ฟ้าสีคราม...ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีูเาทั้งเก้าลูกที่รายล้อมอยู่เป็ภาพที่เต็มไปด้วยความสงบและกลิ่นอายของธรรมชาติเพียงจินตนาการถึงก็ทำให้ใครก็ตามรู้สึกผ่อนคลายได้โดยง่ายเย่ฉีทอดสายตามองออกไปเื้ัประตูสีแดงบานใหญ่ที่ถูกสลักไว้ภายในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้รู้สึกเหมือนพึ่งกลับมาถึงบ้านหลังจากออกเดินทางไปไกลแสนไกล...
ในดวงตาของเย่ฉีมองเห็นเป็ภาพสองภาพซ้อนทับกันระหว่างอดีตอันแสนไกลและปัจจุบัน...ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยทุกอย่างยังคงเป็เช่นเดิมราวกับว่าปีนั้นที่เขาจากไปคือเมื่อวานนี้...เว้นเพียงแต่แท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนลานหินโบราณกลางทุ่ง
ปีนั้นสถานที่แห่งนี้คือที่ที่เย่ฉีใช้ในการพักผ่อนหลังจากนำพาผู้ติดตามของเขาประกาศศักดาสยบไปทั้งเก้าโลกราชันัผู้เกรียงไกรได้นอนอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งนี้โดยมีผู้ติดตามทั้งเก้าเฝ้าอารักขาบนูเาที่รายล้อมอยู่ทั้งแปดทิศ
“มันไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย...ตราบจนถึงวันนี้พวกเ้าก็ยังคงเฝ้าสถานที่แห่งนี้ไว้ไม่จากไป...”
สายตาของเขากวาดมองไปยังูเาทั้งเก้าก่อนจะยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นแม้ว่ามันจะเป็เวลาที่ผ่านมานานนับล้านปีแต่เย่ฉีก็ยังััได้อย่างชัดเจนถึงสายเืของเขาที่ดำรงอยู่มาเป็เวลานานข้ามผ่านยุคสมัยมาจนถึงตอนนี้
ริมผีปากของเย่ฉีคลายออกแย้มยิ้มออกมามันเป็รอยยิ้มที่แสดงออกถึงความสุขอย่างแท้จริง เขาค่อยๆเดินไปยังลานหินอย่างช้าๆราวกับว่า้าใช้ทุกลมหายใจเพื่อคงอยู่ในสถานที่แห่งนี้ตรงลานหินที่ดูเก่าแก่มันดูธรรมดาอย่างมากซึ่งอันที่จริงทั้งสุสานโบราณแห่งนี้ก็ดูธรรมดาและไม่มีสิ่งใดที่ดูพิเศษเลยทว่าด้วยความธรรมดานี้กลับทำให้มันดูสงบและผ่อนคลายอย่างไม่ทราบสาเหตุ นั่นทำให้เย่ฉีเลือกที่นี่เป็สถานที่สุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไป
ในความเป็จริงแล้วในสุสานโบราณแห่งนี้ประกอบไปด้วยแรงกดดันมหาศาลซึ่งไม่อาจจะจินตนาการได้และบริเวณลายหินนั้นก็เป็จุดที่มีแรงกดทับมากที่สุดซึ่งแม้แต่ประมุขรุ่นที่หนึ่งเองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาบริเวณนี้และทำได้เพียงกราบไหว้อยู่ด้านนอก
จากอดีตกาลนับล้านปีในประวัติศาสตร์ของนิกายันพเก้านั้นประมุขนิกายทุกรุ่นที่ได้รับการสืบทอดนอกจากประมุขรุ่นแรกที่ได้รับอนุญาตโดยตรงจากัโบราณตัวสุดท้ายในการขึ้นไปกราบไหว้ทั้งเก้ายอดเขานั้นคนอื่นสามารถไปได้ไกลสุดเพียงยอดเขาที่เจ็ดเท่านั้นอีกทั้งหากประมุขนิกายรุ่นแรกนั้นหากพึ่งพาความสามารถก็ไปได้อย่างมากคือยอดเขาที่ห้า!
เย่ฉีเดินตรงไปยังแท่นบูชากลางลานหินอย่างไรความกดดันใดๆกลับกันจิตใจเขาสงบเป็อย่างมากความผ่อนคลายของเย่ฉีบรรลุถึงจุดสูงสุดขณะที่เขาวางมือลงตรงแท่นบูชาเย่ฉีหลับตาลงพร้อมกับปล่อยให้ห้วงเวลาค่อยๆไหลผ่านไปประกอบกับภาพมากมายที่เคยเกิดขึ้นรอบๆ แท่นบูชานั้นจากวันที่มันถูกสร้างขึ้นมาจนถึงวันนี้
จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงสามวันเย่ฉีก็ลืมตาขึ้นมาในที่สุดเขามองไปยังูเาลูกที่สามซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศใต้ของแท่นบูชาก่อนมุมปากของเขาจะปรากฏเป็รอยยิ้มขึ้นมา...
