Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    109 คู่สุดท้าย

    “ แอ็กเซลผู้ทำพันธะกับพฤกษาและจอมมเวท ชาล็อตนักดาบแห่งความตาย โจผู้ใช้โล่ศักดิ์สิทธิ์  มานูลนักเวทลม   ตงฟางผู้ใช้ศิลปะต่อสู้ ไอนะผู้ใช้ยันต์ เหลืออีก 2 คนการต่อสู้รอบ 2 นี้ก็จะจบลงสินะ อยากรู้แล้วสิว่าเจ้าหน้าที่จะทำอย่างไรเพื่อเลือก 7 ใน 8 มาเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์” 


    สายตาของนักศึกษาสถาบันโนวาไพร์มมองจ้องไปยังสนามประลอง ผู้ที่ยืนอยู่ด้านบนในตอนนี้คือหญิงสาว 2 คน


    ทางฝั่งหนึ่งมีอาชีพนักดาบความเร็วแสง ส่วนอีกคนมีอาชีพผู้กลืนกินเปลวไฟ


    นักดาบความเร็วแสง หญิงสาวผมสีดำที่ใช้สกิลทำให้ผมเปลี่ยนเป็นสีขาวกำลังตวัดดาบในมือด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า ทุกการฟาดฟันจะมีแสงส่องสว่างคอยรบกวนการมองเห็นของศัตรู 


    อย่างไรก็ตามคู่ต่อสู้ที่มีอาชีพผู้กลืนกินเปลวไฟกลับยังคงรับมือได้โดยที่ไม่เสียท่าให้กับความเร็ว ด้วยการใช้วิธีการจุดระเบิดเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ตามร่างกาย ส่งผลให้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเธอดีขึ้น อีกฝ่ายที่มีเพียงความเร็วจึงถูกเธอกดดันจนราวกับว่ากำลังยืนแกว่งดาบอยู่บนภูเขาไฟ ด้วยเปลวไฟที่ปะทุออกมาจากร่างกายราวกับว่าไม่มีวันหมดสิ้นทำให้หญิงสาวผมสีแดงได้เปรียบคู่ต่อสู้


    แอ็กเซลมองดูการต่อสู้ด้วยความรู้สึกสนใจไม่น้อย เขารู้จักหนึ่งในคนที่กำลังต่อสู้อยู่บนสนาม จากความทรงจำโมน่ายังไม่ใช่ระดับ 5 เธอเป็นหนึ่งในคนที่อ่อนแอไม่ต่างจากเขาเพราะถูกดักเล่นงานในซากโบราณสถานจากตระกูลของเธอ


    แต่มาวันนี้เธอเป็นระดับ 5 ดาวนอกจากนั้นแล้วยังดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าระดับ 5 ดาวทั่วไป การที่เธอยืนอยู่บนสนามในตอนนี้หมายความว่าอาชีพของเธอคืออาชีพที่ทรงพลัง แต่ถึงอย่างนั้นแอ็กเซลกลับสนใจวิธีการหายใจของเธอมากกว่า


    สิ่งที่ทรงพลังไม่ได้มาจากสกิลของเธอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทักษะของเธอคือสิ่งหนึ่งที่คอยกระตุ้นให้สกิลอาชีพทรงพลัง แอ็กเซลสังเกตได้ว่าวิธีการหายใจของเธอดูแปลกประหลาด การหายใจนี้กลับสอดคล้องกับการโจมตีของเธอ เขาจึงเชื่อว่าทักษะตระกูลที่เธอกำลังฝึกคือสิ่งที่ทำให้เธอกลายเป็นคนพิเศษ


    ผู้ที่ใช้เปลวไฟในการต่อสู้เขาเห็นบนสนามประลองหลายคน แต่ละคนก็มีจุดจบไม่สวยสักคน แต่สำหรับโมน่าดูต่างออกไป เปลวไฟของเธอดูมั่นคงและไม่ได้สั่นไหวไปตามสิ่งเร้ารอบตัว มันลุกไหม้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งอากาศ  เพียงแค่มีพลังคอสมิกเปลวไฟนี้สามารถลุกไหม้ได้แม้แต่จะอยู่ในอวกาศก็ตาม 


    ขณะที่เขากำลังวิเคราะห์วิธีต่อสู้โมน่ากลับพุ่งเข้าหาศัตรูด้วยการเปลี่ยนพื้นที่รอบตัวให้กลายเป็นเปลวไฟ นักดาบความเร็วแสงที่เห็นท่าไม่ดีจึงตวัดดาบตัดไฟรอบๆเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยแล้วตั้งรับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง เพียงแต่ว่าเปลวไฟที่ถูกตัดด้วยความเร็วหวังจะทำให้พวกมันดับไม่ต่างจากเป่าลมกลับไม่ยอมดับ พวกมันยังคงลุกไหม้เช่นเดิม ส่วนที่ตัดออกไปแทนที่จะสลายมันกลับร่วงหล่นลงพื้นเสริมให้เกิดเปลวเพลิงหนาแน่นมากยิ่งขึ้น


