หอมยิ่งนักกลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์นี่ราวกับน้ำผึ้ง
ฟ่านเสวี่ยหลีตื่นขึ้นจากความอ่อนแอขั้นสุดเขาได้กลิ่นหอมนี้ก่อนเป็อันดับแรก จากนั้นเขาพลิกมือคว้าตามสัญชาตญาณ จับไปยังมือของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งพิงอยู่ข้างกายเขา
มันเป็อาการสืบเนื่องจากการถูกทรมานอย่างโหดร้ายโดยราชินีชิงซี
เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ฟ่านเสวี่ยหลีก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์“เสี่ยวอวี้ เ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าก็คือน้อยสาวที่เป็ดั่งองค์หญิงในเทพนิยายเสี่ยวอวี้ผู้น่าทะนุถนอม
เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตนสลบไปเพราะใช้เพลิงสัจธรรมจนเกินขีดจำกัดหลังจากนั้นก็ถูกช่วยไว้โดยหญิงสาวที่ท่าทางหยิ่งทะนง แล้วเขามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร
ฟ่านเสวี่ยหลียิ่งใเมื่อพบว่าข้างกายของเสี่ยวอวี้ยังมีท่านแม่อยู่ด้วยใบหน้าของท่านแม่ดูกังวลใจส่วนด้านหลังของพวกนางก็มีสาวใช้ชุดเขียวกำลังยืนอย่างสง่างาม กำลังถือชาหอมแก้วหนึ่งไว้
ดูจากท่าทางการเดิน มารยาทและบุคลิกของสาวใช้ผู้นี้มันเป็บุคลิกของหญิงสาวชนชั้นสูที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างใฝ่ฝันแน่นอน
เสี่ยวอวี้พูดอย่างประหลาดใจว่า “ท่านพี่ ในที่สุดก็ตื่นเสียที” นางกอดแขนฟ่านเสวี่ยหลีแน่น“สามวันมานี้ ท่านทำให้ข้าและท่านแม่เป็ห่วงแทบแย่”
นางรักพี่ชายอย่างยิ่ง
ส่วนแม่ของฟ่านเสวี่ยหลีก็พูดอย่างแ่เบาว่า “ใช่แล้ว สามวันมานี้หากไม่ได้แม่นางเสี่ยวอวิ๋นคอยดูแลเ้าอยู่ตลอดและใช้ธูปหอมชิงเยว่กับผลแปะฮะชำระจิตชั้นยอด เกรงว่าเ้าคงไม่ฟื้นตัวเร็วเช่นนี้”นางชี้ไปที่สาวใช้ชุดเขียวข้างกาย
ธูปหอมชิงเยว่เป็ธูปหอมหายากที่มีสรรพคุณดึงสติส่วนผลแปะฮะชำระจิตก็เป็ยาวิเศษชั้นเลิศที่สามารถเรียกคืนสติซึ่งมีเงินก็ไม่อาจหาซื้อได้
ฟ่านเสวี่ยหลีใเพราะคาดไม่ถึงว่าตนสลบไปถึงสามวันอีกทั้งยังได้รับยาวิเศษล้ำค่าเช่นนั้นด้วยจึงหันไปพูดกับสาวใช้ชุดเขียวอย่างอดใจไม่ได้ว่า“ขอบคุณแม่นางเสี่ยวอวิ๋นที่ช่วยชีวิต ข้าน้อยซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
