บทที่ 19 สมควรแล้วที่ตกงาน (รีไรต์)
พานหงเสียกลับมาถึงบ้านก็อดถามอวิ๋นซานไม่ได้ “สหายหวงิ่เหรอ ชื่อคุ้น ๆ เหมือนจะเป็เพื่อนร่วมชั้นลูกหรือเปล่า?”
อวิ๋นซานพยักหน้า “ใช่ เป็เพื่อนร่วมชั้นหนูเอง”
พวกเธอเรียนมัธยมต้นและอยู่ในบ้านพักคนงานเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้อยู่ใกล้กันจึงไม่ค่อยสนิทสนมเท่าไร
่ก่อนหน้านี้ถงเสี่ยวอวี้เคยพูดถึงหวงิ่ว่าเธอตอบรับนโยบายไปเป็ทำงานที่ชนบทเมื่อหลายปีก่อน ถึงแม้จะไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนหลี่เว่ยเหอ แต่ก็ได้กลับเข้ามาทำงานในเมืองเพราะนโยบาย แต่ปัญหาคือยังไม่ได้งานทำ
ตอนนี้ได้งานของเธอไป ก็ถือว่าเป็เื่ดี
ที่บ้านมีแค่อวิ๋นโหย่วฝูอยู่คนเดียว เขากำลังทำอาหารอยู่โดยใช้มือข้างที่ไม่ได้รับาเ็
อวิ๋นซานเดินเข้าไปรับ่ต่อ “แล้วคุณย่าล่ะคะ?”
ย่าอวิ๋นเอาอวิ๋นโหย่วฝูมาเป็ข้ออ้าง บอกว่าต้องดูแลอาการาเ็ของเขา รอให้เขาดีขึ้นกว่านี้ก่อนแล้วค่อยกลับหมู่บ้านต้าเหอ แต่ตอนนี้ไปไหนล่ะ?
“บอกว่าเป็ห่วงอ้ายจวิน เลยไปช่วยจัดห้องหอให้เขาน่ะ” อวิ๋นโหย่วฝูตอบลูกสาว
อวิ๋นซานถอนหายใจ อย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด
...
ย่าอวิ๋นมาถึงห้องของอวิ๋นอ้ายจวิน คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันแน่น ห้องมันทั้งเล็กและทรุดโทรมเกินไปแล้ว
ถึงแม้จะเป็บ้านที่มีรั้วล้อม แต่ก็ต้องอยู่ร่วมกับเ้าของบ้านเช่า เ้าของบ้านคนนี้สร้างห้องแถวชั้นเดียวไว้หนึ่งแถว แล้วปล่อยห้องที่อยู่ริมสุดให้อวิ๋นอ้ายจวินเช่า ซึ่งก่อนหน้านี้มันเคยเป็ห้องเก็บของ ผนังและพื้นห้องเลยทรุดโทรมมาก
อวิ๋นอ้ายจวินไปหาหนังสือพิมพ์เก่า ๆ มาแปะปิดผนังห้อง ภายในห้องไม่มีอะไรเลย ยังต้องซื้อเตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ และเก้าอี้เข้ามาอีก
ย่าอวิ๋นยืนคิดคำนวนเงินอยู่ข้าง ๆ ค่าเช่าห้องก็หมดไปก้อนหนึ่งแล้ว ค่าเตียง โต๊ะ เก้าอี้อีก ก็ต้องหมดเงินอีกก้อนใหญ่ ทำเอาเธอปวดใจจนตัวสั่น
“แค่ห้องเช่าโทรม ๆ แบบนี้ ค่าเช่ายังตั้งสิบหยวน ปล้นกันชัด ๆ เลย!”
ย่าอวิ๋นบ่นเป็ชุด บ่นไปบ่นมาก็คิดอะไรได้ “อวิ๋นเจิน บ้านของอารองเธออยู่ไหน? ใหญ่ไหม? มีกี่ห้อง? ถ้าเขาไม่ยอมให้พี่ชายเธอเช่าก็ปล่อยเช่าไปเลยสิ ทุกเดือนก็จะมีรายได้เข้ามา”
ั้แ่อวิ๋นเจินถูกเรียกตัวไปสถานีตำรวจ ในหมู่บ้านก็เริ่มมีข่าวลือว่าเธอทำเื่ผิดกฎหมาย ตอนนี้เวลาเธอกลับไปที่หมู่บ้านผู้คนก็จะพากันซุบซิบนินทา ต่อให้เธอขังตัวเองอยู่ในบ้านก็ยังมีคนมาแอบฟังอยู่หน้าประตู
พอได้ยินว่าอวิ๋นอ้ายจวินแต่งงานกับหูฟางและกำลังจะแต่งห้องหอ เธอก็รีบเข้าเมืองมา บอกว่าจะมาช่วย ถ้ายังอยู่ที่หมู่บ้านต่อไปเธอคงเป็บ้าไปแล้วแน่ ๆ
พอได้ยินคุณย่าอวิ๋นพูดถึงครอบครัวอารอง แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ตอนนี้เธอกลายเป็เหมือนหนูที่น่ารังเกียจของคนในหมู่บ้าน ทั้งหมดเป็เพราะอวิ๋นซาน!
