วันต่อมา
08.00 น.
ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินวนไปเวียนมาอยู่ในห้องมาซักพักหนึ่งแล้วกำลังคิดอยู่ว่าออกไปเจอคุณลุงกับพี่ชาย ฉันจะทำตัวยังไงดีเมื่อวานคุณลุงเห็นฉันกำลังสวาปามข้าวอยู่ คุณลุงต้องบอกเื่นี้กับพี่ไวน์แล้วแน่ๆเลยพี่ไวน์ต้องล้อฉันแน่ๆ
“เอาว่ะไอ้เปญ แค่ล้อไม่ตายหรอก”ฉันพูดให้กำลังใจตัวเอง แล้วก็เปิดประตูออกไป ก็เห็นพี่ชายคนเดียวของฉันที่นั่งรออยู่ที่โซฟาส่วนคุณลุงก็กำลังวุ่นอยู่ที่ครัว
“มากินข้าวกัน ไวน์ เปญ” ชายวัยกลางคนที่ฉันเคารพเรียกฉันกับพี่ชายของฉันไปกินข้าวเรานั่งกินข้าวกันเงียบๆอยู่ซักพัก สถานการณ์แบบนี้มันเงียบจนทำให้ฉันกดดัน
“เปญลุงให้เ้าไวน์ไปส่งที่โรงเรียนนะ ลุงต้องออกไปจัดการธุระนิดหน่อย”ในที่สุดคุณลุงก็พูดขึ้น เย้! หลุดพ้นจากความเงียบซักที
“ได้ค่ะคุณลุง” ฉันตอบรับสั้นๆ
“ไม่ต้องห่วงครับคุณลุง เดี๋ยวผมไปส่งน้องเอง”ร่างสูงที่ได้ชื่อว่าเป็พี่ฉัน และที่นั่งอยู่ข้างๆฉันพูดเสริมเพื่อให้คุณลุงสบายใจหลังจากที่เราทั้งสามกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนคุณลุงก็รีบออกไปข้างนอก ส่วนพี่ไวน์หลังจากไปส่งฉันก็ต้องไปมหาลัยต่อ
@โรงเรียน
พี่ไวน์ขับรถมาส่งฉันที่หน้าโรงเรียนมีโอกาสที่จะได้อยู่กับพี่ไวน์แค่สองคนแล้ว ถามเื่พ่อกับแม่ดีไหมนะพี่ไวน์คงไม่ดุเราหรอกมั้ง คงจะบอกอะไรเราบ้างแหละนะ
“เอ่อ...พี่ไวน์” ฉันเรียกอีกฝ่ายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ว่าไงหนู” พี่ไวน์ที่กำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอะไรซักอย่างขานตอบโดยที่สายตายังไม่ละออกจากโทรศัพท์ของเขา
“พี่ไวน์..หนูอยากรู้เื่พ่อกับแม่”ฉันถามร่างหนาออกไปด้วยเสียงประหม่า
“เอ่อ..คือ..พี่ต้องไปมหาลัยแล้วอ่ะอ่ะนี่กระเป๋า ตั้งใจเรียนนะหนู ขอให้มีความสุขกับโรงเรียนใหม่น้า” ร่างหนาพูดอย่างลนๆดูไม่มีพิรุธเลยจริงๆ -_- ในเมื่อไม่อยากบอกฉันก็ไม่เซ้าซี้แล้ว ฉันยอมลงจากรถอย่างว่าง่ายคงไม่อยากให้ฉันรู้จริงๆแหละถึงปิดกันซะขนาดนี้
ฉันเดินเข้าโรงเรียนอย่างเฉื่อยๆและหยิบตารางเรียนขึ้นมาดู นี่ฉันต้องไปที่ตึกไหนกันเนี่ยบ้าจริง ฉันมองเห็นปัญหาอยู่ตรงหน้าฉันคิดว่าฉันทำตัวเฉื่อยๆแบบนี้ต่อไม่ได้แล้วฉันต้องหาใครซักคน ใครก็ได้ที่รู้ทาง ใครก็ได้ และสายตาอันเฉียบแหลมของฉันบวกกับสมองน้อยๆที่โคตรจะฉลาด ฉันเลยตัดสินใจเดินไปถามยามที่อยู่หน้าโรงเรียน
“ลุงยามคะ”ฉันเรียกลุงยามที่กำลังนั่งหลับคาหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือ นี่มันเช้าแล้วนะลุงลุงจะขี้เซาเกินไปไหม
