ความใปรากฏขึ้นบนใบหน้าสะสวยของผู้เป็มารดา และแล้วก็เปลี่ยนเป็ขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด
“ลูกพูดอะไรเหลวไหลอย่างนั้น..?”
“ผมเองก็ตั้งใจจะพูดเื่นี้อยู่เหมือนกัน แต่คุณมัวไปไหนต่อไหนตลอดเวลานี่ ทุกครั้งที่ผมอยู่บ้าน คุณก็มีธุระที่จะต้องออกไปไหนอยู่เสมอไม่ค่อยมีเวลาว่างเลยนี่”
คำพูดของเขาบอกความรู้เท่าทันอยู่เป็นัย ไม่จำเป็จะต้องตัดพ้อต่อว่าออกมาตรงๆ
“แหม..ฉลาดจริง”
โอลิเวีย สมิท สวนคำตอบออกมาทันที ก็ตอนที่คุณอยู่บ้าน คุณก็ใช้เวลาตั้งค่อนวันค่อนคืน ซุกหัวอยู่แต่ในห้องนั่น สิงสู่อยู่กับไอ้พวกหัวสัตว์ที่สตัฟฟ์ไว้กับไอ้ปืนบ้าๆ ของคุณ..ใช่สิ..การล่าสัตว์มันเป็ชีวิตของคุณ..แต่ไม่ใช่ของฉัน..!
“ใช่..นั่นคือความจริง”
ดวงตาสีน้ำตาลสบตาคู่สีเขียวเข้มของภรรยาอย่างเปิดเผย
“แต่จอร์ดันน่ายังเด็กนิดเดียวเท่านั้นนะ เฟลชเชอร์ แค่ที่คุณพาคริสโตเฟอร์ไปเพื่อจะทดสอบความเป็ลูกผู้ชายด้วยวิธีบ้าๆ ของคุณมันก็แย่พออยู่แล้ว อย่ามาฉุดลากลูกสาวฉันไปอีกคนเชียวนะ”
“แต่..หนูอยากไปนี่คะ”
จอร์ดันน่าทักท้วงขึ้นมาทันที
“เงียบไปเลยนะ แล้วก็เลิกคิดถึงไอ้เื่บ้าๆ นี่ได้แล้ว”
เธอตวัดสายตามองหน้าลูกสาว เนื้อตัวสั่นด้วยความขุ่นเคืองที่ไม่อาจควบคุมได้
“นี่เป็เื่ระหว่างพ่อกับแม่เท่านั้น”
“ลีฟวี่..คุณมันก็โวยวายเกินเื่อย่างเคยนั่นแหละ”
คำพูดเรียบๆ ของสามี ราวน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความโกรธ
“อ๋อ..โวยวาย..อย่างนั้นหรือคะ..?”
ท่าทางเธอเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหน้าสามี เล็บจิกลงในอุ้งมืออย่างลืมตัว
“รู้สึกว่าคุณชอบด่าฉันแบบนี้เสมอเลยนะ..โอลีเวีย..คุณน่ะเ้าอารมณ์เกินไปหน่อยแล้ว..!” ประโยคหลังนั้นเธอทำเสียงเยาะเย้ยประชดประชันอย่างหมั่นไส้เต็มที
“ก็คุณเป็อย่างนั้นจริงๆ นี่”
เฟชเชอร์ สมิทพูดเรียบๆ พยายามเก็บความรู้สึกไว้จากน้ำเสียงและอารมณ์
“ก็มองดูตัวเองสิ แค่นี้ก็ต้องเนื้อตัวสั่นด้วย”
“อ๋อ..แล้วคุณหวังจะเห็นฉันเป็ยังไง?”
โอลิเวียเถียงอย่างโกรธจัด
“ลูกสาวฉันวิ่งเข้ามาหาแล้วก็บอก ว่าจะออกไปล่าสัตว์กับคุณวันหยุดนี่..แกก็ลูกฉันเหมือนกันนะเฟลชเชอร์ แกจะต้องได้รับการยินยอมจากฉันด้วยเหมือนกัน”
“ไม่นะคะแม่ หนูไม่ได้พูดจาเหลวไหลเลย”
จอร์ดันน่ายืนยัน
“พ่อพูดจริงว่าจะเอาหนูไปด้วย พ่อยืนยันด้วยเกียรติยศเลยละค่ะ”
ดวงตาของสาวน้อยเป็ประกายกล้า และจากหางตาจอร์ดันน่ามองเห็นความเคลื่อนไหวที่ใกล้ตัวเข้ามาจึงย้ำอีกว่า
“ถ้าแม่ไม่เชื่อ แม่ถามพ่อดูก็ได้นี่คะ..พ่อบอกว่าพ่อจะพาหนูไปด้วย จริงไหมคะพ่อ?”
