สามชั่วโมงต่อมา
ชุนกำลังย่างเนื้อหมาป่าขนม่วงบนกองไฟขนาดใหญ่อยู่กลางป่าอันมืดมิด แม้กลิ่นหอมของเนื้อหมาป่าขนม่วงลอยวนบนอากาศดึงดูดเหล่าสัตว์ร้ายหิวโหยหลายตัวมาหา เขาก็ยังย่างเนื้อหมาป่าขนม่วงต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจพวกมัน
"ข้ารู้ว่าพวกแกไม่กล้าเข้ามาหรอก" ชุนกล่าวยิ้มๆพลางหยิบเนื้อย่างที่สุกได้ที่ไม้หนึ่งขึ้นมาทานพร้อมกับเอาเนื้อสุกบางส่วนมาพักไว้เพื่อเก็บไว้กินในวันต่อไป เพราะเขาไม่สามารถเก็บอาหารในแหวนมิติหรือมิติแยกย่อย สิ่งเดียวที่ทำได้คือถนอมอาหารและกักตุน และสำหรับชุน..นี่เป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าเพื่อหาสถานที่สร้างบ้านพัก
หากว่าเขาไม่สร้างบ้านพักก็ต้องไปอยู่ในเมือง แต่นั่นมันวุ่นวายเกินไปสำหรับเขาและมันอาจมีกฎกับธรรมเนียมไม่คุ้นเคย นอกจากเดินหาสถานที่สร้างบ้านอันเป็นเป้าหมายใหญ่เป้าหมายแรก เขาก็ไม่สามารถทำเป้าหมายต่อไปได้
งั้มๆๆ
อึ๊ก!
"กินแค่หนึ่งไม้ก่อนแล้วกัน ที่เหลือเอาไปห่อเก็บไว้กินระหว่างทาง" ชุนค่อยๆใช้ใบไม้ใบใหญ่ห่อเนื้อย่างเก็บเอาไว้ จากนั้นเขาได้ใช้ใบไม้ใบยาวมามัดแล้วซ่อนทั้งหมดเป็นแนวเดียวกัน และในด้านของไม้เสียบที่ตั้งขึ้น ได้ถูกใบไม้รัดเอาไว้ ก่อนเขาจะเอากิ่งไม้ตามพื้นมาสร้างเป็นที่เก็บอีกที
เมื่อชุนสร้างเสร็จเขาได้เอาเนื้อวางลงไป แล้วใช้ไม้สองท่อนขนาดเท่าๆกันมัดเข้าไป ต่อมาเขาได้สานใบไม้ให้เป็นเหมือนเชือกพร้อมกับผูกไว้ด้านบนและด้านล่างของไม้สองท่อน ทำให้มันดูเหมือนตะกร้าเก็บอาหารที่สะพายไปไหนมาไหนได้
"เรียบร้อย! เหลือแค่ทำคบเพลิงสำรองสักห้าอันคงจะเดินไปยอดเขาใกล้ๆตอนเช้าพอดี" ชุนเริ่มเตรียมคบเพลิงห้าอันแบบง่ายๆเก็บไว้ในที่เดียวกับเนื้อย่าง หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเขาได้เอาของขึ้นหลัง ก่อนจะจุดคบเพลิงอันแรกแล้วเดินจากไป ปล่อยให้กองไฟมอดดับไปเอง เพราะยังไงมันก็ไม่ลามไหม้ป่า เนื่องจากเขาขุดร่องรอยกองไฟไว้
หลังจากชุนจากไปสักพัก เหล่าสัตว์ร้ายทั้งหมดล้วนจากไปตามๆกัน พอกองไปมอดดับทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพปกติ
. . .
ผ่านมาราวหกชั่วโมงหลังจากชุนเริ่มเดินทางต่อ
ตอนนี้ชุนกำลังจุดคบไฟอันที่ห้า ขณะเดินขึ้นยอดเขาสูงชันกลางราตรี บนยอดเขาไม่ได้มีเพียงความมืด มันมีทั้งสายลมเย็นชื้น บรรยากาศเย็นเฉียบ หมอกบางเบา เสียงแมลง เสียงเหยียบกิ่งไม้ใบไม้
"ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงน่าจะถึงยอดเขา" ชุนกล่าวขณะมีกลุ่มควันสีขาวออกมาจากปาก และเดินต่อไปราวกับว่าไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ถึงแม้ใบหน้าเขามีเหงื่อเย็นไหลอาบ
. . .
ณ ตีนเขาลูกเดียวกันกับชุน
หญิงสาวคนเดียวกับที่ชุนเคยช่วยเหลือไว้ก่อนหน้ากำลังมองรอยเท้าของชุนบนพื้น
"รอยเท้าเป็นของผู้ชาย รองเท้ายังคล้ายกับท่านพ่อเคยใส่ในอดีต บางทีอาจเป็นท่านพ่อ" หญิงสาวเริ่มเดินตามรอยเท้าชุนอย่างระมัดระวัง ทั้งมองรอบๆเป็นระยะๆป้องกันสัตว์ร้ายลอบติดตาม
. . .
