เมืองประกายเงินโรงหลอมอาวุธ
เทียนคง เดินทางกลับมายังเมืองประกายเงินและมุ่งหน้าไปที่โรงหลอมอาวุธโดยที่ได้ส่งข้อความไปบอกเซียนอินด้วยก่อนมาถึงไม่นานนัก
“อ่าว นั่นนายช่างใหญ่นี่ เหตุใดจึงได้กลับมาเร็วนักเล่า ยังไม่ทันพ้นวันเลย เกิดเหตุอันใดขึ้นหรือไม่”หนึ่งในช่างฝีมือ เอ่ยทักเทียนคง ด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วคนที่เข้ารับการเป็ศิษย์ของสำนักจะพักที่สำนักและกลับมายังภูมิลำเนาเดิมบ้างเป็ครั้งคราวแต่เทียนคงดันกลับมาในทันที ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคนที่ต้องกลับภูมิลำเนาเดิมก็คือคนที่สำนักไม่รับเป็ศิษย์นั่นเอง
“ข้ากลัวพวกท่านอดตายกันน่ะสิ ฮ่าๆๆ” เทียนคงยิ้มแป้น ตอบกลับด้วยท่าทีล้อเล่นสนุกสนาน ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยว่าคนอื่น ๆจะคิดเช่นไร
“ฮ่า ๆๆท่านคิดถึงข้ามากกว่ามั้ง เอ๊ะ หรือว่าท่านจะคิดถึงบุคคลอื่น ใครกันนะ เอ๊ะ ๆๆ”ช่างฝีมือคนนี้ที่คุยหยอกล้อกับเทียนคง ถือได้ว่าเป็คนที่สนิทกับเขามากที่สุดคนหนึ่ง รองลงมาจากเซียนอิน แม้จะอายุมากกว่าเทียนคงกว่า 3 รอบ (ประมาณ 50 ปลาย ๆ) แต่ด้วยที่เทียนคงเป็เด็กที่มีความสามารถ และไม่ถือตัว เขาจึงชื่นชม รักและเอ็นดูเทียนคงดั่งเป็ลูกหลาน ครั้นเมื่อเทียนคงบอกว่าจะไปที่สำนัก เขาก็เศร้าใจอยู่ไม่น้อย
“ข้ายอมรับ ข้าคิดถึงพวกท่านรวมถึงเซียนอินด้วย พอใจหรือไม่” เทียนคงตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิดเลย เพราะมันก็คือเื่จริง ไม่เห็นจำเป็ต้องไม่ยอมรับเลย
“โอ้ ท่านช่างเป็คนเปิดเผยยิ่งนักน่านับถือ ๆ”
“เอาล่ะพอเื่เล่นเพียงเท่านี้ก่อน ที่ข้ากลับมาแท้จริงแล้วข้ามีเื่ต้องจัดการที่เมืองประกายเงินนี้ โรงหลอมนี้ก็เป็หนึ่งในนั้น มาทำมันให้สำเร็จไปด้วยกันเถอะ”
เมื่อทักทายกันพอประมาณ เทียนคงและเหล่าช่างฝีมือก็พากันไปทำงานในโรงหลอมอาวุธกันต่อ โดยที่ ช่างฝีมือ ก็ไม่ได้ถามอะไรเทียนคงอีกหลังจากนั้นไม่นานนัก เซียนอิน ก็ได้มาถึงโรงหลอมอาวุธ
“เทียนคง เหตุใดถึงได้กลับมาที่นี่ล่ะ”เซียนอิน แน่นอนย่อมรู้ถึงวัฒนธรรมของสำนัก จึงเกิดความสงสัยเช่นเดียวกับเหล่าช่างฝีมือ
“ข้าแค่อยากอยู่ที่นี่มากกว่าที่สำนักและที่นี่มีอะไรที่สำคัญกว่าที่ข้าอยากจะทำและเหตุผลที่ข้าเข้าสำนักก็เพราะเพียงแค่้าได้เป็ตัวแทนของเมืองในการทดสอบเท่านั้น”
“แล้วเ้าจะแสดงพลังได้อย่างไรหากไม่ได้รับการสั่งสอนจากสำนักเล่า”
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงข้าสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ อย่าห่วงเลย”
“ข้ารู้ว่าเ้ามีความสามารถทำได้เช่นนั้น แต่หากเ้าไม่ได้ใช้วิชาจากสำนักจะไม่เป็จุดผิดสังเกตหรือ?”
