ตอนที่ 28 ติดตามผู้ต้องสงสัย
ตอนที่ 28 ติดตามผู้ต้องสงสัย“ บี๊บบี๊บ!” เสียงของแตร่รถยนต์ที่แหลมคมดังขึ้นถึงสองครั้ง เสียงนั้นดังขึ้นมาจากข้างหลังของเซิงห่าว มันทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเขาหันศีรษะกลับมา และหันหลังกลับ เขาเห็นเพียงรถบูกัตติ เวย์รอนสีดำคันหนึ่งจากระยะทางที่ไกลๆที่กำลังพุ่งตรงมาทางเขา เหมือนกับว่าม้าป่าที่หลุดออกมาจากบังเหียนเชี้ยเอ๊ย!เซิงเห่าวสบถออกมาคำหนึ่ง ตอนนี้เขาอยู่บนทางเท้าท่ามกลางฝูงชน ทำไมรถคันนี้ถึงยังหันหน้าไปทางเขา รถยนต์คันนี้ทำไมถึงได้ยังคงมายังทิศทางของเขาเป็นไปได้ไหมว่าเบรกรถยนต์ทำงานผิดปกติหรืออะไร?รถยนต์คันนั้นกําลังวิ่งมาอย่างรวดเร็ว แทบจะไม่ได้ให้เวลาเขาได้คิดมากมายเท่าไรนัก แม้ว่าเขาอยากจะรีบให้ตัวเองกระโดดหลบไปที่หลังต้นไม่ที่ร่มรื่นนั้น แต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็เป็นห่วงว่าแม้แต่รถยนต์ก็อาจจะติดเข้าไปในต้นไม้ด้วย ก็เลยวิ่งอย่างกระเซอะกระเซิงไปด้านข้างอยู่หลายก้าวแต่ก็ดูเหมือนว่ารถยนต์คันนี้จะจงใจมาทางเขาอย่างนั้น ไม่ว่าเขาจะไปทางไหน รถยนต์คันนี้ก็จะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับเขาดูแล้วมันน่าจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ถ้าหากว่ารถยนต์คันนี้ต้องการที่จะชนขึ้นมาละก็ เขาได้ม้วนตัวหลบไปทันที และม้วนไปไปยังต้นไม้อีกต้นในเวลาเดียวกันเสียงเบรกอันแหลมคมก็ดังขึ้นเพียงแค่พึ่งจะได้เห็นสถานที่ที่เซิงห่าวอยู่ รถยนต์คันนี้หยุดอยู่ข้างหน้าในทันที หรือจะพูดได้ว่าถึงแม้ว่าเซิงห่าวจะไม่ซ่อนตัว รถยนต์คันนี้ก็จะไม่สามารถชนเขาได้ไอ้รังน่าเกลียดนี่ แกลองดีกับฉันเหรอ!เซิงห่าวปีนขึ้นมาจากพื้น ใช้ทักษะการสแกนทำการสแกนเข้าไปภายในรถยนต์คันนั้น ตําแหน่งคนขับเป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่นั่งบนเบาะรถด้านหลังนั้นก็คือเฉิงจื่อหาวไม่คิดเลยว่าจะเป็นเขาเซิงห่าวเพิ่งยืนได้มั่นคง ภายในใจกำลังโกรธเกรี้ยว พึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าเฉิงจื่อหาวได้เจตนาสั่งการคนขับรถให้ขับรถเข้ามาชนเขา แต่กลับเบรกรถตรงสถานที่ซึ่งเขาได้ยื่นอยู่ เห็นได้ชัดว่าอยากจะแกล้งเขาเล่นเฉิงจื่อหาวที่นั่งอยู่ในรถยนต์คันนั้น ก็มีรอยยิ้มค่อยๆปรากฏขึ้นช้าๆ ได้เห็นเซิงห่าวขายหน้าอย่างนี้ มันทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก เขาเปิดประตูรถออกมา แล้วกล่าวทักทายอย่างกระตือรือร้นว่า : "โย่ คิดไม่ถึงเลยเซิงห่าว นายก็จะอยู่ที่นี่ด้วย""น่าแปลกตอนนี้เป็นเวลาเรียนทำไมนายถึงสามารถมาอยู่ที่นี่ได้?" เฉิงจื่อหาวเกาหัวของเขา หลังจากนั้นเขาก็ทำท่าทางว่าเข้าใจอะไรบางอย่าง : "ใช่แล้ว นายเป็นคนลักพาตัวหลินเหยา ถูกตำรวจจับไปสถานีตำรวจ หลังจากที่ออกมาแล้ว นายก็ถูกทางโรงเรียนสั่งพักการเรียน ตอนนี้ก็ไม่มีที่ไปใช่ไหมล่ะ?”เซิงห่าวหรี่ตาของเขาลง: "นายรู้ได้ยังไงว่าฉันถูกพักการเรียน?"เฉิงจื่อหาวหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา มองไปที่เสื้อผ้าของเซิงห่าวที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นกับใบไม้ร่วงก็ได้กล่าวว่า: "อย่าลืมซิว่าฉันเป็นคนของตระกูลเฉิง มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะขับไล่ใครบางคนออกจากโรงเรียน"ที่แท้เขาก็เป็นคนทำเซิงห่าวนิ่งเงียบไป เดินไปที่ด้านหน้าของรถยนต์ เท้าข้างหนึ่งเหยียบมันตรงไปที่ด้านหน้าของรถยนต์คันนั้น จนเกิดเป็นเสียงดังกึกก้องขึ้นหลังจากได้รู้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่าระบบมา ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน เตะเพียงนิดหน่อยแค่นี้ ฝากระโปรงรถยนต์กลับจมลงไปเล็กน้อยเสียแล้วเป็นตัวแทนของสถานะอันสูงส่งและยิ่งใหญ่ สีดำเงาของรถบูกัตติ เวย์รอนนั้นในช่วงเวลานี้ได้เพิ่มรอยเท้าที่ไม่อาจล้างออกได้ไปอีกรอยหนึ่งแล้ว เปลี่ยนจากชนชั้นสูงที่หยิ่งทะนงกลายเป็นชนชั้นพลเรือนที่ยากลำบากเฉิงจื่อหาวมีอย่างที่ไหนที่จะไปคิดว่าจะมีการเตะที่รุนแรงได้ถึงขนาดนี้ได้ ถึงกับโมโหขึ้นมาทันที : " แกรู้ไหมว่ารถยนต์คันนี้มีมูลค่าเท่าไรกันห๊ะ? แกกล้าดียังไงมาเตะหน้ารถยนต์ของฉัน!”“โอ้? ราคาเท่าไรละ?” แม้ว่าเซิงห่าวจะรู้ว่ารถยนต์คันนี้มีราคาที่สูงมากอย่างแน่นอน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมันและในขณะนั้นเอง ระบบได้ทำการประเมินให้เขาโดยอัตโนมัติ: "บูกัตติ เวย์รอน ราคาขายอยู่ที่ 20 ถึง 30 ล้านหยวน"มันราคามากขนาดนั้นเลยเหรอ?