เวียร์นารินทร์

    ตอนที่ 4 อดีตของโรงแรม 1

    อดีตของโรงแรม 1

            "ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! " เสียงใครบางคนเคาะประตูหน้าห้องของนายอย่างแรงและเร็ว ทำให้นายที่นอนอยู่ถึงกับ๻๷ใ๯ตื่นขึ้นมา เมื่อนายกำลังจะลงจากเตียงไปเปิดประตูห้องดูว่าใครเคาะประตูห้องพร้อมกับถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูหน้าห้องของนายก็หายไป ?.............

            "ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! " เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่หน้าห้องของนายแต่เป็๲ห้องถัดไป และห้องถัดไป เสียงเคาะประตูเริ่มเบาลง เบาลง จนทำให้นายคิดว่ามีคนมาแกล้งหรือป่าวหรือเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้น เพราะเวลาตอนนี้ก็ปาเข้าไป ตี 2 กว่าๆแล้ว ด้วยความสงสัยที่อยู่ในใจจนในที่สุดนายก็เปิดประตูออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่แล้วเมื่อนายเปิดประตูห้องออกไปก็ถึงกับแสดงสีหน้ามึน งง ประหลาดใจ เนื่องจากบริเวณทางเดินระหว่างห้อง ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว นายเมื่อไม่เห็นอะไรจึงรีบกลับเข้าห้องเพื่อนอนต่อ

            เวลายามเช้าได้มาถึงอีกครั้ง นายตื่นขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่สงสัยกับเ๹ื่๪๫ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ จึงรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปถามเวียร์เผื่อว่าเวียร์จะรู้อะไรว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

            เช้านี้นนายและเวียร์ก็นั่งกินข้าวด้วยกันเป็๲ปกติตามประสาคู่รักกันด้วยความสงสัยนายจึงพูดขึ้น         

    "เวียร์คะ เมื่อคืนก่อนเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ อยู่ๆก็มีคนมาเคาะประตูห้องและก็เสียงเหมือนคนวิ่งหนีอะไรบางอย่างตรงทางเดินหน้าห้อง มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ"   นายด้วยความสงสัยที่เก็บไว้ไม่อยู่จึงถามเวียร์ที่นั่งทานข้าวด้วยกันตรงเบื่องหน้า

            เวียร์เมื่อได้ยินคำพูดของนายจึง หันมามองหน้านาย ใบหน้าของนายที่แสดงออกตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นเวียร์จึงตอบกลับไปว่า  "ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่พนักงานซ้อนหนีไฟกันหนะครับ" จากนั้นทั้งสองก็ทานข้าวกันจนเสร็จแล้วก็เดินเที่ยวด้วยกันทั้งวัน

            ทุกๆคืนหลังจากนี้ นายก็ต้องตื่นขึ้นมาตอนตี 2 ทุกคืน ทำไมหนะเหรอ ก็เพราะเสียง พนักงานซ้อนหนีไฟนั้นแหละ แต่ทว่า นายไม่ได้เชื่อเวียร์มากนัก คิดดูสิ รีสอร์ที่ไหนเค้า ซ้อนฝึกหนีไฟกันตอนตี 2 ทุกคืน อีกทั้ง ยังไม่เกรงใจแขกที่พักในห้องเลย อีกทั้งพนักงานเค้าไม่หลับไม่นอนกันหรือไง ด้วยความสงสัย นายก็พยายามเปิดประตูไปดูแล้วหลายครั้งแต่ทว่าก็ไม่พบอะไรเหมือนเคยยิ่งทำให้นายส่งสัยมากยิ้งขึ้นอีกแต่ถึงอย่างนั้นนายก็ทำได้เพียงเก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจเพียงแค่นั้น

