ผ่านไปราวสามสิบลมหายใจเปลวไฟสีน้ำเงินอันร้อนแรง เริ่มหลอมน้ำหลากสีจากส่วนผสมหลายชนิดจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันและกลั่นสิ่งเจือปนออกทีละน้อย จนในที่สุดจากน้ำหลากสีกลายเป็นของเหลวสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ของเหลวสีขาวเริ่มเหนียวหนืดจนคล้ายเป็นก้อนแป้ง
กังหลงถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเคยปรุงโอสถปราณเมฆินทร์มาหลายครั้งแล้ว แต่การหลอมส่วนผสมและสกัดสิ่งเจือปนทั้งหมดให้ออกไป จนกลายเป็นส่วนผสมที่บริสุทธิ์พร้อมที่จะขึ้นรูปโอสถ ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการปรุงโอสถ
เพราะขั้นตอนนี้มีโอกาสเกิดการล้มเหลวได้มากที่สุดถึงห้าในสิบส่วน หากสามารถผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ และสามารถขึ้นรูปโอสถได้ โอกาสหลอมโอสถให้สำเร็จก็มีถึงแปดในสิบส่วน แต่จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้การขึ้นรูปโอสถของกังหลงเป็นไปอย่างง่ายดาย
ขณะลดระดับความร้อนของเปลวไฟลงนิดหนึ่งและทำการขึ้นรูปโอสถ กังหลงใช้พลังปราณบังคับฝาเตากลั่นลอยขึ้นไปปิด และเร่งกำลังไฟขึ้นทีละนิดจนได้ระดับ
ผ่านไปครึ่งชั่วยามฉับพลันปราณฟ้าดินและพลังวิญญาณธรรมชาติรอบข้างเริ่มปั่นป่วนเหมือนเตากลั่นกำลังดึงดูดปราณเหล่านี้เข้าไปในเตาจนเริ่มเกิดพายุหมุนขนาดใหญ่ขึ้นบนท้องฟ้าเหนือเตา
"เปรี้ยง"
เกิดสายฟ้าสีน้ำเงินขึ้นและผ่าฟาดไปยังใจกลางของพายุหมุน ส่องประกายแปลบปลาบตลอดเวลา
"โอ !! ถึงกับเกิดสายฟ้าหนึ่งสีขึ้น นี่บ่งบอกถึงคุณภาพโอสถ ระดับสูง เป็นโอสถบริสุทธิ์ชั้นหนึ่ง หากปรุงสำเร็จโอสถนี้จะมีคุณภาพมากว่าโอสถระดับเดียวกันถึงหนึ่งเท่าตัว"
เมื่อหลายคนได้เห็นพายุหมุนและสายฟ้านั้น ต่างขมวดคิ้ว คล้ายเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาจากที่ใด้ ทันใดนั้นได้มีเสียงพูดคุยกระหึ่มจากผู้คน ที่จำได้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดพายุหมุนนี้
"โอ !! นั่นมันพายุหมุนแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นทางด้านหลังภูเขา ก่อนเกิดแผ่นดินไหวใช่รึไม่ "
"อา ..คล้ายคลึงกันมาก หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานจะมีสาเหตุมาจากเจ้าหนุ่มคนนี้กัน"
"คงเป็นไปไม่ได้กระมัง เจ้าหนุ่มนี่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุดเท่านั้น"
"........."
เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วลานประลองแต่กังหลงหาสนใจไม่ สมาธิจิตขณะนี้ตรึงจดจ่ออยู่กับการปรุงโอสถเท่านั้น
"เจ้าหนุ่มนั่นถึงกับปรุงโอสถจนเกิดสายฟ้าหนึ่งสีขึ้นแสดงว่าโอสถที่ได้ต้องเป็นโอสถระดับสูง ระดับสวรรค์ขั้นหนึ่งจึงจะกำเนิดสายฟ้าหลากสีขึ้น"
ผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถกล่าวขึ้น
"โอสถระดับสวรรค์ เป็นเช่นไรรึผู้อาวุโสสูงสุด "
"โอสถระดับสวรรค์..!!ข้าเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก มันเป็นโอสถแบบใดกัน"
เหล่าฝูงชนผู้สนใจด้านโอสถที่นั่งใกล้เคียงต่างสอบถามขึ้น
"ระดับโอสถนั้นแบ่งจากความบริสุทธิ์ของโอสถ โอสถระดับสูง จะแบ่งเป็นระดับธรรมดา และระดับสวรรค์ "
"ระดับธรรมดาความบริสุทธิ์ของโอสถจะมีไม่ถึงสิบส่วนเนื่องจากไม่ได้ผ่านสายฟ้ากลั่นกรองจึงยังมีสิ่งเจือปนที่ทำให้โอสถส่งผลได้ไม่เต็มสิบส่วน"
"ส่วนโอสถระดับสวรรค์นั้น เป็นโอสถระดับสูงที่ผ่านสายฟ้ากลั่นกรองผ่านสายฟ้าหนึ่งสีเรียกว่า โอสถสวรรค์ชั้นที่หนึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าโอสถธรรมดาระดับสูงถึงหนึ่งเท่าตัวหากผ่านสายฟ้าสองสีเรียกว่า โอสถสวรรค์ชั้นที่สองจะมีประสิทธิภาพมากกว่าโอสถธรรมดาระดับสูงถึงสองเท่าตัวระดับชั้นของโอสถสวรรต์จึงขึ้นกับจำนวนสีของสายฟ้า โอสถระดับสวรรค์ชั้นสูงสุดคือ โอสถสวรรค์ชั้นที่เจ็ดที่สามารถผ่านการกลั่นกรองของสายฟ้าได้ถึงเจ็ดสี "
"แต่ใช่ว่าโอสถสวรรค์จะปรุงสำเร็จได้ง่ายๆในรอบร้อยปีที่ผ่านมาอาณาจักรเนตรอสูรยังมิเคยได้ยินว่ามีผู้ใดปรุงสำเร็จเลยเพราะผู้ปรุงต้องเป็นนักปรุงโอสถที่มีระดับพลังจิตวิญญาณที่สูงยิ่งและต้องมีความสามารถพอที่จะรับการโจมตีจากสายฟ้าหลากสีเหล่านั้นได้เช่นกัน การปรุงอาจง่ายดายสำหรับคนที่ฝึกฝนมาอย่างอดทนทุ่มเทจนชำนาญแต่การที่จะรับการโจมตีจากสายฟ้าหลากสีเหล่านั้นได้ต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถทางด้านเชิงยุทธด้วย "
" โดยส่วนใหญ่นักปรุงโอสถจะโดดเด่นเฉพาะทางด้านการปรุงโอสถเท่านั้น ยากยิ่งที่จะเจอนักปรุงโอสถที่มีความสามารถทางด้านปราณยุทธที่จะสามารถรับการโจมตีจากสายฟ้าได้ด้วยตนเองโอสถระดับสวรรค์จึงยากจะปรุงสำเร็จได้สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันโอสถระดับสวรรค์ได้บังเกิดขึ้นน้อยมากหากจะเกิดขึ้นได้แต่ละครั้งก็เพียงการที่นักปรุงโอสถเหล่านั้นอาศัยการช่วยเหลือจากจอมยุทธที่มีพลังฝีมือสูงที่สามารถรับการโจมตีจากสายฟ้าหลากสีได้สำเร็จเท่านั้น เรื่องราวเหล่านี้ล้วนบันทึกไว้ในคัมภีร์โอสถโบราณเท่านั้นจึงมิใคร่จะมีคนทราบ"
"คงต้องรอดูกันว่าเจ้าหนุ่มนี่จะสามารถรับสายฟ้าหนึ่งสีสายนั้นได้รึไม่ หากไม่สามารถรับได้การปรุงโอสถก็จะล้มเหลว และอาจต้องบาดเจ๊บสาหัสจนถึงขั้นชีวิตดับสิ้นไปก็เป็นได้"
"นับว่าเป็นคราเคราะห์ของเจ้าหนุ่มคนนี้โดยแท้ที่บังเอิญปรุงโอสถระดับสวรรค์ขึ้นมาในตอนนี้ปัจจุบันนี้ผู้ที่พอจะสามารถรับการโจมตีจากสายฟ้าหลากสีนี้ โดยยังรักษาชีวิตไว้ได้ต้องเป็นผู้ที่มีระดับปราณยุทธระดับปราณจักรพรรดิสงครามขึ้นไปเท่านั้น โอ้..!! ช่างน่าเสียดายอัจฉริยะด้านโอสถเยาว์วัยผู้นี้"
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งของสมาคมโอสถกล่าวอธิบายพร้อมทอดถอนใจ
" เฮ่อ...!!"
