เริ่มฝึกฝน
“เมื่อครู่ๆๆ เมื่อครู่นี้ต้องใช้แน่ๆ” ชิงเถาตอนนี้พูดอยู่คนเดียวอย่างกับคนบ้าเมื่อสงบลงแล้วนางก็รีบเอาหนังสือมานั่งอ่านต่อ เมื่อค้นหาจุดตันเถียนเจอแล้วหน้าต่อไปเป็นวิธีที่จะบอถึงการเพ่งจิตไปที่จุดตันเถียนโดยตรงซึ่งชิงเถาอ่านทำความเข้าใจอยู่นาน จึงตัดสินใจที่จะลองต่อทันที ถ้านางเพ่งจิตแล้วเจอแสดงว่าขั้นแรกนางก็สำเร็จแล้ว เมื่อได้ดังนั้นนางจึงนั่งสมาธิทำตามวิธีที่หนังสือบอกทันทีดีที่ขั้นตอนนี้เขาบอกละเอียดหน่อยนางจึงไม่ต้องหาวิธีเองให้ยุ่ง แต่ก่อนที่นางจะสำเร็จนั้นก็มีเสียงรบกวนเสียก่อน
“พี่รองงงง ทานข้าวเที่ยงกันเถอะ” หมิงลู่ที่กลับมาจากขายของที่ตลาดแล้วอาสาเข้ามาเรียกนางออกไปทานข้าวพร้อมกับทุกคนที่นอกเรือน
“เฮือกกก” ชิงเถาจึงสะดุ้งตกใจลืมตาขึ้นทันทีหลังจากได้ยินเสียงรบกวน นางยังเป็นมือใหม่ในเรื่องนี้จึงไม่สามารถดึงตัวเองจากสิ่งรบกวนรอบข้างได้
“พี่รองเป็นอะไรไป” หมิงลู่รีบเข้ามาถามพร้อมจับเนื้อตัวนางอย่างสงสัยแล้วก็เตรียมพร้อมจะตะโกนเรียกทุกคนทุกเมื่อ
“พี่ไม่เป็นอะไรหรอกตกใจเสียงเจ้านั่นแหล่ะ ป่ะ มาชวนพี่ไปทานข้าวไม่ใช่รึ ออกไปกัน”ชิงเถาตอบน้องออกไป ก่อนจะลุกเดินนำน้องชายออกไปนอกเรือน
“ชิงเถามาแล้ว มาๆ ทานข้าวกันเถอะลูกเห็นลี่ถิงบอกว่าลูกนอนตั้งแต่หลังข้าวเช้าได้ไม่นาน รู้สีกไม่สบายตรงไหนหรือไม่”นางลี่จูถามลูกออกมาด้วยความเป็นห่วง พร้อมส่งถ้วยข้าวและคีบอาหารให้นางจนเต็มถ้วย
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะเมื่อวานหลังจากนอนทั้งวัน ตอนกลางคืนจึงนอนดึก เมื่อเช้าเลยง่วงนอนไปหน่อยเจ้าค่ะ”ชิงเถาบอกทุกคนอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เป็นห่วงตัวเอง
“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีไป ทานข้าวต่อเถอะ”จิ้นสิงเอ่ยตัดบทให้ทุกคนได้เริ่มทานข้าว แต่ก็ยังมีการพูดคุยและเสียงหัวเราะตอนทานไปด้วยดังเช่นทุกมื้อ
เมื่อมื้อเที่ยงผ่านไปชิงเถาจึงปลีกตัวออกมาหาที่ฝึกต่อ ช่วงบ่ายทุกคนก็หน้าที่ของตัวเองให้ได้ทำกันจึงคิดว่านางไปพักจึงไม่ได้ห่วงเท่าไหร่ ชิงเถาเดินไปทางหลังจวน เปิดประตูเล็กออกไปด้านหลังนางเดินออกมาข้างนอก หาร่มไม้ใกล้ๆ ที่ไม่เป็นที่สนใจนักเพื่อนั่งฝึกต่อชิงเถาทำขั้นตอนตามที่หนังสือบอกตั้งแต่เริ่มต้นอีกรอบ ใช้เวลาเพียงชั่วยามจุดตันเถียนที่มีแอ่งหรือภาชนะกักเก็บพลังปราณก็ปรากฏออกมาให้นางเห็นภาชนะกักเก็บพลังปราณที่นางเห็นนั้นคล้ายกับชามที่แห้งกรังไม่ได้เจอน้ำมานานจนมองเห็นพื้นได้ชัดเจนเพียงเท่านี้ก็ทำให้ใบหน้าที่นั่งหลับสงบนิ่งของนางคลี่ยิ้มออกมาได้กว้างแล้ว เมื่อสำรวจจนนางพอใจก็หยุดพักเตรียมทำขั้นตอนต่อไป