สาวน้อยหันไปหาบิดา
“อย่างนั้นรึ..?”
ริมฝีปากของเฟลชเชอร์เหยียดออกเหมือนจะยิ้มเยาะ
“เอ..เท่าที่ผมได้ยินมา คุณก็ชอบสะสมไอ้พวกสัตว์ 2 ขาตัวผู้อยู่เหมือนกันนี่ ดูเหมือนอยากจะได้รับรางวัลเกียรติยศอยู่เหมือนกันนะ”
“ทำไมไม่พูดออกมาตรงๆ เลยล่ะเฟลชเชอร์?”
น้ำเสียงที่ชาเย็นนั้นบอกความท้าทายอยู่ไม่น้อย
“อยากรู้ไหมล่ะว่าฉันมีชู้อยู่สักกี่คน?”
เฟลชเชอร์ขบกรามจนเป็สัน ปรายตามองไปทางใบหน้าเผือดซีดของลูกสาว
“ถ้าคุณตั้งใจหรืออยากจะพูดเื่นี้จริงๆ ละก็ ผมแนะนำให้รอก่อนนะ ให้จอร์ดันน่าออกไปจากห้องเสียก่อนดีไหม ขอให้ใช้ความคิดสักหน่อยว่า ลูกอายุเพียงแค่นี้ ยังไม่สมควรจะมาได้ยินเื่บัดซบอย่างนี้ แต่คนอย่างคุณไม่ยอมฟังใครง่ายๆ หรอก ผมรู้”
“คุณนี่ ช่างเข้าใจทำให้ใครๆ มองฉันเป็ผู้หญิงดอกทองจริงๆ นะเฟลชเชอร์..”
เธอพยายามซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาคลอคลองในดวงตาคู่สีเขียวเข้มคู่นั้น หันไปมองลูกสาว
“กลับไปห้องเสียลูก จอร์ดันน่า”
แต่แทนที่สาวน้อยจะปฏิบัติตามคำสั่ง เธอกลับหันไปมองบิดา โอบแขนลงรอบตัวเขาคล้ายจะกอดกระชับไว้กับตัวเอง
“หนูเสียใจจริงๆ ค่ะพ่อ”
น้ำเสียงของสาวน้อยเหมือนสะอื้น
“หนูไม่ได้ตั้งใจทำให้แม่โกรธพ่อเลย”
“ไม่มีอะไรหรอกลูก”
เขากอดร่างเล็กๆ ไว้ชั่วครู่ ลูบไล้เรือนผมสีแดงของลูกสาวเบาๆ ปลดแขนเล็กๆ ที่เกาะกุมเขาไว้ออกจับตัวให้ถอยห่าง
“วิ่งได้แล้วลูก”
“พ่ออย่าให้แม่บังคับให้หนูอยู่บ้านอาทิตย์หน้านะคะ”
สาวน้อยออดอ้อน
“หนูอยากไปกับพ่อค่ะ”
“พ่อรู้”
เขาพยักหน้า ผลัดร่างเล็กๆ เบาๆ
“ไปได้แล้วลูก”
เด็กหญิงก้าวออกจากห้องช้าๆ ด้วยท่าทางหดหู่ใจความเป็เด็กว่าง่าย เชื่อฟังคำสั่งสอนแต่โดยดีของเธอมายุติลงเมื่อออกมาถึงภายนอก จอร์ดันน่าแนบร่างเล็กๆ เข้ากับผนังห้องเพื่อจะแอบฟัง อยากจะรู้ว่าพ่อกับแม่พูดอะไรกันบ้าง แม้จะไม่ชอบการทะเลาะทุ่มเถียงกันระหว่างผู้ให้กำเนิดทั้งสอง ซึ่งดูเหมือนมันจะทำร้ายเธอเสียมากกว่าที่จะทำร้ายตัวพ่อแม่หลายเท่า
“จอร์ดันน่าไม่มีทางได้ไปกับคุณแน่”
โอลิเวียประกาศก้อง
“ฉันบอกแล้วไง ว่าแค่ที่คุณพาคริสโตเฟอร์ไปมันก็แย่พออยู่แล้ว แกออกเป็เด็กที่อ่อนโยน เป็คนใจอ่อนอย่างนั้น นี่คุณคิดมาั้แ่เมื่อไหร่ ว่าไม่อาจจะบังคับให้แกโตขึ้นมาแล้วก็เป็อย่างคุณได้?”