    “ หายไปแล้ว ”


    ความรู้สึกตกใจเผยบนใบหน้านักดาบความเร็วแสง เมื่อครู่มันมองเห็นคู่ต่อสู้ชัดเจน อีกฝ่ายกำลังพุ่งเป็นเส้นตรงเข้ามาหาตนเอง เพียงแต่ว่าเปลวไฟสายหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาขวางกั้นราวกับกำแพงกลับซ่อนศัตรู อีกฝ่ายที่ควรจะวิ่งทะลุหรือแหวกผ่าเปลวไฟกลับหายไป ไม่ว่าจะกวาดตามองดูอย่างไรก็หาไม่พ้น ทันใดนั้นเองร่างที่หายไปก็กลับมารวมตัวกันด้านหลังของนักดาบความเร็วแสงก่อนจะใช้ออกด้วยท่าฟันส่งผลให้นักดาบขอยอมแพ้เพราะแขนข้างที่ถนัดถูกตัดทิ้งไปแล้ว


    “ เหลืออีกคู่สินะ ”


    สายตาของนักศึกษาให้ความสนใจการต่อสู้คู่สุดท้ายเป็นพิเศษ เพราะมันจะต้องกินเวลานานอย่างแน่นอน อีก 2 คนที่ยังไม่ต่อสู้ใช้อาวุธเหมือนกัน ชุดเกราะก็เหมือนกัน อาชีพของพวกเขาทั้งสองยังคล้ายกันอีกด้วย คนหนึ่งมีอาชีพนักดาบแห่งแสง ส่วนอีกคนอัศวินแห่งแสง เมื่อเจ้าหน้าที่ให้ทั้งสองขึ้นไปบนเวที เหล่าผู้ชายล้วนแล้วเชียร์นักดาบแห่งแสง เนื่องจากว่าเธอเป็นผู้หญิงใบหน้าสะสวย ส่วนอีกคนเป็นชายใบหน้าธรรมดากำลังปลดปล่อยแสงสีทองออกมาจากร่างราวกับว่าเขาเป็นทวยเทพ


    “ เริ่มได้ ”


    เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณเริ่มต่อสู้ ทันใดนั้นเองหญิงสาวผู้ที่มีอาชีพนักดาบแห่งแสงก็ได้ปลดปล่อยออร่าสีทองออกมาจากร่างกายเช่นเดียวกันจนทำให้สนามส่องสว่าง


    แอ็กเซลจำได้ว่าเธอคือซิลเวียร์และเป็นหนึ่งในคนที่ถูกระบุว่าจะกลายเป็น 1 ใน 7 มังกรและฟีนิกส์ เขาจึงใช้งานดวงตารู้แจ้งอีกครั้งเพื่อเก็บความสามารถในการต่อสู้ของเธอให้มากยิ่งขึ้น


    “ ซิลเวียร์ เธอกล้าสู้กับฉันโดยไม่ใช่สกิลรักษาของเธอหรือเปล่า ”


    “ ทำไมฉันถึงใช้สกิลของฉันไม่ได้ เราทั้งสองมาที่นี่เพื่อเป็นอะไร หากฉันพลาดเพราะอยากจะอวดอาชีพกับนาย ฉันไปต่อสู้นอกรอบจะไม่ดีกว่าเหรอ ”


    “ นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นมาเริ่มกันเถอะ ”


    ดาบสองมือถือให้มั่น แต่ละฝั่งเริ่มหลับตาราวกับกำลังอวยพรบางอย่าง พริบตานั้นเองแสงสีทองก็เริ่มเปล่งประกายไปทั่วดาบจนทุกคนคิดว่าสกิลของทั้งสองนั้นเหมือนกัน


    แอ็กเซลกลับเห็นต่างออกไป สกิลของทั้งสองไม่เหมือนกัน ถึงแม้มันจะเสริมพลังโจมตีได้ก็ตาม ความสามารถในการเสริมของซิลเวียร์กลับสูงกว่า


    เมื่อทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันด้วยทักษะดาบ ออร่าสีทองยิ่งเปล่งประกายออกมาราวกับว่าพวกเขาคือทวยเทพที่พยายามจะเข่นฆ่ากัน ทุกครั้งที่ปะทะกันแสงจะสาดส่องออกไปรอบๆราวกับพระอาทิตย์ดวงโต เพียงแต่ว่าแสงสีทองกลับไม่ได้มีผลต่อพวกเขาทั้งสองคนที่กำลังฟาดฟันกันด้วยดาบเลยแม้แต่น้อย


    เปล้ง!