"ถึงสักที..ยอดเขา" ชุนมองไปยังท้องฟ้ามืดสลัว ขณะตัวเขาอยู่ในหมอกจางๆและใกล้หมู่เมฆ
"คงต้องรอบนยอดเขาสักพัก ถึงท้องฟ้าจะสว่างและมองเห็นทิวทัศน์กับภูมิศาสตร์รอบๆได้" ชุนกล่าวพลางมองคบเพลิงในมือกำลังมอดดับ
"ให้ตายสิ ไม่มีคบเพลิง..บรรยากาศเย็นชื้น วันนี้ได้ประสบการณ์ใหม่ทนหนาวรอแสงแดดยามเช้าแน่ๆ" ชุนบ่นเสียงเบา ก่อนเดินไปใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง
พอชุนไปใต้ต้นไม้ เขาได้เอาเท้าเขี่ยใบไม้ออกให้เหลือพื้นที่วงกลมเอาไว้นั่ง แล้วจึงนั่งลงรอแสงแรกของวัน
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
แสงแรกของวันเริ่มสาดส่องหรือจะเรียกว่า รุ่งสางก็ไม่ผิด แต่ชุนยังไม่เคลื่อนไหว เขานั่งอยู่ใต้ต้นไม้อย่างนั้น เพราะว่าแสงแรกยังไม่ได้สลายหมอกให้หายไป ซึ่งต่อให้เขาปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูงและมองไปรอบๆก็ไม่มีวันเห็นป่าหรือภูเขาลูกอื่น
แกร๊ก!
"นั่นใคร" ชุนตะโกนถามไปทันทีเมื่อเขาได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก ยิ่งไปกว่านั้นเขาหันไปมองและค่อยๆลุกขึ้นยืนพร้อมจับมีดสั้นเอาไว้ในท่าเตรียมสู้ เพราะเขาไม่รู้ว่าตัวอะไรหรือสิ่งใดเหยียบกิ่งไม้หัก
"ยังไม่รีบออกมาอีก" ชุนเค้นเสียงเย็นชา ซ้ำยังทำท่าขว้างปามีดสั้นไป ทันใดนั้นเสียงของสตรีก็ดังขึ้นมา
"เดี๋ยว! ข้าไม่ได้มาร้าย"
"เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงตามข้ามา" ชุนถามพลางมองหญิงสาวในชุดคลุมคุ้นตาเดินออกมาจากหลังต้นไม้ต้นหนึ่ง
"โปรดสงบใจ ข้าเพียงตามรอยเท้าท่านมา เพราะคิดว่าเป็นรอยเท้าบิดาข้า มิได้มีเจตนาอื่น"
ได้ยินหญิงสาวบอกกล่าว ชุนจึงแสดงสีหน้านิ่งสงบแล้วกล่าวเสียงเย็นชา
"ไม่มีเจตนาอื่น งั้นเจ้าไปให้ไกลจากข้าเสีย อย่าได้เข้ามาใกล้ หาไม่แล้วอย่าหาว่าไม่เตือน"
"ดะ..ด้ะ..ได้..ขะ...ข้าจะรีบไป" หญิงสาวกล่าวน้ำเสียงตะกุกตะกักคล้ายหวาดหวั่นในน้ำเสียงเย็นชาของชุน
หึ!
ชุนพ่นลมหายใจ ก่อนจะเฝ้ามองหญิงสาวค่อยๆเดินจากไป พอหญิงสาวหายไปจากสายตาเขา เขาจึงเก็บมีดสั้นและเดินไปนั่งใต้ต้นไม้ดังเดิม
. . .
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
แสงแรกตะวันเจิดจ้า ชำระล้างเมฆหมอกทั้งมวล เปิดวิสัยทัศน์ให้มองเห็นป่าไม้อันกว้างใหญ่กับภูเขาและแม่น้ำ ซึ่งชุนกำลังยืนมองพร้อมครุ่นคิดว่าสถานที่ใดเหมาะแก่การสร้างบ้านพัก
'สภาพแวดล้อมรอบภูเขาลูกนั้นไม่สมบูรณ์ อีกลูกอยู่ในจุดอันตรายเกินไป ภูเขาลูกที่ดีที่สุดยังเตี้ยเกินไปและอยู่ใกล้แม่น้ำสายใหญ่..ให้ดูดีสุดอาจเป็นภูเขาขนาดกลางลูกนั้น ถึงอยู่ใกล้ภูเขาสามลูกดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ แต่สภาพแวดล้อมมันใช้ได้ มีทั้งแม่น้ำสายเล็กและติดกับภูเขาอีกลูก บนภูเขายังมีต้นไม้บดบังคนมองจากภายนอกยังไงก็ไม่เห็น..
ต่อให้มีโอกาสเป็นไปได้เล็กน้อยว่าจะมีผู้อาศัยอยู่ ยังไงก็ลองไปดู ไม่ใช่แค่ต้นไม้ปิดบังสายตาคนได้ ดินตรงนั้นนังอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้หลายต้นสัตว์ร้ายเข้าใกล้ไม่ได้ ลดความเสี่ยงไปได้สูง'
ในช่วงเวลาชุนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หญิงสาวคนเดียวกันก็มองเขาอยู่ห่างๆ..ห่างถึงห้าสิบเมตร นางหลบซ่อนหลังต้นไม้ เพราะนางรู้สึกว่าชุนมีความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่ไม่สามารถบอกบรรยายเป็นคำพูดได้
"ดีล่ะ ต้องไปภูเขาลูกนั้น" อยู่ๆชุนได้กล่าวขึ้นมาโต้งๆเสียงดังเหมือนเขาตัดสินใจได้แล้ว ทันใดนั้นเหมือนเขาจะหลงลืมอะไรบางอย่างไปไปจึงกระโดดลงไปยังทิศทางจุดหมายราวกับตัวเขาสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้
เฮ้ย!
ชุนร้องเสียงหลงก่อนร่างเขากลิ้งลงไปจากเขาเหมือนลูกขนุน หญิงสาวเห็นชุนกระโดดลงไป นางทำได้เพียงวิ่งเข้ามาดูด้วยความตกตะลึงคล้ายกับพบพานคนบ้า
"ข้าหวังว่าเขาจะไม่ช้ำในตาย" หญิงสาวดึงสติกลับมา แล้ววิ่งลงเขาตามร่างชุนไปเพื่อช่วยเหลือ