ตอนที่ 29
ประลองหมากกลศึก 4
ทันทีที่อำนาจเดินเกมกลับมาอยู่ในมือของหยางอี้อีกครั้งหยางอี้ไม่รอช้า เปิดฉากด้วยมือธนูยิงสาดเข้าใส่ตัวหมากกองเรือของบิดาตนซึ่งเดินลึกเข้ามาติดอยู่กลางวงล้อมจนแต้มเหลือแค่หนึ่ง แต่กลับไม่ยิงให้จมั้แ่ก้าวแรกกลับเลือกขยับเรือว่างเปล่าให้ถอยลงไปด้านล่าง สร้างความงุนงงแก่หยางเฉิง ซึ่งมองเห็นกองเรือหายลับเข้าไปในหมอกบังตาสุดท้ายจึงค่อยขยับกองเรือว่างเปล่าลำแรกที่อยู่ล้ำหน้า เพื่อถอยกลับมายิงธนูปิดฉากเรือของหยางเฉิงจนจมลงหมอกหนาจึงแผ่มาปกปิดบังตาของหยางเฉิง ส่วนเรือลำสุดท้ายที่บรรทุกมือหอกและทหารม้าเอาไว้ก็ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน
ถัดมาบนชัยภูมิูเาสูงแม้พลเดินเท้าเคลื่อนช้าแต่ก็ลัดเลาะเกือบถึงครึ่งทางของเป้าหมายแล้ว ส่วนทหารม้าบนที่ราบยังคงขยับหลบหนีจนใกล้ชิดถึงริมเชิงเขาอันเป็ทางตันส่วนทหารม้าอีกกองซึ่งก้าวเดินลงต่ำ เคลื่อนพ้นระยะมองเห็นพร้อมกับมือธนูจึงบ่ายหน้าย้อนกลับ มุ่งตรงสู่ป่าโปร่งซ้ายมือเป็สัญญาณว่าสมรภูมิในป่าใกล้ถึงเวลาสุกงอม
เหลือสองตาหยางอี้จึงขยับพลเดินเท้าในป่าเคลื่อนหน้า สุดท้ายเป็ไปดังที่ผู้ชมทั้งสองคาดพลเดินเท้าเข้าไปตกอยู่ใจกลางกลุ่มของหยางเฉิง แถมยังเดินไปชนตัวหมากมือหอกที่หมอบซุ่มด้วยกลศึกกลายเป็เสียแต้มชีวิตทั้งที่อยู่ในตาเดินของตนเอง เพียงแต่การเสียแต้มครานี้ ก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของหยางอี้แต่อย่างใดตาสุดท้ายที่เหลือ หยางอี้จึงเลือกขยับตัวหมากพลธนูที่ติดตามเข้าป่ามาแต่ต้นให้เดินเยี้ยงเข้าป่าไปหลบซ่อนในเขตป่ารกชัฏ ก่อนจะจบตาเดินของตน
หยางเฉิงพยักหน้ายอมรับว่าการประลองหมากกลศึกกระดานนี้ เหนือความคาดหมายตนเองไปมาก ในใจคิดชมเชยบุตรชายที่สามารถเก็บกวาดตัวหมากทัพเรือของตนเองได้ แต่ภาพรวมยังมั่นใจในแนวทางเดิม ว่าท้ายที่สุดแล้วชัยชนะยังคงอยู่ฝั่งตนเองด้วยเวลานี้สมรภูมิเปิดกว้างทั้งสามส่วน บวกกับนิสัยรอบคอบ ทุกก้าวเดินที่เปิดออก หยางเฉิงทั้งนับจำนวนและจนจำตัวหมากของศัตรูเอาไว้ในใจซึ่งจนถึงตอนนี้หยางอี้ยังมีตัวหมากที่ไม่เปิดเผยอีกสองตัวได้แก่ตัวหมากพลเดินเท้าและตัวหมากพลธนูอย่างละหนึ่งตัว ดังนั้นต่อให้สมรภูมิป่าไม้แม้เริ่มต้นได้เปรียบแต่ยังต้องเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ซ้ำรอยสมรภูมิทางน้ำเด็ดขาดก่อนอื่นกลศึกซุ่มโจมตียังมีผลกับตัวหมากพลเดินเท้าอีกสองตัวที่ด้านข้าง ทำให้สามารถใช้กลศึกต่อเนื่องผสานจู่โจมและซุ่มโจมตีของพลเดินเท้าทั้งสอง กระหน่ำใส่พลเดินเท้าของหยางอี้ ที่เดินหลงเข้ามาอยู่ในวงล้อมจนแต้มชีวิตเหลือแค่สี่ส่วนมือหอกตัวสุดท้ายใช้กลศึกซุ่มโจมตีไปแล้วเมื่อเลือกจู่โจมค่าทำลายจึงไม่เพิ่มขึ้น จึงลดแต้มชีวิตของฝั่งตรงข้ามลงอีกแค่หนึ่งเท่านั้นสุดท้ายพลเดินเท้าของหยางอี้เหลือแต้มชีวิตสามแต้ม แถมตนยังมีทหารม้าที่รออยู่้าป่าโปร่งทั้งสองตัวหยางเฉิงเห็นฝ่ายตนได้เปรียบ จึงคิดรุกไล่เพิ่มเติม บังคับทั้งสองตามลงมาในป่า แต่เลือกที่จะเคลื่อนหลบอยู่ในหมอกข้างไม่คิดเปิดเผยตัวั้แ่ต้น
