เส้นทางจักรพรรดิ

    ตอนที่ 19 ตามหาดาบคู่กาย

    จางมูเฉินถือดาบสีดำลายเเดงมีรากใบ้พันเต็มดาบเเต่ถึงอย่างงั้นความคมของดาบก็ไม่ลดลงเลยจางมูเฉินมองดูดาบในมือที่ได้มาจากเทศกาลพืชปีศาจจางมูเฉินเอาดาบที่ได้จากพวกปีศาจระดับเซียนผู้ยิ่งใหญ่มารวมกันเเล้วหลอมเข้ากับเศษดาบปีศาจที่หักจากการต่อสู้อันหนักหน่วงก่อให้เกิดดาบเล่มใหม่ออกมามีวิญญาณสาวสิ่งสถิตอยู่ในตัวดาบ
    ดาบปีศาจไม้(พัฒนาได้) ระดับเซียน (วิญญาณสาว มิงมิง )
    จางมูเฉินตั้งชื่อให้เธอว่า มิงมิง ตัวดาบคมมากเเค่ถือก็รู้สึกว่าสามารถตัดเเผ่นดินครึ่งหนึ่งได้เเค่ฟันครั้งเดียวตัวดาบพัฒนาได้
    ตัวดาบปลดปล่อยออร่าปีศาจที่เข้มข้นมากจนเเม้เเต่ร่างจางห้าวยังต้องสั่นกลัว
    จางมูเฉินมองดูดาบเเล้วยิ้มด้วยความพึงพอใจ
    จางมูเฉินพอจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นก็เอาของที่เเลกจากกิจกรรมไปวางไว้ในภูมิภาคหมอกส่วนเมืองขั้นเงิน ขั้นทอง จางเฉินเอาไปสร้างในเขตชายเเดนของทวีปหมอก
    ทวีปหมอกเป็นทวีปที่อยู่ตรงกลางของโลกล้อมรอบไปด้วยอีก 4 ทวีปเหมาะที่จะเป็นจุดที่เมืองหลักสุดในทวีปที่เหลือทั้งหมด
    ขณะนี้บนท้องฟ้าข้างเมืองทั้งสี่ทิศมีเมืองลอยอยู่บนฟ้า
    เมืองเทวดาตกสวรรค์
    เมืองเทวดา
    เมืองลอยฟ้า
    เมืองป้อมปืนใหญ่ลอยฟ้า
    เมืองเทวดาพอสร้างเเล้วก็มี ชายหญิงมีปีกสีขาวอายุประมาณ 20 กว่า 4-5 คนบินลงมาทำความเคารพตน
    ทางด้านของเมืองเทวดาตกสวรรค์ก็เหมือนกัน มีชายหญิงปีกดำมาทำความเคารพ
    ส่วนเมืองลอยฟ้าคล้ายกับพื้นดินพื้นหนึ่งที่ลอยอยู่บนฟ้ามีเมืองรอบเมืองพื้นดินกว้างประมาณ 9-10 ภูมิภาคได้
    ส่วนเมืองป้อมปืนใหญ่ลอยฟ้าก็จะคล้ายกับเมืองลอยฟ้าเเต่เเค่มีปืนใหญ่หลายกระบอกตั้งอยู่
    จางเฉินคิดไว้เเล้วว่าจะหาเกาะลอยฟ้ามาเอาไว้จอดยานเเต่พอดีเลยมีเมืองลอยฟ้าสองเมืองพื้นที่ก็ใหญ่เหมาะเเก่การจอดยานได้ 50-90 ลำ
    บนเกาะทั้งสองมีเหมือนเป็นหุ่นอะตอมที่มีชีวิตเหมือนมนุษย์ธรรมดาเเต่ความฉลาดนั้นเกินบรรยายสามารถคิดค้นสิ่งต่างๆๆได้หลายอย่าง
    จางมูเฉินสั่งงานให้กับพวกเค้าให้คิดค้นยานอากาศขึ้นมา
    จางมูเฉินลอยลงพื้นเเล้วเอาเมืองที่เหลือไปสร้างในพื้นที่ต่างๆๆ
    จัดการทุกอย่างเสร็จเเล้วจางมูเฉินถามอลิสว่ามีมิติเเยกที่สามารถพาคนเข้าไปฟามได้ไหม
    พอผ่านไปสักพักอลิสก็บอกว่ามีพื้นที่เเบบนั้นอยู่ในทวีปหมอกนี้เเหละในภูมิภาคป่าลึกลับจางมูเฉินฉีกมิติเเล้วหายไป
    ฟึบ
    รอยมิติเเตกออกมีชายคนหนึ่งถือดาบคล้ายไม้เเต่มีรอยเหมือนเลือดติดอยู่สีผมของชายคนนั้นเป็นสีเเดงดวงตา 5 มีพลังเเตกต่างกันไปเเต่มันดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก
    จางมูเฉินเดินเข้าไปในป่าลึกลับเเค่เดินเจ้ามาก็ตกอยู่ในผวังได้ในทันที่ถ้าจิตใจไม่เเข็งเเกร็งพอถ้าจัฟังดีๆเหมือนมีเสียงร่องรอยดาบอยู่ทั่วทุกที่พอเดินมาได้สักพักหนึ่งก็เหมือนโดนไรสักอย่างเหมือนเเทบไม่รู้สึกเลย
    พอเดินไปได้อีกสักพักเราก็มาโผล่ในพื้นที่ไหนสักที่เเล้วก็ไม่รู้
    จางมูเฉินถามอลิสว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนของโลก
    อลิสก็บอกกับเข้าว่าที่นี้คือโลกเเละปีศาจอสูรที่มีอสูรในเเต่ละเขตถ้าจะออกไปเราต้องมีควบคุมดาบมายาปีศาจให้ได้ก่อน
    จางมูเฉินกวัดเเกว่งดาบฆ่าทุกตัวที่เผญิชหน้ากับต้นปราณเซียนผู้ยิ่งใหญ่ขั้นปลายก็ยังไม่ใช่คู่มือกับจางมูเฉินเลย
    ระหว่างทางก็เจอกับอสูรปราณเทวะบ้างเเต่พวกมันก็ไม่สามารถตรวจจับจางมูเฉินได้เลยสกิลลอบสังหารไม่ธรรมดาให้เทพเเท้จริงมายังไม่สามารถตรวจจับจางมูเฉินได้เลย
    จางมูเฉินเดินเข้ามาถึงในเขตชั้นในเป็นเขตที่มีตัวตนปราณเทวะมากมาย มีเทพเสมือน2-3 ตน
    เขตนอกมีปราณองค์ถึงเซียนผู้ยิ่งใหญ่
    เขตกลางมีปราณเทวะอยู่4-5 คนส่วนเขตในมีเป็น 100 มีเทพเสมือนอีกถ้าจางมูเฉินควบคุมดาบได้ก็จะสามารถทำให้มิติของโลกนี้เป็นที่ฝึกของกองทัพได้ในเขตนอกกับกลางเอาไว้ฝึกส่วนเขตในไว้ฟามโดยเฉพาะ
    จางมูเฉินมาถึงหน้าสถานที่เเห่งหนึ่งมันดูเก่ามากเเละดูอันตรายถึงที่สุดกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาร่องรอยการฆ่าเข้มข้นมากข้างในจางมูเฉินไม่สามารถจะสัมผัสถึงอะไรได้เลยเเต่กับอลิสสัมผัสได้ว่ามีบททดสอบจากดาบเเต่ก็ไม่ได้บอกกล่าวกับจางมูเฉิน
    ขนาดดาบระดับเทพยังไม่สามารถรู้ได้เลยว่าที่อยู่ดีๆๆก็มีคนเข้ามาอยู่ในดาบกับตน
    ทำให้ดาบตกใจมากเเต่ก็สามารถคุมตัวเองได้
    ท่านมาทำไรที่นี้คะ "วิญญาณดาบถามอลิสใครก็รู้ว่ามันน่ากลัวเเค่ไหนที่ตนไม่สามารถ
    ข้ามาดูมาสเตอร์ทดสอบการเป็นเจ้าของเจ้าอยู่ไง"อลิสกล่าวกับวิญญาณดาบ
    วิญญาณดาบก็ตกใจมากที่เธอคนนี้เป็นลูกน้องของชายหนุ่ม
    จางมูเฉินเดินเข้าไปภาพก็หายไปมาโผล่ในที่หนึ่งมีหลายเส้นทางให้เลือก
    จางมูเฉินเดินเข้าไปในทางหนึ่ง
    วูป
    จางมูเฉินมาโผล่ในป่าที่มีอสูรเต็มไปหมด ปราณของอสูรอยู่ที่ปราณจักรพรรดิขั้นไปถึงเทวะ
    การฆ่าฝ่ายเดียวเกิดขึ้นเพียงเเค่ 5 ชั่วโมงเเต่เเค่นั้นก็เพียงพอในการกวาดล้างทางเดิน
    จางมูเฉินเดินเข้ามาสุดทางเดินชั้นเเรกเจอกับ
    อสูรคางคกพิษ ปราณเซียน
    ถึงเเม้ว่าคางคกพิษจะสามารถฆ่าปราณเซียนผู้ยิ่งใหญ่ได้ถ้าคนนั้นประมาทเเต่สำหรับจางมูเฉินพิษก็เหมือนอาหารสำหรับตน
    ฉัว ฉัว
    ติ้ง สังหารคางคกพิษ ปราณ เซียน
    Exp 1,000,000 sp 10,508
    สะบัดมือสองครั้งคางคกขั้นเซียนตกตายไปภายใต้ดาบปราณของจางมูเฉินพอคางคกพิษตายทางขึ้นชั้นต่อไปก็ปรากฎ
    ครืน ครืน
    ประตูทางเดินปรากฎขึ้นเเต่จางมูเฉินยังไม่คิดที่จะเดินไปต่อเลยหันไปหาศพคางคกหยิบดาบขึ้นมาผ่าเอาเเก่นอสูร ปราณเซียน
    เเก่นอสูรสำหรับคนอื่นนั้นจะเป็นของที่ไม่ค่อยมีค่ามากเท่าไรเเก่นอสูรนั้นจะไม่บริสุทธเท่ากับเม็ดยาหรือของเพิ่มพลังปราณเเต่สำหรับจางมูเฉินเเละเหล่าภรรยาที่มีระบบช่วยเเปลงเป็นค่าประสบการณ์ให้บริสุทธิขึ้น
    ในร่างหลักจางมูเฉินไม่มีเงารับใช้ของตนเลยเลยคิดว่าจะเอาคางคกตัวนี้เป็นข้ารับใช้ดีรึป่าว
    คางคกพิษ เซียน
    จางมูเฉินไม่คิดให้ปวดหัวเดินไปปลุกมันขึ้นมาเป็นข้ารับใช้ทันที
    จางมูเฉินเดินขึ้นไปชั้นต่อไป
    ทางข้างหน้าเหมือนเป็นทางเดินเเคบๆๆที่ทอดยาวสุดสายตา
    สัญชาตญาณมันบอกจางมูเฉินว่าที่นี้ไม่ธรรมดาเหมือนตาเห็น
    ระหว่างทางเดินจางมูเฉินขยายจิตสัมผัสไว้ 500 m รอบตัว