“เื่นี้ก็ไม่ต้องเป็ห่วงอีกเช่นกัน เพราะข้าจะเรียนรู้จากเ้าไง ผู้เคยเป็ศิษย์ของสำนักสาขาฮ่า ๆๆ”
“เ้านี่มันจริง ๆเลยหาเื่มาให้ข้าอีกแล้ว” เซียนอินหน้าแดงขึ้นทันที เมื่อได้ยินว่าจะให้นางสอนวิชาให้ แม้จะบอกไปว่าเทียนคงหาเื่มาให้นาง แต่ในใจนั้นดีใจเป็ที่สุด ทำให้นางยิ้มกริ่มไปอีกหลายวัน
การสนทนาของเทียนคงและเซียนอินจบลงด้วยการตกลงว่าเทียนคงจะพักอาศัยที่โรงหลอมอาวุธ ดำเนินการปรับปรุงโรงหลอมนี้ต่อไป ส่วนเซียนอินจะมาหาเขาในทุก ๆ สองวัน เพื่อมาสอนการใช้พลังให้กับเทียนคง รวมถึงมาดูความคืบหน้าของโรงหลอมด้วย
3 เดือนผ่านไป
“ในที่สุด ก็สำเร็จ”
“นี่มันเกินกว่าที่คิดไว้เสียอีก ...”
ในที่สุดโรงหลอมอาวุธแห่งนี้ก็ได้ถูกปรับปรุงแก้ไขจนแล้วเสร็จตามแบบแปลนที่เทียนคงเขียนขึ้นมาและผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็เกินกว่าที่พวกเขาเหล่าช่างฝีมือคาดหวังไว้มากมายนักโดยที่เหล่าช่างฝีมือ ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พวกเขาเข้าใจว่าดีมากแล้วนั้น เป็เพียง3 - 4 ใน 10 ส่วน ของสิ่งที่โรงหลอมใหม่นี้สามารถทำได้ เพราะเทียนคงจงใจที่จะทำให้โรงหลอมใหม่นี้แสดงผลลัพธ์เพียงเท่านี้ก่อนและยังมีการเพิ่มเติมส่วนอื่น ๆอีกมากมาย ที่เทียนคงไม่ได้บอกพวกเขา แม้แต่เซียนอินเองก็ไม่ทราบถึงเื่นี้
สิ่งหนึ่งที่เทียนคงเพิ่มเข้ามาอย่างลับ ๆ คือการติดตั้งอาวุธาตามจุดต่าง ๆตามยุทธศาสตร์การรบ อาวุธเหล่านี้เป็ประเภทปืนพลังงานระยะหวังผลไกลที่อัดประจุพลังงานโดยเทียนคง โดยมีระดับพลังอยู่ที่ระดับกลางขั้นต้นถึงจะมีพลังไม่มากนัก แต่ด้วยปริมาณที่มากกว่า 100 จุดที่ติดตั้งย่อมเพียงพอต่อการต่อต้านกองกำลังขนาดเล็กถึงกลางได้อย่างไม่ยากเย็นนักและจะทำงานก็ต่อเมื่อเทียนคงสั่งการเท่านั้น นอกจากอาวุธปืนแล้วยังมีอุปกรณ์ตรวจจับที่ทำงานด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อคอยส่งสัญญานและรายงานสถานการณ์ผิดปรกติ
มาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า เทียนคงได้ทำการดัดแปลงสถานที่แห่งนี้เป็ดั่งฐานที่มั่นของเขาไปแล้วโดยใช้โรงหลอมอาวุธเป็ฉากหน้าเพราะจากการสำรวจบริเวณโดยรอบและการศึกษาภูมิศาสตร์จากแผนที่ดาวเคราะห์จากเซียนอินแล้วจุดที่โรงหลอมแห่งนี้ตั้งอยู่ เป็จุดยุทธศาสตร์ที่ดีมาก ในการสร้างฐานที่มั่น เพราะยากต่อการบุกทะลวง โรงหลอมแห่งนี้ตั้งอยู่หากจากเมืองประกายเงินเพียง 200 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมง โดยการเดินทางปรกติซึ่งเป็การเดินทางภาคพื้นดิน และจะใช้เวลาเพียง 30 นาที หากเดินทางอย่างเร่งด่วน โดยใช้ยานภาหนะต่อต้านแรงโน้มถ่วง ทำให้การอพยพคนจากเมืองมายังโรงหลอมนี้ใช้เวลาไม่นานนัก หากเมืองถูกโจมตี