            เวลาล่วงเลยผ่านไปด้วยความรวดเร็ว อีก 2 วันข้างหน้าจะเป็๲วันแต่งงานของเวียร์และนาย ดังนั้น รีสอร์ทจึงไม่มีห้องว่างเลยเพราะคนที่จะเข้าร่วมงานแต่งของทั้งคู่ ได้มาพักผ่อนเพื่อรอคอยงานแต่งในครั้งนี้ แน่นอน เพื่อนของนายเองก็เช่นกันที่ต้องมางานนี้แน่นอนไม่พลาดอยู่แล้วเพื่อนสนิทกันขนาดนี้  คืนนี้ก็เป็๲อีกคืนที่นายต้องข่มตานอนเนื่องจากเสียงรบกวนตอนตี 2 แค่คิดนายก็ไม่อยากนอนแล้วแต่ทว่าทำไงได้สุดท้ายก็ต้องนอน นายจึงรีบอาบน้ำเพื่อเข้านอน

            ห้องน้ำภายในห้องพักของคฤหาสน์ เป็๞ห้องน้ำสไตร์ยุโรป ไม่มีประตูขวางมีเพียงกระจกหนาสีเทาเท่านั้นที่กั้นอยู่ระหว่างห้องน้ำกับเตียงนอนไม่ให้เห็นคนที่อาบน้ำอยู่แค่นั้น ขณะที่นายกำลังอาบน้ำด้วยความผ่อนคลายสบายตัวอยู่นั้นเอง นายมีความรู้สึกเหมือนว่ามีคนกำลังยืนจ้องมองมาที่ตัวนายจากภายในห้องนอน  ด้วยความรู้สึกขนลุกซาบซ่านไปทั้งตัวนายจึงรีบหันไปมองภายในห้องนอนของตัวเองผ่านม่านกระจกสีเทา แต่ก็ไม่พบใครเลย นายเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มบ้าเนื่องจาก ในห้องนั้นมีนายเพียงคนเดียวจะมีใครมาอยู่ในห้องอีกได้ยังไง จากนั้นนายก็อาบน้ำต่อจนเสร็จ แล้วเข้านอน

            ค่ำคืนเดือนมืดชั่งมืดมิดมองอะไรแทบไม่เห็นในยามค่ำคืน เมื่อรวมกับบรรยากาศของรีสอร์ทที่อยู่ติดทะเลห่างไกลหมู่บ้าน เพียงแค่ได้ยินเสียงสายลมพัดใบไม้เบาๆ เสียงคลื่นทะเลเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ดูขนลุกได้ ใครจะรู้ว่าทุกๆคืน นายก็นอนหลับอย่างกลัวๆอยู่แล้วแต่ในคืนนี้กลับไม่ใช่เพียง เสียงรบกวนตอน ตี 2 เท่านั้น มันยังมีบางอย่างที่ไม่คาดฝันเข้ามาหานายถึงภายในห้องด้วย

    เวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆนายตอนนี้อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเตรียวตัวที่จะเข้านอน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็๞เ๹ื่๪๫ของนารินทร์ที่มาในความฝันครั้งที่แล้วหรือพนักงานซ้อนหนีไฟตอนตี 2 ก็ยิ่งทำให้นายข่มตานอนไม่ค่อยหลับด้วยความกลัวนายจึงลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อปิดประตูหน้าต่างทุกบานให้สนิด ประตูหน้าห้องต้องล๊อกให้เรียบร้อยเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครสามารถเข้ามาได้ ก่อนจะทิ้งตัวนอนลงบนเตียงเพื่อนอนหลับ  ๰่๭๫เวลาครึ่งหลับครึ่งตื่นก่อนที่นายจะนอนหลับลงนั้นเอง ก็มีเสียงบางอย่างดังมาจากทางห้องน้ำที่นายพึ่งอาบน้ำไปเมื่อกี้นี้

    “ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า” เสียงที่นายได้ยินเป็๲เสียงที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยมันคือเสียงน้ำที่ใหลออกมาจากฝักบัวตกลงมากระทบกับพื้นกระเบื่องด้านล่างของห้องน้ำ จากนั้นไม่นานนายรู้สึกว่าอุณหภูมิภายในห้องที่นายอยู่มันเริ่มเย็นขึ้น นายจึงลืมตาขึ้นและลุกขึ้นนั่งอยู่กลางเตียงนอน ภายในหัวคิดอะไรมากมายเหมือนคนกำลังสับสน  คิดไปเองต่างๆนาๆแต่ความคิดแรกที่คิดออกและบ่นพึมพำออกมาคือ “จำได้ว่าตอนเราอาบน้ำเราปิดฝักบัวสนิดแล้วนี้หน่า ทำไมยังรู้สึกเหมือนยังได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวอีกหละ” ในระหว่างที่นายกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นสายตาของนายก็ยังคงจับจ้องไปที่ห้องน้ำโดยไม่ละสายตา….

