ร่างสูงเพรียวของเอื้องกำลังสับเท้าก้าวยาวๆ มุ่งตรงไปยังเ้าของร่างกำยำผู้เป็เ้านายซึ่งตอนนี้เขากำลังยืนคุมคนงานรีดนมวัวรอบบ่ายอยู่
“คุณเขมคะ” เอื้องเรียกเขาก่อนจะหยุดยืนพักเหนื่อยหอบอยู่ชั่วครู่
“มีอะไร” เขมชายตามองมายังเธอเล็กน้อย ดูไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก
“เอื้องได้ข้อมูลมาแล้วค่ะ!” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือความตื่นเต้นแววตาของเธอเป็ประกายราวกับพึ่งได้พบสมบัติล้ำค่ามา
“งั้นมากับฉัน” เขาเอ่ยเสียงเรียบก่อนที่ร่างกำยำจะเดินนำหน้าเธอตรงไปยังใต้ต้นก้ามปูต้นใหญ่ข้างรั้วซึ่งอยู่ไกลจากเหล่าผู้คนมากพอ
“นี่ค่ะ” เอื้องยื่นกระดาษที่เธอม้วนถือไว้จนมันยับยู่ยี่เล็กน้อยให้เขาชายหนุ่มเปิดออกมากวาดสายตาดูข้อความข้างในคร่าวๆ ก่อนที่คิ้วเรียวเข้มจะขมวดมุ่นขึ้นมา
“ฉันลองไปค้นดูข้อมูลเก่าพบว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วฟาร์มของเราก็ได้คิดสูตรปุ๋ยคอกขึ้นมาเหมือนกัน ซึ่งเอาไว้ใช้ภายในไม่ได้เผยแพร่ แต่ปรากฏว่ามีคนนอกได้สูตรนี้ไปแล้วเอาไปทำขายอีกต่างหาก เอกสารสองแผ่นที่คุณเขมถืออยู่คือสูตรปุ๋ยของฟาร์มเราเปรียบเทียบกับที่ถูกวางขายซึ่งส่วนประกอบและปริมาณเหมือนกันทุกอย่าง” หญิงสาวอธิบายพร้อมกับชี้ให้เขาเห็นตรงข้อความส่วนประกอบของปุ๋ยแล้วพูดต่อ
“ตอนนั้นเอื้องยังไม่ได้มาทำงานที่นี่ แต่มีแม่ต้อยกับนักวิชาการอีกคนหนึ่งครั้งนั้นไม่ได้มีข้อมูลว่าได้แจ้งคุณพ่อของคุณเขมไว้หรือเปล่าลองไปถามคนงานคนอื่นๆ ดูแล้วก็ไม่มีใครรู้เื่นี้มาก่อนเลย”
“ข้อมูลถูกปิดเงียบอย่างนั้นเหรอ” เขมเลิกคิ้วข้างหนึ่งดวงตายังคงจับจ้องไปยังกระดาษตรงหน้าไม่วางตา
“น่าจะเป็อย่างนั้น ที่จริงฉันก็แค่อยากจะบอกว่าข้อมูลรั่วไหลนี่ไม่ใช่ครั้งแรก” เอื้องยักไหล่เล็กน้อย
“แล้วเธอคิดว่า เป็ฝีมือใคร” คราวนี้ดวงตาคมละสายตาจากแผ่นกระดาษมายังหญิงสาวตรงหน้านี้แทน
“เป็ไปได้เหมือนกันที่จะเป็คนนอกโดยเฉพาะคนที่เคยทำงานที่นี่มาก่อน เขาคนนั้นน่าจะรู้รหัสอีเมลส่วนกลางของฟาร์มได้”เอื้องขบริมฝีปากล่างครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา ท่าทางธรรมชาติของหญิงสาวกลายเป็ภาพสุดแสนยั่วยวนโดยไม่รู้ตัว
“ฉันก็คิดแบบนั้น” ชายหนุ่มร่างใหญ่หายใจสะดุดเล็กน้อย เขาไล้เลียริมฝีปากของตนเองช้าๆดวงตาคมจับจ้องไปยังริมฝีปากบางสีชมพูนั้นไม่วางตา
“และฉันก็ไม่คิดว่า จะเป็ฝีมือแม่ต้อยหรอกค่ะ ในฐานะคนที่ทำงานด้วยกันได้2 ปีกว่า เธอไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน” ด้วยอารมณ์เคร่งเครียดจริงจังทำให้เ้าของริมฝีปากดูเหมือนจะไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่ากำลังถูกจับจ้องตาเป็มัน