“ลุงคะคือว่า....เอ้าเห้ย”ฉันที่ถือตารางเรียนอยู่ในมือและกำลังจะเรียกลุงยามอีกครั้งกลับถูกแย่งตารางเรียนไปจากบุคคลแปลกหน้าฉันหันไปหาบุคคลที่เสียมารยาทคนนั้นอย่างเอาเื่ เ้าของรองเท้าหนังสีดำ กางเกงสแล็คห้าส่วนสีแดงเืหมูมาพร้อมกับเสื้อสูทสีกรมท่าตัดกับสีแดงที่ปกเสื้อเสื้อข้างในเป็เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไม่ได้ติดประดุมสองเม็ดทำให้เห็นแผ่นอกแกร่งนั่นอยู่รำไรฉันเงยหน้ามองขึ้นไปอีกหน่อยก็เจอเข้ากับใบหน้าที่หล่อเหลา ทรงผมสีเทาควันบุหรี่เข้มแสกกลางคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน ด้วยความที่เขาตัวสูงกว่าฉันทำให้ฉันมองหน้าเขาไม่ชัดเท่าไหร่แล้วยิ่งอยู่ใกล้กันจนตัวแทบจะติดกันขนาดนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ร่างสูงกว่าถอยหลังไปสองสามก้าว
“เชี้ย!!!”ฉันที่เผลอหลุดอุทานออกมาจนต้องรีบเอามือปิดปากตัวเอง หนุ่มหล่อที่เจอวันที่สมัครเรียนฉันเจอเขาอีกครั้ง ทั้งๆที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เจอเขาอีกไม่คิดไม่ฝันด้วยซ้ำว่าเขาจะเป็นักเรียนโรงเรียนนี้ งั้นแสดงว่า..ใช่ๆไหมมันใช่อย่างที่ฉันคิดใช่ไหม
“เป็คน” เรือนร่างที่แสนเร้าร้อนตรงหน้าตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์มันดู..ไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่เลยว่าไหม การที่เขาโผล่หัวมาแบบนี้ฉันได้กลิ่นว่ากำลังเจอกับหายนะยังไงก็ไม่รู้
“ค่ะ” เขาที่ว่าตอบสั้นแล้วฉันในตอนนี้ยิ่งตอบสั้นเข้าไปอีก พออยู่ใกล้คนหล่อแล้วทำตัวไม่ถูกเลยเรา
“ฉันจะไปส่งที่ห้องเรียนเป็เด็กใหม่นิ” ร่างสูงไม่รอให้ฉันได้ตอบอะไรเขาถือตารางเรียนของฉันไปอย่างหน้าตาเฉย ไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งนั้น
“เอ่อ..คือว่าไม่จำเป็ก็ได้นะเดี๋ยวฉันถามยามหน้าโรงเรียนเอาก็ได้” ฉันรีบเดินจ้ำอ้าวตามร่างหนานั่นให้ทัน
“นี่เธอไม่เห็นหรือตาบอดไม่เห็นรึไงว่าลุงแกหลับอยู่ การไปปลุกคนที่นอน หรือไปกวนเขาเป็บาป เธอไม่รู้หรอ”นี่เขาพยายามเล่นมุกกับฉันอยู่หรอหรือที่เขาพยายามเข้ามาวุ่นวายกับฉันเพราะเื่นั้นกันนะ
“นี่ถ้าเกิดว่านายเป็กังวลเื่ที่ฉันเห็นนายกับอาจารย์ซิน...อร๊ายยย”ฉันที่ยังพูดไม่ทันได้จบประโยคด้วยซ้ำ อีกฝ่ายคว้าแขนฉันและลากฉันไปซอกตึกตึกหนึ่งและผลักฉันติดกำแพงอย่างแรง ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างดันกำแพงไว้ ไม่ให้ฉันหนี ไม่แมนเอาซะเลยนะไอ้เ้าคนนี้ดูจากสิ่งรอบๆข้างแล้ว ทั้งขาตั้งวาดรูปที่ไม่สมประกอบ เศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยตึกคหกรรมสินะ แต่บริเวณนี้กลิ่นบุหรี่คลุ้งชะมัด
“ถ้าเธอปากสว่างเอาเื่ที่เห็นวันนั้นไปพูดกับใครล่ะก็..ฉันจะทำให้เธออยู่โรงเรียนนี้ไม่มีความสุข”ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างเข่นเคี้ยวเขี้ยวฟันฉันหาผลประโยชน์อะไรดีๆได้บ้างนะ กับคนที่มีความอดทนต่ำแบบนี้
“ก็ได้ๆ อย่างแรกนะ นายน่ะต้องถอยออกไปก่อน”ฉันพูดพลางดันตัวร่างสูงใหญ่ออกไป จนร่างสูงเซถอยหลังไปนิดหนึ่ง
“ฉันจะไม่พูดเื่นั้นกับใครแลกกับการที่นายต้องมาเป็เพื่อนฉันตลอดทั้งเทอม”โอกาสที่จะไม่ต้องไปทำความรู้จักคนใหม่ๆ
“ห๊ะ!!นี่เธอคิดเล่นบ้าอะไรอยู่ ฉันไม่ตลกนะ” อุตส่าห์หาทางออกแบบดีๆให้แล้วแท้ๆดูเหมือนหมอนี่จะหิวปัญหานะ
“เอาสิ ถ้านายไม่โอเคฉันจะเดินไปเรื่อยๆ ทั่วโรงเรียนและบอกทุกคนที่ฉันเจอหน้าว่านายน่ะ...จูบกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่อยู่ห้องธุรการ”ฉันกระซิบข้างๆหูเขา และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายตรงหน้านี่จะกลัวแค่คำขู่โง่ๆของฉันเข้าจริงๆแล้วล่ะ
“ได้ ถ้าเธอ้าแบบนั้นฉันจะบอกเธอให้นะ ว่าเธอคิดผิดที่จะมาเป็เพื่อนกันฉัน”จากคำพูดของเขาที่กดอารมณ์ตัวเองซะขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าเขาโมโหแต่ชั่งสิไม่ว่าเขาจะพูดอะไร หรือขู่อะไร ฉันคนนี้ไม่มีวันเปลี่ยนใจหรอกคนที่เข้าสังคมไม่เก่งแบบฉัน คงต้องใช้วิธีนี้หาเพื่อนเท่านั้นแหละ
“เอาล่ะ..งั้นเรามาทำความรู้จักกันดีกว่าฉันชื่อแชมเปญนะ” ฉันพูดพลางยื่นมือออกไปจับมืออีกฝ่าย
“ทิวลิป” เขาตอบมาแค่นี้และเดินนำฉันออกไป ไม่มีมารยาทเอาซะเลย คนอุตส่าห์จะจับมือทำความรู้จัก ฉันเดินตามร่างหนาเงียบๆและเขาก็หยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง
“ถึงแล้ว ไปเรียนซะเดี๋ยวเที่ยงมารับไปกินข้าว” ร่างสูงขาวพูดจบไม่รอฉันขอบคุณหรือพูดอะไรต่อและก็เดินออกไปทันที หมอนี่ก็มีมุมดีๆกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย หลังจากที่ฉันเห็นเ้าของแผ่นหลังกว้างนั้นเดินลับสายตาไปแล้วฉันก็เดินเข้าห้องไปเรียนของฉันต่อ
Tulip part
หลังจากที่ผมเดินไปคนตัวเล็กนิสัยเสียคนนั้นผมก็เดินกลับไปที่ห้องเรียนของตัวเอง ซึ่งมันก็อยู่คนละตึกกันเลยและแถมไกลกันมากด้วย นี่ผมต้องมากลัวคำขู่ของเด็กหรอครับเนี่ยแต่สำหรับเื่นี้แล้ว อะไรยอมได้ก็ยอมไปก่อน ถ้าเื่ถึงหูพ่อ ผมเละแน่ๆเลยผมเดินเข้าไปในห้องเรียนก็เห็น ลอตเต้ เพื่อนต่างวัยของผมนั่งกินขนมอยู่หลังห้องผมเดินไปนั่งข้างๆมัน เต้มันเพิ่งจะอายุ 17 เองครับ เด็กกว่าผม 2 ปีมันเป็เพื่อนคนเดียวของผมในโรงเรียนนี้เพราะด้วยความที่ตัวไอ้เต้เองมันต้องคอยดูเื่ธุรกิจครอบครัวแทนพ่อที่เสียไปมันเลยต้องมาคุยงานที่บ้านผมบ่อยๆ ผมกับมันเลยเจอกันบ่อย
“ไอ้ทิว มึงเล่ามาให้หมดเลยนะั้แ่มึงเดินเข้ามาในโรงเรียนเลย” เพื่อนตัวแสบต่างวัยของผมพูดขึ้นอย่างสงสัยถ้ามันเริ่มถามผมแบบนี้ แสดงว่ามันรู้อะไรมาแน่ๆ ไม่แปลกหรอกครับที่มันจะรู้อะไรมันมีหูมีตาทั่วโรงเรียนรู้ทุกอย่างในโรงเรียนนี้
“มึงหมายถึงอะไรไอ้เต้”ผมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เผื่อมันจะเชื่อผม
“เด็กใหม่ไง นกน้อยของกูรายงานมาว่าเห็นมึงลากเด็กใหม่ไปหลังตึกคหกรรม เป็ไงบ้างว่ะ สวยไหม น่ารักป่ะ” เพื่อนต่างวัยของผมแสดงท่าทางที่สนอดสนใจออกมา
“ซวยชิบหาย” ผมตอบมันแค่นี้ ด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน
“เื่มันเป็ยังไงว่ะเล่ามาให้หมดเลยนะมึง” เด็กนี่มันคงอยากรู้จริงๆ ผมเลยเล่าเื่ทั้งหมดให้คนอายุน้อยกว่าฟัง
“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูกับอาจารย์ซินมีอะไรกันอ่ะแล้วเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา จังหวะที่กูกำลังเข้าได้เข้าเข็มที่ห้องธุรการ เด็กใหม่นั่นก็เปิดประตูเข้ามาจะมาสมัครเรียน”
“แสดงว่าน้องเขาเห็นมึงกำลังทำเื่ชั่วๆอยู่สินะ”ร่างโปร่งที่นั่งเคี้ยวขนมตุ้ยพูดออกมาเหมือนเริ่มเดาทางได้ว่าเื่จะเป็ยังไงต่อ
“เออดิ เมื่อเช้ากูต้องมาดักรอแต่เช้าจะได้ปิดปากยัยเด็กบ้านั่น” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ
“มึงเลยพาน้องไปหลังตึกคหกรรม?”
“เออ ก็พาแม่งไปหลังตึกทีแรกกูนึกว่ายัยนั่นมันจะเป็คนพูดรู้เื่ ง่ายๆ แต่ดันมาขู่กูบังคับให้กูไปเป็เพื่อน เพื่อแลกกับการที่จะไม่บอกเื่นี้กับใครกูเลยต้องไปส่งยัยนั่นถึงห้องเรียน ตอนเที่ยงกูต้องไปรับกินข้าวเที่ยง ชีวิตกูต้องมาปวดหัวกับอะไรแบบนี้ด้วยหรอว่ะเนี่ย”
“เดี๋ยวนะน้องเขาได้ขอให้มึงไปรับมากินข้าวรึเปล่าว่ะ” หนุ่มน้อยที่นั่งข้างๆผมหันมาถามผมแบบยิ้มๆทำไมมันถามผมแบบนี้ล่ะ ผมเริ่มไม่ชอบรอยยิ้มนั้นซะแล้วสิ
“เปล่าอ่ะ” ผมตอบไปสั้นๆ
“เอางี้นะทิวเพื่อนรักถ้าเกิดว่าเพื่อนลำบากใจที่จะทำเื่แบบนี้เดี๋ยวกูอาสาจะรับหน้าที่ตรงนี้เอาไว้เอง โอเคมั้ยเพื่อนรัก” เพื่อนต่างวัยของผมเขยิบเข้ามากอดคอและพูดอย่างยิ้มๆ
“ไม่เป็ไรอ่ะ กูรับมือไหว”ผมพูดพลางปัดมือมันออกไปจากไหล่ผม
12.00 น.
