บทที่ 13 เลือกเส้นผม หรือจะไสหัวไป
ไม่ว่าใครเห็นหญิงหน้าตาอัปลักษณ์เต็มไปด้วยจุดแดงพุ่งเข้ามาจะจูบตนล้วนต้องใจนถอยหนีทว่าหลีเย่หานกลับจ้องเซียวหลิงอวิ๋นที่โน้มเข้ามาอย่างสงบเงียบ
เดิมเซียวหลิงอวิ๋นเพียงอยากใช้โอกาสนี้ข่มขู่ให้อีกฝ่ายไม่กล้าดึงนางสุ่มสี่สุ่มห้าอีกทว่าไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะนั่งนิ่งไม่ยอมหลบ
นางไม่เชื่อว่าเขาชอบตนจริงคงเป็เพราะอีกฝ่ายมีจิตใจมั่นคงเกินไปต่างหากจึงนิ่งได้เช่นนี้
เซียวหลิงอวิ๋นกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นะโลุกพรวดพร้อมเอ่ยเสียงดัง
“คราวนี้จะปล่อยไปก่อน คราวหน้าค่อยคิดบัญชี!”
พูดจบก็ผลักประตูออกแล้วเดินออกไปอย่างองอาจราวกับไม่ใส่ใจเื่จูบเมื่อครู่นั้นแม้แต่น้อย แต่ใจของนางกลับเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมาจากอก
บัดซบ!ใบหน้าของหลีเย่หานช่างชวนให้คนอยากทำเื่ไม่ดีนัก!เมื่อครู่หัวใจของนางเต้นรัวจนแทบจะะเิออกมาอยู่แล้ว
บ่าวที่เฝ้าหน้าประตูคิดว่าเซียวหลิงอวิ๋นต้องโดนเ้านายสังหารไปแล้วไม่ต่ำกว่าห้าร้อยครั้งพอเห็นนางเดินออกมาอย่างปลอดภัยไร้รอยข่วนก็แทบแข็งค้างกลายเป็รูปปั้นหิน
นะ...นี่มันอะไรกัน!คุณหนูใหญ่ยังมีชีวิตอยู่? เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!ท่านอ๋องถึงกับปล่อยให้นางเข้าใกล้เชียวหรือ ช่างน่าสะพรึงกลัวนัก!นี่ต้องไม่ใช่เื่จริงแน่!
บ่าวรับใช้ยืนอึ้งค้างอยู่หน้าประตูก่อนจะค่อยๆ หันไปมองหลีเย่หานที่ยังคงมีสีหน้าเ็าขณะที่ดวงตาจับจ้องแผ่นหลังของเซียวหลิงอวิ๋นที่เดินจากไปแววตาลึกล้ำราวกับกำลังมองทะลวงเข้าไปถึงจิตใจของใครบางคน แล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า
ใช่แล้วทั้งหมดนี้ต้องเป็ความฝันแน่!
ทว่าไม่มีใครทันสังเกตว่าบนใบหน้าเยือกเย็นราวน้ำแข็งของหลีเย่หานใบหูของเขากลับมีสีแดงระเรื่อปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน
เขาเกิดมาพร้อมวาสนาเทียมฟ้าสูงส่งเหนือปุถุชนจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาแม้แต่คนเดียวเซียวหลิงอวิ๋นจึงเป็คนแรก
แต่หลีเย่หานรู้ดีว่าอีกไม่นาน...เซียวหลิงอวิ๋นเองก็คงถูกโชคชะตาของเขาสังหารตายเช่นกัน