ในขณะเดียวกันเขาก็เห็นิญญาาาบัลลังก์ทมิฬกำลังยืนอยู่ในความมืดตรงด้านหลังเสี่ยวอวิ๋นเงียบๆ
ก่อนตายาาบัลลังก์ทมิฬมีตบะอันแข็งแกร่ง พอกลายเป็ิญญาพลังของเขาก็ลดหายไปกว่าครึ่ง คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่ในยามวิกฤตเขาสามารถแปลงเป็เงามืดที่มีพลังป้องกันอันแข็งแกร่งเพื่อปกป้องฟ่านเสวี่ยหลีได้
การมีอยู่ของิญญาาาบัลลังก์ทมิฬทำให้ฟ่านเสวี่ยหลีวางใจลงไม่น้อย
สาวใช้ชุดเขียวเสี่ยวอวิ๋นคำนับฟ่านเสวี่ยหลีแล้วพูดว่า“คุณชายไม่ต้องเกรงใจ ข้าเป็เพียงสาวใช้ของคุณหนูใหญ่เท่านั้น คุณชายเพิ่งหายดียังต้องพักฟื้นอีกมาก ตอนนี้คุณหนูใหญ่มีธุระ พรุ่งนี้จึงจะกลับมา”
แม้นางจะพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจ แต่เมื่อพูดถึงคุณหนูใหญ่ใบหน้าของนางกลับมีความเคารพและให้เกียรติสุดแสน
ฟ่านเสวี่ยหลีชะงักไปครู่ แล้วพูดว่า “ไม่ทราบว่าคุณหนูใหญ่คือใครหรือ”
อีกฝ่ายไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเขา อีกทั้งยังพาเสี่ยวอวี้และท่านแม่มาได้ด้วยเห็นได้ชัดว่าฐานะไม่ธรรมดา
ขณะที่สาวใช้ชุดเขียวกำลังจะตอบทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากนอกหน้าต่าง “พี่สาวข้าหยิ่งทะนงไร้ที่เปรียบคนธรรมดาจะรู้จักได้อย่างไร”
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างไม่สนสิ่งใด สีหน้าวางมาดถือดีอย่างผู้าุโและมีความเสเพลเล็กน้อยอีกทั้งยังมีรอยยิ้มชั่วร้าย
ความไม่พอใจต่อฟ่านเสวี่ยหลีที่เขาเก็บซ่อนไว้ในใจแสดงออกผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน
สาวใช้ชุดเขียวกล่าวอย่างแ่เบา “ผู้น้อยคารวะคุณชายรอง”
ถึงแม้สาวใช้จะทำความเคารพแต่ใบหน้ากลับแน่นิ่งราวกับเป็คนสถานะเท่ากันไร้ซึ่งท่าทางเคารพนับถือเฉกเช่นสาวใช้ทั่วไปพึงมีต่อเ้านาย นางราวกับมีท่าทางหยิ่งทะนงเฉกเช่นเ้านายดูเหมือนว่าคุณหนูใหญ่ผู้นี้จะไม่ธรรมดา
คุณชายรองโบกมือพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของฟ่านเสวี่ยหลีแล้วพูดว่า“พี่สาวของข้าเ็าต่อผู้อื่นเสมอมา และยิ่งไม่สนใจเพศตรงข้ามมีผู้คนในเมืองฉางซานตามจีบนางตั้งไม่รู้เท่าใด ทว่าไม่มีใครได้เห็นรอยยิ้มของนางสักคนแต่คุณชายเจ็ดตระกูลฟ่านอย่างเ้ากลับลำบากพี่สาวข้าต้องคอยเก็บและปรุงยาผลแปะฮะชำระจิตทุกวัน!”
