**ขอคั่นรายการด้วยการขายของแพพน้า**
ผลงานเื่อื่นของนักเขียน
แนวรักคอมเมดี้:
+รู้จักกับ 'หานอิงมี่' คุณหนูจอมแก่นที่ต้องถูกจับต่งงานกับคนที่เกลียดขี้หน้าอย่างท่านแม่ทัพ 'เซี่ยเฟยหง' ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!
+รู้จักกับพี่ชายคนโตตระกูลหาน ผู้ที่มีศักดิ์เป็พนักงานที่ได้เงินเดือนเยอะที่สุดในวังหลวง 'หานิเทียน' และ 'จีลู่ฟาง' ฮูหยินตัวแสบ ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] สมรสพระราชทานบันดาลรัก
+รู้จักกับพี่ชายคนกลาง ผู้ที่สุดแสนจะเสเพลยิ่งกว่าน้องเขย 'หานิซาน' แต่กลับต้องมาเสียปณิธานที่ว่าจะไม่ยอมลงให้สตรีหน้าไหนให้แก่หัวหน้าโจรสาวอย่าง 'ซือซิง'
-----> [สามพี่น้องตระกูลหาน] หอบรักมาห่มใจแม่นางโจร
แนวรักดราม่า:
+้าเสพความหน่วงจาก 'เซียวหลินหลิง' สตรีที่เคยหลงรักในตัวของ 'ซือหยวนซา' คุณชายคนสุดท้องของสกุลและทนทำดีกับเขามาตลอดจนทนไม่ไหวเลยยื่นหนังสือหย่า ----> [สามบุพเพสกุลซือ] ทางใครทางมัน! เราหย่ากันแล้ว!
+ชอบแนวเต๊าะๆ เครียดๆ หวานเยอะสุดในซีรีส์สามบุพเพสกุลซือ ต้องคุณชายรอง 'ซือหยินซู' กับรัชทายาทมาร 'วั่งหลิวเหว่ย' เลยค่ะ
[สามบุพเพสกุลซือ] 18+แผนลับลวงใจ เสื้อแพรล่องหน (ของรัชทายาทมาร)
+้าอ่านแนวาสู้รบปรบมือ นางเอกเก่ง พบกับ 'จิวอวี้' และคุณชายใหญ่ 'ซือหยางซี' ได้ที่
---> [สามบุพเพสกุลซือ] บุปผาไร้งามกับกระบี่ไร้ใจ
+้าเสพความหน่วงระดับฮาร์ดคอร์ ขึ้นไปจุดสูงสุดแล้วปล่อยตัวตกลงมาดังตุบจากเกมส์กระดานแห่งความแค้น ของ 'ฉินซิ่นซื่อ' กับ 'ซู่ซู่'
----->หัวเราะทีหลังดังกว่า
้าเสพความหน่วงแบบจบง่ายไม่ต้องอ่านยาว
----->ห้วงมายา ปักษา ภารมย์
**ขอให้มีความสุขในการอ่านนิยายนะคะ
8
นี่ยังไม่ไปเข้าร่างผมอีกเหรอ!?
กลางดึกที่เงียบสงัด... ขณะที่ผมกำลังนอนหลับอย่างสบายบนเตียงขนาดใหญ่ของัแผ่นดินนั้น...
“ต้าเทียน” ก็มีเสียงเรียกชื่อผมดังขึ้น ใครฟระ... ผีรึเปล่าเนี่ย... จะอะไรก็ช่างเหอะ ตรูจะนอน...
“ต้าเทียน”
“ต้าเทียน”
“ต้าเทียน” เสียงนั้นยังคงเรียกชื่อผมต่อไปไม่หยุด สร้างความลำไยให้แก่ผมเป็อย่างมาก คนกำลังนอนหลับอยู่ไม่เห็นเหรอ
“เจิ้นรู้ว่าเ้าไม่ได้หลับ...” เสียงนั้นตอบ รู้อีก
“มี่เยี่ยน” ผมเอ่ยเรียกชาโดว์ เรนเจอร์ส่วนตัว
“มาลากคอคนที่ก่อกวนข้าออกไปซิ”
“.........” แต่ก็ไร้เสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก สงสัยไปฉี่มั้ง...
“เ้าจะลืมตามาคุยกันดีๆ หรือให้เจิ้นปลุก?” จะว่าไปน้ำเสียงนั่นก็คุ้นหูพิกล อ่ะคุยก็คุย จะได้รีบนอนต่อ ผมจึงลืมตามองไปยังต้นเสียง ก็ตกกะใจจนแทบจะกรีดร้องออกมาเป็ภาษาอาบูดาบี
“นี่คุณ... เอ๊ย... ใต้เท้า... เอ๊ย... ฝ่าามาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย?” แถมอยู่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอีก คงเป็สภาพของผมในตอนนี้สินะ
“ทำไมเจิ้นจะมาอยู่นี่ไม่ได้ ก็ที่นี่เป็โลกแห่งความฝันนี่?”
โห...ดรีมแลนด์แดน์ก็มา
“เลยถอดจิตออกมาเนี่ยนะ?” อีกฝ่ายพยักหน้ารับ
“ว่างเนอะ ไม่มีอะไรทำรึไง”
“ก็ไม่มีน่ะสิ ร่างของเจิ้นน่ะฟื้นแล้ว แต่ร่างของเ้ายังไม่ฟื้น นอนเป็ผักมาจะอาทิตย์นึงละ”
“นอนเป็ผักเลยเรอะ! “ โอเค คิดถูกละที่ยอมสลับร่าง
“ใช่สิ ก็เล่นเอาทั้งตัวทั้งหัวโหม่งพื้น จนเืคั่งในสมอง รอดมาได้ก็บุญแล้ว”
“โอ้โห...”
“ห้าวันมานี้ที่อยู่ในร่างเ้า เจิ้นก็ทำกระไรไม่ได้เลย นอกจากนั่งส่องความทรงจำเล่น ฟังภาษาประหลาดๆ ที่พวกเ้าพูดกัน แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรๆ เยอะอยู่”
นั่นภาษาปัจจุบันว้อยยย! ภาษาที่นี่สิประหลาดพิกล ยังไม่ทันได้พูดอะไร ต้าเทียนฮ่องเต้ตัวจริงก็พูดต่อ
“ดูเหมือนเวลาที่โลกนี้กับโลกของเ้าจะไม่เท่ากัน ที่นั่นผ่านไปแล้วห้าวัน ส่วนที่นี่เพิ่งผ่านไปคืนเดียวเอง”
ความซับซ้อนของมิติเวลาสินะเหอๆ
“แล้ว?”
“ก็ไม่มีอะไร เจิ้นแค่บอกให้รู้ไว้”
“จ้ะ” วัชรวีร์ตอบ ทั้งที่ในใจอยากบอกรีบกลับไปสักที! ตรูจะนอน!!
จากนั้นต้าเทียนฮ่องเต้ก็กระแอมทีหนึ่งแล้วพูดว่า
“เจิ้นรู้หมดแล้วที่เ้าเปลี่ยนชื่อองครักษ์เงาผู้ดุดันของข้าเป็ภาษาวิบัติชาโต้หรานเจอ หรานเกออะไรสักอย่าง”
วิบัติพ่xx ภาษาอังกฤษตะหาก วัชรวีร์คิดในใจ แล้วก็อ่านว่าเรนเจอร์ว้อยย ชาโดว์ เรนเจอร์!
“แต่นั่นก็ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่เราตกลงกัน เพราะฉะนั้นมิเป็ไร ที่เจิ้นอยากจะพูดจริงๆ ก็คือ...หากเ้ายังไม่ศึกษาเื่การบริหารกิจบ้านเมือง ห้ามเหยียบย่างเข้าไปในวังหลังเด็ดขาด! เจิ้นไม่อนุญาต”
“.......”
“ไม่ต้องมาจ้องหน้าเจิ้นแบบนั้น ขืนเ้ายังทำอะไรไม่เป็ชิ้นเป็อันแล้วไปเข้าวังหลัง สงสัยจะไม่ได้กลับออกมากันพอดี”
“จะบ้าเหรอ ผมไม่ใช่คนติดหญิงจนชีพหาไม่แบบฝ่าานะ” ผมพูดก่อนจ้องหน้าอีกฝ่าย
“เจิ้นก็ไม่ได้ติดนารี ที่ต้องไปเพราะเป็หน้าที่ แต่ยกเว้นยวี่ชงหรงไว้คนนึงก็ได้ อันนั้นเจิ้นยอมรับ”
“............” ตรูจะบ้าตาย
“อย่าคิดตุกติก เพราะหากเ้าไม่ทำเจิ้นจะให้เซียนเทพจิวมาเอาิญญาเ้าไปทำลาย”
เหอะๆ รวมหัวกันดีนักนะสองคนนี้ คนหัวเดียวกระเทียมลีบแบบเราจะทำอะไรได้เล่า
“ข้าขอพูดบ้างละกัน ฟังเ้าพูดมามากพอแล้ว”
ขอใช้สิทธิ์มั่งละกัน
“เชิญ”
“ทำไมคุณฝ่าาไม่ทิ้งความสามารถไว้ให้ข้าเลย! พวกทักษะการใช้ตะเกียบเงี้ย” รู้มั้ยกว่าจะได้กิน ลำบากแทบตาย
ก่อนจะฉอดต่อ
“แถมความทรงจำของเ้าก็เลือนลางเวอร์ ส่วนเหตุการณ์ต่างๆ ก็เป็ภาพเบลอๆ คนในภาพก็เห็นหน้าไม่ชัด มีแค่หน้าไทฮองไทเฮากับไทเฮาที่เห็นชัด แล้วจะให้กระผมจับจุดยังไง”
“เวอร์กับเบลอนี่คือ?”
