[จบ] สวรรค์ประทานหนูน้อยนำโชคมาสู่ครอบครัวชาวนา

    บทที่ 21 หมอหลี่ ผู้โง่เขลาแต่ร่ำรวย (รีไรต์)

    บทที่ 21 หมอหลี่ ผู้โง่เขลาแต่ร่ำรวย (รีไรต์)

     

    คนอื่น ๆ ในตระกูลฉินต่างพากันตาโต ร้องเสียงหลงด้วยความตกตะลึง

     

    หนึ่งพันตำลึง!

     

    เดิมทีพวกเขาคิดว่าแปดร้อยตำลึงก็นับว่าสูงมากแล้ว เพราะราคาที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกเพียงแค่ห้าร้อยตำลึง ใครจะคาดคิดว่าแม่เฒ่าฉินจะกล้าเรียกราคาสูงถึงหนึ่งพันตำลึงเช่นนี้ 

     

    สำหรับราคาหนึ่งพันตำลึง ฉินเยาเยายังรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

     

    เพราะภายในพื้นที่มิติของนางนั้น ทุกสรรพสิ่งล้วนเติบโตเร็วกว่าข้างนอกถึงร้อยเท่า

     

    ส่วนโสมนี้ นางปลูกไว้๻ั้๹แ๻่ก่อนที่จะทะลุมิติมาเสียอีก อายุของมันต้องมากกว่าสองร้อยปีแน่นอน

     

    โสมที่มีอายุยืนยาวถึงเพียงนี้ ราคาจะเพิ่มขึ้นเป็๲เท่าตัวในทุก ๆ ปีที่มันเติบโต

     

    หนึ่งพันตำลึงก็นับว่าขายให้ถูกมากแล้ว

     

    แท้จริงแล้ว ฉินเยาเยาเองก็ไม่แน่ใจว่าในยุคนี้เงินหนึ่งตำลึงจะมีค่ามากเพียงใด นางเพียงแต่กำหนดราคาตามมูลค่าที่แสดงอยู่ในพื้นที่มิติของนางเท่านั้น

     

    ในมิติของนางจะมีหน้าจอ คล้าย ๆ กับ AI ในยุคปัจจุบัน เพียงแค่นำสมุนไพรวางลงไป ข้อมูลของสมุนไพรชนิดนั้น ทั้งสรรพคุณและราคาจะปรากฏขึ้นทันที

     

    เมื่อแม่เฒ่าฉินเอ่ยราคาออกมา บรรยากาศโดยรอบก็เงียบสงัดลงในทันที

     

    หลี่อันลูบเคราอย่างครุ่นคิด มองไปยังฉินเยาเยาที่อยู่ในอ้อมแขนของแม่เฒ่าฉิน

     

    เขารู้สึกว่าการเปลี่ยนใจกะทันหันของแม่เฒ่าฉิน ต้องเกี่ยวข้องกับหนูน้อยในอ้อมแขนของนางเป็๲แน่

     

    “ฮ่า ๆ ๆ ในเมื่อท่านเป็๲แขกของเฉินฮั่นหลิน เช่นนั้นราคาหนึ่งพันตำลึงก็หนึ่งพันตำลึง ถือเสียว่าเราได้ผูกมิตรกันไว้ หากต่อไปมีสมุนไพรหายากอีก จงอย่าลืมโรงหมอจี้เซิงของข้าเป็๲อันขาด”

     

    “แน่นอนเ๽้าค่ะ” แม่เฒ่าฉินตอบรับด้วยความโล่งอก 

     

    แท้จริงแล้ว ตอนที่แม่เฒ่าฉินเอ่ยบอกราคาออกไป นางก็รู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย

     

    เพราะเงินหนึ่งพันตำลึงสามารถเลี้ยงดูครอบครัวธรรมดา ๆ ได้ถึงสามสิบปี

     

    แม่เฒ่าฉินเองก็ไม่คิดว่าโรงหมอจี้เซิงจะตกลงอย่างง่ายดายเช่นนี้

     

