ในคืนฝนตกชุกผู้กองเมธัสส่ง จ่าต๋อย นายตำรวจสายสืบคนใหม่ให้ลงพื้นที่ซุ่มดูแถวบาร์หรูย่านทองหล่อ แหล่งมั่วสุมประจำของกลุ่มลูกมหาเศรษฐีเพื่อหาตัวเด็กเดินยาทว่า เวลาผ่านไปไม่นานจ่าต๋อยกลับหิ้วคอเสื้อเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเต็มกลับมาที่รถด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ทันทีที่เมธัสเห็นหน้าเด็กส่งยาชัดๆหัวใจของตำรวจหนุ่มก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม... ‘มิกเกอร์’ ลูกชายคนเดียวของเขานั่นเอง!
“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่!รู้ไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่มิก!” เมธัสคำรามด้วยความโมโหและความผิดหวังอย่างรุนแรง
“แล้วพ่อล่ะ! เคยรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้างไหม!” มิกเกอร์ะโสวนกลับด้วยน้ำตานองหน้า “วันๆพ่อเคยอยู่บ้านไหม? พอมีเวลาก็เอาแต่หมกมุ่นสืบคดีอะไรก็ไม่รู้!แม่ตายไปพ่อเคยสนใจไหม! ผมทำประชดพ่อ แล้วเป็ไงล่ะ... พ่อจับผมเองเลยสิ!จับผมเข้าคุกไปเลย!”
คำพูดบาดลึกของลูกชายทำเอาเมธัสจุกจนพูดไม่ออกความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนไร้แรงจะยื้อโต้ตอบ สุดท้าย ด้วยหัวอกคนเป็พ่อ เมธัสจำใจต้องปล่อยตัวมิกเกอร์ไปก่อนโดยให้จ่าต๋อยแอบตามไปส่งที่บ้านอย่างเงียบๆ
“ขอโทษด้วยครับผู้กอง...” จ่าต๋อยเอ่ยเบาๆก่อนจะปรับโหมดกลับเข้าเื่งาน “เื่ซันนี่เราคงต้องอดทนซุ่มรอ ไว้รวบรวดเดียวตอนส่งมอบยาครับจับคาหนังคาเขาถึงจะดิ้นไม่หลุด”
เมธัสนั่งกุมขมับั์ตาฉายแววโรยแรงทว่าสายตาจับจ้องไปที่ภาพซันนี่บนกระดาษสืบสวนด้วยความแค้นเคือง...โดยไม่รู้เลยว่า ‘โอกาส’ นั้นจะมาถึงเมื่อไหร่
.
คืนวันจันทร์ร้าน Melody’s Table บรรยากาศเงียบสงบกว่าวันศุกร์มาก ซันนี่ขับรถสปอร์ตหรูเดินทางมาที่ร้านเพียงลำพัง เขาตั้งใจจองห้อง VIP ไว้ล่วงหน้า เพราะไม่อยากมาวันศุกร์ให้ต้องเจอหน้าลูกน้องของเสี่ยอมรและที่สำคัญ... เขาตั้งใจจะมา ‘หว่านเสน่ห์’ ใส่เชฟสาวคนสวยอย่างเพลงเต็มที่
คอร์สอาหารดำเนินไปอย่างเรียบร้อย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านเที่ยงคืนลูกค้าโต๊ะอื่นทยอยเดินทางกลับจนหมดร้านเพลงสั่งให้พนักงานทำความสะอาดและอนุญาตให้ทุกคนกลับบ้านก่อนได้เลยโดยเธออาสาจะอยู่ดูแลความสะอาดและรอส่งลูกค้าห้อง VIP โต๊ะสุดท้ายด้วยตัวเอง
เมื่อทั้งร้านเหลือเพียงเสียงดนตรีแจ๊สเบาๆและความเงียบสงัด ซันนี่เดินถือแก้วไวน์ออกจากห้อง VIP ตรงเข้ามาหาเพลงที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์ครัวอยู่ด้วยท่าทางถือดี
“เชฟเพลงครับ... คืนนี้อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะเชฟ...ที่ดูสวยเป็พิเศษ” ซันนี่ส่งสายตากรุ้มกริ่มพลางขยับเข้าไปใกล้ยื่นมือหมายจะจับข้อมือของเพลง
เพลงขยับถอยหลังหลบอย่างนุ่มนวลรอยยิ้มการเมืองบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็ความเ็าทันที “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณซันนี่ แต่ตอนนี้ร้านปิดแล้ว และเพลงคงต้องขอตัว...”
“อย่าเพิ่งตัดโอกาสกันแบบนี้สิครับเชฟ” ซันนี่แค่นหัวเราะ ั์ตาฉายแววเ้าเล่ห์และความมั่นใจผิดๆเขาขยับเข้าไปชิดเคาน์เตอร์มากขึ้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “เชฟคิดว่าผมโง่เหรอครับ? ผมแอบสังเกตเห็นกล้องวงจรปิดรูเข็ม ที่เชฟซ่อนไว้ทั้งในห้อง VIP แล้วก็ตรงลานจอดรถแล้วนะ...”
เพลงชะงักมือที่กำลังเช็ดแก้วั์ตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย
“ถ้าผมเอาเื่นี้ไปบอกเสี่ยอมร... ว่าเชฟแอบอัดคลิปการส่งของและการดีลของพ่อผมไว้...”ซันนี่ก้มลงกระซิบข้างหูเพลงด้วยรอยยิ้มยโส “เชฟกับร้านนี้ได้พังพินาศไม่เหลือซากแน่ๆ... แต่ถ้าเชฟยอม ‘ตามใจ’ ผมคืนนี้...เื่นี้ก็จะเป็ความลับของเราสองคน”
ซันนี่คิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าและต้อนเชฟสาวจนมุมได้แล้วทว่า นั่นคือ ‘ความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดในชีวิต’ ของเขา!
.
ฉึ้ก!
.
ยังไม่ทันที่ซันนี่จะทันได้ตั้งตัวหรือทันได้เห็นว่ามือของเพลงขยับอย่างไรมีดปอกผลไม้สแตนเลสปลายแหลมแทงสวนเข้าที่ใต้คางปักทะลุขึ้นสู่สมองของซันนี่อย่างแม่นยำและรวดเร็ว!
ดวงตาของซันนี่เบิ่งกว้างด้วยความตกตะลึงเืสดๆ ทะลักออกจากปากและาแ ร่างสูงเกร็งกระตุกอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะค่อยๆนิ่งสนิทและทอดร่างลงกองกับพื้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องเลยแม้แต่แอะเดียว!
เพลงมองร่างไร้ิญญาของลูกชายรัฐมนตรีด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เธอเดินไปหยิบผ้ามาเช็ดคราบเืบนพื้นอย่างใจเย็นก่อนจะก้มลงค้นกระเป๋ากางเกงของซันนี่เพื่อหยิบกุญแจรถสปอร์ตหรู
เชฟสาวแบกร่างของซันนี่ที่ถูกห่อด้วยถุงพลาสติกดำใส่ไว้ใน ท้ายรถสปอร์ต ของเขาเองอย่างชำนาญ จากนั้นเธอก็สตาร์ตเครื่องยนต์ ขับรถสปอร์ตคันหรูของเหยื่อฝ่าสายฝนยามดึกมุ่งหน้าตรงไปยัง โกดังชำแหละเนื้อของบัว เพื่อเปลี่ยน ‘ลูกชายรัฐมนตรีผู้ยโส’ ให้กลายเป็วัตถุดิบชิ้นถัดไปทันที!