แต่ก่อนยังมีแม่สื่อมาทาบทาม แต่เธอไม่ชอบพวกนั้นเลยให้ที่บ้านปฏิเสธไป ตอนนี้ต่อให้เป็ขอทานเธอก็ไม่สนแล้ว!
“ไม่รู้ล่ะ” ใครจะไปช่วยบ้านนั้นหาคนเช่าบ้านกีน กลัวว่าเงินจะเหลือใช้หรือไง?
ย่าอวิ๋นกังวลเกี่ยวกับเงินเลี้ยงดูของตัวเอง “แกไม่รู้อะไร อวิ๋นซานถูกทางโรงงานไล่ออกแล้ว ตอนนี้อารองแกก็ยังไม่ได้ทำงาน คนในบ้านตั้งหลายปาก ต้องกินต้องใช้ ถ้าไม่บอกให้เขาเอาบ้านไปล่อยเช่า ฉันก็จะไม่ได้รับเงินเลี้ยงดู”
“อวิ๋นซานถูกทางโรงงานไล่ออกแล้วเหรอคะ?” อวิ๋นเจินหัวเราะออกมาทันที “สมน้ำหน้า นั่นแหละผลของการทำตัวอวดดี”
แม้ว่าย่าอวิ๋นจะไม่ชอบหลานสาวคนนั้น แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะต้องตกงาน ไม่อย่างนั้นแล้วเงินเลี้ยงดูของเธอจะมาจากไหน “พูดอะไรแบบนั้น”
“คุณย่า หนูว่าพี่สาวคนนี้ตกงานก็ดีแล้ว อยู่บ้านอารองมาหลายวัน ไม่รู้สึกว่าเธอหยิ่งยโสเกินไปหน่อยเหรอคะ ย่าลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอใส่ร้ายครอบครัวใหญ่ว่ายังไง? บอกว่าพวกเราร่วมมือกันจะแย่งงานและบ้านของเธอ แล้วยังมาตบตีหนูอีก แล้วยังไล่พ่อแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ของหนูออกไปอีก ย่าลืมไปหมดแล้วเหรอคะ?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ตอนนี้พี่รองก็คงไม่ต้องออกมาเช่าบ้านอยู่แบบนี้ อารองกับอาสะใภ้ก็คงไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลของเธอ จนไม่ยอมให้พวกเราอาศัยบ้านอยู่หรอก ตอนนี้พี่รองยังหางานไม่ได้ ค่าเช่าบ้านเดือนละสิบหยวนต้องให้พี่สะใภ้ออก แบบนี้แล้วพี่รองของหนูจะมีศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายอยู่อีกเหรอ?”
“หึ อวิ๋นซานตกงานไปเลยก็ดี พอไม่มีรายได้แล้วจะมาทำตัวอวดดี คอยบงการอารองกับอาสะใภ้ยังไง?”
ย่าอวิ๋นโดนหลานสาวโน้มน้าวจนคล้อยตาม ก็จริงอย่างที่หลานสาวพูด เมื่อหลายวันก่อนอวิ๋นซานยังมาบอกว่าที่บ้านนั้นเธอเป็คนตัดสินใจ
“คุณย่าค่ะ ถึงอวิ๋นซานจะตกงาน แต่เธอก็ยังมีอารองกับผู้ชายแซ่หลินนั่นไม่ใช่เหรอ? ยังมีพวกเขาคอยหาเงิน ย่าไม่ต้องห่วงหรอก เงินเลี้ยงดูของย่ายังไงก็ต้องมีแน่”
ย่าอวิ๋นบ่นพึมพำว่า “ได้ยินมาว่าสามีของเธอหนีไปแล้ว”
ได้ยินแบบนั้นอวิ๋นเจินหัวเราะอีกครั้ง หนีไปได้ก็ดี อวิ๋นซานร้ายกาจแบบนั้น สมควรแล้วที่ไม่มีใครเอา
หลังจากนั้นอวิ๋นอ้ายจวิน อวิ๋นโหย่วเต๋อ หงชุนฮวา หูฟางและคนอื่น ๆ ก็รู้ว่าอวิ๋นซานตกงาน พวกเขารู้สึกยินดีมากถึงกับเกือบจะจุดประทัดฉลองกันเลยทีเดียว
พวกเขายังอยากจะรอดูอวิ๋นโหย่วฝูตกงานอีกคน เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะได้กลับไปทำนาที่หมู่บ้านเหมือนกัน
...
อวิ๋นซานไม่รู้ถึงความคิดแอบแฝงของครอบครัวใหญ่ แม้ว่าจะรู้เธอก็ไม่ได้สนใจ
ตอนนี้ปกเสื้อเสร็จไปชุดหนึ่งแล้ว เธอจึงตั้งใจจะเอาไปลองขายดูว่าจะขายได้หรือไม่
พานหงเสียจะไปด้วย ่นี้การเป็พ่อค้าแม่ค้าถือเป็เื่ที่ไม่ค่อยมีหน้ามีตาในสังคม มักจะถูกคนอื่นดูถูก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นลูกสาวซื้อผ้ามาเยอะแยะ พานหงเสียก็คงไม่ยอมให้ลูกสาวมาเป็แม่ค้าแบบนี้หรอก
“ไม่ต้องหรอกค่ะแม่” อวิ๋นซานปฏิเสธอย่างแน่วแน่ ข้างนอกอากาศหนาว งานที่ทำคนเดียวได้ก็ไม่จำเป็ต้องให้ใครต้องมาลำบากด้วย อีกอย่างดูท่าทางแล้ว พานหงเสียคงอยากจะพาช่านช่านไปด้วย เด็กเล็ก ๆ ยิ่งไม่ควรต้องมาทนหนาว
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะใกล้ปีใหม่แล้ว แต่โรงงานหลายแห่งก็ยังไม่หยุดงาน ยังคงเร่งผลิตสินค้ากันอยู่
อวิ๋นซานเข็นรถตัวเองออกมา แล้วเอาตะกร้าผ้าผูกไว้ที่เบาะหลัง จากนั้นก็ตรงไปที่หน้าโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์
ยุคสมัยนี้ คนที่มีกำลังซื้อล้วนเป็คนที่มีงานการทำทั้งนั้น การมาขายของหน้าโรงงานแบบนี้ ไม่ผิดหวังแน่นอน
เมื่อมาถึงที่หมาย อวิ๋นซานจอดจักรยานเปิดตะกร้าผ้าที่อยู่ด้านหลังรถ แล้วนำเสื้อตัวอย่างสองตัวมาแขวนไว้ ตัวหนึ่งเป็เสื้อแขนยาวคอกลมติดปกเสื้อปลอม อีกตัวหนึ่งเป็เสื้อคอวีติดปกเสื้อปลอมเช่นกัน เธอเองก็สวมเสื้อแบบเดียวกันนี้ เพื่อโชว์ปกเสื้อ เธอจึงมัดผมขึ้นทั้งหมด
พานหงเสียถักเสื้อไหมพรมเป็ ั้แ่สองปีก่อนเธอถักให้อวิ๋นซานสองตัว แต่เพื่อนำมาโชว์ อวิ๋นซานจึงไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้ามาหนึ่งตัว ส่วนสองตัวที่เธอถักเองเป็แบบธรรมดา ตัวหนึ่งสีชมพูอมแดง อีกตัวหนึ่งสีน้ำตาล สีก็ไม่ได้สวยสด ตัวหนึ่งเธอใส่จนเป็ขุยแล้วแต่พอนำปกเสื้อมาติดเข้าไป ก็ดูดีขึ้นไม่น้อย
เวลาเลิกงานของโรงงาน เหล่าคนงานก็ทยอยกันเดินออกมา
เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ใบหน้าสะสวยสะดุดตา ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงต่างก็อดไม่ได้ที่จะมองเธออีกสองสามครั้ง ตอนแรกยังไม่รู้ว่าเธอมาขายของ นึกว่ามารอใครอยู่
มีคนใจดีเดินเข้ามาถามอวิ๋นซานว่า “สหาย เธอมารอใครหรือเปล่า?”
อวิ๋นซานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับอย่างเขินอายว่า “ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ ฉันมาขายของค่ะ”
คนนั้นก็อึ้งไปเช่นกัน แล้วหันไปมองที่รถจักรยานของเธอ เห็นเสื้อผ้าสองตัวแขวนอยู่ “สหาย ขายเสื้อผ้าเหรอ?”
“ไม่ใช่ค่ะ ขายปกเสื้อค่ะ คุณดูสิคะ ปกเสื้อที่อยู่บนเสื้อนั่นแหละ สามารถถอดออกได้ แต่พอติดเข้าไปแล้ว ด้านในก็เหมือนใส่เสื้อเชิ้ตเลย”
อีกฝ่ายทำตาโตทันที “ไอหยา แบบนี้ก็ได้เหรอเนี่ย? แล้วแบบนี้มันขายยังไง?”