เขามีนามว่าอิงเทาเขาทะนงตัวว่าอนาคตตนจะแข็งแกร่งดั่งคลื่นสมุทรั์ที่สามารถซัดกวาดทั้งอาณาจักรต้าเซี่ยแต่น่าเสียดายที่เขาบ่มเพาะวิชาอย่างหนักก็ไม่อาจบรรลุได้จนถึงทุกวันนี้เมื่อยากจะระบายความกลัดกลุ้ม นานวันเข้าจึงเกิดเป็นิสัยตามใจตัวเอง แต่แม้เขาจะเป็ชายเสเพลกลับไม่เคยก่อเื่เลวร้าย เนื่องจากเขามีบรรทัดฐานในใจ
หัวใจของเขามีคนหนึ่งที่อยากจะปกป้อง ซึ่งก็คือพี่สาวของเขา
ดังนั้นเมื่อรู้ว่าพี่สาวพาชายแปลกหน้ากลับมาดูแลเช่นนี้เขาจึงอดไม่ได้ต้องมาตักเตือนเสียหน่อย
เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นเมื่อสังเกตห้องส่วนตัวที่ตนอยู่จากรูปภาพทั้งหลายที่ติดบนผนังที่ทำให้เห็นถึงความแยบยลและโดดเด่นอีกทั้งยังมีมูลค่าไม่น้อย เมื่อเชื่อมโยงกับคำพูดของอีกฝ่าย คุณหนูใหญ่ที่อีกฝ่ายพูดถึงอาจจะเป็ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเ้าเมืองฉางซาน!
หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งฉางซานอิงหราน!
เมื่อเป็เช่นนี้ ฟ่านเสวี่ยหลีก็ยิ่งรู้สึกสงสัยเหตุใดอิงหรานที่ไม่รู้จักตนมาก่อนถึงมาช่วยเหลือตนกัน
แต่เขาเคยเป็ถึงองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรไท่เฮ่าย่อมเคยเห็นองค์หญิงมามากมาย เพียงอิงหรานคนเดียวไม่อาจทำให้เขาหวั่นไหวได้อีกทั้งคุณชายรองผู้นี้ยังตั้งตัวเป็ศัตรูกับเขาอีก
ฟ่านเสวี่ยหลีเพียงจ้องมองร่างกายของอีกฝ่ายแล้วพูดอย่างเฉยเมยว่า“ธาตุทั้งห้าของเ้าแปรปรวน เกิดมาพร้อมปราณหยางเพลิงหยินกลับเลือกบ่มเพาะวิชาธาตุหยางบริสุทธิ์ จึงไม่แปลกที่ทำให้เ้าเกิดโรคภัยซ่อนเร้นเ้าไม่มีปัญญาแม้แต่จะดูแลตัวเอง กลับมายุ่งเื่ของข้า เ้าไม่กลัวว่าโรคซ่อนเร้นจะรุนแรงขึ้นหรือ”
เขามองออกถึงสภาพร่างกายของอีกฝ่ายได้ด้วยการมองครั้งเดียวในฐานะปรมาจารย์ปรุงยา การสังเกตถือเป็ทักษะพื้นฐาน ตอนนั้นเขายังมองออกถึงปัญหาในสูตรโอสถของอาจารย์ฟางการมองออกถึงโรคซ่อนเร้นของอีกฝ่ายในเวลานี้ย่อมเป็เื่ง่าย
ถึงแม้อิงหรานมีบุญคุณช่วยชีวิต อนาคตเขาจะต้องตอบแทนแต่สถานะอย่างเขายังต้องให้ผู้อื่นมาตักเตือนอีกหรือ
คุณชายรองผู้นี้อารมณ์ร้อนเมื่อได้ยินคำสั่งสอนจากฟ่านเสวี่ยหลีจึงพูดอย่างอดใจไม่ได้ว่า“เ้าแอบสืบเื่ของข้ามาหรือ” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะทำทุกวิธีเพื่อเข้าใกล้พี่สาวของตนรู้แม้กระทั่งประเภทวิชาที่ตนบ่มเพาะ ช่างต่ำช้าเสียจริง!
เขาย่อมไม่เชื่อว่าชายหนุ่มอายุเท่าตนที่อยู่ตรงหน้าจะมองเห็นปัญหาร่างกายของเขาด้วยการมองเพียงครั้งเดียว
ในความคิดของเขา พี่สาวของตนเป็ถึงผู้ที่์คุ้มครองมีเพียงยอดบุรุษในอาณาจักรต้าเซี่ยตลอดจนเทพวรยุทธ์หนุ่มหรืออาจารย์ปรุงยาแห่งเทือกเขาคุนหลุนเท่านั้นที่คู่ควรกับนางหลายวันที่ผ่านมาเขาสืบรู้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็เพียงคนอ่อนแอ ไร้ความสามารถ!