เมื่อจัดการตัวหมากในสมรภูมิป่าโปร่งเสร็จสิ้นหยางเฉิงค่อยหันมาสนใจทั้งตัวหมากตรงกลางแผนที่ทั้งห้า ซึ่งร่วมกันกดดันทหารม้าของหยางอี้จากเนินเขาให้มุ่งหน้าสู่ทางตัน เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ยุติ ด้วยเหลือทางรอดตีบแคบ ให้สามารถหลบหนีลงใต้ตามแนวเขาสูงอีกเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ชิดริมขอบแม่น้ำไร้ทางไปอยู่ดี ในเมื่อเวลานี้ ตนสามารถไล่ต้อนทหารม้าของหยางอี้จนถูกบีบชิดกำแพงเขาได้แล้ว ดูท่าทหารม้าตัวนี้คงหมดหนทางแก้ไข หยางเฉิงซึ่งระแวดระวังทั้งสมรภูมิจึงสั่งยกทัพตัวหมากพลธนูทั้งสอง ให้เดินทางกลับขึ้นไปเฝ้าอยู่ที่ทางขึ้นเนินเขาเช่นเดิมทิ้งไว้แค่สองมือหอก และหนึ่งพลเดินเท้า ไล่ติดตามปิดหนทางรอดสุดท้ายต่อไป ซึ่งหยางเฉิงคำนวณตาเดินแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถดักทางหมากทหารม้าตัวนี้ของหยางอี้ ให้จนมุมได้ในอีกสองตาข้างหน้าซึ่งจุดหมายสุดท้ายก็คือบริเวณริมขอบชายฝั่งแม่น้ำนั่นเอง
สุดท้ายเป็สมรภูมิทางน้ำซึ่งหยางอี้ขยับถอยจนสองทัพแยกห่าง แถมหมากกองเรือที่รุกเข้าเปิดระยะมองเห็นกองเรือลำแรกถูกทำลายหยางเฉิงจึงกลับมาใช้วิธีการ ตั้งแถวแนวสอดส่องเช่นเดิม เพียงแต่ระยะป้องกันจำต้องถอยร่นขึ้นมาจากเดิมสี่ช่อง จึงได้เอ่ยจบตา
หยางอี้เห็นทุกอย่างดำเนินไปตามคาดจึงเดินหมากรวดเร็ว ใช้วิธีการเดิม ขยับพลเดินเท้าที่เืเหลือแค่สามถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนจะเลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าทิศทางป่ารกชัฏซึ่งมือธนูทั้งสองเดินหน้าเข้าไปก่อนหน้าแล้วส่วนตัวหมากพลเดินเท้าอีกตัว ค่อยขยับมาขวางทาง ทำเอาหยางเฉิงส่ายศีรษะอมยิ้มเพราะตอนนี้ตนเองเดินทัพม้าลงมาสนับสนุนอยู่ที่หมอกด้านข้างหากใช้สี่ล้อมหนึ่งเท่ากับปิดทางหนีทุกด้าน ต่อให้ตัวหมากมีสิบแต้มก็จะตกอยู่กลางวงล้อมไม่อาจตีฝ่าสุดท้ายตกตายในสองตา แต่ตาเดินของหยางอี้ยังไม่จบ ตัวหมากพลธนูทั้งสองตัวหนึ่งนำหน้าขยับเฉียงเข้าหาป่ารกส่วนอีกตัวตามหลังแม้ยังห่างจากจุดหมายแต่ทุกการขยับล้วนปกปิดด้วยระยะหมอกบดบังทั้งสิ้น
หยางอี้จัดการสมรภูมิในป่าเรียบร้อยก็เดินขยับตัวหมากม้าให้หนีลงล่างตามแนวเขาตามที่หยางเฉิงคาดก่อนจะบังคับหมากที่ซ่อนเร้นทั้งพลเดินเท้าบนเขาสูง และตัวหมากกองเรือก่อน จึงค่อยเอ่ยจบตา