โรงหลอมนี้ถูกล้อมไปเนินเขาสูงเป็ชั้น ๆ ที่ภายในเนินเขาเต็มไปด้วยป่าไม้หนาทึบและสัตว์อสูรจำนวนมาก และจากการสำรวจของเทียนคงยังพบว่าใต้ดินมีแหล่งน้ำจืดที่สามารถใช้ดื่มกินได้อีกด้วยทำให้ที่แห่งนี้ไม่มีปัญหาในเื่เสบียง หากถูกปิดล้อม ได้อย่างน้อย 5 ปี และทางเข้าออกเพียงทางเดียวของโรงหลอมนี้จึงมีทางเดียวคือเมืองประกายเงิน
ที่เทียนคงสำรวจแหล่งทรัพยากรในการดำรงชีพไว้ เพราะต่อให้พวกเขาสามารถซึมซับพลังงานชีวิตจากอัญมณีได้ แต่เมื่อถึงสถานการณ์ที่เร่งด่วน ที่คนส่วนใหญ่คงไม่ทันได้ตั้งตัว ของไม่มีเวลานำอัญมนีเหล่านี้มา และถึงบางคนจะเอามาด้วยได้ ก็คงไม่พอต่อคนทั้งหมดอยู่ดีหากจำเป็ต้องแบ่งกันใช้ ดังนั้นแล้ว เตรียมทางหนีทีไล่ไว้ให้พร้อมจึงเป็สิ่งที่ต้องทำ
พื้นที่ภายในเนินเขานอกจากโรงหลอมแล้ว ส่วนอื่น ๆที่เป็ป่า กินพื้นที่กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็พื้นที่ที่ใหญ่มาก ป้อมปืนกว่า 100 จุด ที่เทียนคงติดตั้งไว้จึงกระจายไปตามเนินเขาเสียส่วนใหญ่ เพราะถูกตรวจพบได้ยากและรัศมีการยิงยังครอบคลุมถึงด้านหน้าที่เป็ทางเขาหลัก
นอกจากนี้ เทียนคงยังได้สร้างห้องลับใต้ดินใต้ห้องพักรับรองของเขา ที่มีทางเชื่อมต่อไปยังใจกลางโรงหลอมจุดต่าง ๆและยังยาวไปถึงแนวเนินเขา จนทะลุไปอีกฝั่งหนึ่ง เป็ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตรใต้เนินเขา เพื่อใช้เป็ช่องทางพิเศษยามฉุกเฉินอีกกว่า 10 แห่ง
ทั้งหมดนี้ เทียนคงใช้เวลาเพียง 3เดือนในการสร้างมันขึ้นมาเพียงลำพังคนเดียวอย่างลับ ๆ
“อืมมม 3 เดือนข้าทำได้เพียงเท่านี้ การจะรับมือกับเื่ต่าง ๆที่จะเกิดขึ้น อาจจะจะไม่เพียงพอข้าต้องมีผู้ช่วย” เทียนคง ยังคงไม่พอใจในผลงานของตนเองในปัจจุบัน ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่า ทั้งหมดที่เขาทำนั้น หากเป็เมืองประกายเงินต้องสร้างเองโดยใช้กำลังคนทั้งหมดยังต้องใช้เวลากว่าครึ่งปี เขายังคงคิดว่าเขา้าผู้ช่วยที่จะทำให้เขาทำงานได้มากกว่านี้
เทียนคง หลับตาและพยายามค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในด้านต่างๆ ก็พบว่า แท้จริงแล้วมนุษย์เป็เผ่าพันธุ์เดียวในเอกภพที่สามารถคิดค้นตัวแทนในการทำงานให้กับตัวเองและมีประสิทธิภาพมาก นั่นก็คือเครื่องจักรกล ปัญญาประดิษฐ์และ "แอนดรอย์" ซึ่งเป็การรวมกันของเครื่องจักรกลและปัญญาประดิษฐ์