เซิงห่าวได้ประมาณการออกมา วันนั้นตัวเองเพียงแค่ชนะแล้วได้เงินสิบล้านหยวน ประมาณการว่าจะสามารถซื้อรถยนต์คันนี้ได้เพียงแค่ครึ่งคันเท่านั้น อืม ถ้าหากว่าวันนั้นเฉิงจื่อหาวนำเงินมามากกว่านี้อีกสักหน่อยอย่างนั้นมันคงจะดีมาก เขาก็จะได้ชนะแล้วได้เงินมากขึ้นอีกหน่อยถ้าหากเฉิงจื่อหาวรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จะต้องกระอักเลือดออกมาอย่างแน่นอนบัตรเชิญการประชุมนักประเมินแผ่นนั้นอย่างน้อยก็มีมูลค่าถึงสิบล้านหยวน ถ้าหากเอามันไปแลกกับคนรู้จักของ เชื่อว่าน่าจะมีคนที่สามารถใช้รถบูกัตติ เวย์รอนมาแลกกับเขาอย่างเต็มใจท้ายที่สุดบัตรเชิญของการประชุมนักประเมินนั้น มีราคาแต่ก็ไม่มีตลาด และผู้คนที่สามารถเข้าร่วมการประชุมนักประเมินได้ มีใครกันบ้างล่ะที่ขาดแคลนเงินทองกันความจริงแล้วไม่ควรที่จะโทษเซิงห่าว บัตรเชิญแผ่นนั้นยังอยู่ในมือของหลินเหยา เขาในช่วงเวลานี้ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เรื่องการประชุมสมบัตินี้เลยเซิงห่าวเงยคางขึ้น : " นายใช้ตาข้างไหนเห็นว่าฉันเดะไปแล้วกัน เห็นชัดๆว่ามันมาชนฉัน ถึงได้มีรอยเท้าออกมาแบบนี้”"แกก็แค่แก้ตัวน่ะสิ ยังไงก็ตามอีกไม่กี่วันนี้เดี๋ยวแกก็จะไม่มีเวลาออกมาเดินที่ยวเตร่แบบนี้แล้ว " เฉิงจื่อหาวแค่นเสียงเย็นชาเป็นเพราะเขาได้รับการแจ้งมาจากครอบครัว ว่าจะต้องไปเข้าร่วมกิจกรรมสําคัญ พึ่งจะออกมาจากโรงเรียนพอดี แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเซิงห่าวที่ทางแยกนี้ เขาไม่ทันได้คิดอะไรสั่งการให้คนเขารถพุ่งออกไปแล้วเขาพึ่งจะมาคิดได้ว่า ก็แค่ชนคนจนตายไปอย่างนั้นก็คงดี แต่เขาก็รู้สึกว่าถ้ามาตายไปอย่างนี้แล้วมันก็ดูที่จะง่ายดายเกินไปสำหรับเซิงห่าว เขาต้องการที่จะทำให้เซิงห่าวอับอายขายหน้า ถูกผู้คนทุกคนรังเกียจ เขาถึงจะพอใจที่ถนนนี้เขาจะต้องรู้อย่างแน่นอนว่ามันคือสถานที่คืออะไร เรื่องที่หลินเหยาหายตัวไปนั้นก็เป็นแผนการของเขา ดังนั้นเขาถึงได้พูดข้ออ้างกับตำรวจได้อย่างชัดเจนเช่นนั้นเมื่อเห็นเซิงห่าวมาถึงที่นี่ เขาก็รู้ได้ว่าเซิงห่าวจะต้องกำลังมองหาเบาะแสอยู่อย่างแน่นอนน่าเสียดาย ที่การจับตัวหลินเหยาไปไม่มีใครมาเป็นพยานให้ได้ ต่อให้นายจะหาไปก็มีแต่จะเสียแรงเปล่าเมื่อนึกถึงสิ่งนี้เฉิงจื่อหาวก็ยิ้มอย่างมีความสุขให้กับเซิงห่าวเซิงห่าวมองเห็นรอยยิ้มนั้น ร่างกายทั้งหมดก็สั่นสะท้าน : "ถึงแม้ว่าฉันจะเอาชนะแกได้ แต่มันก็ไม่ใช่งานอดิเรกที่เป็นพิเศษอะไรของฉัน"ในเวลานั้นเฉิงจื่อหาวไม่ตอบสนองอะไรกลับมา : "งานอดิเรกพิเศษอะไร?" เมื่อรอให้เขามีปฏิกิริยาตอบกลับมา ใบหน้าของเขาดำคล้ำลง จ้องมองไปที่เซิงห่าว เริ่มที่จะเสียใจภายหลังแล้วเพราะอะไรถึงได้ให้คนขับรถเบรกรถในขณะนั้นคนขับรถก็ได้เดินลงมาพอดี เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า : "นายน้อย ใกล้จะถึงเวลาแล้วครับ"เฉิงจื่อห่าวก็ถึงได้ใจเย็นลงมาเล็กน้อยเรื่องของตระกูลถือเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าอยู่แล้ว และเซิงห่าวก็เป็นได้แค่เพียงคนที่มีบทบาทเล็กน้อยในชีวิตของเขาเท่านั้น เขาจึงไม่ได้มีจำเป็นที่จะต้องมามัวเสียเวลาของตัวเองเพราะเซิงห่าวกันอยู่แล้วหลังจากที่คิดได้ เขาเหลือบมองเซิงห่าวอย่างเย็นชา ก็ได้ใช้มือข้างซ้ายของเขายืนออกไปเพื่อที่จะดึงประตูรถเปิดออก แต่กลับเพราะว่ามันเป็นข้างที่ได้รับบาดเจ็บ ก็ได้มีเสียงสูดลมหายใจอย่างแรงเมื่อได้เห็นบาดแผลนี้ ภายในใจเขาก็รู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น เขาก็จ้องไปที่เซิงห่าวอีกครั้ง แล้วขึ้นนั่งบนรถแล้วจากไป ถ้าเขายังคุยกับเซิงห่าวอีกเพียงคําหนึ่งแล้วละก็ เขาจะไปเข้าร่วมกิจกรรมของครอบครัวสายอย่างแน่นอนบูกัตติ เวย์รอนจากไปพร้อมกับรอยเท้า ออกไปด้วยความไม่เต็มใจและเซิงห่าวก็กลับเงียบลงไป เมื่อมีรถแท็กซี่คันหนึ่งผ่านมา เขาก็ได้โบกเอาไว้แล้วกล่าวว่า : "พี่ชาย ฉันจะบอกทางให้ คุณขับตรงไปข้างหน้า"การกระทำที่พึ่งทำไปของเฉิงจื่อหาวนั้นทำให้เขาเกิดความสงสัยเขาเคยสแกนไปที่บาดแผลของเฉิงจื่อหาว และรู้ว่าบนนั้นมีรอยฟันอยู่ ในเวลานั้นเขาไม่ได้คิดอะไรมากมาย คิดว่าเฉิงจื่อหาวทําตัวชั่วร้ายมากเกินไป เลยถูกคนอื่นแก้แค้นมาแต่ในตอนนี้เขาพึ่งจะเห็น เฉิงจื่อหาวมองไปที่บาดแผลของตัวเองแล้วหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่คับแค้นใจในทันที เห็นได้ชัดว่าบาดแผลนี้จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาไม่มากก็น้อยดังนั้นเขาถึงได้พึ่งมองดูอีกครั้ง จากบาดแผลของเฉิงจื่อหาวสามารถมองออกมาได้ คนที่กัดเขาจะต้องมีฟันที่เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นคนที่มีปากเล็ก แล้วก็เป็นไปได้อย่างมากว่าจะต้องเป็นรอยที่ถูกกัดโดยเด็กผู้หญิงอย่างแน่นอนถ้าเป็นอย่างที่พูด เฉิงจื่อหาวเป็นคนที่ลักพาตัวหลินเหยา เพื่อที่จะได้ใส่ร้ายเขา ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้และในตอนนี้เข้าไม่ได้มีเบาะแสอะไรเลย ทําได้เพียงติดตามเฉิงจื่อหาวไปก่อน ลองดูว่าจะสามารถหาข่าวอะไรได้บ้างหรือไม่การติดตามอย่างใกล้ชิดจะทำให้ถูกค้นพบได้ง่าย แต่โชคดีที่เขาสามารถใช้การสแกนได้ ไม่ว่ารถของเฉิงจื่อหาวจะไปที่ไหน เขาเลยไม่มีอุปสรรคในการติดตาม...