นักเวทย์หญิงเดินเข้ามาใกล้ๆ มองชุดแต่งกายของทั้งสองคน “นายคนถือโล่ ถือว่าปกติ” คิ้วค่อยๆขมวด “แต่นายที่ใช้ดาบน้ำแข็ง นายมือใหม่นี่นา ฝีมือไม่ใช่เล่นๆเลย”
ซิสส่ายหน้า “ไม่หรอกฉันแค่โชคดี” คิวหันมามอง “เอ่อไม่ใช่ ฉันมีเพื่อนดี”
หล่อนหัวเราะ “ไปล่ะ ขอบใจมากที่ช่วยกัน”
“ทางนี้ก็เช่นกันนะ”
ทุกคนต่างก็เดินกลับไปยังหมู่บ้าน ยังคงมีสมาคมดอกไม้ไฟที่ยังฝึกหนัก ยิ่งธนูโดยไม่ใช้ลูกธนู
“คงจะใช้เป็ลูกธนูเวทย์สินะ” ซิสพูด
“นั่นหมายถึงก็ต้องมีโล่ที่เป็เวทย์ ฉันล่ะอยากจะเห็นจริงๆ” คิวพูดต่อ “ไม่สิถ้าทำได้ก็คงดี ฮ่าๆ”
คนใหม่เข้ามาเติมคนเก่าก็ออกเดินทาง ทุกสิ่งยังคงเป็เช่นนั้นเสมอ มีมา แล้วก็มีไป ธรรมชาติของโลก
วันรุ่งเช้าซิสออกไปทางทิศเหนือของหมู่บ้านอีกเช่นเคย เขายังคงมองออกไปไกลสุดที่จะมองเห็นได้ จินตนาการว่าพื้นที่สีแดง ดินแดนที่สิบสอง หน้าตามันจะเป็อย่างไร
“อยากจะไปแล้วหรอพ่อหนุ่ม” หญิงชราคนเดิมกับเมื่อวาน
“ก็ประมาณนั้นครับยาย” ซิสหันมามองยาย ใบหน้าหล่อนยังคงยิ้มไร้ฟันสักซีกมาที่ซิสก่อนจะหันไป
“กระหาย ้าพิสูจน์ตนเอง สับสน อยากเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน ความกังวล จิตใจไม่คงที่” ยายพูดทุกคำอย่างช้าๆ “เ็ป ก้าวต่อไป แต่ก็ห่วงด้านหลัง”
ซิสหยุดนิ่ง เหมือนรู้สึกว่ายายเข้ามานั่งในตัวตนของเขา ที่ยายพูดมาอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ทำไมมันถึงตรึงใจของเขาไว้ “ยาย้าอะไร”
“ฉันไม่้า นายสิ้า” ยายไอเบาๆก่อนจะพูดต่อ “นายปล่อยพลังงานออกมาโดยไม่รู้ตัว คิดเหรอว่าจะเก็บสิ่งต่างๆไว้ได้ การกระทำคนเรามันบอกอะไรได้หลายอย่าง”
ซิสรู้สึกจุกอก แต่ก็โล่งในเวลาเดียวกัน
“แววตาของนาย หนุ่มผมยาวหน้าอ่อน มันฟ้องว่านายกำลังปิดบังอะไรอยู่ ตกกลางคืน น้ำตาของนายจะไหลออกมาเสมอ เ็ปใช่ไหมล่ะ”
ซิสพยายามยืนนิ่งและทำตัวสบายที่สุด แต่ก็เหมือนยิ่งฝืน ในตอนนี้เขาอยากจะร้องไห้ออกมา ดวงตาเขาอยากทำเช่นนั้น ร่างกายก็อยากจะล้มลง และร้องไห้บนพื้นดิน ถ้าเขาไม่คิดมากคงทำลงไปแล้ว
ยายเริ่มสังเกตบางอย่าง จึงชวนซิสเข้าไปดื่มชา ในบ้านดอกทานตะวัน “ไม่ต้องห่วงหรอกฉันเป็หัวหน้าหมู่บ้าน”
“ยาย ดูท่าทางไม่น่าไว้ใจ” ซิสพูดออกมา เขาเอามือจับดาบ เหมือนกับรู้สึกหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
“ดาบนั้นทำอะไรยายไม่ได้หรอก ยายแก่แล้ว” หล่อนยิ้มไร้ฟันให้ซิส ก่อนจะดันประตูเข้าไป
ภายในห้องนั้นโล่ง กว้าง อีกมุมมองจากการที่เราเห็นจากภายนอก ประตูที่ก้านทานตะวันถูกเปิดออก เมื่อมาอยู่ภายใน ราวกับว่ามันกว้างเท่าบ้านสิบหลัง ภายในประดับไปด้วย น้ำตกขนาดเล็ก ถัดไปน่าจะเป็ห้องนอน หันมาทางขวา พื้นที่โล่ง มีชั้นหนังสือตั้งอยู่ติดกำแพง งานศิลปะบนผนัง ดอกไม้สีม่วงแขวนอยู่ริมบันได ไม้คทาเวทย์ รูปทรงเหมือนปีกของนางฟ้า ตั้งอยู่ มีโซฟาสีขาว โต๊ะเล็กๆวางถาดน้ำชา
