เหมือนคุณชายรูปงามจะคุ้นเคยกับพื้นที่ในถ้ำเทพสถิตหลังนี้อย่างมากพวกเขาสองคนรอดพ้นจากอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่จนมาหยุดอยู่หน้าเรือนที่ห่างไกลได้ด้วยการนำทางของคุณชายรูปงาม
เรือนหลังนี้หลบอยู่ในมุมลึกที่สุดในถ้ำเทพสถิตประกอบกับมีกำแพงสูงบดบังสายตา ถนนหนทางซับซ้อน ทำให้คนทั่วไปไม่มีทางหาเรือนหลังนี้พบ
ต้องเข้าใจก่อนว่าถ้ำเทพสถิตนี้ไม่ใช่ถ้ำเทพสถิตธรรมดามันอัดแน่นไปด้วยอาคมผนึกมากมาย จึงเป็เื่ยากหากเหาะขึ้นไปบนกำแพงหรือมองลงมาจากบนฟากฟ้า ผู้ใดที่อาจหาญกล้าเหาะสูงก็มักพบเจอกับการโจมตีจากอาคมผนึก
ระหว่างที่กำลังเดินลัดเลาะอยู่ภายในถ้ำเทพสถิตเซียวจิ่งหยวนก็เห็นกับตาตัวเอง ว่ามีผู้บำเพ็ญแหกกฎเหาะขึ้นไปบนกำแพงสูงทว่ายังไม่ทันยืนได้อย่างมั่นคงก็มีอาวุธมากมายดาหน้าพุ่งเข้าใส่ เพราะความประมาททำให้เขาโดนอาวุธเข้าโจมตีจนร่างกายเต็มไปด้วยาแดังนั้นเซียวจิ่งหยวนจึงตระหนักได้ ว่าถ้ำเทพสถิตแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่จะมาวิ่งเล่นได้ตามอำเภอใจและไม่แปลกใจที่ผู้บำเพ็ญทั้งหลายจะไม่เหาะเหินเดินอากาศเปลี่ยนมาเดินดินเหมือนคนธรรมดาแทน
เพียงแต่ถ้ำเทพสถิตหลังนี้ซับซ้อนและกว้างใหญ่มากเสียยิ่งกว่าพระราชวังของฮ่องเต้หลายเท่าผู้ที่เข้ามาภายในเป็ครั้งแรกจะหลงและจับทิศทางไม่ถูกราวกับอยู่ในเขาวงกตหากไม่ใช่เพราะการนำทางของคุณชายรูปงาม เซียวจิ่งหยวนเองก็คงหลงทางอยู่ในถ้ำเทพสถิตนี้แน่นอน
และแน่นอนเซียวจิ่งหยวนต้องรู้สึกสงสัยจนเอ่ยถามพลางสังเกตเรือนตรงหน้า“เ้าเคยมาที่นี่เช่นนั้นหรือ”
“ข้าไม่เคยมาหรอก...แต่มีคนเคยมาที่นี่มาก่อน”สายตาคู่สวยของคุณชายรูปงามยกยิ้ม เสียงพูดไพเราะเสนาะหู “เขาวาดแผนที่เอาไว้ข้าอ่านแผนที่แล้วนำมาเทียบกับความเป็จริง จึงไม่หลงทางอย่างไรเล่า”
“เต๊าะ...” เซียวจิ่งหยวนเดาะลิ้นพลางคิดไตร่ตรอง“นี่คือหนทางรวยนี่นา เมื่อออกไปได้ ข้าจะเขียนแผนที่แล้วขายให้แก่คนที่้า”
“เช่นนั้นเ้าควรอดทนรอ...” คุณชายรูปงามเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“หวังว่าเ้าจะมีความอดทนรอเป็เวลาสามร้อยหกสิบปีได้”
“ก็จริง...แล้วเรือนหลังนี้คือที่ใดกัน”
เซียวจิ่งหยวนชะงักไปเล็กน้อยก่อนรีบเปลี่ยนเื่เพราะเขาสังเกตเห็นว่าแม้เรือนทั้งหลังจะปิดสนิทแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของคลื่นประหลาดเบาบาง