เมื่อชื่อของเซียวหลิงอวิ๋นผุดขึ้นมาในห้วงความคิดแววตาของหลีเย่หานพลันหม่นหมอง ความรู้สึกบางอย่างในอกช่างน่าขัดใจนักเขาไม่เคยมีอารมณ์เช่นนี้มาก่อนเลย ที่ผ่านมามีสตรีนับไม่ถ้วนที่ตายเพราะเขาแต่แม้ได้ยินข่าวก็ไม่ทำให้จิตใจเขาสั่นคลอนได้เลยสักนิด
เซียวหลิงอวิ๋นที่พลังพุ่งทะยานอย่างฉับพลันกำลังอารมณ์ดีทว่าเมื่อกลับถึงจวนเจิ้นกั๋วโหวกลับเห็นลานหน้าเรือนของตนเต็มไปด้วยข้าวของวางกองระเกะระกะ
ทั้งไม้กระดานเตียงผุพังผ้าห่มเก่า เสื้อผ้าขาดวิ่นของนาง ทุกสิ่งเหมือนถูกโยนทิ้งไว้กลางลานอย่างกับขยะ
เซียวหลิงอวิ๋นพลันสีหน้าเย็นยะเยียบ
บรรดาสาวใช้และหมัวมัวบางคนถึงกับลอบยกมือปิดปากหัวเราะเบา
แต่เพียงแค่เซียวหลิงอวิ๋นเหลือบสายตาคมปลาบไปมองทุกคนก็ถึงกับขนลุกวาบ ยืนตัวตรงแทบไม่ทัน
เซียวหลิงอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ
“ฝีมือใคร”
เมื่อถูกน้ำเสียงเยียบเย็นของนางไล่ต้อนบรรดาสาวใช้ถึงกับสะดุ้ง รีบตอบด้วยเสียงสั่น
“คะ...คุณหนูรองเป็คนสั่งเ้าค่ะ คุณหนูรองบอกว่าคุณหนูใหญ่อยากได้ของดีนางจึงอยากช่วยสนองให้เต็มที่ เลยให้พวกเราทิ้งของเก่าไปก่อนบอกว่าคุณหนูใหญ่จะต้องลำบากสักสองสามวัน แล้วอีกไม่กี่วันจะได้ใช้ของดีๆแล้วเ้าค่ะ”
เซียวหลิงอวิ๋นฟังแล้วหัวเราะเย็น
ฮึ!เซียวเย่ว์หยา ยังกล้ามาหาเื่ข้าอีกหรือ ลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเคยเจ็บแค่ไหน!
นางไม่รอช้าหมุนตัวเดินตรงไปยังเรือนเย่ว์หยาของนางทันที
พอไปถึงหน้าลานก็ถูกบ่าวเฝ้าประตูขวางไว้อย่างดุดัน
“หยุดเดี๋ยวนี้! คุณหนูรองสั่งไว้ว่า คุณหนูใหญ่กับสุนัขแมวจรห้ามเข้า!”
‘พลั่ก! พลั่ก!’ เสียงกระแทกดังสองครั้ง บ่าวทั้งสองร้องลั่นก่อนจะลอยคว้างเข้าไปในลานร่างกระแทกพื้นอย่างแรงจนสลบเหมือดในบัดดล
เซียวหลิงอวิ๋นที่ยืนอยู่หน้ากรอบประตูค่อยๆลดเท้าลง ไม่แม้แต่จะปรายตามองบ่าวสองคนนั้น ก้าวฉับๆ เข้าไปในเรือนทันที
เสียงฝีเท้าที่ย่ำอยู่ในลานเรียกให้เซียวเย่ว์หยาและบ่าวอีกสองสามคนเดินออกมา
เมื่อนางมาถึงเห็นเซียวหลิงอวิ๋นยืนอยู่หน้าห้องโถงและเห็นบ่าวสองคนที่นอนสลบอยู่ในลานก็ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่พอใจทันควัน
“เซียวหลิงอวิ๋น เ้าช่างกล้านัก! ถึงกับกล้าทำร้ายคนของข้า! รีบขอโทษเสียไม่เช่นนั้นวันนี้เ้าอย่าหวังจะได้ก้าวเท้าออกจากเรือนนี้เลย!”