ซิสกำลังเดินมองด้วยความตื่นตา ตื่นใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ยายให้ซิสเดินออกไปดูว่าใครมา ปรากฏว่า คิวเพื่อนของเขานั่นเอง ซิสเปิดประตูออก
“นายกำลังทำอะไร ฉันรู้สึกไม่สบายใจ เห็นหลังนายกำลังเข้ามาในก้านทานตะวัน” คิวหันมองรอบๆ “ไม่สินี่มันโคตรบ้าน แม่มดทำแน่นอน กว้างชะมัด”
“ถ้าเป็เพื่อนของเธอก็ให้เข้ามาเถอะ” ยายะโเสียงแหบออกมา
ทั้งคู่เดินเข้าไป คิวโค้งคำนับ “สวัสดีครับ หัวหน้าหมู่บ้าน คนนี้ฉันเคยเห็นคนในหมู่บ้านทำความเคารพ”
“ตามสบายเถอะหนุ่มน้อย”
“นายมาทำอะไรซิส”
“ฉันก็ไม่รู้ แค่รู้สึกว่ายายกำลังอ่านใจฉันอยู่” ทั้งคู่ส่งเสียงกระซิบไปมา
ยายไอเบาๆ ก่อนจะพูดว่า “ฉันชวนเธอมาดื่มชา”
“ฉันกำลังสงสัยว่ายายเป็แม่มด” ซิสกระซิบบอกคิว
“ฉันไม่ใช่แม่มด” ยายพูดต่อ “การจิบชา เป็สิ่งที่ดีที่สุด ร่างกายเราจะผ่อนคลาย ทุกอย่างที่ตรึงไว้จะผ่อนคลายออกมา ซึ่งเป็่เวลาที่แสนพิเศษ วันเวลาที่เรามีอยู่กับการตึงเครียดไปหมด สละเวลาเพียงเล็กน้อย เพื่อผ่อนมันออกไม่ดีกว่าหรอ”
ซิสมองแยมสตรอว์เบอร์รี คิวก็เช่นกัน
“พวกหัวหน้าหมู่บ้าน ชอบจิบชา กินคุกกี้ และกินแยมกันหมดเลยรึเปล่านะ” คิวสงสัย
ปีกนางฟ้าส่องแสงออกมา ยายวางถ้วยน้ำชาและบอกให้ทั้งสองกลับไปได้แล้ว ทั้งคู่มึนงง แต่ก็ทำตามที่ยายสั่ง คิวดึงประตูไม่ออก ส่วนตัวซิสก็ลอยอยู่บนอากาศเป็ที่เรียบร้อย
ยายรีบเดินไปที่คทาปีกนางฟ้า จับแล้วพยายามดึงออก แต่ก็ไม่เป็ผล “คทานางฟ้า มันจะตรวจจับพลังงานของปีศาจร้าย ซึ่งถ้าเป็แค่ปีศาจทั่วไป ก็ไม่น่าจะเป็อย่างนี้ การที่คทายังคงอัดแน่น หมอนั่นต้องมีปีศาจอยู่ในตัวแน่นอน”
คิวยืนมองและวิ่งมาที่ยาย ช่วยยายดึงคทานางฟ้า ตัวเขาก็ปลิวไปติดผนัง เขาลุกขึ้นมาแล้วก็นึกขึ้นได้ “ซวยล่ะสิ ดวงตาไฟสีเขียวที่อยู่ในสมุด”
สมุดคู่มือ เศษผ้าที่พันไว้หลุดออก แต่ไม่หลุดออกมาจากเอวของซิส ใยแมงมุมสีทอง เข้ารัดไว้แน่นกับตัวเขาเอง
“หมอนั่นยอมผูกตัวเองไว้กับปีศาจดวงไฟสีเขียว เ้าซิส้าแกร่งขึ้น หรือว่ามันอยากจะทำลายสมุดนั่น” คิวคิดวนไปวนมา
“มีปีศาจอยู่จริงๆสินะ” คุณยายพูด ในขณะที่ร่ายวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ ผงสีขาวเคลือบทั้งห้องเอาไว้ “มันจะต้องถูกกำจัดในห้องนี้ อย่าให้มันออกไปได้”
ใยแมงมุมสีทองส่องแสง มันรัดสมุดคู่มือนั้นไว้แน่น ดวงไฟสีเขียวเหมือนกำลังทรมานกับคทาปีกนางฟ้า ตัวซิสเองก็ลอยหมดสติอยู่กลางอากาศ ดวงไฟสีเขียวปรับรูปแบบตัวของมันเองให้เป็แผ่นกระดาษเล็กๆ เสียงร้องเ็ปจากแผ่นกระดาษ ไฟสีเขียวที่ลอยออกมา รวมเป็แผ่นเดียว