แสงตะวันเช้าวันรุ่งขึ้นสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีราคาแพงเข้ามายังเตียงนอนขนาดคิงไซส์หรูหรา ภายในห้องนอนใหญ่ของเพนท์เฮาส์สุดหรูชั้น 45 ใจกลางย่านธุรกิจสำคัญ ‘ใยไหม’ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกระบมตึงไปทั้งร่าง โดยเฉพาะบริเวณสะโพกและกึ่งกลางกายสาวที่เป็สัญญาณตอกย้ำเหตุการณ์เร่าร้อนในคืนฝนตกที่ผ่านมา รสรักของ ‘วินเซนต์’ ยังคงทิ้งรอยรักอุ่นร้อนและคราบน้ำรักจางๆ ไว้บนผิวกายเนียนละเอียดของเธอ
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่กว้างขวางทว่าเงียบเชียบ ชายหนุ่มผู้เป็เ้าของสถานที่และคุณหมอส่วนตัวของเธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว มีเพียงโน้ตแผ่นเล็กวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง:
*“นอนพักผ่อนนะครับเด็กดื้อ หมอมีธุระด่วนต้องไปจัดการข้างนอก ห้ามก้าวออกจากห้องนี้เด็ดขาด... วินเซนต์”*
ใยไหมขยับลุกขึ้นพยุงตัวอย่างยากลำบาก เสื้อเชิ้ตเชิ้ตตัวโคร่งสีดำของเขาที่เธอสวมใส่อยู่คลุมลงมาถึงต้นขา เธอเดินไปที่กระจกเงาและพบรอยแดงช้ำสีกุหลาบกระจายอยู่ทั่วลำคอระหงและเนินอก สะท้อนให้เห็นความหวงแหนและอารมณ์ดิบป่าเถื่อนของัหนุ่มที่ฝากฝังไว้บนตัวเธอ
เมื่อเดินออกมายังห้องโถงกว้างภายนอก เธอจึงพบว่าประตูทางออกทุกบานถูกล็อกด้วยระบบคีย์การ์ดสแกนลายนิ้วมือขั้นสูง และมีชายสวมสูทสีดำขลับร่างั์ยืนเฝ้าอยู่อย่างเงียบขรึมสองคน หนึ่งในนั้นคือ ‘อาเฟย’ มือขวาคนสนิทของหมอวิน
"สวัสดีครับคุณใยไหม คุณหมอวินสั่งไว้ให้ผมดูแลความปลอดภัยของคุณอย่างเข้มงวดที่สุด และเตรียมอาหารเช้าบำรุงสุขภาพไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ" อาเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงความหนักแน่นเปี่ยมหน้าที่
"ฉันถูกขังเหรอคะอาเฟย? แล้วหมอวิน... วินเซนต์ล่ะคะ?" ใยไหมถามพลางมองไปรอบ ๆ ป้อมปราการหรูหราแห่งนี้
"คุณหมอมี 'งานมาเฟีย' ที่ต้องเคลียร์ครับ... แก๊งพยัคฆ์ขาวบังอาจลอบใช้พิษทำร้ายนายใหญ่ พวกมันต้องชดใช้ด้วยเืและชีวิต และตอนนี้พวกมันก็สืบพบแล้วว่า ดร. มนตรี พ่อของคุณมีทายาทเหลืออยู่ พวกมันกำลังส่งคนออกตามล่าคุณเพื่อเค้นเอาสูตรยาลับรักษาโรคหัวใจรุ่นสมบูรณ์แบบครับ การอยู่ที่นี่คือการคุ้มครองคุณที่ดีที่สุด"
คำอธิบายของอาเฟยทำให้ใยไหมใจหายวาบ เธอตระหนักถึงความอันตรายอันน่าขนลุกของโลกมาเฟียที่พ่อของเธอเคยเข้าไปพัวพัน ทว่าอาการโรคหัวใจของเธอก็กำลังคอยคุกคาม ยาสมุนไพรสกัดที่เธอพกมาเหลืออยู่เพียงไม่กี่โดส และสารตั้งต้นสำคัญอย่างสารสกัดจากพืชหายากจำพวกมะลิป่าและโสมแดงสกัดยังอยู่ที่ห้องแล็บมหาวิทยาลัย หากเธอไม่ได้มันมาปรุงต่อภายในสองวันนี้ หัวใจของเธออาจล้มเหลวเฉียบพลันได้