    เสียงปะทะกันของดาบส่งออกไปไกล การต่อสู้นี้ไม่มีการใช้หมัดหรือเท้าในการต่อสู้  รูปแบบโจมตีทั้งหมดพึ่งพาดาบและแสงที่ปลดปล่อยออกมา ทันใดนั้นทั้งสองก็กระโจนทิ้งระยะห่างก่อนจะชูดาบขึ้นไปบนฟ้าเรียกใช้งานสกิลเสริมร่างกาย สกิลทุกอย่างยังคงเป็นแสงสว่าง แต่ที่สร้างความตกใจให้ทุกคนคือสกิลที่เรียกใช้งานของทั้งสองดูต่างออกไปจากใครหลายคน


    ทางฝั่งของชายผู้ใช้อาชีพอัศวินแห่งแสงมีรูปดาบขนาดใหญ่ปรากฎเหนือศีรษะ เมื่อดาบใหญ่เล่มนี้ปรากฎออกมาพลังต่อสู้ของเขาก็เพิ่มสูงยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือซิลเวียร์ สิ่งที่ปรากฎออกมาเหนือศีรษะของเธอไม่ใช่ดาบ ภาพที่ทุกคนเห็นน่าตื่นเต้นมากเพราะเหนือศีรษะของเธอมีหญิงสาวใบหน้าสะสวยกำลังหลับตากุมมือภาวนา ด้านหลังของเธอนั้นมีปีกสีทองเหลืองอร่ามราวกับว่าเธอนั้นเป็นเทพธิดา


    เมื่อสกิลเสริมพลังของทั้งสองเปิดใช้งานการต่อสู้ด้วยดาบก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง หนนี้กลับต่างออกไป ความเร็วในการตวัดดาบดูรวดเร็วกว่าก่อนหน้า เสียงหนักแน่นหลังจากปะทะทำให้ทุกคนรู้ถึงน้ำหนักจากการโจมตีที่เพิ่มขึ้น  ทันใดนั้นเองแสงที่สาดส่องออกมาจากทั้งสองก็เริ่มมีการกลืนกินกันและกัน


    จากเดิมทั้งสองคนเป็นจุดสว่างคอยส่องแสงออกไปรอบด้าน แสงที่ส่องออกมาจากซิลเวียร์กลับค่อยๆกลืนกินแสงของอีกฝ่าย จนราวกับว่าเธอเป็นดวงไฟขนาดใหญ่ที่กำลังจะกลืนกินแสงเล็กๆ


    “ เปิดใช้งานจนได้ ดูเหมือนว่าเธอต้องการจะจบการต่อสู้นี้แล้ว ”


    หนึ่งในนักศึกษาจากสถาบันโนวาไพร์มขยับแว่น เขารู้จักสิ่งที่ซิลเวียร์ใช้งานเป็นอย่างดี การกลืนกินของแสงทำให้รู้ว่าเธอใช้งานสกิลไม้ตายแล้ว โดยแสงที่แผ่ออกจากร่างของเธอจะสร้างพื้นที่ต่อสู้ที่เธอได้เปรียบขึ้นมา ยิ่งแสงของเธอกลืนกินวัตถุและพลังงานรอบข้างได้มากเท่าไหร่ พลังต่อสู้ของเธอก็ยิ่งจะเพิ่มพูนขึ้น สุดท้ายสิ่งที่ถูกแสงของเธอกลืนกินจะกลายเป็นเหมือนมดตัวหนึ่งต่อหน้าของเธอ


    เพียงแต่ว่าศัตรูในครั้งนี้กลับไม่ยอมให้มันจบง่ายดายนัก เขาได้กระโจนออกมาตั้งหลักแล้วนำโล่ออกมาถือในมือ ต่อให้แรงในการตวัดดาบจะลดลงเพราะเปลี่ยนมาถือโล่ มันกลับได้พลังป้องกันมาแทน


    รูปโล่ปรากฎซ้อนด้านหลังดาบขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนศีรษะ ส่งผลให้แสงที่ค่อยๆถูกอีกฝ่ายกลืนกินมั่นคงอีกครั้งหนึ่ง


    “ ต่อหน้าแสงของฉันไม่มีอะไรป้องกันได้ แสงกลืนกิน ”