หลังจากที่ผมเรียนคาบเช้าเสร็จผมก็มารอรับเด็กนั่นที่หน้าห้องพร้อมกับไอ้เต้เพื่อนเพียงคนเดียวของผมในโรงเรียนนี้ ทีแรกผมให้มันไปรอที่โรงอาหาร แต่มันก็ยังคะยั้นคะยอที่จะมาด้วยผมยืนรอหน้าห้องซักพัก ก็มีเสียงเปิดประตูออกมาเด็กนักเรียนเริ่มที่จะทยอยออกมากันแล้ว ผมกวาดสายตามองเป้าหมายไปทั่วๆ ส่วนไอ้เต้อ่ะหรอมันดูสนอกสนใจมากกว่าผมอีกตอนนี้ จนคนเริ่มบางตา ผมก็เห็นเป้าหมายของผม เ้าของร่างเล็กผมสีขาไข่มุกใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มเยอะ กับชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนเสื้อเชิ้ตสีขาวและสูทและกระโปรงพลีทจีบทวิสสั้นสีกรมท่าของโรงเรียนพออยู่บนตัวร่างเล็กแล้วทุกอย่างดูเข้ากันไปหมด ผมมองดูได้ไม่เท่าไหร่แต่แล้วเพื่อนของผมมันก็พุ่งเข้าไปหาร่างนุ่มนิ่มทันที
“สวัส...” ผมรีบดึงคอเสื้อเพื่อนผมก่อนที่มันจะเริ่มจีบอีกฝ่าย และดูเหมือนเธอจะกลัวซะด้วยสิพอมีคนทำท่าจะพุ่งเข้าใส่แบบนี้
“ไปกินข้าว”ผมตอบสั้นๆและเดินกอดคอเพื่อนรักไปด้วย ส่วนร่างบางก็เดินตามหลังผมมาติดๆพอถึงโรงอาหารก็แยกย้ายกันไปซื้ออะไรกิน ผมฝากไอ้เต้ซื้อและก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะ และทั้งคู่ก็กลับมาที่โต๊ะพร้อมของกิน
“นี่นาย เพื่อนนายชื่ออะไรหรอ”เสียงเล็กพูดขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่นั่งฝั่งตรงข้ามก่อนจะหันสบตาเข้ากับไอ้เต้ที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆผม สายตามันตอนนี้เหมือนกำลังจะพูดว่า‘นี่มึงยังไม่บอกน้องเขาหรอว่าเราอยู่ชั้นไหนอ่ะ’ ผมยักไหล่ให้มันแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
“หยิ่งชะมัดไม่มีมารยาทแนะนำเพื่อนให้รู้จักเลย ฉันถามเองก็ได้” ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะเปลี่ยนความสนใจไปถามเพื่อนผมแทนแล้ว
“แล้วสรุปนายชื่ออะไรหรอ”
“ชื่อลอตเต้ เรียนอยู่ ม.5”ผมสังเกตอาการของคนตัวจิ๋วตลกชะมัด ไอ้อาการที่เลิกลัก ทำตัวไม่ถูกนี่คืออะไรกัน
“เอ่อ..สวัสดีค่ะ ชื่อแชมเปญค่ะแล้วนี่เป็รุ่นพี่กันทั้งคู่เลยหรอคะ” ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มและชี้มาทางผมสลับกับไอ้เต้ไปมา
“ใช่ นี่ไอ้ทิวไม่ได้บอกเราหรอว่าพวกพี่อยู่ม.5 อ่ะ”
“ไม่เลยค่ะพี่ ‘ไม่พูดอะไรที่เป็ประโยชน์’ เลยซักคำ” เธอเน้นคำว่า ไม่พูดอะไรที่เป็ประโยชน์ แล้วหันหน้ามาทางผม นี่เธอด่าผมอยู่หรอ
“พี่อ่ะอายุแค่ 17 ห่างกับเราแค่ปีเดียวเองจริงป่ะแต่ไอ้เนี่ย..ไอ้ทิวเนี่ยอายุ 19” เพื่อนต่างวัยของผมอธิบายเื่อายุให้ร่างบางฟัง