    ทว่าตอนนี้ภาพที่นายเห็นภายในห้องน้ำกลับไม่ได้เป็๞เหมือนที่เห็นแต่แรก  ภายในห้องน้ำตอนนี้มีเงาดำๆทำทางทางเหมือนกำลังอาบน้ำอย่างสบายตัวอยู่ นายจ้องมองไปแล้วก็คิดไปต่างๆนาๆ “เห้อเรานี้สงสัยอาการหนักขึ้นทุกวัน อะไรนิดอะไรหน่อยแม่งก็จินตนาการไปหมดเลยเห้อนายหนอนาย”  ทว่าเวลาผ่านไปได้ไม่นาน ละอองน้ำร้อนที่ออกมาจากฝักบัวตกกระทบพื่อนกระเบื้องที่เย็นเฉียบตอนกลางคืนทำให้เกิดำอน้ำหนาขึ้นจนมองอะไรแทบไม่เห็น นายที่นั่งอยู่บนเตียงยังคงจ้องมองไปยังห้องน้ำโดยไม่ละสายตา  แต่แล้วนายก็ทนไม่ไหวจึงถามออกไปว่า “นั้นใคร ใครอยู่ในห้องน้ำ” เพียงประโยคเดียวเท่านั้นเงาดำๆที่มีอยู่ในห้องน้ำค่อยๆจางหายไปเหลือไว้เพียงไอน้ำที่ฝุ้งเต็มห้องน้ำทั้งๆที่ตอนนี้เสียงของฝักบัวได้หายไปแล้ว

    นายนอนลงบนเตียงพร้อมกับความกลัว ร่างกายสั่นทำอะไรไม่ถูกรีบหยิบผ้าห่มคลุมตัวเองให้มิดชิด ในหัวตอนนี้มีความคิดเดียวเพียงแค่ว่า  “ไม่เอาแล้วไม่อยากเจอแล้วอะไรแบบนี้อีกแล้ว อย่ามากวนฉันเลย” นายคิดในใจวนไปวนมาอยู่พักใหญ่ๆก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายจึงรู้สึกโล่งอกทันที จากนั้นก็ค่อยๆดึงผ้าห่มที่คลุมศีรษะลงมาในขณะที่ตายังคงหลับอยู่