หลังจากพลาดท่าเสียหมากกองเรือหยางเฉิงก็ถึงเวลาเอาคืนขยับพลเดินเท้าให้เคลื่อนอ้อมไปปิดทางพลเดินเท้า ซึ่งเดินล้ำขึ้นมาขวางทางหมากของหยางอี้ฝั่งด้านหลัง ก่อนจะขยับหมากอีกสองตัวเข้าประกบข้างแต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อกองทัพม้าที่ซ่อนตัวอยู่แต่แรก เผยตัวกระโจนออกมาปิดช่องทางสุดท้ายกลายเป็ล้อมตัวหมากพลเดินเท้าของหยางอี้ทั้งสี่ทิศ จึงค่อยสั่งให้ทั้งหมดจู่โจมเข้าใส่ทำให้ตอนนี้แต้มพลเดินเท้าของหยางอี้ที่ตกอยู่กลางวงล้อม แต้มชีวิตลดลงจนเหลือหกแต้มในทันทีส่วนทหารม้าอีกตัวยังคงนิ่งรอคอยอยู่ที่จุดเดิม
หลังจากการรุกไล่ชุดใหญ่ผ่านไปค่อยปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของหยางเฉิง ซึ่งกำลังเคลื่อนหมากมือหอกตัวหนึ่ง ไล่ตามกองทัพม้าของหยางอี้ไปจนสุดทางก่อนจะขยับหมากอีกสองตัวเคลื่อนเฉียงตามมาดักหน้าจนเหลือหมากให้ทหารม้าของหยางอี้ขยับได้อีกแค่ช่องเดียวหากหยางอี้ไม่อาจแก้ปัญหานี้ได้ในตาหน้าเชื่อว่าหมากทหารม้าตัวนี้คงถูกบีบจนมุมที่ริมน้ำ และตกอยู่ในวงล้อมสังหารตามที่หยางเฉิงคาดการณ์เอาไว้อย่างแน่นอน
...ผู้เล่นเคร่งเครียดผู้ชมก็มิแตกต่างด้วยเกิดอาการคันปาก อยากเอ่ยวิจารณ์ เพราะเห็นหมากทั้งสองฝั่ง เพียงแต่การเอ่ยวิจารณ์ออกมาด้วยเสียง ระหว่างการประลองนั้นมิใช่มารยาทอันดีจึงได้แต่แสดงท่าทางส่ายหน้า ผงกศีรษะ สลับกันไปมาอยู่เนือง ๆ
ตอนนี้กลับมาเป็ตาเดินหมากของหยางอี้สายตาของเด็กน้อยเริ่มมาก็กวาดไปที่ป่าโปร่ง พร้อมลากมือไปแตะที่ตัวหมากพลเดินเท้าหนึ่งคราแต่ไม่คิดขยับ เป็เพียงการแสดงท่าทีลังเลก่อนจะหันไปชี้ที่หมากพลเดินเท้าด้านข้าง พร้อมเอ่ยกระซิบให้ผู้เป็ตาทำหน้าที่แทนเมื่อนั้นหมากพลเดินเท้าก็เคลื่อนเข้าไปหยุดที่ริมป่ารกชัฏชนิดสุดตาเดินพอดีก่อนที่จะขยับมือธนูทั้งสองให้เดินมาหยุดอยู่ในป่ารกชัฏทำเลใกล้ ๆ ก่อนจะออกคำสั่งซุ่มจู่โจมเพื่อปกปิดการมองเห็นของอีกฝั่ง ส่งผลให้อีกฝั่ง แม้เคลื่อนเข้าระยะมอง ก็ไม่อาจรับรู้ว่ามีมือธนูซุ่มอยู่ยกเว้นเพียงกรณีเดียว คือศัตรูเดินเข้ามาจนประชิดตัวหมก เพียงแต่มือธนู มีกลศึกพิเศษ...ลบร่องรอยของตัวหมากพลธนูที่เข้าสู่เขตป่ารกชัฏ ซึ่งผลของกลศึกชนิดนี้จะทำให้ระยะยิงธนูหดสั้นลงเหลือแค่ช่องเดียวแต่เพิ่มแรงโจมตีมากกว่าซุ่มโจมตีทั่วไปอีกหนึ่งขั้น
ฝั่งซ้ายจบลงด้วยสี่คำสั่งหยางอี้จึงเลื่อนสายตากลับมายังตัวหมากทัพม้า แต่ยังไม่เคลื่อนไหวกลับไปขยับตัวหมากกองเรือให้เดินมาชิดริมฝั่ง กลายเป็หนทางตีบตันกลับสร้างทางถอยขึ้นเองประสานทางน้ำกับหมากทหารม้า กระโจนลงน้ำหลบหนีขึ้นเรือ ชนิดที่หยางเฉิงถึงกับลืมตัวว่ากำลังประลองกับบุตรชายตนเองเผลอยกมือตบโต๊ะดัง...ปัง! หยางอี้พลิกสถานการณ์พาม้าหลบหนีสำเร็จ แต่ตาเดินยังคงเหลือ จึงเลือกขยับหมากพลเดินเท้าบนเขาสูงที่บัดนี้อดทนเคลื่อนมาจนถึงที่หมายสำเร็จจนได้ ก่อนที่ตาสุดท้ายหยางอี้จะเคลื่อนกองเรือซึ่งบรรทุกทัพม้าและทัพหอกไปที่เกาะริมขอบแผนที่