“...” อธิบายไงดีวะ คอนคลูเชิ่นเลยละกัน
“สรุปว่าความทรงจำหลายอย่างที่เห็นมันไม่ชัดเจน และตอนนี้ก็ทำให้ผมงงกับสารพัดสิ่งที่ต้องมาสานต่อจากท่านเนี่ย”
“นั่นเ้าก็ต้องคิดเองว่าจะทำอย่างไร”
อา...ช่างเป็ฮ่องเต้ที่ไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี
“จะบอกให้อีกอย่างนึง คำแทนตัวของเ้าเนี่ยก็ใช้ผิดมาตลอดนะ”
“แล้วต้องใช้ว่าไรล่ะ?”
“เ้าต้องเรียกแทนตัวเองว่าเจิ้น เวลาพูดกับชาวบ้านชาวช่องเขา”
“อืมๆ “
“บอกไว้เฉยๆ กลัวไปทำผิดพลาดกลางท้องพระโรงตอนว่าราชการ”
“เข้าใจล่ะ มีอะไรที่ต้องจำอีกไหม?”
“มี มี่เยี่ยน เสด็จแม่ เสด็จย่าและกุ้ยเฟยคือคนที่เ้าสามารถไว้วางใจได้ ส่วนคนที่เจิ้นอยากให้ระวังเป็พิเศษคือโซ่วอ๋อง หรือเป่าเทียน พี่ชายสี่ของเจิ้น”
อ้อ...เป่าเทียนลูกของเตี่ยจินจูกับพ่อของต้าเทียนฮ่องเต้ ไหนๆ ก็ขอเค้กสักก้อนหน่อยสิจะเอาเทียนมาปักแล้วเป่าอะ
แล้วต้าเทียนฮ่องเต้ก็พูดต่อ
“บรรดาพี่ชาย อันเป็ลูกที่เกิดแต่สนมนั้น เสด็จแม่ก็ได้ส่งไปอยู่เมืองต่างๆ ที่ไกลสายตาพอควร แต่สำหรับพี่สี่ เสด็จแม่บอกว่าให้เก็บไว้ที่วังจะควบคุมได้ง่ายกว่า... ทว่าก็ห้ามวางใจเด็ดขาด”
“รับทราบ”
“สุดท้ายนี้...” ต้าเทียนฮ่องเต้เอ่ยพร้อมกับเงยหน้าขึ้น ด้วยแววตาเหม่อลอย
“ท่านพ่อของเ้าน่ารักดีนะ และท่านก็รักเ้ามาก หากเสด็จพ่อเจิ้นเป็ได้เสี้ยวหนึ่งของท่านพ่อเ้าก็คงดี” นึกถึงตอนที่ท่านประธานหมั่นมาหาวัชรวีร์แล้วกุมมือพร้อมกับแสดงความเป็ห่วงเป็ใย บอกตามตรงว่าอิจฉาสุดๆ
“อืม....” ผมตอบเสียงเบาแล้วพูดต่อ
“ตอนนี้เขาก็เป็พ่อของท่านแล้ว... ดูแลเขาแทนข้าด้วย...”