หน้าถัดมาจะบอกถึงวิธีการดึงพลังปราณจากภายนอกไปกักเก็บไว้ในจุดตันเถียนแต่ขั้นตอนนี้ยังไม่ใช่เอาพลังปราณไปเก็บไว้ใช้แต่เป็นการดึงพลังจากจากข้างนอกมาทำให้ภาชนะที่จะใช้เก็บพลังปราณหรือจุดตันเถียนแข็งแรงมากขึ้นเสียก่อนซึ่งวิธีนี้เป็นสิ่งที่หนังสือหรือการสอนทั่วไปไม่ได้กล่าวถึง ชิงเถาหยุดอ่านทำความเข้าใจวิธีการอีกรอบจนจำขึ้นใจดีแล้ว ก็เริ่มฝึกต่อนางเริ่มฝึกทันที ทำตามขั้นตอนที่อ่านผ่านไปครึ่งชั่วยามก็เริ่มมีพลังปราณสายเล็กๆถูกจุดตันเถียนในกายชิงเถาดึงเข้าไป มันไม่ได้เข้าไปเติมเต็มในภาชนะ แต่กลับเข้าไปผสานรวมตัวกับภาชนะแทนชิงเถานั่งฝึกเพียงไม่นานก็ต้องหยุด เพราะร่างกายนางเหมือนจะรับไม่ไหวแล้ว แต่เพียงเท่านี้ก็เป็นพอแล้วครั้งหน้านางก็สามารถฝึกได้เร็วขึ้นเพราะร่างกายได้จดจำวิธีการได้แล้วจึงทำขั้นตอนที่หนังสือบอกได้เร็วขึ้นไม่ต้องนั่งทำตามวิธีไปช้าๆ เป็นเวลานานอย่างนี้
ชิงเถาเดินกลับเข้ามาในจวนตอนนี้ยังไม่เข้ายามโหย่วนางจึงเข้าครัวไปทำขนมต่อ ทั้งเพื่อให้เชี่ยนเชี่ยนแล้วก็สนองตัวนางเองที่เหน็ดเหนื่อยกับการฝึกฝน
“อ้าว เถาเอ๋อร์ มีอะไรหรือไม่”นางลี่จูกำลังเตรียมข้าวเย็นในครัวร้องทัก
“ข้าจะมาทำขนมทานน่ะเจ้าค่ะแล้วท่านแม่มีอะไรให้ลูกช่วยหรือไม่” ชิงเถาตอบออกไปพร้อมสอบถามดูเผื่อมีอะไรให้นางช่วย
“ไม่มีหรอกลูก ทำส่วนของลูกเถอะ”นางลี่จูบอกออกมายิ้มๆ ทุกวันนี้อาหารบ้านพวกนางดียิ่งนักอย่างน้อยก็มีกับข้าวสี่อย่าง(นอกจากตอนเช้าที่รีบไปขายของน่ะนะ)บางวันก็มีของหวานมาเพิ่มอีก วัตถุดิบที่ใช้ก็มีแต่ของดีๆนางลี่จูที่เป็นคนทำนั้นก็ยิ่งมีความสุขไปใหญ่ ได้ทำของดีๆ ให้คนในครอบครัวทาน
ช่วงเย็นหลังทานข้าวเสร็จจิ้นสิงมีเรื่องมาคุยกับทุกคน เขามีความว่าตอนนี้ก็ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้วอีกอย่างเงินที่หาได้นอกจากค่าใช้จ่ายในบ้านกับซื้อของมาขายเพิ่มพวกเขาก็ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรอีกจึงอยากจะปรึกษาว่าเราควรหาร้านเป็นของตัวเองที่เป็นหลักแหล่งกว่านี้เสีย
“ข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อเจ้าค่ะ”ลี่ถิงเอ่ยออกมาหลังฟังการเสนอความคิดของบิดา
“ข้าก็เห็นด้วยเช่นกันเจ้าค่ะแล้วท่านพ่อมีที่ถูกใจหรือยัง” ชิงเถาสนับสนุนและถามกลับไป
“มีร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกับร้านของเรากำลังจะปิดตัวลง พ่อเห็นเขากำลังขึ้นป้านประกาศขาย” จิ้นสิงพูดสิ่งที่เขารู้ออกมาให้ทุกคนที่นั่งฟังอย่างตั้งใจเขาได้พูดคุยกับภรรยามาแล้วเมื่อช่วงเช้าจึงมาบอกแก่ทุกคน จริงๆ ก็เพียงบอกกล่าวยังไงลูกๆ ก็ต้องเห็นดีด้วยอย่างแน่แนอน
“เช่นนั้นก็ดียิ่งเจ้าค่ะท่านพ่อต้องรีบแล้วนะเจ้าค่ะ ก่อนที่ผู้อื่นจะได้ไปก่อน” ชิงเถาเอ่ยเสริมออกมานางพอจะรู้จักร้านนี้อยู่บ้างเพราะก็ไปขายของทุกวันร้านนี้ถือว่าใช้ได้เป็นอาคารสองชั้นยังไม่เก่าเท่าไหร่ชั้นล่างด้านหน้าเปิดขายของ ส่วนด้านหลังน่าจะเป็นที่เก็บของชั้นสองก็จะเป็นที่พัก
“พ่อก็คิดอย่างนั้นพรุ่งนี้พ่อจะไปเจรจาเลยแต่เช้า” จิ้นสิงตอบออกไป เขาหมายมั่นไว้แล้วถึงราคาจะต้องเป็นหลายพันตำลึง เขาก็ต้องสู้เพราะถึงไปซื้อที่อื่นราคาก็ประมาณนี้อยู่แล้ว ก็เมืองหลวงหนิอีกอย่างตรงนี้ก็ใกล้กับที่เดิมมากนัก พวกลูกค้าเขาจะได้ไม่ลำบากไปหาพวกเขาไกล