    หลี่อันกดสิ่งของที่คล้ายกับกริ่งเรียกพนักงานในยุคปัจจุบันที่อยู่ทางซ้ายมือ

     

    ไม่นานก็มีบุรุษวัยกลางคนรูปร่างท้วมเดินเข้ามาสอบถามวิธีการจ่ายเงินกับแม่เฒ่าฉิน

     

    คนอื่น ๆ ในตระกูลฉินต่างก็คิดในใจ แม้ว่าหมอหลี่ผู้นี้จะดูไม่ค่อยเต็ม แต่เขาก็ไม่ต่อรองราคาเลยสักคำ!

     

    มีเพียงฉินเยาเยาที่รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

     

    ในฐานะที่นางเป็๲หมอ การขายสมุนไพรในราคาถูกเช่นนี้ ย่อมทำให้รู้สึกไม่ดีนัก


    แม่เฒ่าฉินใช้ชีวิตมาอย่างยาวนาน ไม่เคยเห็นตั๋วเงินมาก่อน นางรู้สึกว่ากระดาษบาง ๆ นั้นไม่น่าเชื่อถือเท่าเงินที่จับต้องได้ นางจึงเลือกที่จะรับเป็๲เงิน

     

    “แม่เฒ่าฉิน เงินหนึ่งพันตำลึงนี้มันหนักเอาการ”

     

    “หรือจะให้พวกเราช่วยส่งไปให้ถึงจวนดีหรือไม่”

     

    หลี่อันเรียกคนงานอย่างกระตือรือร้น

     

    แม่เฒ่าฉินโบกมือปฏิเสธ “แค่เจ็ดสิบกว่าจินจะหนักหนาอะไรเชียว”

     

    “พวกข้าเป็๲ชาวไร่ชาวนา ทั้งชีวิตไถนา ทำไร่ เ๱ื่๵๹แรงกายไม่ต้องพูดถึง แบกข้าวสารร้อยกว่าจินได้สบาย ๆ ก็ทำมาแล้ว” 

     

    “ท่านอยู่ที่นี่เถอะ พวกเราขอตัวกลับก่อน”

     

    เมื่อกล่าวจบ แม่เฒ่าฉินก็ส่งหลานสาวให้ฉินเหล่าซื่ออุ้ม ส่วนนางจะแบกถุงเงินเอง 

     

    ชั่วชีวิตนี้ นางไม่เคยเห็นเงินมากมายเช่นนี้มาก่อน ต้องถือไว้เองถึงจะวางใจได้ 

     

    นางถึงกับไม่ยอมให้ฉินเหล่าซื่อเข้าใกล้ นางยกถุงเงินขึ้นมา แล้วแบกถุงเงินเดินกลับบ้าน 

     

    ส่วนฉินเยาเยาก็ไม่สบอารมณ์ นางถูกท่านย่าทิ้ง เงินสำคัญกว่านางเสียอีก

     

    ไม่พอใจ…

     

    อยากร้องไห้…

     

    “พี่สี่ ไว้คราวหน้าค่อยมาดื่มสุราหารือกันเถิด วันนี้ท่านปู่เกิดล้มป่วยกะทันหัน ข้าต้องรีบกลับไปดูอาการก่อน” เฉินฮั่นหลินเอ่ยขออภัย 

     

    “ฮั่นหลิน หากมีธุระก็เชิญกลับไปก่อนเถิด ไม่ต้องสนใจพวกเราหรอก”

     

    เฉินฮั่นหลินพยักหน้ารับ แล้วหันหลังหายไปในฝูงชน

     

    บานประตูเปิดออก สือไห่ถังกำลังจะเอ่ยปาก ทว่าแม่เฒ่าฉินกลับเดินหายเข้าไปในห้องเสียแล้ว

     

    เดินเร็วมากจนฉินเยาเยาเห็นเพียงเงาเลือนราง

     

