เวลาผ่านไปชั่วยามกว่า ผู้าุโสามเดินกลับเข้ามาหาผู้นำตระกูลจงที่สำนักโอสถอีกครั้ง
"ท่านแม่ ... ยาที่ลู่ซือให้ปรุงและแจกจายไปยังผู้คนที่าเ็ และกระจายไปให้สำนักต่าง ๆ ในเมืองแล้ว ผู้คนเริ่มมีอาการที่ดีขึ้นอย่างน่าแปลกใจ แผลยุบลง คนที่ไม่มีแผลลึก รอยไหม้สีแดงหลุดร่อนเป็น้ำสีขาวออกไป เหลือแต่การรักษาอาการปวดตามตัวที่มีไข้ แต่ก็ลดลงกันหมดแล้ว" าุโสามรายงานด้วยความตื่นเต้น พร้อมหันไปมองลู่ซือด้วยความแปลกใจในความรู้ที่พวกเขาเองยังไม่เคยรู้มาก่อนเลย
"ดี ๆ มาก เ้าให้คนปรุงยาเพิ่มและให้พวกที่าเ็เอาไปรักษาต่อที่บ้าน เสร็จแล้วพวกเ้าไปพักผ่อนกัน วันนี้เหนื่อยกันมาแต่เช้าแล้ว" จงเป่าสั่งการลงไป พร้อมกวักมือเรียกลู่ซือเข้ามาหา
"ลู่ซือ วันนี้เ้าทำได้ดีมาก เ้าบอกย่าได้ไหม เ้ารู้ได้อย่างไร เ้ารู้จักต่อิญญาหิมะได้อย่างไร ข้าเองไม่เคยบอก ไม่เคยสอนเ้าเลย อีกทั้งตัวมันเป็ยังไงข้าเองก็ไม่เคยเห็น" จงเป่าจ้องมองไปที่ลู่ซือด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ท่านย่า ... ข้าไม่รู้จะบอกท่านอย่างไร แต่ข้าไม่รู้จริง ๆ ข้าไม่ได้เรียน ข้าเห็นภาพเ่าั้ แล้วมันก็ขึ้นมาในหัว มันเหมือนเป็เื่ง่าย ๆ ที่ข้าเคยรู้เคยแก้ไข เคยรักษา หรือผ่านมันมาก่อน เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่" ลู่ซือส่ายหัว ตัวเองก็ยังแปลกใจ หาคำตอบไม่ได้เช่นกัน เพียงแต่มันดูคุ้นเคย มันดูง่าย ๆ ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเลยในการรักษา
"เอาละ ย่าเชื่อเ้า ... เ้าไปพักผ่อนเถอะ เหนื่อยมาหลายชั่วยามแล้ว" จงเป่ากอดลู่ซือด้วยความรัก แล้วเขกหัวลู่ซือด้วยความเอ็นดูเหมือนเช่นเดิม
"ท่านย่าเองก็พักผ่อนมาก ๆ ข้าเป็ห่วงท่าน" ลู่ซือกอดจงเป่า ก่อนจะเดินไปห้องตนเอง
จงเป่าครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเื่ของลู่ซือที่แก้ไขปัญหาได้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครสอน และอายุก็เพียงหกขวบกว่าเท่านั้น
"หรือจะเป็การระลึกชาติได้ หรือการกลับชาติมาเกิดของลู่ซือ" จงเป่าได้แต่คิด แต่แล้วก็สะบัดหัวเลิกคิดไป
%^&%^*^%#$
ยามสายวันรุ่งขึ้น ณ สำนักโอสถตระกูลจง
าุโสามวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้านใน
"ท่านแม่ มีทหารจากในวังเข้ามาขอพบ บอกเป็เื่ด่วนขอพบท่านแม่" าุโสามแจ้งแก่จงเป่า
"เ้ารู้ไหมว่ามีเหตุอันใด" จงเป่าสงสัยเหตุเร่งด่วนอันใดที่เกิดขึ้น ทางสำนักโอสถ โดยปกติก็ส่งยาเข้าไปที่จวนเ้าเมืองเป็ประจำอยู่แล้ว ไม่เคยขาดตกบกพร่อง แล้วจะมีเหตุอันใดหนอ"
"รีบเชิญไปที่โถงใหญ่ เดี๋ยวข้าออกไป" จงเป่าลุกขึ้นแล้วเดินไปที่โถงใหญ่ด้านหน้าสำนัก ที่ใช้เป็ห้องรับแขก
"ท่านผู้นำ ท่านเ้าเมืองให้ข้ามาเชิญท่านไปช่วยรักษาคุณหนูด่วน นางมีอาการคล้าย ๆ กับผู้คนในเมือง แต่ว่าดูจะแปลกกว่า และรุนแรงกว่า" ทหารคนดังกล่าวชี้แจง
"ได้ ข้าขอเวลาเตรียมตัวก่อน ท่านออกไปรอ เดี๋ยวข้าตามไป" จงเป่าแจ้งทหารคนดังกล่าว พร้อมหันไปหาาุโใหญ่และาุโสามให้เตรียมตัวเดินทาง แต่แล้วก็สั่งให้เด็กไปตามลู่ซือมาด่วน
