดูปรากฏว่ามันได้ผล
ผืนดินที่เคยตายไปแล้วถูกแปลเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นดินล้ำค่าอีกครั้ง ซูฉีหลังจากสำรวจผิวดินเรียบร้อยลุกขึ้นยืน มุมปากของนางแสยะรอยยิ้ม
“ ยอดเยี่ยมไปเลยเพียงแค่นี้ก็เปลี่ยนแปลงที่ดินผืนนี้ได้แล้ว ที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินผืนใหญ่อยู่ติดถนน สามารถปลูกพืชพันธ์ได้มากมาย ไม่เพียงเท่านั้นมันยังสามารถทำอะไรได้หลายหลายอย่าง ”
“ อันที่จริงแล้วสิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดและเป็นที่ต้องการรองลงมาจากน้ำภายในเมืองแห่งนี้ ก็คงจะเป็นเกี่ยวกับพวกเรื่องอาหาร ”
“ เป็นที่รู้กันดีว่าเมืองชายแดนตะวันออกแห่งนี้ ตัวเมืองนั้นเป็นเมืองที่แห้งแล้ง มันเลยทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นเมืองที่เพาะปลูกการเกษตรได้ยากเย็น สิ่งที่กลายเป็นสิ่งขาดแคนก็คงจะเป็นพวกอาหาร”
“ อย่างเช่นพวกพืชผักหรือว่าของที่สามารถเติบโตได้ภายในดินที่ดี เพราะพื้นดินภายในเมืองแห่งนี้มันอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ ของอย่างเช่นพวกผักหรือว่าของกินต่างๆพวกเสบียงอาหารมันเลยกลายเป็นของสำคัญและจำเป็น ”
“ ในยามนี้ที่ดินล้ำค่าแห่งนี้ มันสามารถปลูกผักได้แล้วถ้าแบบนั้นทดลองปลูกผักสักแปลงหรือสองแปลงบางทีอาจจะนำไปขายภายในเมืองได้ กลายเป็นการเพิ่มพูนเงินไปอีกทางนึง ”
“ อย่างน้อยผักที่ปู่ก็นำเป็นผักเล็กๆก่อนเป็นอันดับแรกเลือกผักที่สามารถเพาะได้เป็นจำนวนมาก พวกพืชผักสวนครัวธรรมดาคงจะสามารถใช้ได้ ”
ซูฉีเริ่มปรากฏความคิดอยากสร้างฟาร์มของตน เป็นเพราะว่าเสบียงอาหารภายในเมืองแห่งนี้เป็นสิ่งที่ขาด
หลังจากที่นางเดินทางมาอยู่ที่เมืองแห่งนี้ ของที่ซูฉีกินล้วนแล้วส่วนใหญ่เป็นเนื้อ เพราะว่าพืชผักภายในเมืองแห่งนี้หายาก
เนื้อยังพอหาได้จากพวกสัตว์ภายในป่า แต่พืชผักถ้าอยากจะได้ก็ต้องซื้อที่เมืองข้างข้าง เพราะพื้นดินภายในเมืองแห่งนี้มันไม่ดีพอที่จะปลูกผักขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีบ่อน้ำที่เพิ่งขุดมาใหม่ แต่ว่าถ้าพื้นดินมันไม่ดีแม้จะมีน้ำก็ไม่สามารถปลุกพืชผักขึ้นได้
เพราะแบบนั้นพวกผักเลยเป็นสิ่งที่ยังคงเป็นของสำคัญและของที่ผู้คนต้องการภายในเมือง
ถ้าเกิดว่าทำการค้าขาย โดยมุ่งเน้นไปที่ส่วนลูกค้าขนาดใหญ่ ซูฉีคิดว่าของที่ผู้คนต้องการอย่างไรเสียก็มีคนต้องการซื้อ
“ ยังพอมีเงินที่ซื้อขายถ้วยมีเศษพวกนั้น เงินที่เหลือพวกนั้นคงจะต้องนำเอามาจ้างช่างไม้มากั้นรั้วภายในที่ดินแห่งนี้ หลังจากนั้นก็ลองมองหาคนงานทำสวนดูซักหน่อย ”
ซูฉีเริ่มปรากฏความคิดเหมือนนักธุรกิจ นางเริ่มคิดอยากจะจ้างคนงานจากเงินทุนที่เก็บหอมรอมลิตรมาตลอด
นางคิดว่าการขยับขยายครั้งนี้น่าจะเป็นผลประโยชน์กับนาง นางคิดจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ยอมเน่าตายภายในเมืองแห่งนี้อย่างแน่นอน
…
ในวันถัดมาหลังจากเห็นว่า ที่ดินของนางเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและมีชีวิตชีวาขึ้น ซูฉีจ้างช่างไม้ที่เคยซ่อมแซมบ้านของนาง ให้พวกเขามากั้นรั้วภายในที่ดินของนาง
การกั้นรั้วไม้มันเป็นการบ่งบอกถึงอาณาเขตที่มีเจ้าของ เดิมทีแล้วที่ดินผืนนี้มันก็มีรั้วไม้อยู่หรอกเพียงแต่ว่ามันเก่าแล้วผุพังเป็นอย่างมาก
ยามนี้นางอยากจะสร้างพวกมันใหม่ หลังจากที่นางจ้างช่างไม้กั้นรั้วไม้เรียบร้อยแล้ว ซูฉีมีความคิดอยากจะหาคนงานซักสองคนมาจัดการภายในที่ดินของนาง
ที่ดินผืนนี้เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าที่รกร้าง ถ้าอยากจะทำการเกษตรก็คงจะต้อง หาผู้คนมาจัดการกับวัชพืชเหล่านั้นและปรับหน้าดิน
ซูฉีมองหาคนงานแต่ว่ายังไม่พบเจอคนที่เข้าตาเลยแม้แต่น้อย เส้นทางการหาคนงานของนางยังคงดำเนินต่อไป
ผ่านไปประมาณสองวันหลังจากที่เริ่มหาคนงานอย่างจริงจัง ซูฉีเดินผ่านถนนเส้นหนึ่งในระหว่างทางเดินกลับบ้านในช่วงยามเช้าตรู่
บนถนนที่เงียบสงัดมีหมอกบางบางปกคลุม มีความหนาวเย็นเล็กน้อยหนึ่งนายหนึ่งบ่าวเดินอยู่บนถนน อยู่อยู่มีเงาปริศนาพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง
“ ว๊าย!!! ”
จบบท