“อืม” ร่างสูงใหญ่ครางตอบในลำคอสั้นๆ ก่อนที่จะขยับกายเข้าใกล้เธอมากขึ้นอีก
“ฉันจะลองไปตะล่อมถามแม่ต้อยดูเื่นักวิชาการคนเก่าได้ข้อมูลอะไรยังไงเดี๋ยวจะมาบอกคุณเขมอีกที” หญิงสาวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรไม่ทันได้สังเกตว่าดวงตาคู่คมของเ้านายหนุ่มกำลังลุกเป็เพลิงเร่าร้อนโชติ่เต็มเปี่ยมรังสีแห่งความหิวกระหายกำลังแผดเผาชายหนุ่มจนแทบทนไม่ไหว
“เธอมั่นใจขนาดไหนว่า ความจะไม่แตกเสียก่อน”เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า
“วางใจได้เลย...ฉันเก่ง!” เอื้องยืดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ท่าทีมั่นอกมั่นใจของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มถึงขนาดแค่นเสียงหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกหมั่นไส้อารมณ์ของเขาเปลี่ยนไปกะทันหัน ความสามารถพิเศษอีกอย่างของผู้หญิงคนนี้คือ ยั่วยวนหรือไม่ก็ยั่วโมโหเขาเก่งเหลือเกินเขมคิดในใจ หรือนี่อาจจะเรียกว่า เป็เสน่ห์ประจำตัวของเธอก็ได้ เพราะความรู้สึกอยากเอาชนะมักจะพวยพุ่งขึ้นมาทุกครั้งที่ได้เจอหน้ากันั้แ่เหตุการณ์ในสำนักงานวันนั้น
“หึ!เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของฉันเอง ฉันอยากออกโรงบ้าง” น้ำเสียงของเขมกลับมาหนักแน่นดุดันเหมือนปกติเอื้องที่ได้ยินดังนั้นได้แต่พยักหน้าน้อยๆ ให้เขา
แดดยามบ่ายอันร้อนแรงพาให้คนร่างใหญ่รู้สึกร้อนอบอ้าวไม่ต้องเสียเวลาคิดให้ยุ่งยาก ชายหนุ่มจัดการถอดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสำหรับทำฟาร์มออกทันใดแผ่นอกหนารวมถึงกล้ามมัดท้องแน่นๆ โชว์หราต่อหน้าเอื้องโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว หญิงสาวถึงกับตาเบิกกว้างขึ้นมาในทันใดร่างบางตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังเรือนร่างกำยำไม่วางตา
“หึ! กล่าวหาแต่ฉันเธอนั่นแหละตัวหื่น” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจการที่เธอมองมายังเรือนร่างของเขาไม่วางตาแบบนี้เขมเองก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ ฮอร์โมนของตนคงกำลังพลุ่งพล่านเต็มเหนี่ยวเป็แน่เขาเองก็คงเป็ไอ้หื่นกามอย่างที่เธอว่านั่นแหละ
“...นี่เธอจะจ้องจนถึงพรุ่งนี้เลยหรือไง ยายโรคจิต!” เขมตัดสินใจเอ่ยขึ้นมาอีกรอบหลังจากที่คนตรงหน้ายังคงจ้องเขาตาเป็มัน ไม่พูดไม่จาอยู่นานสองนานจนคนถูกมองเริ่มประหม่า
“เปล่า ฉันแค่กักตุนอาหารตาเก็บไว้ต่างหาก” ในที่สุดเอื้องก็ตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้งก่อนจะกลืนน้ำลายตามมาอย่างยากลำบากนานๆ ทีจะได้เห็นเต็มตาฟรีๆ แบบนี้ มันต้องจ้องให้คุ้มสิ!