เดิมทีที่เย่ฉีเขามาในที่แห่งนี้ก็เพื่อนำของบางอย่างที่เขาทิ้งไว้ออกไปและขึ้นไปยังยอดเขาทั้งเก้าเพื่อเยี่ยมสุสานของัโบราณผู้ติดตามของเขาในอดีตอย่างไรก็ตามหลังจากที่เย่ฉีเห็นภาพจากแท่นบูชาเขาก็ส่ายหัวออกมาก่อนเดินออกจากลานหินมุ่งหน้าไปยังยอดเขาที่เก้า
“ไม่ว่าเ้าจะได้ยินข้าหรือไม่แต่ข้าจะให้เวลาจนถึงยอดเขาที่สามหากตอนนั้นเ้ายังไม่นำมันมาคืนข้า...เมื่อข้าออกไปเ้าจะเป็ด้วงสามตาตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ในเก้าโลก!”
ราวกับการตอบรับคำพูดของเขาท้องฟ้าที่เคยเป็สีครามและหมู่เมฆที่ลอยอย่างสงบสุขก็สั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะเกิดเป็สายฟ้านับร้อยแล่นผ่านไปมาราวกับอสรพิษ!ก่อนที่ท้องฟ้าจะสงบลงบางอย่างที่อยู่ในูเาลูกที่สามก็ทำใหู้เาทั้งลูกสั่นอย่างรุนแรงจนเกิดเป็คลื่นลมกระจายออกมาทั้งสุสานอย่างไรก็ตามทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของเย่ฉีเลยแม้แต่น้อย...เขายังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉยพร้อมกับเดินอย่างช้าๆไปยังูเาลูกที่เก้า…
***
“กู่หยาเอาอย่างไรดี? ท่านจะทำตามที่ประมุขน้อยบอกจริงๆ?”
“เฮ้อ...พวกเ้าก็รู้ว่าพวกเราไม่สามารถขัดคำสั่งของประมุขนิกายได้อย่าลืมว่านอกจากการบังคับเปิดสุสานสานโบราณของนิกายโดยไม่ยินยอมสามผู้าุโสูงสุดของนิกายทุกรุ่นล้วนต้องสาบานด้วยเส้นทางเต๋าว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อนิกายและปฏิบัติตามคำสั่งของประมุข!”
กู่หยาเงียบลงหลังจากกล่าวจบคำพูดของเขาทำให้ผู้าุโอีกสองคนต้องยิ้มอย่างขมขื่นเื่นี้เป็กฏที่เคร่งครัดของนิกายซึ่งสืบทอดมาั้แ่โบราณเช่นเดียวกับพิธีสืบทอดมรดกอย่างไรก็ตามหากมองในสถานการณ์ปัจจุบันคำสั่งของเย่ฉีนั้นดูจะไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ถึงแม้ว่าสามผู้าุโนั้นจะยอมรับในตัวเย่ฉีได้อย่างน่าประหลาดแต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เชื่อมั่นในตัวเย่ฉีเต็มสิบส่วนอย่างน้อยมันก็ยังไม่ใช่เวลานี้! ทั้งกู่หยาเหลียนซานและเผ่ยินั้นต้องผ่านความยากลำบากมากว่าหมื่นปีเพื่อให้นิกายสามารถดำรงต่อมาได้จนถึงตอนนี้
ในที่สุดการรอคอยของพวกเขาทั้งสามคนก็สมปรารถนาเมื่อไม่กี่วันก่อนในที่สุดก็พบผู้สืบทอดของนิกายและยังดูเหมือนว่าประมุขน้อยผู้ลึกลับคนใหม่นี้จะดูไม่ธรรมอย่างมาก!แต่อย่างไรก็ตามความยินดีและความสุขนั้นกลับคงอยู่ได้เพียงไม่นานก็ต้องมลายหายไปเพราะเย่ฉีสั่งให้พวกเขาประกาศากับราชวงศ์ต้าไห่!
ในสายตาของทั้งสามคนนั้นแม้ราชวงศ์ต้าไห่จะยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามเป็อย่างมากในดินแดนเทียนเหอแต่พวกเขาก็ไม่ได้เกรงกลัวเลยกระทั่งยังมั่นใจด้วยซ้ำว่าการจะจัดการพวกเขาทั้งสามคนราชวงศ์ต้าไห่ก็ไม่แน่ว่าจะกล้าแบกรับผมที่ตามมานั่นเป็หนึ่งในเหตุผลที่ขุมกำลังมากมายในดินแดนนี้ใช้วิธีกดดันนิกายันพเก้าแทนที่จะใช้กำลังบุกยึดนิกาย...นั่นก็เพราะการคงอยู่ของผู้าุโหลักทั้งสามคน!
หากย้อนกลับไปในวันพิธีเย่ฉีไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นกู่หยาและสองผู้าุโก็คงจะเลือกตอบโต้กลับไปเป็ครั้งสุดท้ายจริงๆแม้ว่านิกายจะจบลงในรุ่นของพวกเขาแต่อย่างน้อยพวกเขาก็จะทำให้เื่เล่าสุดท้ายนี้กลายเป็ตำนานสืบทอดไปในแผ่นดินเทียนเหออีกนานนับหมื่นปี!