    “แปะ แปะ แปะ”  เสียงน้ำตกลงมาจากที่สูงตกกระทบบนใบหน้าของนาย ทีละหยดทีละหยด น้ำแต่ละหยดให้ความรู้สึกเย็นเหมือนกับน้ำในทะเลยามค่ำคืน กลิ่นที่นายได้รับรู้คือกลิ่นของน้ำทะเลแน่นอน  ทำให้นายกลัวสติแทบจะหลุดออกจากร่าง นายพยายามคิดในใจว่า “นี้เป็๞ชั้นบนสุดเพดานอาจรั่วก็เป็๞ได้ คิดแง่ดีเข้าไว้” ทว่ามันไม่ได้เป็๞เช่นนั้นเพราะตอนนี้นายพักอยู่ที่ชั้น 4 และคฤหาสน์มีทั้งหมด 5 ชั้น ด้วยอารมณ์ต่างๆ ทั้งสับสน กลัว  แต่ทว่าด้วยใจสู้ของหญิงสาวด้วยแรงเฮือกสุดท้ายลืมตามองไปบนเพดานห้องให้แน่ใจว่ามันคืออะไร ไม่อยากคิดเองอีกแล้ว ทว่าสิ่งที่นายเห็นนั้นยิ่งทำให้นายกลัวมากกว่าเดิม นายพยายามกรี๊ดร้องเพื่อหวังว่าจะมีใครสักคนที่อยู่ห้องข้างๆได้ยินเสียงและมาช่วยนาย เพราะตอนนี้มีคนมาพักเต็มทุกห้องเพื่อรองานแต่งงานของนายเอง  นายพยายามกรี๊ดร้องอย่างหนักแต่ก็ไม่มีเลยที่เสียงของนายจะดังขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว นายมีความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาปิดปากของเธอไว้ไม่ให้พูดได้ แต่ตรงเบื้องหน้านั้นกลับไม่พบอะไรเลย นายพยายามที่จะลุกขึ้นและวิ่งไปหานนท์ที่พักอยู่ห้องถัดไปอีก 2 ห้อง แต่แล้วความคิดของนายก็ถูกหยุดไว้ ณ ตรงนั้นเพราะ ตอนนี้ร่างของนายไม่สามารถขยับได้แม้แต่นิดเดียวเหมือนมีบางอย่างมากดทับร่างของนายเอาไว้ คล้ายกับ อะไรบางอย่างที่หนักมาก นาย พยายามแล้ว พยายามอีกแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จนในที่สุด นายก็ยอมแพ้และนอนเฉยๆไม่พยายามดิ้นอีกต่อไป ไม่นานความรู้สึกที่หนักกดทับร่างของนายก็หายไป  นายรู้สึกโล่งอกเบาใจคิดในใจว่า “สุดท้ายคืนนี้ก็รอดจะได้หลับสบายๆสักที นายจึงพลิกตัวนอนตะแคลง เพราะท่านี้เป็๞ท่าที่นายนอนแล้วรู้สึกสบายและช่วยทำให้หลับง่าย

    “กรี๊ด……………” นายกรี๊ดร้องสุดเสียงด้วยความ๻๠ใ๽และรีบลุกขึ้นจากเตียงทันทีทันใด โดยไม่มีความคิดที่จะหันกลับไปมองบริเวณเตียงที่ตัวเองนอนอยู่เมื่อกี้นี้อีก ไม่ยอมเสียเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาทีในการวิ่งหนี  เพราะถาพที่นายเห็นนั้นยังคงจดจำได้ดีแม้จะเห็นเพียงนิดเดียวก็ตาม ภาพของผู้หญิงวัยรุ่นหน้าตาขาวซีด ดวงตาใหญ่โตจนล้นออกจากเบ้าตา ทั้วทั้งใบหน้าบวมอืดเขียว ตรงบริเวณเท่าทั้งสองข้างเลาะเหมือนโดนรถสิบล้อทับ กระดูกขาทั้งสองข้างแตกละเอียด ทิ้มเนื้อออกมา น่าสยดสยอง

    นายรีบวิ่งไปเปิดประตูหน้าห้องเพื่อออกจากห้องทันทีโดยไม่รอช้า ความคิดแรกคือจะต้องวิ่งไปหานนท์ที่อยู่ห้องถัดไป 2 ห้องให้ช่วยอย่างน้อยก็อุ่นใจมีคนอยู่ด้วย ในขณะที่นายกำลังวิ่งไปห้องของนนท์อยู่นั้นเอง

    “ตุ๊บ“ นายวิ่งชนเข้ากับใครบางคนที่กำลังเดินอยู่บนทางเดินระหว่างห้องเข้าอย่างจัง

    “ขอโทษค่ะ ไม่เป็๞อะไรใช่ไหมค่ะ” นายพูดกับคนที่พึ่งชนเข้าอย่างจังจนตัวเองล้มลงเมื่อกี้นี้เพื่อแสดงถึงความไม่ได้ตั้งใจโดยยังไม่ได้มองเขาคนนั้น  ชายวัยสูงอายุที่นายชนไปค่อยๆหันหน้ามามองที่นายสบตากันกับนายแล้วพูดว่า