"อาเฟยคะ... ฉันต้องไปมหาวิทยาลัยค่ะ ฉันลืมสารสกัดสมุนไพรสำคัญไว้ที่ห้องแล็บคณะวิทยาศาสตร์ ถ้าไม่มีมัน ฉันจะไม่มียากินและโรคหัวใจของฉันจะกำเริบในไม่กี่วัน" ใยไหมอธิบายด้วยสายตาอ้อนวอน
อาเฟยมีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเมื่อมองเห็นแววตาจริงจังและใบหน้าหวานที่ดูซีดเซียวลงเล็กน้อยของเธอ บอดี้การ์ดหนุ่มจึงยอมอ่อนข้อ "ถ้าอย่างนั้น ผมจะพาคุณไปเองครับ... แต่เราต้องไปอย่างเงียบที่สุด และมีคนของผมคอยอารักขาห่าง ๆ ห้ามคุณออกห่างจากสายตาเด็ดขาด"
---
บ่ายวันเดียวกัน ณ สวนพฤกษศาสตร์เงียบสงัดด้านหลังคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
แสงแดดรำไรส่องผ่านทิวยอดไม้ใหญ่ ลมพัดโชยกลิ่นไอดินและใบไม้ชื้น ใยไหมเดินถือกรงแก้วทดลองเข้าไปสกัดสารสำคัญจากเรือนเพาะชำสมุนไพรโบราณเงียบ ๆ โดยมีอาเฟยและทีมบอดี้การ์ดสวมชุดลำลองกระจายตัวเฝ้าระวังอยู่รอบนอกห่างออกไปราวห้าสิบเมตรเพื่อไม่ให้เป็เป้าสายตาของนักศึกษาคนอื่น
ทว่า ความเงียบสงบกลับแฝงเร้นด้วยอันตรายอันรวดเร็ว ชายฉกรรจ์สามคนในเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มพุ่งออกมาจากพุ่มไม้หนาด้านหลังใยไหมอย่างกะทันหัน หนึ่งในนั้นสะบัดผ้าชุบสารยาสลบอีเทอร์เข้มข้นตรงเข้ากอบกุมใบหน้าและจมูกรั้นของเธอไว้แน่นจากด้านหลัง!
"อื้อ! อ่อย..." ใยไหมพยายามดิ้นรนแต่ด้วยกำลังที่ต่างกันทำให้เธอสูดดมสารสลบเข้าไปจาง ๆ สติของเธอเริ่มเลอะเลือน ทว่าด้วยไหวพริบด้านวิชาเคมี เธอจึงแกล้งทำเป็ไร้เรี่ยวแรงปล่อยตัวสลบลงไปทันทีเพื่อลวงตาพวกมันและรอจังหวะหาทางหนี
"ได้ตัวลูกสาว ดร.มนตรีแล้ว! รีบพากลับไปส่งเสี่ยหูเร็วเข้า ก่อนคนของแก๊งัทมิฬจะรู้ตัว!" ชายคนที่เป็หัวหน้าสั่งการเสียงกระซิบพลางอุ้มร่างบางขึ้น
ทว่า พวกมันยังไม่ทันได้ก้าวเท้าพ้นแนวขอบสวนพฤกษศาสตร์ ร่างสูงสง่าภายใต้เสื้อกาวน์แพทย์สีขาวบริสุทธิ์ของ นพ. อัครวินท์ ก็ก้าวเดินเยื้องกรายออกมาจากเงามืดของแมกไม้อย่างเชื่องช้า ใบหน้าหล่อเหลาไร้ร่องรอยของคุณหมอผู้แสนดีที่เธอเคยรู้จัก ดวงตาเรียวคมกริบสีดำสนิทเย็นะเืและแฝงรังสีฆ่าฟันสีดำทมิฬจนบรรยากาศรอบข้างพลอยหนาวเหน็บราวกับขั้วโลก
"ปล่อยมือสกปรกของพวกมึงออกไปจากผู้หญิงของกู" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นะเืราวกับมัจจุราชที่เอ่ยคำพิพากษา