“ไม่รู้สิ” ไม่เหมือนที่คาดคุณชายรูปงามส่ายศีรษะเล็กน้อย “ข้าไม่รู้ว่าด้านในมีอะไรเช่นกันเพียงแต่ก่อนข้ามาที่นี่ ท่านพ่อเคยสืบหาแผนผังคร่าวๆ ของถ้ำเทพสถิตนี้ แล้วบอกข้าว่าเรือนหลังนี้อาจมีสมบัติซ่อนอยู่ดังนั้นข้าจึงมาที่นี่ตามคำแนะนำเท่านั้น”
คุณชายรูปงามอมยิ้มมุมปาก“คาดว่าเขาคงเดาถูก น่าเสียดาย หากเขาเดาผิดก็คงดีข้าจะได้ดึงเคราและหัวเราะเยาะเย้ยได้”
“ท่านพ่อของเ้าเป็คนที่มีความสามารถจริงๆ”
เซียวจิ่งหยวนไม่ได้เอ่ยถามว่าเหตุใดบิดาของคุณชายรูปงามถึงคาดเดาเช่นนั้นในเมื่อคาดเดาได้ถูกต้องก็ย่อมมีความเกี่ยวพันหรือบางอย่างเกี่ยวข้องเพียงแต่เขากลับมุ่งความสนใจไปที่ตัวเรือนตรงหน้ามากกว่าเบาะแสเ่าั้
เมื่อเซียวจิ่งหยวนดีดนิ้วแสงสีเงินก็เปล่งประกายวูบวาบ มุกสายฟ้าพุ่งตรงไปโจมตีประตูใหญ่อย่างรวดเร็ว
คนทั้งสองจ้องมุกสายฟ้าที่สว่างวาบหายไปอยู่หน้าประตูในชั่วพริบตาทันใดนั้นก็มีเื่ประหลาดเกิดขึ้น ประตูเรือนตรงหน้าเปิดออกกลืนกินมุกสายฟ้าให้หายเข้าไปภายในทว่าเมื่อมุกสายฟ้าหายเข้าไปแล้วกลับหายเงียบประหนึ่งโยนก้อนหินสู่ท้องทะเล ด้านหลังประตูดุจดังมีสัตว์ร้ายน่ากลัวหลบซ่อนอยู่เมื่อมันอ้าปากก็กลืนกินมุกสายฟ้าไปจนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย
เรือนแห่งนี้ราวกับปกคลุมอยู่ภายใต้ความมืดแม้ประตูเปิดแต่แสงสว่างด้านนอกไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปภายในได้ไอพลังงานประหลาดและน่ากลัวลอยทะลุผ่านหมอกหนาออกมา
“เมื่อกี้...เกิดอะไรขึ้น”
เซียวจิ่งหยวนใมองลอดเข้าไปภายในบานประตูอันดำมืด
ฟึ่บ!
ทันใดนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในอากาศแสงสีเขียวเรืองรองประหนึ่งสายฟ้าแลบสาดส่องเข้าไปในเรือน ตามด้วยแสงหลากสีดั่งสายรุ้งที่พุ่งเข้าไปในประตูก่อนแวบหายไปในชั่วพริบตา
“แย่แล้ว...” เซียวจิ่งหยวนทั้งใทั้งร้อนรนพูดขึ้นอย่างโกรธเคือง “พวกสารเลวเหล่านี้ตามพวกเรามาตลอดเลยเช่นนั้นหรือช่างเ้าเล่ห์เสียจริง”
“ฮิๆ ไม่เป็ไรหรอกข้ารู้ว่าพวกเขาตามมา...”
ไม่นึกเลยว่าคุณชายรูปงามจะยกมุมปากเผยรอยยิ้มอันเ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกออกมาให้เห็นดวงตาที่โค้งมนราวดวงจันทร์เปี่ยมล้นไปด้วยความพึงพอใจ