และตอนนี้ยังมีภาพจำเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างคือ ชั่วร้าย
“เกรงว่าทุกวันเ้าจะปวดที่จุดเทียนหลิง[1]อยู่บ่อยครั้งใช่หรือไม่ หากปล่อยไว้อีกหน่อย จุดเทียนหลิงจุดจงฮุ่ย[2]และจุดจิ่วจ่วน[3]จะปวดพร้อมกัน ถึงตอนนั้นเกรงว่าเส้นลมปราณของเ้าคงจะเสียหายหมดแล้ว”ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมย
หากอีกฝ่ายใช้สมองเสียหน่อย ก็จะรู้ถึงคุณค่าของคำพูดตน
“นี่เ้า...” คุณชายรองจ้องมองฟ่านเสวี่ยหลีราวกับเห็นผี
เดิมที่เขากำลังเกรี้ยวโกรธอย่างมากแต่เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีพูดถึงอาการป่วยซ่อนเร้นของเขาได้อย่างแม่นยำก็ทำให้เขาตกตะลึง
เขามีธาตุหยางแต่กำเนิด แต่ร่างกายกลับแฝงด้วยธาตุหยินที่กำจัดไม่หายกล่าวกันว่าเขาได้รับธาตุหยินมาเพราะตอนเด็กเคยหลบฝนในถ้ำน้ำแข็งที่เย็นชื้น
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เส้นทางการบ่มเพาะของเขาเต็มไปด้วยอุปสรรคอีกทั้ง่นี้เขาก็จะปวดที่จุดเทียนหลิงวันละหลายครั้ง
“กลับไปไตร่ตรองตัวเองให้ดี เมื่อเ้าคิดออกแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาหาข้า” ฟ่านเสวี่ยหลีโบกมือ
ด้วยนิสัยแต่เดิมของอิงเทาจะต้องโต้เถียงแน่นอน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดคำพูดเมื่อครู่นี้ของฟ่านเสวี่ยหลีกลับดังก้องอยู่ในสมองของเขาอย่างต่อเนื่องราวกับถูกปีศาจควบคุมจนทำให้เขาเดินจากไปอย่างเชื่อฟัง
เพราะเขาเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาในใจ ‘ฟ่านเสวี่ยหลีที่อยู่ตรงหน้าอาจเป็หมอใหญ่ที่สามารถรักษาโรคซ่อนเร้นของข้าได้’
เมื่อเห็นเช่นนี้เสี่ยวอวิ๋นสาวใช้ชุดเขียวที่แต่เดิมหยิ่งทะนงก็เผยสีหน้าตะลึงท่าทีที่มีต่อฟ่านเสวี่ยหลีก็ยิ่งเคารพยำเกรงมากขึ้น
คุณชายรองดื้อรั้นและอวดดีมาโดยตลอด เขาเป็ดั่งปีศาจร้ายที่คนในจวนเ้าเมืองต่างหวาดกลัวแต่ตอนนี้กลับใจนเดินกลับไปด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของฟ่านเสวี่ยหลี ดูเหมือนคุณหนูใหญ่ได้ช่วยชีวิตชายหนุ่มที่ไม่ธรรมดาไว้เสียแล้ว!