นายเป็เช่นไรบ่าวก็เป็เช่นนั้นบ่าวสองข้างกายเซียวเย่ว์หยาทำท่าอวดเบ่งใส่เซียวหลิงอวิ๋นอย่างดูแคลนเหมือนนายของตนไม่ผิดเพี้ยน
เซียวหลิงอวิ๋นเห็นแล้วไม่ได้โกรธแม้แต่น้อยกลับยิ้มเย็นพูดเสียงเรียบ
“บังเอิญนัก วันนี้ข้าเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะออกไปจากเรือนนี้เหมือนกัน...ไหนๆเ้าก็กล้าทิ้งของในเรือนของข้า เช่นนั้นเรือนนี้ของเ้าก็ยกให้ข้าอยู่แทนเถอะหากข้าจำไม่ผิด ที่นี่เดิมทีก็เป็เรือนของข้าไม่ใช่หรือเช่นนั้นคงต้องลำบากเ้าช่วยไสหัวออกไป รอจนเรือนเดิมของข้าจัดเก็บเรียบร้อยเ้าค่อยย้ายเข้าไป”
เรือนเย่ว์หยานี้เดิมเป็เรือนของนางั้แ่ยังเป็คุณหนูใหญ่สายตรงเพียงคนเดียวของจวนแต่หลังจากที่ซ่างกวนหลิวได้เลื่อนขั้นจากอนุภรรยาขึ้นมาเป็ฮูหยินอย่างถูกต้องเซียวเย่ว์หยาก็รีบโวยวายเอาเรือนนี้ไปเป็ของตนเอง
เซียวเย่ว์หยาได้ฟังต้นสายปลายเหตุแล้วก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายโกรธเื่นี้แต่แท้จริงแล้วนางไม่พอใจที่ตอนนี้เซียวหลิงอวิ๋นกำลังจะมีฐานะความเป็อยู่ทัดเทียมกับตนจึงหาเื่โดยอ้างว่าอยากให้ของดีจึงต้องโละของเก่าทิ้ง
พอเห็นอีกฝ่ายกล้าโต้กลับถึงขั้นจะยึดเรือนเซียวเย่ว์หยาก็แสร้งทำเป็ใขึ้นมาอย่างทันควัน
“ที่แท้ก็เพราะเื่นี้เองหรอกหรือ พี่หญิงท่านนี่ช่างไม่รู้บุญคุณเสียจริง ข้าอุตส่าห์ให้คนไปหาของดีๆ มาเปลี่ยนให้ท่านกลับไม่เห็นค่าความหวังดีของข้า แถมยังจะมายึดเรือนข้าอีก ท่านช่างใจร้ายนัก!”
“ไอ้หยา...คุณหนูใหญ่นี่ก็ใจร้ายเหลือเกิน อยู่ดีๆ ก็มารังแกคุณหนูรองซ้ำยังจะมายึดเรือนของนางอีก แบบนี้ต้องกระจายข่าวให้คนทั้งเมืองรู้เสียหน่อยว่าตลอดหลายปีมานี้คุณหนูรองต้องอดทนมากแค่ไหน”
“ใช่แล้ว!คุณหนูใหญ่เอาแต่ใช้อำนาจในฐานะบุตรสาวภรรยาเอกกดขี่คุณหนูรองมาตลอดเื่แบบนี้ต้องเปิดโปงให้คนทั้งเมืองรู้ให้หมด!”
บ่าวพวกนั้นต่างพูดจากระทบกระเทียบแดกดัน
เซียวเย่ว์หยายิ่งได้ใจมองเซียวหลิงอวิ๋นอย่างเย้ยหยัน
“พี่หญิง ได้ยินหรือไม่ข้าว่าท่านควรรีบขอโทษข้าแล้วกลับเรือนของท่านไปเสียเถิด ไม่อย่างนั้นเกรงว่าพรุ่งนี้ทั้งเมืองฮั่วหลีจะเต็มไปด้วยข่าวลือเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับท่านอีกครั้ง”
เมื่อก่อนเซียวเย่ว์หยามักใช้ให้บ่าวสาวแพร่ข่าวลือใส่ร้ายป้ายสีเซียวหลิงอวิ๋นไปทั่วเมืองจนแม้ว่าชาวเมืองจะไม่เคยเห็นหน้านางเลยสักครั้งแต่กลับเชื่อกันไปแล้วว่าคุณหนูใหญ่แห่งจวนเจิ้นกั๋วโหวผู้นี้เป็หญิงเอาแต่ใจใจดำโหดร้าย
เ้าของร่างเดิมอับอายที่ตนมีจุดแดงบนใบหน้าจึงไม่กล้าออกจากจวนเป็ทุนเดิมต่อมายังมีข่าวลือเสียๆ หายๆ ของนางอีกทำให้นางหวาดกลัวสายตาและคำซุบซิบนินทาของผู้คนยิ่งนักทุกครั้งที่เซียวเย่ว์หยานำเื่นี้มาข่มขู่นางก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับอย่างน่าสงสาร
เซียวเย่ว์หยากำลังรอชมท่าทีกลัวเกรงและการก้มหน้ารับผิดจากเซียวหลิงอวิ๋นอย่างลำพองใจแต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็รอยยิ้มเ็าพร้อมคำพูดอันเด็ดขาดของอีกฝ่าย
“สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือการถูกใส่ร้าย หากพวกเ้าชอบปล่อยข่าวนักเช่นนั้นข้าก็จะทำให้เป็จริงไปเสียเลยจะได้ไม่ให้ความหวังดีของพวกเ้าต้องสูญเปล่า”
พูดจบเซียวหลิงอวิ๋นก็ก้าวพรวดเข้าไปเตะบ่าวสองคนนั้นล้มลงกับพื้นแล้วคว้าผมของเซียวเย่ว์หยาดึงขึ้นมาทันที ใบหน้านิ่งสนิทขณะเอ่ยเสียงเย็น
“เ้าว่า...หากข้าลงมือแรงกว่านี้อีกนิด ดึงผมเ้าหลุดติดมือไปสักกำแล้วพรุ่งนี้ให้บ่าวเ้าเอาผมกำนี้ออกไปปล่อยข่าวต่อ แบบนั้นจะดูสมจริงขึ้นไหม”
“อ๊า! นางสารเลว ปล่อยข้านะ! อย่า...อย่าดึงผมข้า เจ็บ! ข้าเจ็บนะ ปล่อยสิ!”
ใบหน้าของเซียวเย่ว์หยาเต็มไปด้วยความเ็ปนางได้แต่กรีดร้องสบถหยาบคาย แต่กลับไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
บรรดาสาวใช้ที่ถูกเตะกระเด็นลงไปกองกับพื้นแต่ละคนหน้าซีดเผือดมือกุมท้องด้วยความเ็ป มองเซียวหลิงอวิ๋นอย่างตื่นตระหนกสุดขีด
เซียวหลิงอวิ๋น...นางกล้าลงมือกับพวกตน!ซ้ำยังกล้าดึงผมคุณหนูรองอย่างเปิดเผย นางต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!
แต่เซียวหลิงอวิ๋นกลับไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไรเสียงของนางเฉียบคมดั่งปลายมีด
“เซียวเย่ว์หยา เ้าจะเลือกอะไร...จะเอาเส้นผมหรือจะยกเรือนให้ข้าถ้าเลือกผม ก็ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!”
“อ๊า! อย่าดึง ข้ายอมแล้ว ข้ายอมเลือกผม!”
เซียวเย่ว์หยาเจ็บจนแทบหลั่งน้ำตาใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและเจ็บแค้น
ทันทีที่เซียวหลิงอวิ๋นคลายมือออกเซียวเย่ว์หยาก็ฉวยโอกาสโต้กลับทันที คลื่นพลังิญญาระดับหลังฟ้าขั้นสี่แผ่กระจายออกมานางเผยสีหน้าเหี้ยมเกรียม คิดจะฟาดหัวเซียวหลิงอวิ๋นให้เละในทีเดียว
แต่ทันใดนั้นสีหน้าของเซียวเย่ว์หยาเปลี่ยนเป็ตกตะลึงสุดขีดนางมองมือของตนที่ถูกอีกฝ่ายจับไว้แน่นอย่างไม่อยากเชื่อ
“ไม่นะ! เป็ไปไม่ได้! ระดับหลังฟ้าขั้นห้า! เซียวหลิงอวิ๋นเ้าจะมีพลังได้อย่างไร เ้าเป็แค่คนไร้ค่าไร้พร์ ฝึกฝนไม่ได้นี่นา!!”
เซียวหลิงอวิ๋นแค่นเสียงเ็าพลางออกแรงบิดมือในทันใด
‘กร๊อบ!’
เสียงกระดูกถูกบิดหักดังก้องลานเรือน