“ข้าตั้งใจล่อให้พวกเขาตามมา...” คุณชายรูปงามอธิบายการล่อให้ติดกับอย่างตั้งใจว่า“เรือนหลังนี้ไม่ใช่เรือนธรรมดาพวกเขาเข้าไปด้านในแล้วก็อาจช่วยพวกเราสืบเสาะเส้นทาง คอยรับหายนะแทนพวกเรา”
“เอ่อ…” เซียวจิ่งหยวนใจสั่นพูดอย่างประหลาดใจ “เ้ารู้ว่าที่นี่คือที่ใดงั้นหรือ”
“รู้สิ...ถ้าไม่รู้ข้าจะมาที่นี่เพื่อสิ่งใดกันเล่า”
คุณชายรูปงามคลี่ยิ้มพลางอธิบายต่อด้วยเสียงแ่เบา “ข้าจะบอกความจริงให้เ้าฟังเมื่อสามร้อยหกสิบปีก่อน ท่านพ่อข้าเคยเข้ามาในสระกระบี่เนินพยัคฆ์ มาที่ถ้ำเทพสถิตแห่งนี้จนมาพบที่นี่เข้า”
“ตอนนั้นท่านพ่อเข้าไปด้านในด้วยตัวคนเดียวและค้นพบบางอย่างเข้า” คุณชายรูปงามพักหายใจเล็กน้อย “น่าเสียดายที่ตอนนั้นเวลามีจำกัดเขาเข้าไปไปในเรือนหลังนี้ใน่ครึ่งวันสุดท้าย ยังไม่ทันสำรวจด้านในครบถ้วนสระกระบี่ก็จะปิดลงแล้วจึงทำได้เพียงนึกเสียดาย อันที่จริงไม่ได้เสียใจหรอก แต่เพียงยังติดค้างอยู่ในใจก็เท่านั้น”
คุณชายรูปงามยิ้มอ่อน “สามสี่ร้อยปีต่อมาด้วยระดับการบำเพ็ญในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เื่ที่จะบุกเข้าไปแย่งชิงสมบัติกับคนรุ่นหลังเลยบอกให้ข้ามาที่นี่”
“เป็เช่นนี้นี่เอง...” เซียวจิ่งหยวนเข้าใจทว่ากลับยังคงสงสัยอยู่บ้างเล็กน้อย “แล้วด้านในนั้นแท้จริงแล้วมีอะไรอยู่กันแน่”
“มีหุ่นเชิดห้าตัว!” คุณชายรูปงามพูดต่ออย่างไม่รีรอ“สมัยโบราณมีช่างมากฝีมือผู้หนึ่งรวบรวมโลหะเบญจธาตุก่อนจะเชิญเซียนและปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่จากทั่วทุกแห่งมาช่วยกันสังหารสัตว์ร้ายห้าตัวแล้วนำดวงใจของสัตว์ร้ายเ่าั้มาสร้างเป็หุ่นเชิดทั้งห้าตัวนี้ หุ่นเชิดกลไกห้าตัวนี้ล้วนสอดรับอยู่กับตำแหน่งของธาตุทั้งห้า”
แสงอันเลือนรางที่เปล่งประกายออกมาจากดวงตาของคุณชายรูปงามระคนด้วยความโหยหา“ท่านพ่อบอกว่า ท่านเซียนเนินพยัคฆ์ถือเป็ผู้มีความสามารถมาก และต้นกำเนิดแห่งความสามารถทั้งหมดของเขาล้วนมาจากหุ่นเชิดทั้งห้าตัวนี้นี่เอง”
“เ้าหมายความว่าอะไร”
เซียวจิ่งหยวนงุนงงและสับสนมาก
“ท่านพ่อของข้าเดาว่าท่านเซียนเนินพยัคฆ์คงได้รับหุ่นเชิดกลไกห้าตัวมานานจากนั้นเมื่อเขาทำความเข้าใจกับพลังอันยิ่งใหญ่ของหุ่นเชิดกลไกทั้งห้าตัวจนบรรลุพลังเต๋าอันยิ่งใหญ่จึงปรับแต่งให้หุ่นเชิดกลไกทั้งห้ากลายเป็อาวุธวิเศษประจำกาย” คุณชายรูปงามพูดต่อ“หรืออาจพูดได้ว่า หุ่นเชิดกลไกทั้งห้านี้เป็ดั่งอวัยวะของท่านเซียนเนินพยัคฆ์”
“อ๋า...”