“ก็ดูจากที่คุณเอาอกเอาใจพะเน้าพะนอจนแกเกือบจะเสียเด็กอยู่แล้วน่ะสิ คิดดูสิว่ามันจะยอดเยี่ยมขนาดไหนที่แกจะรู้จักโตเสียที พวกเด็กๆ ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับแก เขาเริ่มฝึกออกล่าสัตว์กันแล้วทั้งนั้น..ที่ผมรอมาจนถึงวันนี้ ก็เพราะคุณพูดอยู่เสมอไม่ใช่หรือ ว่าแกยังเด็กเกินไป..คิทน่ะมันอยากจะไปกับผมตลอดเวลา เลิกตามใจด้วยการเอาความรักมาอ้างเสียทีเถอะ ลีฟวี่ ปล่อยให้แกโตด้วยตัวแกเองบ้าง”
“จริงๆ แล้วคริสโตเฟอร์ไม่ได้อยากจะไปหรอก ถึงแกจะพูดว่าอยากไปก็เถอะ แต่เป็เพราะแกรู้ว่าคุณอยากได้ยินเท่านั้น”
“คุณเข้าใจผิดถนัด”
เฟลชเชอร์ตอบโต้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแม้จะขุ่นเคืองลึกๆ อยู่ในใจก็ตาม
“พวกเพื่อนๆ ของแกที่โรงเรียนเขาออกล่ากวางกันทั้งนั้น แล้วก็กลับมาเล่าถึงความสนุกสนานให้แกฟัง คิทถึงได้ตื่นเต้นอยากจะไปขึ้นมา”
“ก็เพราะแกยังไม่รู้น่ะสิ ว่าคุณหวังจะให้แกไปล้มกวางมาให้ได้จริงๆ แกอาจจะคิดว่ามันเป็เพียงแค่เื่สนุกๆ เท่านั้นละเฟลชเชอร์ คิทไม่ใจร้ายพอที่จะฆ่าสัตว์ที่น่าสงสารไม่มีทางสู้อย่างเืเย็นได้หรอก คุณไม่ได้พูดให้แกรู้ความจริงน่ะสิ”
“เมื่อไหร่คุณจะเลิกเปรียบเทียบการล่าสัตว์กับการเป็ฆาตกรเสียทีนะ?”
“ก็ต่อเมื่อคุณเลิกพยายามเสี้ยมสอนให้ลูกชายของฉันเป็ ในสิ่งที่คุณคิดว่าผู้ชายควรจะเป็”
โอลิเวียกระแทกเสียงตอบโกรธๆ
“ฉันควรจะยับยั้งั้แ่ตอนที่คุณซื้อปืนกระบอกแรกให้คริสโตเฟอร์แล้ว..!”
“ไรเฟิล..”