“นี่มันน่าสนใจ ในปัจจุบันนี้ที่เวลาผ่านมากว่า 10,000 ปี เทคโนโลยีเหล่านี้ได้สูญหายไปหมดแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกับเผ่าพันธุ์มนุษย์กันแน่นะ ว่าแต่การจะสร้างเ้าสิ่งนี้ได้ทรัพยากรที่มีที่นี่ดูเหมือนจะไม่พอเสียแล้ว ข้าต้องหาแหล่งทรัพยากรเพิ่ม”
จากการค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องจักรกลเทียนคงก็รู้สึกสนใจเป็อย่างมากและ้าที่จะสร้างมันขึ้นมาเดี๋ยวนี้แต่ด้วยทรัพยากรที่มีตอนนี้ไม่เพียงพอต่อการที่จะสร้างเครื่องจักรขึ้นมาโดยเฉพาะการจะสร้างกลไกของปัญญาประดิษฐ์นั้นจำเป็ต้องใช้ทรัพยากรที่หายากจำนวนมาก ซึ่งที่โรงหลอมอาวุธเมืองประกายเงินนี้ไม่มี
“นี่เทียนคง...เทียนคง... ป้าปปป”เสียงเรียกของเซียนอิน เรียกเทียนคงอยู่หลายครั้งก่อนจะตามมาด้วยเสียงของฝามือที่ตีเข้าไปที่หลังของเขาตลอด 3 เดือน ที่ผ่านมา เซียนอินได้มาสอนทักษะการใช้พลังให้กับเทียนคงอยู่เสมอ ทำให้เขาทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้นเป็อย่างมาก
“หืออว่าอย่างไร”
“เห็นเ้ายืนเหม่ออยู่เรียกอย่างไรก็ไม่ตอบ เป็อะไรหรือเปล่า”
“อ้ออข้าไม่ได้เป็อะไร แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ เ้ามีเื่อะไรรึวันนี้ไม่ได้เป็วันเรียนการใช้ทักษะนี่”
“ข้าได้รับข่าวจากช่างฝีมือที่โรงหลอม ว่าการปรับปรุงสำเร็จแล้ว จึงมาดูด้วยตนเองและก็มาขอบคุณเ้าด้วย อ้อ แล้วก็จะมาบอกเ้าเื่หนึ่งด้วย”
“เ้าไม่จำเป็ต้องขอบคุณข้าว่าแต่เ้าจะบอกข้าเื่อะไรหรือ”
“ข้าจะบอกเ้าว่าข้าและท่านพ่อของข้าปรึกษาและตกลงกันแล้วว่าจะยกเลิกการหมั้นระหว่างข้าและหวงอี้จือแห่งเมืองประกายทองแต่ยังคิดไม่ออกว่าจะแจ้งพวกเขาอย่างไร ข้าจึงมาถามความเห็นเ้าเื่นี้ด้วย”
“เช่นนั้นรึข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเ้าจะต้องอยากยกเลิกการหมั้นหมายและได้เตรียมบางอย่างไว้แล้ว ส่วนความเห็นข้าข้าคิดว่าเราสามารถบอกพวกเขาได้เลยว่าเราสามารถแก้ไขโรงหลอมนี้ได้แล้วไม่จำเป็ต้องพึ่งพาอุปกรณ์จากพวกเขาอีก ในเมื่อการหมั้นหมายในครั้งนี้มาจากเงื่อนไขทางการเมืองอยู่แล้ว”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นแต่ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองน่าจะจบลงได้ไม่ดีนัก ท่านพ่อข้าเกรงว่าในอนาคตสุดท้ายแล้วเมืองประกายเงินก็จะถูกด้วยกำลังอยู่ดีเพราะหากพวกเขา้าย่อมสามารถทำได้ ซึ่งข้อนี้ข้าก็เห็นด้วยกับท่านพ่อนะ”
“นี่จึงเป็เหตุผลที่ข้าบอกเ้าเมื่อสักครู่ว่าได้เตรียมบางอย่างไว้แล้ว” ...