    การกลืนกินที่หยุดเอาไว้ได้เริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง อัศวินหนุ่มถึงขั้นเหงื่อตก เขานั้นรู้ดีว่าอาชีพของตนเองด้อยกว่าอีกฝ่ายมาก ถึงแม้จะใช้แสงเช่นเดียวกัน อาชีพของซิลเวียร์กลับมีการกลายพันธุ์ผสมรวมเข้าไปด้วยทำให้มันแข็งแกร่งเกินบรรยาย นอกจากนั้นแล้วเธอยังมีสกิลอีกหนึ่งอย่างที่ยังไม่ใช้ ต่อให้มันจะไม่ใช่สกิลไม้ตาย เขากลับไม่มีโอกาสชนะเลย


    “ คำอวยพรสุดท้าย ”


    แสงสว่างจากสกิลสุดท้ายระเบิดออกมาทั่วร่างของอัศวินจนราวกับเขาเป็นต้นกำเนิดของแสง  เพียงแต่ว่าแสงเหล่านั้นกลับค่อยๆหม่นลงหลังจากถูกแสงของอีกฝ่ายกลืนกินด้วยความรวดเร็ว ต่อให้มันจะพยายามเข้าไปสู้กับอีกฝ่ายก็ตาม ผลที่ออกมากลับไม่เป็นเหมือนเดิม  การถูกกลืนกินทำให้อีกฝ่ายพลังเพิ่มขึ้น การปะทะครั้งนี้จึงจบลงตรงที่มันไม่สามารถต่อสู้ได้เกิน 10 นาทีตามที่คาดหวังเอาไว้


    “ ยอมแพ้แล้ว ฉันสู้ไม่ได้จริงๆ นับว่าโชคไม่ดีเลยที่ต้องมาเจอเธอ ”


    อัศวินหนุ่มยิ้มด้วยท่าทางจนปัญญา ก่อนจะเดินลงจากสนามต่อสู้แล้วออกจากโคลอสเซียมไป ต่อจากนี้จะมีเพียงเจ้าหน้าที่และผู้ชนะทั้ง 8 คนเท่านั้น


    ผู้คนที่ดูการต่อสู้จากทางบ้านล้วนแล้วนั่งรอฟังประกาศว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินงานต่อไปเช่นไร เมื่อรู้ว่ามีเวลาพัก 1 ชั่วโมงต่างคนจึงต่างทำธุระของตนให้เสร็จสิ้น


    “ เราเตรียมห้องน้ำไว้ให้ 8 ห้องตามจำนวนคนที่อยู่ที่นี่ สามารถใช้งานมันได้ตามสะดวก ”


    แอ็กเซลหันมองไปยังห้องน้ำที่เจ้าหน้าที่พึ่งนำมาวางตั้งข้างๆตนเอง เขาจึงเดินเข้าไปใช้งานเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน การนั่งดูคนอื่นต่อสู้ทำให้เขาล้าดวงตาไม่น้อย 


    “  จะเลือก 7 คนสุดท้ายยังไงนะ ”


    จำนวนนักศึกษาที่เหลืออยู่คือ 8 คน แต่เจ้าหน้าที่ต้องการ 7 คนเพื่อเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ แอ็กเซลจึงคาดหวังกับการเลือก ซึ่งเขาวิตกเช่นเดียวกันเพราะกลัวว่าจะมีการแทรกแซงการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้


    กลุ่มคนที่พยายามเล่นงานเขาจะต้องทำทุกวิถีทางให้เขาพ่ายแพ้จนไม่สามารถกลายเป็น 1 ใน 7 มังกรอย่างแน่นอน เขาจึงคิดว่าควรจะเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆเพราะคนที่เหลือล้วนแข็งแกร่งทั้งหมด หลังจากล้างหน้าแปรงฟันแอ็กเซลจึงถือโอกาสอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องสวมใส่ การต่อสู้รอบต่อไปเขาจะต้องสดชื่นมากที่สุด


    “ เดี๋ยวนะ คนอื่นๆใช้ห้องน้ำแค่ 5 - 10 นาที นี่มันจะใช้ห้องน้ำจริงจังเกินไปไหม ”


    นักศึกษาสถาบันสเทิร์นไลท์พูดด้วยท่าทางขำขัน จำนวนผู้เข้าแข่งทั้ง 8 คนนั้น 7 คนได้ออกมาจากห้องน้ำกันแล้ว เพียงแต่ว่าแอ็กเซลกลับยังคงอยู่ในห้องน้ำไม่ยอมออกมาจนเวลาล่วงเลยมา 20 นาทีแล้ว ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยสนุกปากเพื่อฆ่าเวลา สายตาของทุกคนกลับจับจ้องมองไปยังประตูห้องน้ำของแอ็กเซล เมื่อพบว่าเขาออกมาแล้ว และออกมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน