เมื่อหนึ่งพันปีก่อน มีเื่ราวกล่าวถึงแคว้นหนึ่งมีความเจริญรุ่งเรือง บ้านเมืองมีความอุดมสมบูรณ์ ปกครองโดยฮ่องเต้ผู้ทรงคุณธรรม คือฮ่องเต้ผู้มีนามว่า เลี่ยงซือจง
เหล่าราชวงศ์และราษฎรต่างมีความเห็นตรงกันว่า ที่บ้านเมืองมีความอุดมสมบูรณ์ ปลอดโรคระบาด เพราะได้รับพรอันศักดิ์สิทธิ์จากนกอัคคี์ ซึ่งเป็นกเทพปกปักรักษาแคว้นแห่งนี้ และประทานพรให้ดินแดนแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ปลอดโรคระบาด ราษฎรมีความสุขถ้วนหน้า
ถึงกระนั้น แม้นกอัคคี์จะเป็นกเทพ์ ที่สามารถรักษาโรคได้ ชุบชีวิตคนตายแล้วฟื้นได้ แต่ตัวเองกลับมีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ จึงมีนกอินทรีย์ทองเป็สัตว์พาหนะคอยดูแล และอาศัยอยู่ด้วยกันในป่าอัคคีนอกเมือง หรืออีกนามหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า ป่าปีศาจ
กระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ฮ่องเต้เลี่ยงซือจง ผู้ทรงคุณธรรมได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลงลงด้วยวัยหกสิบห้าปี เหล่าราษฎรต่างโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียฮ่องเต้ผู้มีคุณธรรม จึงพากันไปอ้อนวอนต่อนกอัคคี์ให้ช่วยฟื้นคืนชีวิตฮ่องเต้อีกครั้ง
ด้วยความใจอ่อน และความมีเมตตาที่นกอัคคี์มีต่อฮ่องเต้ผู้ทรงคุณธรรม นกอัคคี์จึงได้กระทำการฝืนโชคชะตาชุบชีวิตให้ฮ่องเต้ เลี่ยงซือจง โดยการใช้เืพิษของตนผสมกับน้ำลายในปากตัวเองหยดใส่ปากให้ฮ่องเต้กิน จนฮ่องเต้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง แต่ด้วย์กำหนดชะตาไว้แล้วให้ฮ่องเต้หมดสิ้นอายุขัย ฮ่องเต้ เลี่ยงซือจง จึงสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกห้าปี จึงตอีกครั้ง
เมื่อสิ้นแล้วฮ่องเต้ผู้ทรงคุณธรรม ฮ่องเต้องค์ใหม่จึงได้รับการสถาปนาขึ้น คือฮ่องเต้ผู้มีนามว่า เลี่ยงิเจ๋อ ผู้มีความละโมภและเห็นแก่ตัว ปกครองบ้านเมืองด้วยความอยุติธรรม ขูดรีดภาษีประชาชนเดือดร้อนไปทั่วแคว้น
ฮ่องเต้องค์นี้ เป็คนหูเบาหลงเชื่อขุนนางกังฉินยุยงฮ่องเต้ให้จับนกอัคคี์มารีดเอาเืปรุงยาอายุวัฒนะ ฮ่องเต้จึงออกอุบายว่าเจ็บป่วยด้วยโรคประหลาด จึงเชิญนกอัคคี์เข้าพระราชวังเพื่อทำการรักษา
เมื่อนกอัคคี์มาถึงจวนแพทย์หลวงในพระราชวัง จึงถูกล้อมจับด้วยตาข่ายพันธการฟ้า สร้างความเ็ปให้กับนกอัคคี์เป็อย่างยิ่ง จนไม่สามารถบินหลบหนีออกจากตาข่ายได้
ด้วยความเ็ปแสนสาหัสและคับแค้นใจ นกอัคคี์จึงกล่าวสาปแช่ง ฮ่องเต้ เลี่ยงิเจ๋อ ให้ได้รับความเจ็บป่วย ด้วยโรคประหลาด รักษาไม่หาย ต้องทนทุกข์ทรมานยาวนานหนึ่งพันปี
ซึ่งในขณะนั้น นกอินทรีย์ทองที่รออยู่ด้านนอก สามารถััได้ถึงอันตรายของนกอัคคี์ จึงรีบเข้าไปในในจวนแพทย์หลวง พบเหล่าขุนนางและทหารจำนวนมากกำลังล้อมจับนกอัคคี์ด้วยตาข่ายพันธการฟ้า
นกอินทรีย์ทองจึงพุ่งกระโจนเข้าทำร้ายเข่นฆ่าขุนนาง และทหารเ่าั้ตายไปหลายคน นกอินทรีย์ทองพยายามใช้ปากคาบตาข่าย เพื่อเปิดทางหนีให้นกอัคคี์แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่อััถูกตาข่ายก็ได้รับความเ็ปเป็อย่างมาก ถึงกระนั้นนกอินทรีย์ทองก็ยังไม่ยอมละความพยายาม จนปากและสีขนสีทองที่สวยงามเปื้อนเปรอะไปด้วยเืที่กระอักออกมา
นกอัคคี์ได้เห็นดังนั้นก็ไม่สามารถทนดูต่อไปได้ จึงกล่าวขึ้นว่า "หยุดเถอะ! อินทรีย์ทองเอ๋ย เ้าช่างกล้าหาญ และมีความซื่อสัตย์ ตัวเ้าเปื้อนเปรอะไปด้วยเืหมดแล้ว ข้าละอายใจยิ่งนัก ข้านกอัคคี์ผู้อ่อนแอ ขอปลดปล่อยเ้าอินทรีย์ทอง ให้หมดภาระหน้าที่ดูแลข้า จงบินกลับคืนสู่์ และใช้ชีวิตให้มีความสุขเถิด"
ทันใดนั้น บังเกิดมีฟ้าผ่าลงมาที่ร่างของนกอัคคี์ทำให้เกิดเปลวเพลิงลุกโชนแผดเผาร่างนกอัคคี์ เมื่ออินทรีย์ทองเห็นดังนั้น จึงกล่าวทั้งน้ำตาก่อนที่จะกระโจนเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชนร้อนแรงว่า "ข้าอินทรีย์ทองผู้จงรักภักดีต่อท่านนกอัคคี เพื่อท่านแล้วถึงตายข้าก็ไม่เสียดายชีวิต ข้าขอติดตามท่านตลอดไป!”
จากนั้นนกอินทรีย์ทองก็โผร่างเข้าหานกอัคคี์ ให้เพลิง์แผดเผาร่างเขาไปพร้อมกันกับนกอัคคี ด้วยเพลิง์ที่มีความร้อนแรงมากกว่าไฟธรรมดาของมนุษย์ ร่างของนกทั้งคู่จึงกลายเป็เถ้าด้วยความรวดเร็ว
และในทันใดนั้นที่กองเถ้าก็ปรากฏเถ้าละอองสีแดง และสีทอง ลอยขึ้นไปในอากาศ ละอองเถ้ารวมตัวเป็ร่างนกอัคคี์ และนกอินทรีย์ทอง พร้อมกับเสียงของนกอัคคี์ดังขึ้นเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า "เหล่ามนุษย์โลภมาก และเห็นแก่ตัวทั้งหลาย พวกเ้าจงแบกรับเคราะห์กรรมต่อจากนี้ ด้วยตัวของพวกเ้าเองเถิด" แล้วนกเทพทั้งสองก็โผบินลับหายไปในท้องฟ้าทันที
หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ดินแดนแห่งนี้ก็เกิดความโกลาหล มีโจรผู้ร้ายชุกชุม ราษฎรประสบปัญหายากจน เกิดโรคระบาดสู่คน การเพาะปลูกไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร แต่ขุนนางยังคงทุจริต ฮ่องเต้ยังคงมัวเมาในลาภยศ สรรเสริญ เห็นผิดเป็ชอบ
ในที่สุดจึงเกิดการรวมตัวของเหล่าขุนนางบางกลุ่ม ที่ไม่เห็นชอบกับการกระทำของฮ่องเต้และเหล่าขุนนางกังฉิน จึงเกิดการฏขึ้น โดยมีแม่ทัพ จิ่นเลี่ยว เป็ผู้นำทัพก่อฏจนสำเร็จ และสถาปนาฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นปกครองบ้านเมือง คือฮ่องเต้ผู้มีนามว่า ิเฟยเซิน
ส่วนอดีตฮ่องเต้ผู้ชั่วช้า เลี่ยงิเจ๋อ ถูกตัดสินโทษเนรเทศ แต่ให้ละเว้นโทษปะา เนื่องจากเลี่ยงิเจ๋อ สืบเชื้อสายมาจากฮ่องเต้องค์ก่อนผู้ทรงคุณธรรม เขาจึงถูกเนรเทศให้ไปอยู่ทางตอนเหนือสุดเส้นขอบฟ้าดินแดนรกร้าง และมีอากาศหนาวเหน็บถึงกระดูก
ภายหลังการขึ้นครองราชของฮ่องเต้ ิเฟยเซิน เหล่าราชวงศ์และประชาชน ตั้งเครื่องเซ่นไหว้ทำพิธีบูชาขอขมาต่อนกเทพอัคคี์ เพื่อขอให้นกเทพอัคคี์กลับมาปกปักรักษาแคว้นนี้อีกครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ
พิธีขอขมานี้กระทำขึ้นอีกหลายครั้ง แต่นกอัคคี์ก็ไม่เคยกลับมาที่ดินแดนแห่งนี้อีกเลย คงเหลือทิ้งไว้เพียงต้นไม้อัคคีอาหารของนกเทพอัคคี์ ที่อยู่ในป่าอัคคีหรือป่าปีศาจนอกเมือง ที่ยังคงผลิดอก ออกผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ถึงกระนั้น ฮ่องเต้ ิเฟยเซิน ก็ไม่ย่อท้อในความพยายามพลิกฟื้นบ้านเมือง ด้วยความยากลำบาก แต่ฮ่องเต้ยังคงปกครองแคว้นด้วยคุณธรรม พยายามเยียวยาราษฎรให้รอดพ้นจากบ่วงเคราะห์กรรม ความอดอยากและโรคระบาด
ซึ่งความพยายามในการฟื้นฟูบ้านเมืองดำเนินการผ่านไปนานหลายสิบปี แคว้นจึงกลับมาสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง และความสงบสุขยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้อีกนานหลายยุค หลายสมัย จนเกิดเป็แคว้นหลวนเซียน ปกครองโดยฮ่องเต้ผู้มีนามว่า เมิ่งหลวนหลง ส่วนตาข่ายพันธการฟ้าที่เป็สมบัติแห่งแคว้น กลับหายสาปสูญไปั้แ่ยุคสมัยฮ่องเต้ ิเฟยเซิน
o
o
o
ย้อนกลับไปกล่าวถึง นกอัคคี์ จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เมื่อดวงจิตกลับคืนสู่์ ได้ถูก์ตัดสินโทษ เนื่องจากฝ่าฝืนชะตาฟ้าลิขิตชุบชีวิตฮ่องเต้ เลี่ยงซือจง ที่หมดอายุขัยตามชะตา และสาปแช่งมนุษย์ให้ได้รับเคราะห์กรรมเผชิญโรคระบาด และความอดอยาก
์ตัดสินโทษนกอัคคี์ ให้ถูกจองจำในคุกเมฆาบนก้อนเมฆ ปล่อยให้ลอยไปลอยมาบนท้องฟ้า ห้ามใครเข้าเยี่ยมและสูญเสียพลังเวทย์สองในสามส่วน เป็เวลาหนึ่งพันห้าร้อยปี
ส่วนนกอินทรีย์ทอง ถูก์ตัดสินโทษจองจำคุกราตรี ในอุโมงค์ที่มืดมิด แต่ทว่าภายในอุโมงค์ยังมีต้นหลิวเรืองแสงสีฟ้า ให้ความสว่างเพียงเล็กน้อยอยู่หนึ่งต้น นกอินทรีย์ทองถูกจองจำหนึ่งพันปี สูญเสียพลังเวทย์หนึ่งในสามส่วน เมื่อถูกจองจำเป็เวลานานร่างกายจะอ่อนแอขาวซีด
และหลังครบกำหนดถูกจองจำ นกอัคคี์กับนกอินทรีย์ทอง จะต้องลงไปที่โลกมนุษย์ บำเพ็ญคุณประโยชน์ช่วยเหลืุ์เป็การชดใช้ความผิด แต่์ยังมีความเห็นใจที่นกอัคคี์มีร่างกายอ่อนแอ สววรค์จะส่งสัตว์เทพไปช่วยเหลือปกป้องนกอัคคี์ที่โลกมนุษย์ด้วย
จากนั้นนกเทพทั้งสองจึงถูกนำตัวไปจองจำตามโทษที่ถูก์ตัดสิน ซึ่งหลังจากที่นกเทพทั้งสองถูกนำตัวออกไปแล้ว องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ยังคงอยู่พิจารณาคดีต่อ จึงถามเทพผู้คุมกฎว่า
เง็กเซียน : เทพคุมกฏ เ้าพอจะมีสัตว์เทพตนใดว่าง ส่งไปช่วยเหลือนกอัคคี์ที่โลกมนุษย์ได้บ้างหรือไม่
เทพคุมกฎ : เรียนท่านเง็กเซียน ่นี้ใกล้ถึงวันเทศกาลปีใหม่ในโลกมนุษย์ เหล่าเทพตนอื่นๆ ต่างมีภารกิจบน์และภารกิจที่โลกมนุษย์กันหมด อ้อ...แต่วันนี้ข้าได้รับรายงานมาว่ามีสัตว์เทพสามตนกระทำผิดกฎ์ ที่รอการพิจารณา
เง็กเซียน : พวกเค้าทำผิดเื่อะไรรึ รายงานมาสิ?
เทพคุมกฎ : เรียนท่านเง็กเซียน เริ่มจากคดีเทพงูหยกหิมะขาว ดื่มเหล้าเมามายในงานเลี้ยงสังสรรเทพ เกิดการทะเลาะวิวาทกับเทพตนอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับการร้องเรียนจากเทพตนอื่นๆ อีกว่า งูหยกหิมะขาว เป็ต้นเหตุทำให้เหล่านางฟ้า นาง์ ทะเลาะตบตีกันเพราะหลงเสน่ห์งูหยกหิมะขาว ทำให้์เกิดความวุ่นวาย คดีที่สองเทพอสูรสายฟ้า ทะเลาะวิวาทกับเทพแมงป่องโลหิต พวกเขาปล่อยอาวุธใส่กันและกัน อสูรสายฟ้าปล่อยฟ้าผ่า ส่วนแมงป่องโลหิตยิงศรเพลิงพิรุณ ทำให้เทพตนอื่นๆ และเทพที่เข้าไปห้ามปราม ได้รับลูกหลงาเ็หลายตน อีกทั้งยังทำให้เกิดฟ้าผ่าและฝนเพลิง ตกใส่โลกมนุษย์ได้รับลูกหลงอีกด้วยพะยะค่ะ
เง็กเซียน : อสูรสายฟ้า นี่...ใช่เสือดำที่เคยทำผิดขโมยกินผล อสุนีบาต ผลไม้ทิพย์ของเทพ เหลยกงเจียงเทียนจิน ด้วยใช้มั้ย?
เทพคุมกฎ : พะยะค่ะ
เง็กเซียน : แล้วเทพทั้งสองทะเลาะกันด้วยเื่อะไรรึ?