    นางแปลกใจนัก แค่เงินหนึ่งพันตำลึง เหตุใดท่านย่าจึงทำท่าทางประหนึ่งไม่เคยเห็นเงินมาก่อน

     

    เงินหนึ่งพันตำลึง นับว่ามากมายนักหรือ

     

    ฉินเยาเยามาจากโลกยุคปัจจุบัน ยากนักที่จะเข้าใจการกระทำของท่านย่า

     

    ครู่ต่อมา…

     

    แม่เฒ่าฉินเดินออกมาจากห้องแล้วกล่าวกับฉินเหล่าซื่อ 


    “เหล่าซื่อ เอาหลานสาวตัวน้อยของข้ามา”

     

    “สะใภ้สามไปจับไก่มาซะ แล้วเอาไปตุ๋นเป็๲น้ำแกงให้สะใภ้สี่กินบำรุงเสีย”

     

    สือไห่ถังตอบรับ แล้วไปจับไก่

     

    ฉินเหล่าเอ้อร์กับฉินลิ่งอวี่ก็อุ้มลิ่งเหวินกับลิ่งผิงไปนอนพัก

     

    “โอ๋ ๆ หลานรักของย่า พวกเรามีเงินแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องลำบากแล้วนะ” 

     

    “ย่าคิดไว้แล้ว ย่าจะเก็บไว้สองร้อยตำลึง เป็๲ค่าใช้จ่ายในบ้าน ส่วนที่เหลือเก็บไว้เป็๲สินสอดทองหมั้นให้เล่อเหนียงของย่าดีกว่า” 

     

    แท้จริงแล้วแม่เฒ่าฉินรู้ดีว่าโสมนี้เป็๲ของฉินเยาเยา เพราะโสมร้อยปีเช่นนี้ไม่อาจหาได้ทั่วไป ตลอดทางที่ผ่านมา พวกเขามีกินมีใช้ เดินทางมาถึงอำเภอจี้โจวได้อย่างราบรื่นก็เพราะเยาเยา

     

    ฉินเยาเยาได้ยินแล้วก็รู้สึกปวดหัว นางเพิ่งจะเกิดได้ไม่ถึงเดือน ท่านย่าก็คิดจะเก็บเงินไว้เป็๲สินสอดให้นางแล้ว กลัวว่านางจะไม่มีใครเอางั้นหรือ

     

    “แอ้ แอ้” 

     

    ฉินเยาเยาโบกมือประท้วง นางเอาโสมออกมาก็เพื่อให้ครอบครัวได้มีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องเก็บไว้เป็๲สินสอดทองหมั้นด้วยเล่า 

     

    ในพื้นที่มิติของเยาเยา นางปลูกโสมไว้มากกว่าสิบไร่ คุณภาพดีกว่าโสมต้นนี้อีกมากมาย


    โสมที่นางนำออกมานี้ นับว่าเป็๲โสมธรรมดา นางเกรงว่าหากนำโสมชั้นเลิศออกมา พวกท่านจะต้องตกตะลึงเป็๲แน่ 

     

    ยิ่งไปกว่านั้น ในพื้นที่มิติของนางยังมีเงินและสมบัติล้ำค่าจากยุคปัจจุบันอีกมากมายนับไม่ถ้วน 

     

    แม้กระทั่งเหมืองทองคำก็ยังมี

     

    แม้ว่าจะเห็นเพียงแค่แร่ทองคำเล็กน้อยก็เถอะ

     

    แต่ตอนนี้นางก็กลายเป็๲เศรษฐีนีตัวน้อยแล้ว ไม่จำเป็๲ต้องให้พวกท่านมากังวลเ๱ื่๵๹สินสอดทองหมั้นของนางแต่อย่างใด 

     

    ฉินเยาเยาโบกไม้โบกมือพยายามสื่อสาร บอกว่าจะใช้จ่ายอย่างไรก็ตามใจชอบ ไม่ต้องเก็บไว้เป็๲สินสอดทองหมั้นของนาง นางมีเงิน! 

