บทที่ 8
ชนเผ่าบุกเมือง
กลุ่มม้าเคลื่อนที่จากนอกเมืองทางเหนือ สัญญาณเตือนดังขึ้นที่เมืองชายแดนฝั่งตะวันออก ทหารรักษาการณ์บริเวณกำแพงเมืองมีหลายสิบคน โดนธนูพุ่งตรงปักหน้าอกและร่วงหล่นลงสู่พื้น
กลุ่มกองกำลังม้าปริศนาที่เคลื่อนที่เข้ามา พวกมันล้วนแล้วเป็ชายร่างกายใหญ่โตกำยำ พวกมันมีผิวสีเข้มร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม สวมใส่ชุดหนังสัตว์ที่ดูเป็เอกลักษณ์ไม่ใช่คนพื้นเมือง
พวกนี้คือชนเผ่าที่รุกรานดินแดนฝั่งตะวันออกมาหลายรอบ โดยตัวของพวกมันถูกกล่าวขานว่าเป็ชนเผ่าโเี้
ดินแดนฝั่งตะวันออกไม่สงบสุขมาหลายปี หนึ่งเป็เพราะมีาจากต่างอาณาจักร ส่วนอีกหนึ่งอย่างก็คือพวกชนเผ่าพวกนี้
เพราะแบบนั้นาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีภัยทั้งสองด้านดินแดนฝั่งตะวันออกเลยไม่เคยสงบสุข
นี่เองก็เป็หนึ่งในนั้น ชนเผ่าปริศนาพวกนี้มักจะปรากฏกายออกมาเพื่อยึดครองดินแดน พวกมันพยายามขยายอาณาเขตตลอดเวลา
โดยในครั้งนี้เป้าหมายของพวกมันนั้นก็คือเมืองชายแดนตะวันออก ชนเผ่าพวกนั้นควบม้ามุ่งตรงมาหลายร้อยคน
กำลังของพวกมันที่นั่งอยู่บนหลังม้าเห็นทีว่าจะมีสักประมาณสามถึงสี่ร้อยคนโดยประมาณ
เมืองฝั่งตะวันออกแห่งนี้มีทหารรักษาการอยู่เพียงแค่ประมาณเจ็ดถึงแปดร้อยคนเท่านั้น เพราะว่าเพิ่งผ่านศึกใหญ่ที่เมืองอื่นมา
มันจึงทำให้ทหารรักษาการณ์ภายในเมืองแห่งนี้น้อยมาก กองกำลังทหารส่วนมากถูกเคลื่อนย้ายออกจากเมืองไปฟื้นฟูเมืองที่ทำา
แม้ว่าทหารหกถึงเจ็ดร้อยคนที่ประจำการอยู่ภายในเมือง มองเห็นว่าเป็จำนวนทหารที่เยอะมากกว่าพวกชนเผ่า
แต่ว่าการสู้รบจริงๆไม่สามารถคำนึงได้เพียงแค่ปัจจัย พวกชนเผ่าพวกนี้ชำนาญศึกในพื้นที่แถบนี้ พวกมันย่อมมีกำลังมากกว่า
แม้จำนวนของพวกมันจะน้อยกว่า แต่ว่าอย่างไรเสียถ้ามันบุกเข้ามาภายในกำแพงเมือง ก็คงจะสามารถสังหารทหารพวกนี้ทั้งหมดได้ในทันที
ภายในเมืองเริ่มแตกตื่น ประตูเมืองขนาดใหญ่ถูกปิดตายทุกด้านรอตั้งรับพวกชนเผ่าที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา
ซูฉีเป็หนึ่งในคนที่อยู่ภายในเมือง นางตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น เคยพบเจอหรือว่าเคยอ่านแค่เพียงในนิยายหรือดูหนัง
ในตอนนี้นางมาอยู่ท่ามกลางาจริงๆ “ ที่หลบ… ใช่แล้วต้องหาที่หลบภัยก่อน ” นางพึมพำกับตนเอง
ซูฉีรีบจูงมือบ่าวรับใช้คนสนิทของตนวิ่งหาที่หลบภัยอย่างรวดเร็ว ลำพังบ้านพักเล็กๆของนางจะสามารถรับมืออะไรได้กับพวกข้าศึกที่เข้ามา
บ้านนี้โดนม้าตัวใหญ่สักตัววิ่งชนก็คงจะปลิวไม่เหลือชิ้นดี เพราะแบบนั้นจำเป็จะต้องหาพื้นที่ที่มันกว้างขวางมากกว่านี้
