ฉันนี้แหละหมอ(I am doctor)

    ตอนที่ 8 ผลสอบที่ไม่เคยมีมาก่อน

    “melioidosis”
    “melioidosis”
    “ท่านรู้จักไหม”
    “ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดาเหรอ”
    “ข้าว่าไม่ใช่ไข้หวัดหนักเหรอ”
    เสียงถกเถียงดังขึ้นภายในห้องต่างคนต่างความคิดเพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่า “melioidosis” มันคืออะไรสุดท้ายพวกเขาก็ต้องฟังคำพูดนักปราชญ์ทั้งห้าที่อยู่ภายในห้อง
    “ภาษา Gandharva สินะครับท่าน”
    “ไม่ผิด เพราะเขาเขียนใบสั่งยาก็ไม่ใช่ภาษาของเราแต่เป็น ภาษา Gandharva”
    “หรือท่าปราชญ์จะบอกว่าเขาสามารถเข้าใจภาษา Gandharva ถึงขั้นทั้งอ่านและเขียนได้หรือครับ”
    บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตกตะลึง
    “เขาเป็นใคร มีใครไปสืบมารึยัง”
    “เขาเป็นบุตรชายนอกสมรสของลอร์ด ชเวนกับสาวใช้ขอรับ เขาใช้ชีวิตอยู่กับแม่ที่เขตสลัมขอรับตอนนี้”
    “เจ้าว่าอะไรนะ คนของตระกูล ชเวนงั้นเหรอ ตระกูลนี้มีแต่นักรบนี้ ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะปรากฏอัจฉริยะแบบนี้ได้”
    “จะได้หรือไม่ได้มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว แล้วเคสนี้ก็ไม่มีใครในพวกเราที่ทำการรักษาสำเร็จได้เลยด้วย”
    “ท่านจะเชื่อได้อย่างไรละ ว่าเขาจะรักษาได้จริงอีกทั้งเขายังบอกว่า มันจะไม่หายด้วย และยังต้องไปทำยาอีก แบบนี้ยังไม่ถือว่าผ่านนะครับ”
    “ที่ท่านมาก็ไม่ถูก ท่านลืมอะไรไปหรือเปล่า ตอนที่เด็กนั้นเข้าตรวจ เขายังไม่ถามอะไรคนไข้เลย ทำไมเขาถึงรู้ว่าผู้ป่วยไปทำอะไรมาและบอกอากาศได้ตรงขนาดนี้ นี้เป็นหลักเบื้องต้นว่าเขาสามารถนำข้อสันนิษฐานมาร่วมกับการตรวจร่างกายเพื่อให้ได้ผลการวินิจฉัยท่านก็รู้ว่าขั้นตอนนี้โอกาสพลาดแค่ 90% ที่จะเป็นโรคนั้น”
    “ท่าน....”
    “พอได้แล้ว”
    ชายที่เป็นนักปราชญ์ที่ชราที่สุดกล่าวขึ้นห้ามแล้วพูดต่อว่า
    “แฮรี่ เจ้ายกเคสนี้ให้กับเขา หลังจากเขาออกมาก็มาก็มอบตรารับรองระดับปราชญ์ให้เขาซะ”
    “ท่านปราชญ์สูงสุด”
    ทุกคนในที่นี้ยกเว้นแฮรี่ กล่าวออกมาอย่าพร้อมเพรียง
    “ขอรับ”
    แฮรี่ขานรับคำพร้อมก้มหัวและถอยห่างออกไป
    “พวกเจ้ายังไม่รู้สึกตัวอีกเหรอ ก่อนเข้าทดสอบเขาสามารถเข้าสู่ดินแดน Gandharva ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งที่สายการรักษาไม่มีใครเลยที่สามารถเข้าไปยังที่นั่นได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่แฮรี่ ก็ที่ได้แค่ 60% มันคือการเข้าถึงที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ แต่เด็กน้อยผู้นั้นเข้าไปได้สมบูรณ์ และการตรวจรักษาของเขาพวกเจ้ารู้เหรอว่าเขาใช้วิธีไหน”
    ใช่แล้วนักปราชญ์สูงสุดคือชายชราที่นั่งเฝ้าแต่งหินต่างๆ นั้นเอง
    “ก็แค่จับชีพจรไม่ใช่เหรอ”
    หมอระดับอาจารย์หลุดพูดออกมาก็ทำการหันหน้าไปดูรอบ ทุกคนทำหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะเหล่านักปราชญ์ทำหน้าเคร่งเครียดอย่างที่สุด
    “ไม่มีทางที่จับชีพจร แล้วจะวินิจฉัยแยกโรคได้ใช่ไหมล่ะ ดีมากที่พวกเจ้าหลายคนคิดได้ในเวลานี้ จะเอาบันทึกการวินิจฉัยไปศึกษาต่อ มันจะช่วยให้พวกเจ้าได้ประโยชน์อย่างหาที่สุดมิได้”
    นักปราชญ์สูงสุดพูดขึ้น
    “ทีนี้ มีใครว่าเขาไม่เหมาะสมอีกไหม”
    “ไม่มีขอรับ พวกเราตาสว่างแล้ว”
    “ต้องขออภัย ขอรับท่านปราชญ์สูงสุด"
    “ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าในสถานะนักปราชญ์สูงสุดขอประกาศให้ โอเวน ชเวน เป็นนักปราชญ์สายรักษาคนที่ 54 นับแต่บัดนี้เป็น”
    ทุกคนก้มหัวลงพร้อมคุกเข่า