     

    “เ๽้าหนูน้อยฉลาดจริง ๆ” 


    แม่เฒ่าฉินเอ็นดูฉินเยาเยายิ่งนัก นางใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากเล็ก ๆ พลางถามว่า 


    “เล่อเหนียง ในนั้น...มีสิ่งใดแปลกใหม่บ้างหรือไม่ ย่าอยากตอบแทนน้ำใจคุณชายเฉิน เขาช่วยเหลือพวกเราไว้มากเช่นนี้” 

     

    เดิมทีแม่เฒ่าฉินคิดจะมอบเงินตอบแทน แต่ดูท่าคุณชายเฉินผู้นั้นไม่น่าจะเป็๲ผู้ขัดสนเ๱ื่๵๹เงินทอง นางคิดไปคิดมาจึงมาขอความช่วยเหลือจากหลานสาวตัวน้อย

     

    เ๱ื่๵๹สิ่งของแปลกใหม่นั้นไม่เห็นยากเย็น แค่ในพื้นที่มิติของเยาเยาก็มีผักผลไม้มากมาย กำลังคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับมันอย่างไรอยู่พอดีเชียว

     

    ฉินเยาเยาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว แม่เฒ่าฉินก็เกือบถูกผักผลไม้ทับเสียแล้ว

     

    เมื่อเห็นผักผลไม้เต็มห้อง นางก็ตื่นเต้นจนกอดเยาเยาแน่น ก่อนจะหอมแก้มหลานสาวฟอดใหญ่

     

    “เล่อเหนียง รีบเก็บเข้าไปเถิด อย่าให้ผู้อื่นเห็นเชียว เวลาที่ย่า๻้๵๹๠า๱ค่อยบอกเ๽้าก็แล้วกัน ดีหรือไม่”

     

    “แอ้”

     

    ฉินเยาเยาสะบัดมืออีกครั้ง ห้องก็กลับมาสะอาดดังเดิม มีเพียงกลิ่นหอมหวานของผลไม้ที่ยังอบอวลอยู่

     

    นางให้เก็บเงินทั้งหมดเข้าไปในพื้นที่มิติด้วย เหลือไว้เพียงห้าสิบตำลึงเป็๲ค่าใช้จ่ายในบ้าน

     

    เ๱ื่๵๹ซ่อนสิ่งของที่ใดเล่าจะปลอดภัยไปกว่าพื้นที่มิติของนาง ท่านย่าจะได้ไม่ต้องเป็๲กังวลอีกต่อไป

     

    “เล่อเหนียงของย่า ช่างรู้ใจย่าเสียจริง” 

     

    นางกำลังหนักใจไม่รู้จะเก็บเงินไว้ที่ใด เงินมากมายเช่นนี้ หากเก็บไว้ในบ้าน นางคงนอนไม่หลับ คิดไม่ถึงว่าหลานสาวจะช่วยนางแก้ปัญหาได้

     

    “ท่านแม่ อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว ท่านจะพาเล่อเหนียงไปที่ใดหรือเ๽้าคะ” 

     

    สือไห่ถังกำลังจะไปตักน้ำ นางหันกลับมาเห็นแม่เฒ่าฉินสะพายตะกร้าและอุ้มเยาเยาออกไป จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

     

    “ข้าจะออกไปข้างนอก ดูว่าจะซื้ออะไรตอบแทนคุณชายเฉินได้บ้าง เขาช่วยเหลือพวกเราไว้มากมาย หากอาหารเสร็จแล้วก็ให้เด็ก ๆ กินกันก่อนเถิด ไม่ต้องรอข้า” 

     

    สือไห่ถังรับคำ แล้วเดินเข้าไปดูอาหารในครัว

     

    แม่เฒ่าฉินอุ้มฉินเยาเยาออกจากประตูไปได้ไม่ไกล ก็พบเข้ากับคนผู้หนึ่ง 

     

    แม่เฒ่าฉินก็เอ่ย “...ซวยจริง ๆ!”