หลังจากที่คิรินทำใจยอมกลืนอาหารเปียกจนหมดแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่ามันสามารถทำให้คิรินอิ่มไม่น้อย ทว่าความรู้สึกของเชฟตัวน้อยก็ไม่อาจยอมรับได้ว่ามันควรค่าแก่การกินในทุกวัน อย่างน้อยก็ขอรสชาติที่มันดีกว่านี้ก็ยังดีเมื่อแล้วคิรินก็รีบตรงไปที่ห้องครัวโดยเร็ว
คิรินเดินออกจากห้องนอนมาคิรินก็ต้องตกตะลึงเข้ากับสิ่งที่อยู่ด้านหน้า ขนาดห้องที่ไม่เล็กแต่ก็ไม่ได้กว้างขวาง สีขาวทั่วทั้งห้อง เฟอร์นิเจอร์มีความทันสมัยที่ทุกชิ้นล้วนแต่ติดตั้งเทคโนโลยีเอาไว้ โซฟาที่เพียงแค่กดก็สามารถเลือกโหมดได้ว่า้าเป็แบบใด ทีวีก็เป็เพียงจอภาพขนาดใหญ่มีความคมชัดและสามารถเลือกดูได้หลายอย่างและยังสามารถเล่นเกมได้ เท่านั้นยังไม่พอจอภาพนี้ยังสามารถติดตามเราไปได้ทุกที่ในห้องอีกด้วย คิรินสำรวจจนพอใจแล้วก็รีบตรงไปที่ห้องครัวตามความทรงจำในทันที
เมื่อเข้ามาถึงห้องครัวคิรินก็เหมือนพบกับ์ ของใช้ที่จัดไว้อย่างเป็ระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ที่ดูก็รู้ว่าเลือกสรรมาอย่างดี ตู้เย็นสองตู้ใหญ่ที่มองดูก็รู้ว่าจุของได้เยอะมาก เตาอบที่มีทั้งทำของคาวและหวาน คิรินมองดูพร้อมกับสายตาที่เป็ประกายอย่างปิดไม่มิด
"ให้ตายนี่มัน์ชัดๆ " คิรินพึมพำออกมา ทว่าคิรินไม่อาจรู้ได้ว่าของพวกนี้เป็ราคาถูกที่สุดของยุคนี้แล้ว และเป็ของที่ไม่ค่อยมีใครซื้อเสียด้วยซ้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีราคาที่สูงขึ้น ทว่าแม้จะเป็เพียงของราคาถูกแต่ก็มีคุณภาพมากเช่นกัน
"ก่อนอื่นต้องลองฝีมือก่อน ไม่แน่ว่าฝีมือเราจะตกแล้วก็ได้" เมื่อคิดได้ดังนั้นคิรินก็ตรงไปเปิดตู้เย็นตู้แรกก่อน
"ถามจริง มีแค่นี้หรือ" เปิดมาตู้แรกก็เจอเข้ากับน้ำเปล่าทั้งตู้ ใช่น้ำเปล่าที่ไม่มีอะไรเลยเรียงเป็ตับ
"อีกตู้หนึ่งคงมีอะไรบ้างนะ" คิรินว่าก่อนจะขยับมาอีกตู้ที่ตั้งอยู่ติดกัน
"เอาจริงดิ ไข่อะไรวะเนี่ย" เมื่อเปิดตู้แน่นอนว่าคิรินชื่นใจอย่างน้องก็ไม่ได้มีแค่น้ำเปล่า แต่ก็ต้องใเข้ากับไข่ลูกใหญ่ที่วางอยู่ มองจากภายนอกเป็เหมือนกับไข่ไก่ปกติ ทว่าลูกมันมีขนาดใหญ่กว่ามาก เป็ขนาดเท่ากับฝ่ามือได้ ทอดทีเดียวคงกินไปสองสามวัน
แต่หากมองดูอย่างเดียวก็คงไม่เข้าใจ คิรินตัดสิใจหยิบไข่ใบนั้นออกมาก่อนจะมองหาชามเพื่อมาตอกดู
คิรินหันซ้ายหันขวาสักพักก็เจอกับชั้นที่วางคว่ำไว้อย่างเป็ระเบียบ จานชามแต่ละใบทำมาจากเซรามิกอย่างดี อีกทั้งช้อนที่มีหลายขนาดตามความเหมาะสม คิรินหยิบถ้วยใบที่คิดว่าจะพอใส่ไข่ได้ออกมาหนึ่งใบก่อนจะตอกไข่ในมือลงไป
แน่นอนว่าระดับเชฟก็ต้องโชว์ตอกไข่มือเดียวได้อย่างชำนาญ ทว่าไข่ใบนี้ใหญ่ไปหน่อยทำให้คิรินต้องใช้สองมืออย่างห้ามไม่ได้ และเมื่อตอกมาแล้วคิรินก็พบว่าไข่แดงมีขนาดที่ใหญ่มากสีเหลือง อีกทั้งไข่ขาว ที่ขาวตามชื่อคือไม่ได้มีสีใสแบบไข่ทั่วไป แต่มีสีขาว ลองใช้มือแตะๆ ดูก็พบว่ามันลื่นเหมือนไข่ปกติ
คิรินใช้ตะกร้อมาลองตีไข่ดูก็พบว่ามันสามารถทำได้เหมือนกับไข่ปกติทุกอย่าง หันมองดูเครื่องปรุงที่วางอยู่บนชั้นก็ต้องนิ่งสนิท เมื่อพบว่ามันอยู่ในกระปุกสีดำ อีกทั้งยังไม่ได้ติดป้ายบอกไว้ด้วยว่ามันคืออะไร ทว่าของแค่นี้ก็ไม่ได้ทำให้เชฟตัวน้อยกังวลแต่อย่างใด หยิบรวบเอาทุกอย่างลงมาก่อนจะจัดการชิมเครื่องปรุงทุกอย่าง
ใช้เวลาไม่นานนักคิรินก็จัดการกับเครื่องปรุงเรียบร้อย ก่อนจะหยิบเอาซอสที่มีความเค็มแบบะโ เค็มชนิดที่ว่าเกลือต้องยอมแพ้ ใส่ลงไปแค่หยดเดียวเพื่อเพิ่มรสชาติ ก่อนจะใส่น้ำเปล่าอุณหภูมิห้องลงไปอีกนิดหน่อยเพื่อเพิ่มความนุ่ม
และสิ่งที่ตามมาคือน้ำมัน คิรินกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องไม่พบว่ามันมีน้ำมันเลยแม้แต่ขวดเดียว สมองของเชฟตัวน้อยรีบคิดหาทางออกอย่างเร่งด่วน คล้ายกับว่ามันเป็เื่ปกติที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อครัวเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่เมื่อไม่เจอคิรินเลยทำการสำรวจกระทะแทน หากเป็เชฟล่อนแน่นอนว่าไม่ต้องใช้น้ำมันก็ได้ และแน่นอนว่าโชคยังอยู่ข้างคิรินนิดหน่อย กระทะที่ใช้จึงเป็เชฟล่อนทำให้ไม่จำเป็ต้องใช้น้ำมัน
เมื่อแก้ปัญหาได้แล้วคิรินจัดการตั้งเตา หรี่ไฟอ่อนก่อนจะรอให้กระทะร้อนแล้วใส่ไข่ที่เตรียมไว้ลงไป กลิ่นหอมของซอสตีขึ้นมาเป็อย่างแรก แน่นอนว่าคิรินคิดถูกที่ใส่เพียงไม่กี่หยด เพราะเท่านี้กลิ่นซอสก็แรงมากอยู่ดี
คิรินรอเพียงครู่หนึ่งก่อนจะลองร่อนดู เมื่อเห็นว่าไข่ไม่ติดกระทะก็จัดการพลิกด้าน และแน่นอนว่าเชฟตัวน้อยไม่ทิ้งฝีมือ จะการร่อนกลางอากาศไม่หนึ่งรอบ รอจนไข่สุกได้ที่ก็จัดการนำลงจากเตา
สีไข่ที่เหลืองสวย พร้อมกับความฟูของไข่ อีกทั้งกลิ่นซอสเพิ่มรสชาติทำให้คิรินอดที่จะน้ำลายไหลไม่ได้ อย่างน้อยก็น่าจะมีรสชาติที่ดีกว่าอาหารเปียกที่กินไปอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้นคิรินก็จัดการชิมดู เมื่อกัดไปคำแรกรสชาติความเค็มของซอสก็จับลิ้น แม้จะเป็เพียงไข่เจียวธรรมดา คิรินที่เป็เชฟอย่างน้อยมันก็อร่อยกว่าอาหารเปียกอยู่แล้ว
คิรินใช้เวลาซึมซับรสชาติอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกได้ว่า ไข่ใบนี้มันมีรสชาติอ่อนๆ อยู่เช่นกัน อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย สังเกตได้จากตอนที่ตอกไข่ลงไปในชามนั่นเอง ทว่ารสชาติอ่อนๆ ที่คิรินได้ััมันไม่อาจทราบได้ว่าเป็รสชาติของอะไร
แต่คิรินผู้ที่ไม่คิดอะไรมากนอกจากอาหารมื้ออร่อยก็ได้แต่กินไปอย่างสบายใจ โดยไม่รู้เลยว่าเ้าตัวได้สร้างเื่อย่างการกินของที่ไม่มีใคร้ากินไปแล้วนั่นเอง
ชายแดนสุดของดวงดาว
ดวงดาวคาริชม่าเป็ดวงดาวขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับโลกในอดีตประชากรอาศัยมากกว่าร้อยล้านคน เทคโนโลยีต่างๆ ล้วนถูกยกระดับขึ้นมา อีกทั้งมนุษย์ยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองได้
เนื่องจากในอดีตดาวโลกที่สูญสลายไปจากเชื้อไวรัสทำให้ทุกคนต่างเข้าใจแล้วว่า ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นได้ ดังนั้นทุกคนย่อมต้องดูแลตัวเองเป็อย่างดี จากวันเป็เดือน จากเดือนเป็ปี การดูแลตัวเองเป็อย่างดีทำให้มนุษย์ค้นพบอีกว่าทุกคนสามารถอายุยืนยาวได้
สิ่งนี้เองเป็จุดเริ่มต้นในการวิจัย ในเวลาต่อมาทุกคนจึงเพิ่มอายุขัยตัวเองได้ และมีอายุมากกว่าห้าร้อยปี และแน่นอนว่าสมองย่อมได้รับการพัฒนาเช่นกัน
เมื่อเทคโนโลยีทุกอย่างยกระดับขึ้น การสำรวจดวงดาวจึงไม่ใช่เื่ยาก การค้นพบสิ่งมีชีวิตต่างๆ ย่อมหาได้ง่าย อีกทั้งการเดินทางระหว่างดวงดาวก็ไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป
และเมื่อมีดวงดาว มีสิ่งมีชีวิตต่างๆ สิ่งที่ตามมาคือการบุกรุก ทหารดวงดาวมีหน้าที่คอยดูแลไม่ให้สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นย่างกรายเข้ามายังเขตของดวงดาวนั่นเอง
ทหารที่เข้ารับการทำงานได้มาจากการรับสมัครด้วยความเต็มใจ และเมื่อเข้ามาแล้วก็ได้รับการฝึกที่มาทุกรูปแบบ มีหลายครั้งที่ทุกคนอยากจะถอดใจ ทว่าผู้นำทหาร ผู้อยู่จุดสูงสุด ผู้ปกครองดวงดาว เซริว ผู้ที่ควบคุมทุกอย่างเป็คนเด็ดขาด อีกทั้งยังมากความสามารถ ทุกคนต่างอยากที่จะอยู่ใกล้ชิด และความเป็ผู้นำนี้เองทำให้หลายคนตัดสินใจอยู่ต่อ
"ท่านเซริว จะกลับฐานเมื่อไหร่ครับ" เสียงทุ้มของชายผู้หนึ่งดังขึ้นมา
ในห้องที่ตกแต่งเป็สีดำสนิท เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เลือกมาอย่างดี ของทุกชนิดมีความทนทาน และโต๊ะขนาดใหญ่ใจกลางห้องที่ตอนนี้มีเอกสารมากมายวางไว้อย่างเป็ระเบียบ คอมพิวเตอร์เป็แบบััพิเศษ ที่ไม่ต้องมีจอคอมและคีย์บอร์ดอีกต่อไป ทุกอย่างเป็จอเฮโลแกรมทั้งหมด
และผู้ที่ที่จับจองโต๊ะตรงกลางอยู่คือ ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาสีรัตติกาลเฉี่ยวคม เส้นผมสีขาวประกาย ร่างกายกำยำแข็งแรง มองดูก็สามารถรู้ได้ว่าได้รับการดูแลเป็อย่างดี ริมฝีปากอวบอิ่มมีสีชมพูอ่อนๆ สีผิวเป็สีแทน ทุกอย่างล้วนลงตัวเมื่ออยู่บนร่างกายของเซริว ผู้นำดวงดาวและผู้ที่อยู่จุดสูงสุด
"พวกตาแก่น่าฆ่าให้ตาย" เสียงที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดเอ่ยออกมา
"ก็ท่านเล่นไม่มีสาวที่ไหนเลย อย่างไรทุกคนก็ต้องกังวลอยู่ดี" เสียงของชายอีกคนเอ่ยออกมาอย่างหยอกล้อ
"เหอะดูจากอีกฟากของกาแลซีก็รู้ว่าพวกนั้นจ้องจะยัดเยียดลูกสาวมาให้" เซริวเอ่ยอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดหนักกว่าเดิม
"แต่เธอพวกนั้นก็สวยดีนะครับ"
"หุบปากน่าเจโรม อยากลองแต่งเองไหมล่ะ" เซริวเอ่ยออกมา
เจโรมคือคู่หูเซริวั้แ่ยุคแรกๆ ทั้งคู่ร่วมต่อสู้กันมาหลายอย่าง และเมื่อเซริวได้เป็ถึงระดับผู้นำ แน่นอนว่าเพื่อนสนิทอย่างเจโรมก็ต้องไปด้วยเช่นกัน หลายครั้งที่เซริวมีเื่อะไรมักจะเล่าให้เจโรมฟังเสมอ ดังนั้นเจโรมจึงเป็คนที่รู้เกี่ยวกับเซริวทุกอย่าง
และตอนนี้เองเซริวมีอายุอยู่ที่ 230 ปี การที่ยังไม่มีทายาทหรือคนรักแน่นอนว่าการกระหายในอำนาจก็ต้องตามมา ตาแก่ที่พูดถึงคือพวกนายทหารยศใหญ่ ที่้าเกี่ยวดองอำนาจกับเซริวนั่นเอง
"ต่อให้หน้าสวยแต่สันดานแย่ฉันก็ไม่้าหรอก ฉันเป็คนเื่มาก" เซริวเอ่ยออกมา
หญิงสาวพวกนั้นคิดว่าเป็ลูกของคนมียศ การทำตัวอวดเบ่งเซริวพบเจอมาเยอะ ทว่ามันก็ไม่เท่ากับสายตาและความรู้สึกเมื่อเซริวได้รับ การเชิญชวนอย่างน่ากลัวนั่นทำให้เซริวขยาดไม่น้อย
"แล้วตกลงจะกลับฐานตอนไหน คุณหนีไปได้ไม่นานหรอกนะ" เจโรมถามอีกครั้ง
ตอนนี้เซริวได้หนีจากฐานหลักที่ตั้งอยู่ใจกลางดวงดาวมายังริมเขตแดน ซึ่งอยู่ห่างไกลไม่น้อย ดังนั้นพวกคนมีระดับที่เกรงกลัวความลำบากก็ต้องหลีกเลี่ยงอยู่ดี
"อีกอาทิตย์หนึ่ง อีกอย่างเจโรมหาแฟนให้ที" สิ้นเสียงของเซริว เจโรมผู้เป็เพื่อนสนิทก็นิ่งไปในทันที สมองอันชาญฉลาดรีบคิดวิเคราะห์ทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะหยุดอยู่ที่หาแฟนให้ทีของเซริว
"ฉันไม่รู้ว่านายขยาดตาแก่พวกนั้นจนสมองเพี้ยนหรือเปล่า แต่ก่อนอื่นนี่ชายแดน จะไปหาจากตรงไหน" เจโรมได้เปลี่ยนคำเรียกในทันที ตอนนี้มีเพียงเพื่อนสนิทที่กำลังเท้าเอวพูดกับคนตรงหน้าเท่านั้น
"งั้นก็กลับไปเงียบๆ อาทิตย์หนึ่งมันต้องมีแหละวะ" เซริวที่เข้าใจว่าเพื่อน้าสื่ออะไรก็เอ่ยอีกทางออกมา
"ถามจริง แล้วใครจะหา" เจโรมถามอีกครั้ง คราวนี้สายตาเริ่มกวาดหาของใกล้มือรออยู่แล้ว
"นายไง" สิ้นเสียงเจโรมก็คว้าเอาเอกสารใกล้มือที่คิดว่าหนาที่สุดฟาดลงไปที่เซริวทันที ก่อนที่เสียงร้องโวยวายจะเริ่มต้นขึ้น
"้าแฟนแล้วไม่หาเอาเองละวะ มันน่าสักทีไหม เซริวผู้ยิ่งใหญ่ เหอะแค่เด็กไม่รู้จักโตเท่านั้นแหละวะ" เสียงของเจโรมดังนั้นพร้อมกับนำเอกสารไล่ฟาดเซริวอย่างไม่ลดละ
"ก็หาไม่เป็ถึงต้องให้ช่วยไงเล่า" เซริวที่วิ่งหนีไปรอบห้องไม่พอยังะโเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
"เหอะคิดว่าฉันหาเป็หรือไงเล่า ไม่เป็เหมือนกันโว๊ย!!"
หนูกินตัวอะไรเข้าไปลู๊กกกกกกก!!! เข้าใจว่าอาหารเปียกมันแย่แต่ก็นะลูกไม่รู้ หนูไม่ผิด โอเคช่างมัน
พระเอกเื่นี้ไม่ใช่คนน่ากลัว แน่นอนว่าเราแต่งฟีลกู๊ด5555 พล็อตพระเอกเ็ามันเยอะไป เอาแบบนี้แหละดี5555
เจอกันตอนหน้าค้าาาา♡♡