เทพคุมกฎ : ทั้งสองเคยแอบเข้าไปขโมยผล อสุนีบาต ในเวลาใกล้เคียงกัน แต่เสือดำกลับเป็ฝ่ายได้กิน จึงได้รับฉายาอสูรสายฟ้า พวกเขาจึงเป็ศัตรูกันั้แ่นั้นมา ส่วนแมงป่องแดงได้รับความเมตตาจากเทพ เอ้อหลางเสิน ประทานอาวุธเทพ ธนู-ศรเพลิงพิรุณ ได้รับฉายาแมงป่องโลหิต พอพวกเขามาเจอหน้ากันอีกครั้งจึงเปิดศึกต่อสู้กัน พะย่ะค่ะ
เง็กเซียน : อืม...เช่นนั้นก็ส่งสัตว์เทพทั้งสามลงไปที่โลกมนุษย์ ชดใช้ความผิดที่กระทำ บำเพ็ญคุณประโยชน์ช่วยเหลืุ์ พวกเขาน่าจะเหมาะกับภาระกิจนี้ อ้อ...อย่าลืมลบความทรงจำที่ทะเลาะกันออกด้วยล่ะ เสือกับแมงป่อง จะได้ไม่ต้องเปิดศึกสู้รบกันอีกที่โลกมนุษย์
เทพคุมกฎ : รับบัญชา พะย่ะค่ะ!
....ปิดคดี....
●
●
●
หมายเหตุ
*กังฉิน แปลว่า ทุจริตคดโกง ไม่ซื่อสัตย์
*นกอัคคี์ มีขนสีแดงกุหลาบ มีชีวิตเป็ะ เมื่อตายสามารถฟื้นคืนชีพ แต่จะตายได้ก็ต่อเมื่อถูกฟ้าผ่า หรือร้องขอฟ้าผ่าจาก์ให้สายฟ้าผ่ามาที่ร่างจนเกิดเพลิงไหม้เผาผลาญร่างกาย เพื่อกำเนิดใหม่เป็นกหนุ่มสาว นกอัคคี์มีเืเป็พิษ แต่มีน้ำลายเป็ยาสมานแผลและเป็ยาบำรุง เืพิษผสมรวมกับน้ำลายกลายเป็ยาชุบชีวิตผู้อื่นได้
*ตาข่ายพันธการฟ้า เป็ตาข่ายเวทย์มนต์ ถักทอมาจากดิ้นไหมสาหร่ายประกายดำ พบที่ทะเล 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูฝน เป็สาหร่ายที่เจริญเติบโตเฉพาะตรงรอยตรงกลางของ 3 ฤดู ถักทอผสมกับเกล็ดปลาั 6 ตา พบได้ที่แม่น้ำตันหลิว เป็แม่น้ำที่มีกระน้ำราบเรียบสงบ แต่ภายใต้กระแสน้ำนั้นกลับเชี่ยวกรากมีกระแสน้ำวน อีกทั้งยังมีพรายน้ำ จระเข้ และปลากินเนื้อที่ดุร้าย
*จิ่นเลี่ยว แปลว่า สิ่งที่หนักแน่น,สิ่งที่แ่า
*หลวนเซียน (แคว้น หรือดินแดน) แปลว่า ต้นไม้ชนิดหนึ่ง และเทพ
*เมิ่งหลวนหลง (ชื่อแซ่ของฮ่องเต้) แปลว่า ความฝันแห่งต้นไม้ชนิดหนึ่ง และั
*สายฟ้านิลอสูร เป็สายฟ้าสีดำ อสูรสายฟ้าใช้ฟ้าผ่าในบางครั้ง แต่ภายหลังไม่ค่อยถูกเรียกใช้เป็อาวุธเนื่องจาก อันฉี ผู้เป็น้องสาว กลัวเสียงฟ้าผ่า อสูรสายฟ้าจึงมักถูกเรียกใช้เป็พาหนะ
*ธนู-ศรเพลิงพิรุณ ธนู สามารถยิงได้โดยลูกศรไม่มีวันหมด ศรธนู 1 ดอก เมื่อถูกยิงออกไปสามารถแตกออกเป็ 10 ดอก มีประกายไฟเป็ฝนเพลิง