"ไอ้หมออัครวินท์! มึงมาได้ยังไง..." ชายฉกรรจ์ตระหนกใลนลาน
ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดอะไรต่อ หมอวินขยับตัวด้วยความเร็วปานผีสาง ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าหาชายคนแรกเตะอัดเข้ายอดอกสุดแรงจนตัวมันลอยละลิ่วไปกระแทกโคนต้นไม้ใหญ่ เสียงกระดูกซี่โครงหักสะบั้นดังกึกน่ากลัว ชายคนที่สองใพยายามควักปืนพกออกจากเอว ทว่าวินเซนต์กลับคว้าจับข้อมือมันบิดหมุนผิดรูปไปด้านหลัง เสียงกระดูกข้อมือแตกกระจายพร้อมเสียงร้องครวญครางอย่างโหยหวน เขาแย่งปืนมาได้และใช้ด้ามปืนฟาดหน้ามันจนสลบคาที่จมกองเืสีแดงฉาน
ชายคนสุดท้ายที่ถือมีดพกขยับถอยหลังลนลาน มันดึงตัวใยไหมขึ้นมาบังและใช้ใบมีดคมกริบจ่อคอหอยระหง "อย่าเข้ามานะไอ้หมอมาเฟีย! ไม่งั้นกูปาดคออีนี่ตายคาที่แน่!"
ใยไหมที่แกล้งสลบลืมตาตื่นขึ้นมาทันที เธออาศัยจังหวะที่มันมัวแต่มองหมอวินด้วยความกลัว กระทุ้งศอกเข้าที่ยอดอกและท้องน้อยของมันสุดแรงเกิด ชายคนนั้นชะงักและเ็ปจนคลายแรงมือ และในเสี้ยววินาทีนั้น หมอวินพุ่งเข้ามาคว้ามือข้างที่ถือมีดหักสะบั้นลงดินอย่างไร้ความปรานี เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบใหญ่พร้อมกับเท้าแกร่งที่เต้นเหยียบขยี้ลงบนหน้ามันจนสลบแน่นิ่งไปทันที
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว เืเย็น และโเี้ที่สุด ใยไหมยืนตัวสั่นเทาจ้องมองคุณหมอผู้เคยจับหูฟังตรวจโรค บัดนี้เนื้อตัวและเสื้อกาวน์สีขาวของเขาเปรอะเปื้อนคราบเืสีเข้มของศัตรู รังสีอัมหิตรอบตัวเขาทำเอาเธอหวาดกลัวและก้าวขาไม่ออก
ทว่าเมื่อวินเซนต์หันกลับมามองดวงตาสีดำสนิทดุร้ายของัคลั่งกลับอ่อนแสงลงทันที เขาก้าวเข้ามาอุ้มร่างบางที่สั่นเทาเข้ามากอดแนบอกอย่างรักใคร่และหวงแหน
"ปลอดภัยแล้วครับยัยหนู... หมอมาช่วยแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ" น้ำเสียงทุ้มละมุนเหมือนคนละคนกับมัจจุราชเมื่อครู่
อาเฟยและลูกน้องบอดี้การ์ดวิ่งเข้ามาจัดการเก็บกวาดซากและรอยเือย่างรวดเร็ว หมอวินอุ้มใยไหมขึ้นรถตู้หรูติดฟิล์มดำสนิท เดินทางตรงกลับไปยังเพนท์เฮาส์ทันที ตลอดทางเขาเงียบขรึมและแผ่รังสีความน่ากลัวจนใยไหมไม่กล้าพูดอะไร
เมื่อกลับมาถึงห้องนอนใหญ่ หมอวินวางเธอลงบนเตียงกว้างอย่างแรงทว่าระมัดระวังไม่ให้เธอาเ็ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานด้วยความโกรธจัดและคลั่งรักห่วงใยผสมปนเปกันจนน่ากลัว
"เธอแอบออกไปข้างนอก... ทั้งๆ ที่ฉันเตือนแล้วใช่ไหมใยไหม!" วินเซนต์คำรามเสียงต่ำอย่างเผด็จการ "ถ้าฉันไปช่วยไม่ทัน ป่านนี้เธอจะเป็ยังไงรู้ไหม!"