“แน่นอน...อ้อ อย่าลืมท่องตำราล่ะ ส่วนเื่ว่าราชการก็ให้เสด็จแม่ทำไปก่อน แต่ภายในอาทิตย์หน้า เจิ้นต้องได้เห็นเ้าว่าราชการเอง เข้าใจหรือไม่! เจิ้นไปล่ะ ไว้จะมาหาใหม่” ต้าเทียนฮ่องเต้พูดเองเออเอง ก่อนที่ร่างจะค่อยๆ จางหายไป โดยไม่สนใจสีหน้าบอกบุญไม่รับที่พยายามจะบอกว่า
'ไม่ต้องมาแล้วโว้ย' แม้แต่น้อย
หลังจากต้าเทียนฮ่องเต้ไปแล้ว วัชรวีร์ผูเ้น่าสงสารก็พยายามที่จะนอนต่อ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้เลย เพราะในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยใบหน้าของพ่อ... ผู้ที่เป็ถึงประธานของบริษัทั์ใหญ่ ที่ทำงานยุ่งตลอดจนแทบไม่มีเวลาดูเขา ถึงกระนั้นก็พยายามชดเชยให้ด้วยเงินทองต่างๆ ทำให้วัชรวีร์กลายเป็เด็กมีปัญหา ขาดความอบอุ่นจนมั่วผู้หญิงไปทั่ว
ลึกๆ แล้วไม่ใช่เพราะพ่อหรอก ตัวเขารู้อยู่แก่ใจและรู้ดีกว่าใครว่าทำไม...
เดิมทีคนที่เป็ประธานบริษัทก็คือแม่ของเขา ส่วนพ่อเป็พนักงานธรรมดา ที่มีดีกรีเป็ถึงลูกชายเศรษฐี แต่ด้วยความขยันทำให้อยากลองหางานทำเองโดยไม่พึ่งพาเส้นสาย ที่มาพบรักกันและแต่งงานกันเพราะความรัก (ไม่ได้เหมือนเก้าฮองเฮากับเป่าซือฮ่องเต้เลยสักกะนิด)
แล้วแม่ของเขาก็มาเสียตอนที่คลอดเขาออกมา... ถึงพ่อจะไม่เคยโทษว่าเป็เพราะเขา ทว่าตอนเป็เด็กเขาแอบเห็นตลอดว่าทุกครั้งที่พ่อมองดูรูปของแม่ พ่อก็จะน้ำตาไหลออกมา มันทำให้เขาอดเก็บไปคิดไม่ได้ว่าเป็ความผิดของตัวเอง จึงพยายามระบายความเครียดนี้ด้วยการไปเข้าผับ กินเหล้ายันเคล้าสาว จนทุกอย่างกลายแบบนี้...
ต้าเทียนฮ่องเต้ไปอยู่แทนเขาก็ดีแล้วล่ะ...พ่อจะได้มีลูกชายคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม ส่วนตัวเขาก็อยู่ที่นี่ไปละกัน อยู่ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด...
และ.........รีบอ่านตำราให้จบจะได้ไปหาสาวๆ
...หลังจากนั้น ก็ไม่มีใครเห็นต้าเทียนฮ่องเต้ย่างกรายออกจากห้องทรงพระอักษรอีกเลย...
----------------------------------------------------
*เสียงร่ำไห้ขอความเห็นใจจากวังหลัง*
นี่ก็หลายวันแล้วที่ฝ่าาทรงฟื้นจากการตกจากหลังอาชาคู่ใจ เหล่าพระสนมนางในที่รู้ข่าว ต่างก็พาดีใจยกใหญ่และพากันเร่งบำรุงใบหน้าให้งดงามและร่างกายให้แข็งแรง เพื่อเตรียมถวายงาน
ทว่า...ก็ยังไม่เห็นฝ่าาจะเสด็จไปหาใครเลย ที่พากันรอก็ได้แต่รอเก้อ และที่น่าสงสารที่สุดคงไม่พ้นตัวข้าฉีกงกง ขันทีวังหลังผู้ที่เป็คนจัดลำดับการถวายงานของพระสนมให้แก่ฝ่าา โดยทุกครั้งที่พระสนมคนไหนได้ถวายงาน ก็จะมอบเงินให้ข้าเป็ค่าตอบแทน ซึ่ง...เงินที่ได้นั้นมากกว่าเงินเดือนประจำของข้าอยู่พอสมควร
แต่....ฝ่าาเล่นทำเช่นนี้ ข้าจะไปเอาเงินพิเศษมาจากไหนหนอ แล้วไหนจะแผนกเครื่องทรงของพระสนมอีก ในเมื่อฮ่องเต้ไม่เสด็จมาก็ไม่จำเป็ต้องประชันโฉมกัน...
ขอร้องเถิดฝ่าา กลับมาวังหลังสักที!