ทว่าเมื่อมาถึงตอนนี้...เย่ฉีปรากฏตัว...นิกายมีประมุขคนใหม่ในที่สุด...ประตูแห่งความหวังซึ่งจะนำพาให้ความรุ่งโรจน์ให้กลับมายังนิกายมักรนพเก้าอีกครั้งได้เปิดออกแล้วพวกเขาไม่มีแม้แต่เสี้ยวความคิดที่จะตอบโต้กลับไปเลยในตอนนี้หากถึงคราวคับขันจริงๆเพื่อแลกกับเวลาให้เย่ฉีได้เติบโตแม้แต่อีกฝ่ายจะ้าชีวิตพวกเขาก็สามารถให้ได้!
อย่างไรก็ตาม...ทุกอย่างได้ถูกกำหนดแล้ว...โดยประมุขน้อยคนใหม่เย่ฉี!
“เฮ้อ...ในเมื่อเป็เช่นนี้พวกเราก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้...เหลียนซานส่งสารกลับไปยังจักรวรรดิเทียนไห่...นิกายันพเก้าขอปฏิเสธข้อเสนอ!”
ในเวลานี้ดวงตาของกู่หยางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความลังเลใดๆเมื่อเส้นทางของนิกายถูกกำหนดไว้แล้วเขาก็มีเพียงหน้าที่เดียวนั่นคือเดินหน้าไปและทำลายสิ่งกีดขวางด้วยทุกสิ่งที่มี!ผู้าุโอีกสองคนก็เช่นกัน เมื่อตัดสินใจแล้วพวกเขาก็ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ อีกพวกเขามีชีวิตอยู่เพื่อนิกายและหากจะตายก็ตายเพื่อนิกายด้วยเช่นเดียวกัน!
ผู้าุโเหลียนซานจากไปเพื่อทำตามคำสั่งของกู่หยาทันทีภายในห้องโถงเหลือเพียงกู่หยาและเผ่ยิเท่านั้นดวงตาของผู้าุโเผ่ยิฉายชัดถึงความพึงพอใจจนถึงขีดสุดในเวลานี้เขาตื่นเต้นเป็อย่างมากที่จะได้เปิดศึกและะเิความอัปยศตลอดหมื่นปีนี้ออกไป!
“เผ่ยิส่งสัญญาณไปยังทุกคนที่อยู่ด้านนอกให้กลับมายังนิกายพวกเราต้องเตรียมพร้อมที่สุดก่อนที่ทางราชวงศ์ต้าไห่จะตอบโต้กลับมา”
“ได้!ฮ่าๆ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง! ข้าจะทำให้พวกระยำนั่นได้รู้ว่าการหาเื่นิกายันพเก้านั้นพวกมันคิดผิด!”
เผ่ยิหันหลังพร้อมกับเดินหัวเราะออกไปทันทีทำให้กู่หยาส่ายหัวออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อมอบหมายงานให้สองผู้าุโไปแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงหน้าที่ของเขาซึ่งอาจจะยุ่งยากเล็กน้อย...
กู่หยาเดินออกไปด้านนอกห้องโถงซึ่งเป็จุดศูนย์กลางของนิกายก่อนจะหยุดลองใช้สองมือไพล่ไว้ที่หลังและหลับตาลงอากาศรอบตัวของเขาสั่นไหวขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ฝ่าเท้าของเขาจะค่อยๆลอยขึ้นเหนือพื้นและเพียงเสี้ยวลมหายใจนั้นเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่กลางท้องฟ้าเหนือขึ้นไป้านิกายันพเก้าเขาลอยอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่งจนสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งและกล่าวออกไปด้วยเสียงที่ดังสนั่นราวกับสายฟ้าฟาด
“ศิษย์ของนิกายันพเก้าจงฟัง!หลังจากประมุขรุ่นที่สิบเอ็ดออกจากสุสานโบราณ...พวกเราจะเปิดากับราชวงศ์ต้าไห่!อีกหนึ่งชั่วยามจงมารวมกันที่หน้าห้องโถงหลัก!”
ราวกับสายฟ้าผ่าลงที่ข้างหูศิษย์ของนิกายทุกคนยืนนิ่งอื้ออึงพร้อมกับมีเสียงหึ่งๆ อยู่ในหัวเมื่อเวลาผ่านไปทั่วทั้งนิกายก็เกิดเป็ความอลหม่านวุ่นวายอย่างไม่เคยมีมาก่อนกับคำพูดของกู่หยานั้น...การเปิดากับราชวงศ์ต้าไห่ทำให้หลายคนหวาดกลัวจับจิต แต่ในเวลาเดียวกันสิ่งที่ทำให้ศิษย์ทั้งนิกายตกอยู่ในความวุ่นวายก็คือ...ประมุขรุ่นที่สิบเอ็ด!