เซียวจิ่งหยวนทั้งประหลาดใจและสงสัย“เป็ความจริงหรือ หากหุ่นเชิดทั้งหมดกลายเป็อวัยวะหนึ่งของเขาไปแล้ว เหตุใดภายหลังท่านเซียนเนินพยัคฆ์กลายเป็เซียนจึงไม่นำหุ่นเชิดกลไกพวกนี้ติดตัวไปด้วย”
“เพราะเขาเอาพวกมันไปด้วยไม่ได้”
คุณชายรูปงามส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนอธิบายต่อ“ท่านพ่อบอกว่า การกลายเป็เซียนคือการที่ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์มีเพียงจิติญญาเท่านั้นที่หลุดพ้นจากโลกนี้ไปได้ กายหยาบกับอาวุธต้องอยู่บนโลก ดังนั้นอาวุธวิเศษกับกระบี่บินจากเหล่าเซียนทั้งหลายจึงถูกส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น”
คุณชายรูปงามคลี่ยิ้มบาง “หากไม่เช่นนั้นเ้าคิดว่าเซียนทั้งหลายที่ใช้เวลาหลายร้อยปีในการขัดเกลารักษาอาวุธวิเศษประจำกายเหล่านี้มานานให้ตัวเองใช้อยู่ดีๆเหตุใดถึงต้องส่งต่อไปให้ลูกหลานของพวกเขาด้วยล่ะ”
“ก็จริงแฮะ”
เซียวจิ่งหยวนคลี่ยิ้มอ่อน “ข้าว่าแล้วมิน่าเล่าเหตุใดสมบัติทั้งหลายของเหล่าเซียนจึงมักจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตรายมากมายที่แท้ก็เป็เพราะเซียนผู้เคยสมบัติยังคงหวงแหนจึงตั้งใจเพิ่มความยากให้มากขึ้นเช่นนี้นี่เอง”
“ถูกต้องแล้ว”
คุณชายรูปงามหัวเราะร่าด้วยเสียงที่ไพเราะประหนึ่งกระดิ่งแกว่งไกวไปตามสายลม“ดังนั้นท่านพ่อจึงคอยย้ำกับข้าบ่อยครั้ง ว่าเมื่อใดที่เขาต้องจากโลกนี้ไปเขาจะหาตำแหน่งที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย แล้วตั้งค่ายกลที่แข็งแกร่งมากเอาไว้ แต่ภายในค่ายกลกลับไม่วางสิ่งใดเพียงแปะกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ พร้อมเขียนข้อความสลักสี่คำว่า...เ้าติดกับแล้ว”
คุณชายรูปงามพึงพอใจมาก “หากเป็เช่นนั้นจริงผู้ที่ลำบากฝ่าฟันอุปสรรคจนสำเร็จมาเห็นสี่คำนี้ คงต้องกระอักเืตายเป็แน่...”
“แน่นอนสิ”
เซียวจิ่งหยวนอดปาดเหงื่อไม่ได้ มีลางสังหรณ์ว่าบิดาของคุณชายรูปงามผู้นี้ต้องเป็ดั่งปีศาจอายุพันปีแข็งแกร่ง เ้าเล่ห์และกลับกลอก ไม่ใช่คนดี...
“เอาล่ะตอนนี้พวกเขาเข้าไปกันหมดแล้ว พวกเราตามไปดีไหม”
เซียวจิ่งหยวนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้คุณชายรูปงามล่วงรู้ความคิดของเขา
“ช้าก่อน...” คุณชายรูปงามยิ้ม “เ้ารีบร้อนเช่นนี้รู้แล้วหรือว่าจุดประสงค์ในการเข้าไปของพวกเราคืออะไร”
“รู้สิ” เซียวจิ่งหยวนเอ่ยพร้อมดวงตาเปล่งประกาย“หุ่นเชิดกลไกทั้งห้าตัวเป็อาวุธวิเศษประจำกายของท่านเซียนเนินพยัคฆ์และเขากลายเป็เซียนไปแล้ว ดังนั้นอาวุธเหล่านี้ถือว่าไร้เ้าของมีเพียงผู้มีวาสนาเท่านั้นที่จะได้ของไม่มีเ้าของเหล่านี้” เซียวจิ่งหยวนคลี่ยิ้ม“ในโลกของผู้บำเพ็ญ พลังคือหนทาง ส่วนการกำราบหุ่นเชิดกลไกได้สำเร็จคือวาสนา”
“ชิ เ้าคนฉลาด”
คุณชายรูปงามคลี่ยิ้มั์ตาเปล่งประกาย “ในเมื่อเป็เช่นนี้แล้วจะรอสิ่งใดอีกเล่า ตามข้ามาสิ”
คุณชายรูปงามพูดพลางดึงแขนเสื้อของเซียวจิ่งหยวนแ่เบาเพื่อให้เขาเดินตามเข้าไปด้านใน
ทั้งสองก้าวผ่านบันไดเข้าไปในประตูอันมืดมิดทันใดนั้นแสงสว่างก็เจิดจ้าขึ้น จนทำให้พวกเขาต้องหรี่ตาลงโดยเร็วก่อนพบว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ในห้องโถงประหลาดขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง
ห้องโถงใหญ่รูปโค้งกว้างขวางมีความสูงหลายร้อยจั้ง พื้นที่ทั้งหมดใหญ่เกินพรรณนา
อัญมณีเม็ดงามถูกฝังไว้กลางเพดานที่จุดสูงสุดของส่วนโค้งส่องแสงประหนึ่งดวงอาทิตย์จนห้องโถงสว่างไสวดั่งเวลากลางวัน
พวกเขาทั้งสองยังไม่ทันได้ดูแผนผังของห้องโถงอย่างละเอียดก็มีลำแสงหนึ่งพุ่งผ่าอากาศตรงเข้ามาโจมตีพวกเขาด้วยความเร็วปานสายฟ้า