“ขอโทษนะคะพี่เต้ ที่ตอนแรกเรียกพี่แบบนั้นชุดโรงเรียนนี้แยกไม่ออกเลยว่าใครอยู่ชั้นไหน” เธอขอโทษไอ้เต้ด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรแต่ว่าสนใจเข้าสังกัด...” ผมตักข้าวผัดยัดใส่ปากร่างโปร่งข้างๆก่อนที่มันจะพูดเชิญชวนให้อีกฝ่ายเข้าสังกัดนกน้อยของมัน
“อย่าไปฟังคำพูดของมันมาก”ผมหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่นั่งทำตาปริบๆ แล้วเธอก็พยักหน้ากลับมา ผมเลยปล่อยไอ้เต้เป็อิสระ
“เอาล่ะในเมื่อรู้ว่าฉันเป็รุ่นพี่เธอแล้วงั้นรุ่นพี่คนนี้ขอย่าบอกเื่ที่เห็นกับใครได้ไหม” ผมหันไปคุยกับเธออย่างจริงจัง
“ไม่ มันคนล่ะเื่กันและอีกอย่างนะ ฉันเห็นพี่เต้เป็รุ่นพี่แต่กับนายไม่ใช่” ร่างบางปฏิเสธเสียงแข็งกลับมาทันควัน
“เอาน่าๆ ทิวมึงหัดมองโลกในแง่ดีบ้างกูจะได้เจอกับน้องแชมเปญแบบนี้ทุกวัน กำลังใจที่ดีให้กูรู้สึกอยากมาโรงเรียน” ร่างโปรงสูงข้างๆผมพูดพร้อมส่งสายตาที่ไปที่ร่างบางไม่หยุดก็พอจะรู้แล้วล่ะว่ามันชอบอีกฝ่าย เอาจริงๆเธอก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลยนะผู้หญิงตัวเล็ก แก้มเยอะ หน้าตาลูกครึ่งเลยแหละ
“ว่าแต่ว่า..น้องแชมเปญมีเฟส ไลน์ไอจีไหมครับ พี่ขอหน่อยได้ไหมอ่ะ พอดีว่าเผื่อวันไหนไอ้ทิวมันไม่มาโรงเรียนเราจะได้ติดต่อกันได้ไง” เพื่อนผมที่อายุน้อยชักแม่น้ำทั้งมาออกมาพูด -_-
“ได้ค่ะ” คนตัวเล็กตอบสั้นๆและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาผมรู้สึกปวดหัว เด็กบื้อ ไม่รู้รึไงว่ากำลังเขาถ้ำเสืออยู่ ผมไม่อยากที่จะพูดอะไรต่อเลยลุกขึ้นจะไปเก็บจาน แต่ไอ้เต้เพื่อนผมก็ทักขึ้นมา
“ไอ้ทิว ไม่เอาคอนแทคน้องไว้หน่อยหรอ”ผมกลอกตาไปมา
“ไม่อ่ะไม่เอาเสร็จแล้วไปส่งเด็กนั่นที่ห้องด้วย” ผมเดินไปเก็บจานและขึ้นไปนอนรอเรียนที่ห้องเรียน
16.00 น.
หลังเลิกเรียนคาบบ่ายเสร็จ ผมก็เดินไปรับคนตัวเล็กที่ห้องและเดินออกไปรอผู้ปกครองหน้าโรงเรียนด้วยกัน ไม่สิแค่ผู้ปกครองของเธอเฉยๆ ส่วนเพื่อนผมมันต้องกลับบ้านกลับบ้านไปก่อนเพราะต้องไปเคลียร์เื่บริษัทมันอีก ผมยืนรอซักพัก ผู้ปกครองของเธอก็มาผมดูรถขับออกไปจบลับสายตา หลังจากนั้นผมก็โทรบอก ไม้น้ำเพื่อนของผมอีกคนว่าจะเข้าไปหาผมมานั่งเล่นอยู่ที่ห้องไม้มันได้ซักพักใหญ่ๆ จู่ๆไอ้เต้ก็ส่งรูปของร่างบางที่เล่นน้ำอยู่ที่สระน้ำกับบิกินี่ทูพีชสีดำ ที่ยิ่งขับผิวให้เธอดูขาวขึ้นไปอีก ส่วนเว้าส่วนโค้งบนตัวหน้าอกหน้าใจที่ดูใหญ่โต ดึงดูดสายตาชะมัด หลังจากที่ไอ้เต้ส่งรูปมาให้ผมดูมันก็ส่งข้อความมาอีกว่า ‘เด็กเดี๋ยวนี้โตไวนะมึงว่าป่ะ’
“หึ!! แชมเปญหรอ”
ช่องทางการลงนิยายของไรท์
ReadAwrite : Darby.writer
Tunwalai : Darby
Kawebook : Darby
Joylada : Darby
Fictionlog : Darby
Dek-D : Darbywriter
ฝากติดตามผลงานของไรท์ด้วยนะคะ