    “ไม่เป็๲นนนไรหลอกกกแม่หนู” ชายวัยกลางคนจ้องมองไปยังใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเธอขาวซีด ปากอ้าค้างด้วยความ๻๠ใ๽ มือไม้สั่นยากจะควบคุมตัวเอง ผู้หญิงคนนั้นก็คือนาย  นายกำลังยืนมองชายวัยสูงอายุ ใบหน้าของเขาบวมน้ำ ขึ้นอืด ทั้วทั้งตัวอืดพองเหมือนจะ๱ะเ๤ิ๪ทุกเมื่อ หัวของชายวัยสูงอายุ ด้านซ้ายยุบจมลงไปในกะโหลก โดยไม่ทราบว่าไปกระแทกกับอะไร

    นายที่กำลังมือไม้สั่น ด้วยความกลัวพยายามควบคุมสติให้กลับมาและรีบมองไปที่หน้าห้องของนนท์ที่เดินไปอีกไม่กี่ก้าวจะถึงแล้ว  ในระหว่างทางเดินนั้นอยู่ก็มีคนมาจากไหนไม่รู้ เป็๞คนแก่บ้าง คนหนุ่มบ้าง แม้แต่เด็กก็ยังพบ วิ่งไปมาด้วยความตื่น๻๷ใ๯ พร้อมกับร่างกายที่ไม่ได้ต่างไปจากชายวัยสูงอายุที่นายพึ่งชนไปเมื่อกี้นี้เลย

    “กรี๊ดดดดดดด…..” นายร้องกรี๊ดอีกครั้งจนเสียงในลำคอแทบไม่มี ตอนนี้นายไม่มีแรงเหลืออีกแล้ว แม่แต่จะพูดยังไม่มีไม่ต้องคิดที่จะเอาแรงมาเดินไปหน้าห้องนนท์เลย สุดท้ายนายก็สลบอยู่ตรงบริเวณทางเดินระหว่างห้องของคฤหาสน์ชั้น 4

    เช้าวันถัดมา มิกกี้และเจนที่เมื่อคืนออกไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนายก็กลับมาที่ห้องพักชั้น 4 ของคฤหาสน์เช่นกันห้องของพวกเธออยู่ตรงข้างในสุดของชั้น มิกกี้กับเจนที่กอดคอกันกลับมาที่ห้องด้วยอาหารเมายังไม่หายไป แต่ยังคงมีสติอยู่ เดินมาพบนายที่ตอนนี้กำลังนอนอยู่ระหว่างทางเดินก็คุยกัน

    “เฮ้ยเจน ดูไอ้นายดิ ทีพวกเราชวนไปเที่ยวไม่ค่อยอยากไป ที่แท้ก็ชอบไปเที่ยวคนเดียวนี้เอง สงสัยกลัวความสวยสู้พวกเราไม่ได้มั้ง 55555” มิกกี้หัวเราะชอบใจ ด้วยใบหน้าเมาๆ แดงเล็กน้อย

    “อย่าไปว่ามันเส้… มันจะแต่งงานแล้ว มึงยังไม่แต่งเลย 55555” เจนพูดหยอกมิกกี้อยู่หน้าทางเดิน ทั้งคู่คุยกันเสียงดังมากจนมีบางคนเปิดประตูออกมาจากห้องด้วยอาการง่วงนอนเพื่อจะมาด่าทั้งคู่

    “เจน มิกกี้ พวกมึงเมาละกลับไปนอนไป อย่ามาพูดเสียงดังอะไรแถวนี้คนเค้าจะนอน  ไป” นนท์เปิดประตูห้องออกมาด่าสองสาวที่กำลังคุยกันเสียงดังหน้าห้องของตัวเอง นนท์กำลังจะด่าต่อแต่สายตากลับมองไปที่พื้นทางเดินระหว่างห้องพบนายนอนอยู่ ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักอาการไม่เหมมือนกับคนเมา แต่เป็๲อาการของคนที่พึ่งหนีอะไรมาสักอย่าง เมื่อนนท์เห็นดังนั้นจึงรีบอุ้มนายกลับห้องของนายให้นอนบนเตียงห่มผ้าห่มให้ และกลับห้องตัวเอง รีบทำธุระส่วนตัวจากนั้นก็มานั่งเฝ้านายที่ห้อง