“แถวตรง วันทยาหัตถ์~!”
เหล่านักเรียนหลายพันถูกเรียกตัวมารวมกันั้แ่เช้าตรู่ที่อาคารหลังใหญ่ ด้านในเต็มไปด้วยเก้าอี้จัดเตรียมไว้ หน้าเวทีที่เก้าอี้หันไปมีโพเดี้ยมและหน้าจอที่พร้อมจะฉายภาพหลายอย่างให้พวกเขาเห็น โดยเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เอง เป็การปฐมนิเทศนักเรียนเตรียมทหาร ให้พวกเขาได้รู้วิธีการใช้ชีวิตในค่ายฝึกแห่งนี้
“นั่งลงได้”
เหล่าทหารเชื่อฟังคำพูดของครูฝึกพร้อมทำตามอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีทหารรุ่นพี่เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อกล่าวทักทาย ไม่ให้นักเรียนใหม่เกร็งเกินไป ภายในห้องแห่งนี้เป็ห้องสำหรับพูดคุยเนื้อหาสำคัญ พวกเขาไม่จำเป็ต้องเกร็งจนไม่สามารถรับรู้สิ่งที่กำลังจะพูดออกไปได้
ภายใต้เสียงประกาศดังเป็ทอดๆผ่านลำโพงของรุ่นพี่ทหารที่กำลังแนะนำตัว แนะนำขั้นตอนและวิธีการในการปฐมนิเทศแอชเชอร์ก็ได้กวาดตาสำรวจดูรอบๆ เขาอยากรู้ว่า 1 วันที่ผ่านมานักเรียนใหม่มีใครที่เป็เหมือนเขาบ้าง คนที่ไม่ได้เ็ปกล้ามเนื้อจากการฝึกหนักของครูฝึกที่สั่งให้จัดแถว วิดพื้น และถูกทำโทษอีกหลายๆวิธีหลังจากที่พวกเขาไม่สามารถทำตามคำสั่งได้
“ชีวิตก่อนมีคนโดดเด่นที่เข้าฝึกพร้อมเรา 2 คนสินะ”
แอชเชอร์เจอเพียงแค่ 1 คนเท่านั้นอีกหนึ่งคนยังไม่เจอ ในความทรงจำของเขาทั้ง 2 คนมี่โดดเด่นที่ต่างกัน คนหนึ่งโดดเด่นั้แ่เข้ามาจนถึงจบหลักสูตร ส่วนอีกคนจะโดดเด่นหลังจากฝึกผ่านไป 3 เดือนหลังจากเขารู้ว่าตัวเองมีการซิงโครไนซ์ระดับ A เขาก็ฝึกอย่างหนักเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ในยศที่สูง ภายใต้การจ้องมองของแอชเชอร์เขาได้หันกลับไปมองหน้าจอที่ตอนนี้กำลังแสดงรูปภาพของชุดเกราะที่พวกเขาเหล่านักเรียนมีโอกาสได้สวมใส่หลังจากจบหลักสูตรในค่ายแห่งนี้
โดยชุดเกราะที่แอชเชอร์มองเห็นมีั้แ่รุ่นมารค์ทูที่ใช้ต่อกรกับมอนสเตอร์ 1 ดาว ไปจนถึงรุ่นมาร์คเอทที่ใช้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ 7 ดาว ซึ่งชุดเกราะทั้ง 7 รุ่นนี้ไม่ใช่ความก้าวหน้าของมนุษย์ที่พัฒนาจากมาร์คทูไปจนถึงมาร์คเอท พวกมันทั้ง 7 รุ่นถูกพัฒนาขึ้นมาพร้อมกันเพียงแต่มีวัสดุอุปกรณ์และพลังงานที่ใส่เข้าไปข้างในต่างกัน
ชุดเกราะรุ่นมาร์คทูจะประกอบไปด้วยวัสดุที่มาจากมอนสเตอร์ 1 ดาว พลังงานที่ใส่เข้าไปในชุดเกราะจะน้อยสุดเนื่องจากต้องคำนึงถึงผู้ที่สวมใส่ที่มีพลังในการซิงโครไนซ์เพียงแค่ F เท่านั้น
ส่วนชุดเกราะรุ่นมาร์คเอทจะประกอบไปด้วยชิ้นส่วนมอนสเตอร์ระดับ 7 ดาว พลังที่ใส่เข้าไปด้านในจะต้องเป็ผู้ที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ S ถึงจะสวมใส่ได้
โดยวิธีการพัฒนาชุดเกราะต่างจากชีวิตก่อนของแอชเชอร์ไม่น้อยเพราะชุดเกราะในชีวิตก่อนของเขาจะมีรุ่นมาร์คทูขึ้นมาก่อน จากนั้นรุ่นอื่นๆถึงจะตามมา ชีวิตนี้ทุกอย่างต่างออกไป ชุดเกราะแต่ละรุ่นสร้างและวิจัยขึ้นมาพร้อมกัน
ชุดเกราะแต่ละรุ่นจะรับหน้าที่โดยวิศวกรปรับแต่งมันเพื่อให้แสดงประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุดในข้อจำกัดที่ผู้ซิงโครไนซ์ระดับนั้นๆจะใช้งานได้ หลังจากอัพเกรดชุดเกราะยกใหญ่ ชุดเกราะจะถูกผลิตออกมาจำนวนมากให้พอกับทหาร มันจะมีเลขการวิจัยต่อหลังรุ่นว่าผ่านการพัฒนามาแล้วกี่ครั้ง ยกตัวอย่างเช่น ชุดเกราะรุ่นมาร์คทู - 01 บ่งบอกว่ามันอัพเกรดมา 1 ครั้งให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าเดิม หากเลขท้ายเป็ 02 การอัพเกรดก็หมายความว่ามันมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า 01
เหล่านักเรียนเตรียมทหารที่ได้เห็นรายละเอียดชุดเกราะแต่ละรุ่นพวกเขาต่างตื่นเต้นและหวังจะได้สวมใส่พวกมัน การที่พวกเขายังไม่ผ่านการซิงโครไนซ์ในตอนนี้เองนั้น ทำให้พวกเขาวาดฝันเอาไว้ไกล บางคน้าสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอทที่มีเพียงผู้ซิงโครไนซ์ระดับ S ที่สามารถใช้งานมันได้
ในความคิดของแอชเชอร์ การเปิดรายละเอียดของชุดเกราะให้นักเรียนได้ดูแบบนี้เป็วิธีการสร้างแรงบัลดาลใจที่ดี แต่นรกของจริงกำลังจะเริ่มต่อจากนี้ ความดีใจของเหล่านักเรียนจะถูกทำลายย่อยยับจากสภาพแวดล้อมที่บังคับให้พวกเขาต้องปรับตัวอย่างหนักใน 3 เดือนแรก
“เอาล่ะ วีดีโอต่อไปจะแนะนำพลังทำลายคร่าวๆของชุดเกราะ หวังว่าทุกๆคนจะนำมันไปกระตุ้นตัวเอง ตอนนี้พวกนายมีโอกาสเป็เ้าของมัน”
รุ่นพี่ทหารพูดจบ หน้าจอด้านหลังก็ได้เปิดคลิปทหารสวมชุดเกราะทั้ง 7 รุ่นเข้าต่อสู้กับมอนสเตอร์เพื่อแสดงศักยภาพของชุดเกราะ เริ่มั้แ่ชุดเกราะมาร์คทู ไล่ตามลำดับไปเรื่อยๆจนถึงชุดเกราะมาร์คเอทต่อสู้กับมอนสเตอร์ 7 ดาว ภายใต้การต่อสู้ของผู้สวมใส่ชุดเกราะระหว่างเขาและมอนสเตอร์ล้วนทำให้เกิดแสงสีและเสียงดังกระหึ่มจนคนที่ดูวีดีโอแสดงความสะพรึงกลัว
แต่พวกเขากลับเปลี่ยนความกลัวมาเป็ความอยาก เมื่อรู่ว่าชุดเกราะมาร์คเอทสามารถต่อกรกับสิ่งที่น่ากลัวอย่างมอนสเตอร์ 7 ดาวที่มีพลังทำลายมหาศาลได้ พวกเขาจึงอยากชุดเกราะ ต่างคนต่างฝันหวานถึงความสดใสของอนาคตของพวกเขา
ท่ามกลางเหล่าผู้คนที่กำลังดีใจ ในวีดีโอที่กำลังเปิดตัวอยู่นี้เองได้สร้างความตื่นตะลึงให้แอชเชอร์เป็อย่างมาก เมื่อรู้ว่ามีกลุ่มคนที่สามารถต่อสู้ ตัวต่อตัวกับมอนสเตอร์ได้ดีกว่าชีวิตก่อนของเขา ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หน่วยพิเศษดาวมฤตยูเท่านั้นที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวต่อตัว หน่วยอื่นๆที่สวมใส่ชุดเกราะรุ่นต่างๆล้วนสามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์ได้ดีเช่นเดียวกัน ผิดจากที่เขาเห็นในชีวิตก่อนลิบลับ ที่มนุษย์จะต้องสู้กันแบบกลุ่มกับมอนสเตอร์ ซึ่งสิ่งโดดเด่นที่ทำให้มนุษย์ในชีวิตนี้ของแอชเชอร์สามารถสู้กับมอนสเตอร์ได้คือสกิล ที่ไม่ต้องรอชุดเกราะนาโนสูทสร้างออกมา
ทุกๆคนที่สวมใส่ชุดเกราะั้แ่มาร์คทูไปจนถึงมาร์คเอท ล้วนแล้วปลดปล่อยสกิลออกมาจากร่างกายโดยมีชุดเกราะและอาวุธที่พวกเขาถือเป็ตัวกลางในการส่งถ่ายสกิลออกไปโจมตี ด้วยสกิลนี้เองทำให้มนุษย์ดูเหมือนจะก้าวหน้ากว่าชีวิตก่อนของเขามาก
ภายใต้การมองจ้องวีดีโอที่กำลังแสดงภาพการต่อสู้ของชุดเกราะรุ่นต่างๆ แอชเชอร์รู้สึกใจคอไม่ดี เขากลัวว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะส่งผลกระทบกับอนาคต เขากลัวว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดใน่ที่เขาอายุ 20 ปี 26 ปี และ 30 ปีจะมีความรุนแรงมากกว่าเดิม
มนุษย์ในตอนนี้อาจจะทรงพลัง แต่เขาไม่คิดว่ามอนสเตอร์จะอ่อนแอเหมือนชีวิตก่อน หากมนุษย์แข็งแกร่งขึ้น มอนสเตอร์มันจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้เช่นเดียวกัน แล้วที่เขากลัวมากกว่านั้นก็คือ เขากลัวว่าเหตุการณ์ที่เกิดใน่อายุทั้ง 3 ของเขาจะเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม
“หืม”
แอชเชอร์ย่นคิ้วพลางมองไปยังหน้าจอที่กำลังแสดงบางอย่างที่ทำให้เขาใตื่น นอกจากมนุษย์จะพัฒนาชุดเกราะแบบผิดแปลกไปจากเดิมแล้ว ชีวิตนี้นักวิทยาศาสตร์ยังสามารถสร้างเซรุ่มพิเศษขึ้นมาได้อีก ชีวิตก่อนของเขาไม่มีของแบบนี้
โดยเซรุ่มที่เขาพูดถึงกำลังถูกฉายขึ้นหน้าจอให้เหล่านักเรียนได้มอง ความสามารถของมันสร้างความตะลึงให้แอชเชอร์ไม่น้อย เพราะสามารถเร่งการเกิดสกิลให้กับผู้ที่ใช้งานได้รวดเร็วมาก เดิมทีเขาได้ข้อมูลจากทหารที่ช่วยเขาออกมาจากเขต A72 บอกเอาไว้ว่าสกิลไม่ใช่สิ่งที่เรียนรู้ได้ง่าย มันต้องผ่านประสบการณ์และการฝึกมาอย่างซ้ำๆอย่างต่ำ 1 ปี
ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กลับสามารถสร้างสารที่เป็ตัวเร่งการฝึกขึ้นมาได้ ทำให้สกิลสามารถเกิดได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นทหารทุกๆคนยังสามารถได้รับสกิลอีกด้วย ต่างจากเดิมที่มีเพียงแค่หมื่นในแสนคนเท่านั้นที่จะได้มันไปใช้งาน
“หลายคนคงสงสัยว่าสิ่งนี้คืออะไร เซรุ่มสร้างสกิลมันมีอยู่ด้วยเหรอ ฉันเองต้องบอกว่าหลังจากได้ยินเื่นี้ก็ไม่เชื่อเช่นเดียวกัน แต่หลังจากที่ได้ลองด้วยตัวเอง ตอนนี้ทหารที่จบออกไปทุกคนต่างสามารถใช้งานสกิลได้ครบทุกๆคน แม้จะไม่สามารถใช้งานสกิลได้ทั้งหมด อย่างน้อยๆทุกคนก็มีสกิลติดตัว 1 - 2 สกิล”
พิธีกรที่เป็ทหารรุ่นพี่พูดด้วยความภูมิใจ เซรุ่มไม่ใช่ความโกง แต่เป็หนึ่งในทางรอดของมนุษย์ หากาที่เกิดขึ้นเป็การต่อสู้ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง กลุ่มที่สามารถสร้างเซรุ่มปลุกสกิลได้คงจะถูกเรียกว่าพวกโกง ถึงอย่างนั้นตัวยากลับมีจำกัด จากข้อมูลที่เล่ารายละเอียดทำให้เขารู้ว่าผู้ที่จะได้รับเซรุ่มปลุกสกิลทุกโดสทั้งหมดที่สร้างขึ้นจะเริ่มจากผู้ที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ S จากนั้นระดับ A ถึงจะแจกจ่าย เหล่าคนที่เป็ระดับ D ลงไปแทบจะเรียกได้ว่ารับของเหลือเลยก็ว่าได้ ด้วยข้อมูลนี้เองทำให้นักเรียนหลายคนพยายามกระตุ้นตัวเองให้ฝึกหนักเพื่อจะให้ตัวเองซิงโครไนซ์ได้ในระดับที่สูงขึ้น
โดยเซรุ่มในตอนนี้ถูกวิจัยออกมาได้เพียง 5 ตัวเท่านั้น พวกมันทั้ง 5 สามารถกระตุ้นสกิลได้ 5 อย่างด้วยกัน สกิลที่ 1 สกิลหลบหลีก สิ่งจำเป็ที่ทำให้พวกเขารอดตายได้มากยิ่งขึ้น สกิลที่ 2 ลำแสงดาบ เป็การปลดปล่อยคลื่นพลังงานผ่านดาบออกไปโจมตี สกิลที่ 3 ลำแสงมีด สกิลที่ 4 ลำแสงหอก สกิลที่ 5 ลำแสงขวาน เหล่าคนที่ฉีดเซรุ่มเข้าไปนั้นจะต้องปฎิบัติตัวตามเงื่อนไขของการฝึกที่นักวิทยาศาตร์สร้างขึ้นมาหลังจากฉีดเซรุ่ม ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขาจะต้องสวมใส่ชุดเกราะในระหว่างฝึกด้วยเพื่อให้มานาหล่อเลี้ยงร่างกาย หากขาดมานาจะทำให้เซรุ่มใช้ไม่ได้ผล
หลังจากที่เปิดหลายสิ่งหลายอย่างให้นักเรียนเตรียมทหารได้ดูตลอดครึ่งวันที่ผ่านมานี้เอง รุ่นพี่ก็เริ่มบอกเล่าถึงจุดหมายที่นักเรียนเตรียมทหารจะต้องทำร่วมกัน
กระทั่งทุกคนได้รู้ว่าการฝึกในค่ายแห่งนี้ตลอดหลักสูตรที่พวกเขาได้รับแบ่งออกเป็ 2 ่ได้แก่ 3 เดือนแรกและ 7 เดือนหลัง เหล่านักเรียนก็แสดงความดีใจเมื่อคิดไปถึงวันสุดท้ายของการฝึก รวมทั้งสิ้นที่พวกเขาจะต้องฝึกคือ 10 เดือนด้วยกัน หากผ่าน่นี้ไปพวกเขาจะถูกบรรจุเป็ทหารไปประจำการยังเขตต่างๆ
จากชีวิตก่อนของแอชเชอร์ เดือนแรกสิ่งที่พวกเขาต้องทำไม่มีอะไรมากเน้นฝึกร่างกายและฝึกเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ เดือนนี้เป็เดือนแห่งการอย่าขาด ตัดขาดจากของมีรสชาติ ทุกคนที่ไม่ได้กินอาหารแบบคนปกติจะต้องอยู่ให้ได้ ในเดือนนี้บางคนจะเริ่มเกิดจิตหลอนเพราะทุกๆอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป สิ่งที่กินเป็แคปซูลอาหารและต้องออกกำลังกายซ้ำๆ ไม่มีการผ่อนคลายใดๆ จนเกิดเป็ความเครียดสะสม
“เอาล่ะ ฉันก็มีสิ่งที่จะบอกกล่าวเพียงเท่านี้ ขอให้ทุกๆคนทำให้เต็มที่ อย่ากลัวที่จะเจ็บและอย่ากลัวที่จะตาย”
รุ่นพี่ปิดไมค์ก่อนที่เหล่านักเรียนใหม่จะได้ยินเสียงเรียกแถวดังมาจากด้านนอกอาคาร เมื่อรู้ว่าการฝึกในวันนี้เริ่มขึ้นอีกแล้วนั้นพวกเขาต่างรีบวิ่งออกไปด้วยความรวดเร็วเพื่อจะจัดแถวด้านนอกตามคำสั่งของครูฝึก
“แถวตอนเรียงสิบทั้งหมดจัดแถว~!”