เขากล่าวแก้การเรียกผิดๆ ของเธอออกไปโดยอัตโนมัติ
“จะเรียกไรเฟิลหรือเรียกปืน มันจะแตกต่างกันตรงไหนไม่ทราบ..คุณนั่นแหละที่น่าจะขอร้องให้ฉันอนุญาตให้แกเก็บปืนกระบอกนั้นไว้ ฉันเองก็เห็นด้วยตอนที่คุณสอนให้แกยิงปืนเป็..แต่การที่คุณมาพูดให้ฉันอนุญาตให้จอร์ดันน่าเรียนยิงปืนให้เป็อีกคนนั้นเป็เื่ที่ฉันไม่เข้าใจ..คุณชอบทำอะไรตามใจตัวเองตลอดเลยนะเฟลชเชอร์ อันที่จริงฉันเองก็เห็นด้วยกับการที่คุณจะพาคริสโตเฟอร์ออกไปล่าสัตว์ แต่ต้องไม่ใช่จอร์ดันน่า ฉันไม่ยอมให้แกไปกับคุณเด็ดขาด”
“ก็ลูกทั้งสองคนอยากไป แล้วผมก็้าให้พวกแกไปด้วย ผมเองก็ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดพวกแกบ่อยครั้งนัก ถ้าพวกแกไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนกัน ผมก็บังเอิญไปอยู่ที่อื่นเสีย บางครั้งผมก็อยากให้มันดูเป็ครอบครัวบ้าง อย่างน้อยเราก็ยังได้ทำอะไรร่วมกัน”
“อ้าว..ถ้าอย่างนั้นคุณก็อยู่บ้านสิคะ หยุดตะลอนไปทั่วโลกอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้เสีย”
โอลีเวียขึ้นเสียงอย่างโกรธจัด
“ฉันไม่ได้ขอร้องอะไรเพื่อตัวเองอีกแล้วแต่ฉันขอเพื่อลูก เลิกเื่การไล่ล่าฆ่าฟันนั่นเสียทีสิ”
“แต่มันเป็ความสุขของผมนี่..แล้วอันที่จริงผมก็ไม่มีอะไรเหลือไว้ให้เป็ความสุขเท่าไรนักหรอก”
“นี่คุณประชดฉันใช่ไหม..ฉันเป็คนที่ทำให้ชีวิตคุณต่ำช้าลงไปหรือยังไง..เฟลชเชอร์..? ..แต่มันก็คงจะเป็อย่างนั้นจริงๆ นั่นแหละ เพราะชีวิตฉันเองก็เหมือนกับตกนรกเหมือนกัน นับแต่วันที่แต่งงานกับคุณมา”
“ลีฟวี่..ทำไมเราจะต้องมาทะเลาะกันด้วยนะ ทำไมเราถึงจะปรึกษาหารือกันดีๆ ไม่ได้?”
เฟลชเชอร์ยกมือขึ้นลูบไปตามแนวผมสีเทาเหนือขมับ
“ก็ทำไมคุณถึงเลิกล่าสัตว์ไม่ได้ล่ะ?”
“ลีฟวี่ จริงๆ แล้วคุณไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเื่การล่าสัตว์เลยนะ คุณคิดแต่เพียงว่ามันเป็กีฬาแห่งการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต คุณทำให้มันดูสยดสยองเกินไป..คุณก็คิดแต่ในแง่ของคุณ คิดอย่างคนที่ไม่มีความรู้เื่นี้..มันเป็การล่า..เข้าใจไหม..ไม่ใช่การฆ่า..อาทิตย์หน้านี้ไปด้วยกันสิ แล้วคุณจะได้รู้และเข้าใจว่าความจริงมันเป็ยังไงเสียที”
“หลังจากที่ฉันถูกทอดทิ้งให้ต้องอยู่คนเดียวมานานนับปี..มาถึงวันนี้..ในที่สุดแล้วคุณก็มาขอให้ฉันไปกับคุณ..มันสายเกินไปแล้ว..”
น้ำเสียงที่ตอบสะท้านอยู่ด้วยความรู้สึก
“คุณไม่เคยอยู่บ้านเลยเวลาที่ฉัน้าตัวคุณ เฟลชเชอร์..คุณเข้าป่าเข้าดง ไปอยู่ที่โน่น..ไปอยู่ในดินแดนที่พระเ้าเองก็ไม่รู้จัก ไปอยู่ในที่ซึ่งฉันเองก็ตามคุณไปไม่ถึง คุณเป็คนผลักไสฉันเองนะ เพราะฉะนั้นมันน่าแปลกนักหรือที่ฉันจะไปหาคนอื่น แต่ถึงยังไงคุณก็ยังโทษว่าเป็ความผิดของฉันอยู่ดี แล้วตอนนี้คุณยังหวังว่าฉันจะไปกับคุณทั้งๆ ที่คุณไม่เคยแม้แต่จะคิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ฉันเลยสักนิด..!”
“ก็แล้วไอ้อพาร์ตเม้นท์นี่ล่ะ คุณว่ามันเกิดขึ้นได้เพราะอะไร ผมเกลียดนิวยอร์กคุณก็รู้ แต่ที่นี่ไม่ใช่หรือที่คุณอยากจะอยู่นัก..ไม่ใช่ผม..แล้วมันก็ไม่ใช่สถานที่เหมาะสมที่จะใช้อบรมเลี้ยงดูลูก แต่คุณไม่เคยคิดอะไรพรรค์นั้นหรอก คุณสนใจแต่เฉพาะว่าจะซื้อของที่ไหน จะไปแต่งานปาร์ตี้ ดูหนังดูละครเท่านั้น”