หลายคนที่ได้รับรู้เรื่องราวต่างต้องทอดถอนใจออกมารู้สึกเสียดายอัจฉริยะด้านโอสถที่เพิ่งถือกำเนิดมาให้เห็นในยุคนี้
ฝ่ายกังหลงนี่นับเป็นคราแรกที่การปรุงโอสถจนสามารถเกิดสายฟ้าหลากสีขึ้นมาจากความรู้ที่ได้จากเฒ่าเทียนคง ทำให้กังหลงทราบว่าเกิดอะไรขึ้นและควรจัดการอย่างไรต่อไป
การต้องรับการทดสอบของสายฟ้าหากเป็นก่อนหน้าที่กังหลงจะได้กลืนกินเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุเข้าไปถือว่าเป็นเรื่องที่เกินความสามารถจะรับได้ด้วยระดับปราณยุทธเพียงปราณราชันย์ และจะเป็นอันตรายจนถึงชีวิตได้แม้แต่จะเป็นถึงผู้มีปราณยุทธที่สูงกว่านี้ก็ตาม แต่เมื่อกังหลงมีวาสนาได้กลืนกินเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุเข้าไปสิ่งเหล่านี้นับไม่เป็นปัญหาใด ๆ ต่อให้โดนสายฟ้าวายุเป็นร้อย ๆ สายฟาดใส่พร้อมกันก็หาเป็นไรไม่ !!
พายุหมุนบนท้องฟ้าก่อตัวจนถึงที่สุดพร้อมสายฟ้าสีน้ำเงินที่ก่อตัวจนเห็นประกายแลบแปลบปลาบขนาดเท่าแขนทันใดนั้นสายฟ้าได้ฟาดเข้าใส่กังหลงจนเกิดเสียงดังกัปนาทไปทั่วบริเวณ
"เปรี้ยง"
กังหลงเกร็งลมปราณถ่ายทอดไปที่มือทั้งสองข้างพร้อมผลักขึ้นไปเบื้องบนศีรษะบังเกิดพลังสายฟ้าสีน้ำเงินขนาดใหญ่จากฝ่ามือทั้งสองพุ่งเข้าปะทะสายฟ้าจากด้านบนจนเกิดเสียงดังสนั่น
"บึ้ม"
ลานประลองสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นเสียงกรีดร้องอย่างตกใจของฝูงชนดังขึ้น
"ว้าย"
"ระวังเจ้าหนุ่ม"
แต่สิ่งที่เห็นทำให้ฝูงชนถึงกับตกตะลึงยิ่งกว่าเมื่อกังหลงกลับสามารถรับพลังสายฟ้าทั้งหมดไว้ได้สายฟ้าสีน้ำเงินจากด้านบนถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของกังหลงจนหมดสิ้น กังหลงรู้สึกเหมือนจุดจักระธาตุสายฟ้าได้หมุนวนดูดกลืนสายฟ้าเหล่านั้นเข้าไปอย่างตะกละตะกรามหมดสิ้นภายในอึดใจและรับรู้ได้ว่าปราณยุทธในกายแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย คำนึงขึ้น