หรือว่าชายหนุ่มผู้นี้จะเป็หมอใหญ่จริงๆ
เสี่ยวอวิ๋นพลันโค้งคำนับแล้วเดินออกไปเห็นได้ชัดว่านางจะไปแจ้งเื่นี้ให้คุณหนูใหญ่ทราบโดยเร็ว
เมื่อเห็นคุณชายรองและเสี่ยวอวิ๋นจากไป แม่ของฟ่านเสวี่ยหลีจึงโล่งใจสายตาที่มองไปยังฟ่านเสวี่ยหลีเผยถึงความรู้สึกที่แท้จริง และน้ำตาก็ไหลรินออกมา“หลี่เอ๋อร์ ในที่สุดลูกก็หายดีแล้ว”
ตลอดสามวันที่ผ่านมา ไม่รู้ว่านางเป็ห่วงมากเพียงใด
ตอนแรกหัวหน้าพ่อบ้านถูกฆ่ากะทันหัน จากนั้นองครักษ์ตระกูลฟ่านกลุ่มหนึ่งก็แห่กันมาจะจับพวกนางอย่างโกรธเกรี้ยวแต่ก็ถูกเสี่ยวอวิ๋นที่อยู่ตรงหน้าช่วยเอาไว้หลังจากที่พวกนางถูกพามายังจวนเ้าเมือง ฟ่านเสวี่ยหลีก็นอนสลบอยู่บนเตียงแล้ว
ใน่หลายวันที่ผ่านมา เมืองฉางซานยังปิดเมืองเป็เวลาสามวันกล่าวกันว่าผู้าุโตระกูลฟ่านอย่างซ่งเิเฉวียนและคุณชายรองตระกูลฟ่านอย่างฟ่านอินเหวินก็ตายตกเช่นกันซึ่งหนึ่งในผู้ต้องสงสัยก็คือฟ่านเสวี่ยหลี!
นางและเสี่ยวอวี้นอนไม่หลับมาหลายคืนกลัวว่าวันใดวันหนึ่งจะถูกคนจับได้ว่าอยู่ที่นี่ส่วนฟ่านเสวี่ยหลีก็ถูกคนของตระกูลฟ่านจับตัวไป
“ท่านแม่วางใจเถิด ในเมื่อข้าหายดีแล้วหลังจากนี้จะไม่เกิดเื่อะไรขึ้นอีก” ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเคร่งขรึม
เขามองเห็นความกังวลจากสายตาของท่านแม่เขาจึงแสดงเนื้อกายขั้นสี่ระดับบ่มเพาะเส้นเอ็นออกมาอย่างไม่ลังเลเส้นเอ็นทั่วกายของเขาเปล่งประกายแสงสีขาวแวววาว
“บ่มเพาะกระดูกจนเข้าเส้นเอ็น! ระดับการบ่มเพาะเส้นเอ็น!” เสี่ยวอวี้โพล่งออกมาใบหน้าของนางแดงก่ำและไม่กล้าเชื่อว่าพี่ชายที่อยู่ตรงหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าทึ่งเช่นนี้
ก่อนหน้านี้พี่ชายเป็เพียงเนื้อกายขั้นสองไม่ใช่หรือ เหตุใดจู่ๆจึงบรรลุเป็เนื้อกายขั้นสี่ได้กัน
“แสงทองแห่งโชคชะตา!” ท่านแม่สีหน้าเปลี่ยน เมื่อเทียบกับระดับบ่มเพาะเส้นเอ็นแล้วนางยิ่งเข้าใจถึงความหมายของแสงทองแห่งโชคชะตาดี
ความมืดมนในสายตาของสตรีทั้งสองคนกลับกลายเป็แสงสว่างที่เจิดจรัสยิ่งกว่าดวงดาวเต็มท้องฟ้า!
ตอนนี้น้ำตาของท่านแม่พลันเปลี่ยนเป็น้ำตาแห้งความสุขใบหน้าและร่างกายของเสี่ยวอวี้ก็ปรากฏความเลื่อมใสดั่งนักบุญหญิง “์คุ้มครอง!”
[1] จุดเทียนหลิง อยู่บริเวณกลางคอด้านหลังสูงขึ้นไป1.3 นิ้ว แถวๆ ไรผม
[2] จุดจงฮุ่ย อยู่บริเวณกลางศีรษะ
[3] จุดจิ่วจ่วน อยู่บริเวณแนวสันหลัง