“เหอะ! ไปทำงานได้แล้วไป”เขมตัดสินใจสวมเสื้อกลับคืน เขารู้สึกพ่ายแพ้อีกแล้ว ผู้หญิงคนนี้...เขาต้องหาทางจัดการให้สยบใต้ร่างเขาให้ได้!
“คุณเขมเรียกแม่ต้อยมามีอะไรเหรอคะ?” คนที่พึ่งเข้ามาในห้องทำงานของเขมเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินนวยนาดเข้ามานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ ให้แม่ต้อยเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
“สวัสดีครับแม่ต้อย ผมขอเข้าเื่เลยแล้วกัน...” รอยยิ้มของเขาเริ่มจางหายไปเขมถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ผมไปเจอข้อมูลหนึ่งมา ประมาณ 10 ปีที่แล้วฟาร์มเราเคยถูกขโมยสูตรปุ๋ยไปขายแบบนี้เหมือนกัน...นี่คือเื่จริงไหมครับ?”เขมจ้องไปยังแม่ต้อยตาเขม็งเพื่อประเมินปฏิกิริยาของคนตรงหน้า
“...จริงค่ะคุณเขม” แม่ต้อยอ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตอบเ้านายหนุ่มเสียงแ่
“เล่าเหตุการณ์ให้ผมฟังได้ไหมครับ”น้ำเสียงของชายหนุ่มเรียบนิ่งจนเกือบจะดูเย็นเฉียบ ั์ตาสีน้ำตาลเข้มมีเสน่ห์คู่นั้นเริ่มเข้มข้นขึ้น
“ต้องขอโทษคุณเขมด้วยนะคะที่ปิดบัง ตอนนั้นแม่ต้อยกับ สมยศนักวิชาการคนเก่าช่วยกันคิดสูตรปุ๋ยคอกขึ้นมา จุดประสงค์คือเอาไว้ใช้ภายในฟาร์มแต่แม่ต้อยมารู้ทีหลังว่า สมยศแอบขายสูตรไปให้คนนอกเพราะอยากหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองตอนนั้นแม่ทำแค่ตักเตือนไป แล้วก็ตัดสินใจไม่บอกใครเพราะว่า ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยจากฟาร์มยังไม่ค่อยเป็ที่นิยมนักไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร แต่แม่ต้อยก็ยังรู้สึกผิดในใจอยู่ดี” พนักงานาุโตรงหน้าเขาเบือนหน้าไปทางอื่นแม่ต้อยไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเ้านายหนุ่ม
“เื่มันผ่านไปนานแล้ว ผมไม่ติดใจหรอกครับแล้วมันเป็ไปได้ไหมว่า ครั้งนี้จะเป็ฝีมือคุณสมยศเหมือนกัน?”ท่าทีของชายหนุ่มยังคงสุขุมเยือกเย็นไม่ได้แสดงความขึ้งโกรธใดๆ แม้แต่น้อย
“ั้แ่สอบรับราชการได้ เขาก็ย้ายกลับไปบ้านเกิดที่ภาคใต้แถมยังมีฟาร์มเป็ของตัวเองไม่น่าจะมีปัญหาขัดสนอะไร อีกอย่างคือแม่ขาดการติดต่อกับเขาได้เกือบ 5 ปีแล้ว สมยศไม่น่าจะมาติดตามข้อมูลฟาร์มเราอีกหรอกอันนี้ที่แม่ต้อยคิดนะ” เธอห่อไหล่พร้อมกับส่งยิ้มเหยเกให้เ้านาย
“...” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไป นิ้วมือเรียวเคาะบนโต๊ะทำงานเป็จังหวะดวงตาคมของเขาเสมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
“เห็นคุณเขมสีหน้าคร่ำเครียดแบบนี้ทุกวันพลอยให้แม่ต้อยไม่สบายใจไปด้วยถ้าหากคุณเขม้าเอาเื่ให้ถึงที่สุด แม่ต้อยไม่ได้มีความรู้เื่กฎหมายอะไรคงทำได้แค่แนะนำให้คุณเขมลองไปปรึกษาทนายดู พวกเราก็เสียใจแหละที่ถูกขโมยผลงานไปแบบนี้แต่ชีวิตก็คงต้องดำเนินต่อไป ถ้าอยากให้ช่วยอะไรอีกก็บอกกันได้เลยนะคะคุณเขม”ใบหน้ากังวลของเ้านายทำให้แม่ต้อยตัดสินใจเผยความอัดอั้นในใจให้เขาได้รับรู้หวังว่า นี่จะทำให้ชายหนุ่มสบายใจขึ้นบ้าง
“ขอบคุณครับ” แม้การถูกขโมยผลงานครั้งนี้จะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากขนาดนั้นจนถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาลแต่สำหรับชายหนุ่มคิดว่า หากมีหนึ่งครั้งแล้ว ก็จะมีครั้งถัดๆ ไปอีก ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลยคนผิดก็จะยิ่งได้ใจ คนทรยศคงไม่ต่างจากเสี้ยนในรองเท้า ถ้าเจอก็ต้องดึงออก ไม่ว่าคนนั้นจะเป็ใครก็ตามเขมพูดคุยกับแม่ต้อยต่ออีกเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน
เลิกงาน หลังจากเอื้องล็อคประตูสำนักงานเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวเดินตรงไปยังรถมอเตอร์ไซค์ของตนเพื่อเดินทางกลับบ้านตามปกติแต่เท้าทั้งสองของเธอต้องหยุดชะงักไป เมื่อสายตาปะทะเข้ากับชายหนุ่มร่างใหญ่หน้าตาคมเข้มคุ้นเคยยืนกอดอกพิงรถของเธออยู่ด้วยท่าทางสบายๆเสื้อเชิ้ตแขนยาวถูกพับขึ้นให้เห็นกล้ามแขนเป็มัดผิวสีแทนคล้ำแดดของเขาช่างเสริมความเซ็กซี่ยั่วเพศได้ดีเยี่ยม หญิงสาวเม้มปากตรงดวงตาวาววับของเธอยังคงพินิจมองคนตรงหน้าตาไม่กะพริบ การที่ถูกเธอจ้องอย่างกับจะสิงร่างให้ได้แบบนี้พาให้ชายหนุ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพูดทำลายความเงียบ
“เธอนี่มันหื่นกว่าฉันอีก”
“อืม” หญิงสาวตอบสั้นๆ พลางย่างเท้าเข้ามาใกล้เขาอีกก่อนจะชะโงกหน้ามามองแขนเขาใกล้ๆด้วยสีหน้ามึนเฉยแถมยังลอบกลืนน้ำลายเล็กๆ
“นี่!หยุดหื่นได้แล้ว!” ชายหนุ่มถอยห่างจากสาวร่างบางออกไปเล็กน้อยพร้อมกับขึ้นเสียงเรียกสติของเธอกลับมา
“อ๋อ อืม ว่าแต่คุณมานั่งที่รถฉันทำไม?” เอื้องถามขึ้นหลังจากกลับมามีสติหายากจริงๆ ผู้ชายเซ็กซี่แบบนี้ เห็นทีไรก็พาให้เธอควบคุมความหื่นของตนเองไม่ได้สักที
“ผมอยากไปเล่นห้องคุณ”
“...!?”
+++++++++++++++++++++++++++
อีตาคุณเขม แกน่ะอ่อยผิดคนซะแล้ว!
ตอนต่อไปจะมาอีกทีวันจันทร์หน้านะคะ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คเพจพิศสราญ หรือสำหรับใครรอวันจันทร์ไม่ไหว ก็สามารถอุดหนุน E-book กันได้ที่ meb เป็ค่าแรงเล็กๆ น้อยๆ ให้นักเขียนน้า(Please^^) เพียง 65 บาทเท่านั้นจ้า