ถ้าสามารถหาพื้นที่กว้างขวางมากกว่านี้ได้มันจะทำให้นางและลี่ถังปลอดภัย
“ คุณหนูเ้าคะ… ” เสียงของบ่าวรับใช้คนสนิทที่กำลังโดนลากแขนวิ่งดังขึ้น ลี่ถังหน้าตาตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน
ทั้งสองเป็สตรีร่างกายผอมบางในตอนนี้มาอยู่ภายในเมืองที่กำลังจะโดน การที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ไม่ใช่เื่แปลก
ในยามนี้ผู้คนมากมายพากันวิ่งไปหาที่หลบภัย เมืองแห่งนี้เกิดาอยู่บ่อยครั้ง เพราะแบบนั้นเหล่าชาวเมืองจะรู้ดีว่าที่ปลอดภัยของตนเองนั่นคือที่ไหน
ซูฉีนางก็ฉลาดเฉลียวสถานที่ที่นางเลือกวิ่งไปมันคือโรงสุรา อย่างไรเสียนางก็คิดว่านายหญิงคงจะมีที่หลบภัยที่ให้พวกนางทั้งสองซ่อนตัว
เมื่อวิ่งมาถึงโรงสุราพบเจอว่านายหญิงจื่อมารออยู่บริเวณด้านหน้าแล้ว เมื่อทั้งสองวิ่งมาหยุดลงด้านหน้านายหญิงจื่อพูดขึ้นมา “ ด้านหลังเมืองมีสถานที่หลบภัย ”
“ ภายในสถานที่แห่งนั้นจะปลอดภัยกับา พวกเ้าทั้งสองรีบเดินทางไปถึงสถานที่แห่งนั้นให้ได้ก่อนพวกมันจะเข้ามาได้ ”
จื่อหรานมีท่าทีที่สงบนิ่งเป็อย่างมาก นางดูไม่ตื่นตระหนกกับาที่เกิดขึ้น หรืออาจจะเป็เพราะว่านางนั้นพบเจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ่อยครั้ง
เมื่อได้ยินคำแนะนำของนายหญิงจื่อ หนึ่งนายหนึ่งบ่าวไม่รีรอวิ่งตรงไปยังด้านหลังเมืองอย่างรวดเร็ว เส้นทางไปยังด้านหลังเมืองไกลพอสมควร
ภายในเมืองแห่งนี้มีถนนมากมาย โดยทั้งสองเป็คนที่เข้ามาอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ใหม่ เพราะแบบนั้นเส้นทางในการเดินทางตนเองก็ไม่รู้อะไรมากนัก
แถมในตอนนี้ผู้คนกำลังพากันวิ่งไปยังจุดนั้น มันเลยทำให้ถนนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยผู้คน การเดินทางเองก็ล่าช้า
สิ่งที่กำลังกังวลก็คือทั้งสองจะสามารถไปถึงสถานที่แห่งนั้นได้ก่อนหรือไม่ ถ้าเกิดว่าทั้งสองไม่สามารถเดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นได้ก่อนก็มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากา
ตูม!!! ตรึง!!! เสียงดังขึ้นเป็จังหวะ เสียงนั้นดังมาจากด้านนอก ผู้คนที่เป็เหล่าชาวเมืองที่อยู่ภายในเมืองก็ยิ่งแตกตื่นเข้าไปใหญ่
เสียงที่ดังขึ้นมาผู้คนกล่าวว่ามันเป็เสียงของท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่พวกชนเผ่ามักจะใช้ทำลายประตู
ซูฉีที่กำลังเดินอยู่ภายในฝูงชนที่เต็มไปด้วยผู้คน นางกัดฟันแน่น ถนนที่เบียดเสียดไปด้วยผู้คน ไม่รู้ว่านางจะสามารถเดินไปถึงที่หลบภัยได้ก่อนหรือไม่
และแล้วหลังจากที่มีเสียงพวกนั้นดังขึ้นอยู่เป็ระยะระยะสักพักนึง มันก็มีเสียงหนึ่งที่ดังกังวานขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวาย
ตูม!!! เสียงที่ดังขึ้นในครั้งนี้ดังกว่าครั้งก่อน พร้อมกับเสียงม้าจำนวนมากที่เคลื่อนที่เข้ามาภายใน เมือง
กำแพงเมืองมันพังเข้ามาแล้วพวกชนเผ่าพวกนั้นกำลังบุกเข้ามาภายในเมือง ทหารเพียงแค่ไม่กี่ร้อยคนที่ตั้งรับอยู่บนกำแพงเมืองไม่คณามือพวกมันเลยแม้แต่น้อย
ซูฉีกำลังเร่งเดินทางอย่างสุดความสามารถ แต่ว่าก็มีผู้คนอีกมากมายที่รีบเช่นเดียวกัน ไม่ว่าผู้ใดก็รักชีวิต ในตอนนี้เลยไม่สามารถเคลื่อนที่ไปที่สถานที่แห่งนั้น
เสียงม้าดังขึ้นจากด้านหลัง ซูฉีที่อยู่ภายในกลุ่มคน นางหันไปมองด้านหลังพบเห็นกลุ่มชนเผ่าท่าทางน่ากลัวนั่งอยู่บนหลังม้านับสิบคนกำลังมุ่งตรงเข้ามา
อาชาตัวใหญ่พุ่งทะยานเข้าสู่กลุ่มคนที่กำลังอพยพหนีตาย ชนเผ่าพวกนี้โเี้เมื่อมันเข้าถึงตัวเหล่าชาวเมือง ดาบเหล็กภายในมือของพวกมันตวัดเหวี่ยงไปมาอย่างสนุกสนาน
พวกมันโจมตีโดยไม่สนใจเลยว่าพวกที่อยู่บริเวณรอบๆจะเป็อย่างไร ซูฉีเห็นอาชาตัวใหญ่พุ่งทะยานเข้ามาอยู่ตรงหน้า ดวงตาของนางเบิกกว้าง
ร่างกายไม่ตอบสนองเลยแม้แต่นิดเดียว นางเพิ่งััได้ถึงความกลัวเป็ครั้งแรก ร่างของอาชาตัวใหญ่พร้อมกับร่างของชนเผ่าใหญ่โตที่อยู่บนหลังม้า
มันยกดาบภายในมือของมัน ดาบเหล็กนั้นพุ่งทะยานเข้าหาซูฉีที่กำลังยืนอยู่อย่างไร้ความปราณี
ซูฉีคิดในใจ ‘ อะไรกัน.. ตัวของเราเพิ่งมาอยู่ภายในร่างกายนี้ได้หนึ่งอาทิตย์เองนะ จะตายอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ ’
แม้ว่าอยากจะขยับร่างกายหลบดาบที่กำลังพุ่งตรงเข้ามามากขนาดไหน แต่ว่า แต่ร่างกายไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่กำลังจะโดนสังหาร ลี่ถังเข้ามาอย่างรวดเร็วโอบกอดร่างของคุณหนูไว้ ทันใดนั้นดาบเหล็กอันแหลมคมฟันเข้าไปที่กลางหลังของลี่ถัง
ฉึบ!!! โลหิตสีแดงกระจายออกมาเป็จำนวนมาก ลี่ถังทั้งล้มลงไปพร้อมโอบกอดร่างของคุณหนูวัยโดยไม่คิดปล่อยมือ
ซูฉีดวงตาเบิกกว้างขึ้นร่างของหลี่ถังที่เต็มไปด้วยเืกำลังทับร่างของนางอยู่ ชนเผ่าปริศนาที่ลงดาบไปแล้วหนึ่งครั้งมันเคลื่อนที่ต่อไปโจมตีเหล่าชาวเมือง
ซูฉียังมีสติรีบลุกขึ้นโอบร่างกายลี่ถังเอาไว้ “ ลี่ถัง!!! ” เสียงเล็กๆลองเรียกบ่าวรับใช้ที่กำลังนอนอยู่ในอ้อมแขน
แม้ว่าจะเรียกและพยายามเขย่าร่างกาย ลี่ถังไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของนางในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนกลายเป็สีม่วงบ่งบอกถึงพิษาแอันรุนแรง
“ ทำอย่างไร… ทำอย่างไรดี… ” ซูฉีนำเอาสมองของตนเองทั้งหมดออกมาใช้งาน
ทว่า
ตึ้ง!!!
[ ปลดล็อกร้านค้าความดี ]
ภาพปริศนาปรากฏขึ้นภายในหัว ซูฉีดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตระหนก
จบบท