"ฉันจำเป็ต้องใช้สมุนไพรมาปรุงยาบำรุงหัวใจค่ะ! ถ้าไม่มีมันฉันก็อาจตายเหมือนกัน!" ใยไหมเถียงกลับเสียงสั่น แววตาสู้ไม่ถอยแม้จะหวาดกลัว
"แต่วิธีของเธอมันโง่มาก! รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันแทบเป็บ้าคุมตัวเองไม่อยู่ตอนที่รู้ว่าเธอหายไป!"
ความหวั่นไหวสะสมและความกลัวว่าจะสูญเสียเธอไปทำให้วินเซนต์หมดความอดทน ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนตัวเธอ ปิดปากอิ่มด้วยจูบที่ร้อนแรงป่าเถื่อนและเอาแต่ใจอย่างที่สุด มือหนากระชากกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอจนหลุดกระจาย ปลดเปลื้องเสื้อผ้าเปียกเหงื่อออกจนร่างบางเปลือยเปล่าใต้ร่างของเขา
"หมอวิน... อย่าดุ... อ๊ะ... เจ็บ..." ใยไหมครางแ่ ััอุ่นร้อนจากมือและปากของเขาเร้าอารมณ์รักและเสียวซ่านให้ปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"ต้องลงโทษเด็กดื้อ... ให้จำใส่หัวใจไว้ว่าห้ามหนีไปจากกรงขังของฉันอีก" วินเซนต์กระซิบเสียงพร่าเลือน ลากลิ้นอุ่นชื้นชโลมยอดอกคู่งามบดขยี้จนเธอสั่นสะท้านสะโพกมนขยับรับแรงอารมณ์
เขารวบมือบางสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ปลดเข็มขัดและกางเกงของตนออก แก่นกายร้อนขยายขนาดใหญ่โตสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นของเธอรวดเดียวจนใยไหมหวีดร้องลั่นห้อง คลื่นความเสียวซ่านและความเป็เ้าของถาโถมเข้าใส่จนร่างกายของเธอสั่นคลอนไปตามจังหวะกระแทกกระทั้นอันหนักหน่วงและดุดันของัหนุ่ม
*พั่บ! พั่บ! พั่บ!*
เสียงสะโพกสอบกระทบกับสะโพกมนดังประสานกับเสียงครางสั่นระริกของใยไหมที่หมดทางสู้และพ่ายแพ้ต่อบทรักแสนโหดปนคลั่งรักชวนฝันของเขา วินเซนต์ก้มลงประกบจูบหวานซึ้งดูดดื่ม บดเบียดแก่นกายเน้นย้ำความดุดันฉีดพ่นน้ำรักอุ่นร้อนเข้าไปในช่องทางรักจนเอ่อล้นทะลักออกมาเปรอะเปื้อนที่นอนสีขาวหรูหรา
ใยไหมนอนเหนื่อยอ่อนซบหน้ากับแผ่นอกแกร่งที่เปียกเหงื่อของมาเฟียหนุ่ม วินเซนต์กระชับอ้อมกอดแแ่ จูบซับเหงื่อบนหน้าผากเธออย่างรักใคร่และพึมพำข้างหูเธอซ้ำๆ ราวกับคำสาป
"เธอหนีไปไหนไม่ได้อีกแล้วใยไหม... กรงทองแห่งนี้จะเป็ของเธอ และเธอคือของฉันชั่วนิรันดร์."