"ท่านแม่ ท่านจะพาลู่ซือไปด้วยหรือ นี่เรากำลังไปจวนท่านเ้าเมืองนะ ท่านจะให้ไอ้เด็กนั่นไปด้วยยังไง ท่านแม่ให้จงหมานไปด้วยเถอะ จะได้เรียนรู้ไปด้วย" าุโใหญ่โต้แย้งออกไปทันทีที่ได้ยิน
"เ้าเป็อะไร ทำไมถึงจงเกลียดจงชังลู่ซือนักเล่า อีกอย่างเ้าคิดว่าเ้ามีปัญญาแก้ปัญหาได้หรือ ที่ผ่านมาไม่ใช่ลู่ซือหรือที่แก้ไขปัญหา" จงเป่าส่ายหัว ไม่รอฟังคำตอบใด ๆ เพราะที่ผ่านมาหลายปี มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาโดยตลอด จนนางเองก็เบื่อหน่ายกับเื่เดิม ๆ
&*%^#$@
หนึ่งก้านธูปผ่านไป รถม้าก็นำจงเป่าพร้อมคณะมุ่งหน้าไปยังจวนเ้าเมืองบนเชิงเขา เป็ที่รู้กันทั่ว จวนเ้าเมืองตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ด้านหลังติดทะเล ด้านข้างติดป่า และอีกด้านติดทะเลสาป ในขณะที่มองไป จะเห็นต้นไม้ใหญ่ไหวไปมาตลอดเวลาไม่หยุด
ลู่ซือนั่งรถด้านใน มองออกไปที่เชิงเขา เห็นต้นไม้ ทันใดนั้นเอง ภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัว ต้นไม้ใหญ่ถูกปลูกวางไว้ตามหลักค่ายกลปิศาลจื่อกู ต้นไม้แต่ละต้นสามารถเคลื่อนไหวได้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็ไม่สามารถมองเข้าไปส่วนของจวนได้เลย ค่ายกลปิศาจจื่อกูมีพลังมหาศาล สามารถทำลายผู้บุกรุกได้ทั้งบนดินและบนฟ้า
ลี้เฟยมองเห็นภาพค่ายกลปิศาจอย่างชัดเจน เหมือนกับครั้งหนึ่งเคยััมาก่อนแล้ว หรือข้าจะคิดไปเอง ลู่ซือหลับตาดูเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่ผุดขึ้นมาในหัว
"ลู่ซือ ... ถึงแล้ว เ้าหลับหรือ" จงเป่าเรียกลู่ซือเมื่อเห็นว่าลู่ซือยังคงหลับตาไม่ตื่น
"ข้าเผลอหลับไปท่านย่า" ลู่ซือเดินลงมาพยุงแขนจงเป่า เข้าไปด้านใน การจูงแขนท่านย่า เป็สิ่งที่ลู่ซือทำมาโดยตลอดั้แ่จำความได้ เป็ความสุขและความห่วงใยที่ทำเองโดยไม่มีใครสอน จงเป่ายิ้มให้กับตัวเองที่มีลู่ซือมาให้ความรักกับนางในยามชรา
ณ ห้องโถงใหญ่ จวนเ้าเมือง
"คารวะท่านเ้าเมือง" จงเป่าพร้อมคณะแสดงการคารวะต่อเ้าเมือง
"ไม่ต้องเกรงใจ ท่านผู้นำ คราวนี้ต้องขอรบกวนท่านด้วยความเร่งด่วน"
"ลูกสาวข้า หนิงเซียน ไม่รู้นางโดนอะไรกัด ข้าได้รับยาที่พวกท่านแจกจ่ายแล้ว แต่อาการของนางยังไม่ดีขึ้นเลย" เ้าเมืองอธิบายเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรสาว ในขณะที่นางกลับมาจากชมสวนตอนเย็น สักพักใหญ่ก็มีอาการ อาการไม่ดีขึ้น ยังไม่หาย เป็มาคืนหนึ่งแล้ว
"เ้าใหญ่ เ้าสาม เข้าไปดูอาการคุณหนู" จงเป่าพยักหน้าให้บุตรชายทั้งสองเข้าไปช่วยดูอาการ
ผ่านไปสักพักใหญ่ าุโใหญ่ าุโสามเดินกลับออกมา ส่ายหัว
"ท่านแม่ อาการของนางรุนแรงกว่าที่เรารักษา บางส่วนคล้ายกันก็จริง แต่ไม่เหมือนทีเดียว ข้าไม่แน่ใจว่า จะเป็อาการแบบเดียวกับชาวบ้านหรือไม่" าุโใหญ่สรุปให่จงเป่า และให้เ้าเมืองได้ยินในเวลาเดียวกัน
"ลู่ซือ เ้าลองเข้าไปดูซิ" จงเป่าไม่รอช้า พยักหน้าบอกอนุญาตให้เข้าไปรักษาอาการทันที
"ท่านผู้นำ" เ้าเมืองเรียกจงเป่า ด้วยเห็นว่า ทำไมให้เด็กหกขวบเข้าไปรักษา และจงเป่าก็ดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของเ้าเมือง จึงยิ้มให้ พร้อมกล่าวว่า "ท่านรอสักครู่ ..."
ลู่ซือเข้าไปด้านใน เมื่อมองไปที่บุตรเ้าเมือง "หนิงเซียน" ก็เห็นนางนอนกึ่งหลับกึ่งตื่น จากนั้นจึงหยิบแขนที่เป็แผล พร้อมฉีกแขนเสื้อออกส่วนหนึ่งเพื่อดูอาการ
หนิงเซียนมองดูด้วยความใโกรธที่มีเด็กมาฉีกเสื้อตนเอง แม้จะเ็ปอย่างสาหัส หากแต่ก็ยังรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หากแต่ก็ไม่มีแรงจะโต้เถียงอะไรออกไป
"ท่านเ้าเมือง ท่านย่า ... อาการของหนิงเซียน นางอาการรุนแรง นางโดนนางพญาต่อิญญาหิมะ นางพญาจะดุร้ายมาก ตัวนางพญาจะมีสีเหลืองทอง แต่เมื่อมันบินหรือจะทำร้ายใคร มันจะกลายเป็ตัวใส ยากแก่การมอง ทำร้ายาเ็ และพิษของนางพญารุนแรงมาก บุตรสาวท่านโดนทำร้ายสองจุด สี่แผลด้วยกัน หากไม่รักษา เกรงว่าจะไม่เกินวันพรุ่งนี้" ลู่ซือเดินออกมาและสรุปอาการอย่างเรียบง่าย
"เ้าแก้ไขได้หรือไม่" จงเป่าถามลู่ซือ เพราะนางเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ในยามนี้ก็น่าจะมีเพียงลู่ซือเท่านั้นที่ทำได้
"ท่านย่า ท่านเ้าเมือง การรักษานางทำได้สองวิธี คือ วิธีแรก ให้คนที่มีพลังยุทธ์ระดับราชันขึ้นไป มาส่งปราณเข้าไปในตัวนางผ่านจุดหยังก๊ก และจุดิก๊กพร้อมกัน พร้อมกับดูดเืพิษออกจากทางแผลที่นางได้รับในเวลาเดียวกัน วิธีนี้ผู้ที่มาช่วยจะต้องมีสองคน นอกจากพลังปราณจะต้องแข็งแกร่งแล้ว จะต้องมีจิตที่เข้มแข็ง เพราะพิษที่ดูดจะมีตัวทำลายจิติญญา หากไม่เข้มแข็งพอ จะทำให้สติเลอะเลือนในภายหลัง"
"ส่วนวิธีที่สอง คือใช้วิธีการส่งปราณจักระเข้าไปในตัวนางพร้อมดูดเื วิธีนี้ง่ายกว่า แต่จะต้องหาคนที่มีรู้เื่ปราณจักระเข้ามาช่วย" ลู่ซืออธิบายแบบเรียบง่าย ทั้งเ้าเมือง ทั้งจงเป่า และคนรอบข้างต่างได้ยิน และตะลึงว่า เหตุใดเด็กอายุเพียงหกเจ็ดขวบ ถึงได้มีความรู้มากมายขนาดนี้ แม้จะไม่รู้ว่าจริงแท้หรือไม่ หากแต่วิธีการพูด การเล่า ก็ทำให้พวกเขาเชื่อถือไปแล้ว
"เ้าพูดอะไร เ้าแน่ใจหรือ เ้าทำได้จริงหรือ ชีวิตของคุณหนู เ้าจะเอาอะไรมารับรอง ปราณจักระคืออะไร เ้าพูดจาไปเรื่อยเปื่อยเกินไปแล้ว" าุโหลักกล่าวตำหนิลู่ซือด้วยความไม่พอใจเหมือนเช่นเดิม
ลู่ซือไม่สนใจ หากแต่กล่าวต่อว่า "ท่านเ้าเมือง ลองตรึกตรองให้ดี ท่านมีเวลาอีกเพียงหนึ่งราตรีเท่านั้น แน่นอนว่าข้าช่วยได้ แต่ท่านต้องเข้าใจก่อนว่า หากใช้วิธีของข้า นางต้องถอดเสื้อผ้า เพื่อให้พิษระเหยออกไป และข้าจำเป็ต้องััตัวนางเพื่อดูดพิษ ในบริเวณโดยรอบพิษจะสลายเป็ไอ ดังนั้น ต้องอยู่ห่างจากพื้นที่ที่ข้าขับพิษให้"
"แน่นอนว่า ข้าไม่ได้บังคับ ท่านจะเชื่อหรือไม่ ก็สุดแต่ท่าน" ลู่ซือกล่าวจบก็เดินไปประคองจงเป่าเหมือนเดิม
