วันรุ่งขึ้น ฮายอนตั้งใจว่าวันนี้จะตรงไปยังโรงเตี๊ยมจันทราเลย เนื่องด้วยเมื่อวานนางเจอกับเหตุการณ์ชวนให้หงุดหงิด จนหมดอารมณ์จะไปที่ใดต่อ นางจึงกลับจวนโดยที่ยังไม่ได้พบท่านยายเสียด้วยซ้ำ โดยวันนี้นางเลือกที่จะไม่ปลอมตัวใดๆ ทั้งสิ้น
ระหว่างที่นางเดินผ่านร้านขายของในตลาดนั้น ร่างของนางก็เซจนเกือบล้ม จากแรงปะทะที่ชนโดนตัวนางอย่างจัง
เมื่อเธอก้มลงมอง ก็เห็นต้นตอของแรงปะทะ เด็กชายตัวป้อมหน้าตามอมแมม ใส่เสื้อผ้าขาดๆโทรมๆ ล้มกองอย่างหมดสภาพอยู่บนพื้น
สีหน้าของเด็กชายผู้นั้นดูตื่นกลัวพิกล ราวกับกำลังถูกใครไล่ล่า และเธอก็ไม่จำเป็ต้องเสียเวลาตามหาคนที่ไล่ล่าเด็กชายตัวน้อยให้ยากเย็น
"เอาอาหารของข้าคืนมานะ เ้าหัวขโมย" เ้าของร้านที่เป็หญิงวัยกลางคนพูดด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับวิ่งเข้าไปทำร้ายเด็กคนนั้น
"หยุดก่อนเ้าค่ะ" เสียงหวานใสดังขึ้นทำให้เ้าของร้านหยุดชะงัก
ฮายอนรีบเดินเข้าไป ขวางระหว่างเ้าของร้านและเด็กน้อยผู้นั้น นางไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น แต่นางทนเห็นเด็กถูกทำร้ายไม่ได้
"เกิดอันใดหรือเ้าค่ะ ท่านป้า"
"ก็ไอ้เด็กนี่มันขโมยอาหารข้านะสิ" เ้าของร้านตอบด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว
"ขโมยงั้นหรือ" ฮายอนทวนคำ เมื่อมองไปที่พื้นข้างเด็กชายผู้นั้น เธอก็เห็นเม็ดข้าวกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น และมีหมั่นโถวอีกสองลูกที่เด็กชายผู้นั้นกอดไว้แน่นราวกับเป็ของล้ำค่า
นางรู้สึกว่าเด็กชายผู้นั้นน่าจะมีความจำเป็บางอย่างที่ผลักดันให้เขาต้องทำตัวเป็โจร หญิงสาวทอดถอนใจอย่างเวทนาในโชคชะตาของเด็กชาย ก่อนจะล้วงหยิบเงินออกมาจากถุงผ้าใบน้อย ส่งให้กับเ้าของร้าน
"เท่านี้คงพอค่าอาหาร ท่านป้าปล่อยเด็กไปเถอะ" เสียงหวานเอ่ยไกล่เกลี่ย
เ้าของร้านหน้าโหดทำเสียงฮึดฮัดอย่างหงุดหงิด คล้ายเสียดายที่ไม่ได้จัดการเ้าหัวขโมย ทว่าสุดท้ายก็ยอมรับเงินไปแต่โดยดี แต่ไม่วายเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจากไป
"คราวหน้า ถ้าเ้ากล้าขโมยของของข้าอีก ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่"
เมื่อเ้าของร้านเดินลับสายตาไปแล้ว หญิงสาวก็หันไปสอบถามเื่ราวของเด็กชายผู้นั้นทันที
"น้องชายทำไมเ้าถึงทำเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่าการขโมยเป็สิ่งผิด"
"คือ...ข้า ข้า...ข้า..." เด็กชายทำเสียงอึกอัก พร้อมก้มหน้างุด ไม่กล้าสบสายตาใคร
"ข้าจำเป็"
"บอกความจำเป็ของเ้าให้ข้ารู้ได้หรือไม่ เผื่อว่าข้าอาจจะช่วยเ้าได้"
"แม่ข้าป่วยมาหลายวันแล้วขอรับ และนางก็ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วเช่นกัน ข้ามิมีเงิน ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรดี" เด็กชายผู้นั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เอ่ยตอบไปด้วยน้ำตานองหน้า
"แม่ของเ้าป่วยด้วยโรคอะไรหรือ"
"ข้าไม่รู้" หัวเล็ก ๆ ส่ายดุ๊กดิ๊ก
"พวกเราไม่มีเงินพอจะหาหมอ ั้แ่ที่ท่านพ่อจากไป พวกเรา...พวกเรา..." คำพูดขาดหายไป พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่ดังขึ้นแทน
"เด็กน้อย เ้าชื่ออะไร"
"ข้าชื่อ ยุนซอง ขอรับ"
"งั้นเ้าพาข้าไปพบแม่เ้าได้หรือไม่ ยุนซอง"
เด็กน้อยพยักหน้า แล้วจึงพาฮายอนและแฮซูไปยังบ้านของเขา
---
อีกด้านหนึ่ง บนชั้นสองของโรงน้ำชา
มีบุรุษผู้หนึ่งทวงท่าสง่างาม แม้อยู่ในชุดธรรมดา ก็ไม่สามารถปิดบังความหล่อเหล่าได้ กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ เมื่อเห็นว่าฮายอนกำลังเดินตามเด็กชายตัวน้อยผู้นั้นไป เขาก็รีบตามไปทันที
"เรารีบไปกันเถอะ" องค์ชายรองสั่งองครักษ์ที่ติดตามทั้งสองคน
"มีอะไรหรือพะยะค่ะ" องครักษ์ผู้หนึ่งถามขึ้น
"มิมีสิ่งใดหรอก ข้าเพียงแค่อยากรู้เื่บางอย่างเท่านั้น" มุมปากขององค์ชายรองยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นทั้งสามคนก็แอบตามสตรีทั้งสองไปห่างๆ โดยไม่ให้รู้ตัว ซึ่งพวกเขามั่นใจเป็อย่างมากว่า ด้วยวรยุทธ์ระดับพวกเขานั้น สตรีทั้งสองตรงหน้าไม่มีทางรู้ตัวเป็แน่
---
ณ บ้านของยุนซอง
พวกนางเดินออกมาไกลพอสมควรกว่าจะถึงบ้านของเด็กชายตัวน้อย ระหว่างทางนางได้ลองสอบถามเื่ราวของเด็กชายบางแล้ว ทำให้เธอได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว เด็กชายผู้นี้เป็ลูกของขุนนางผู้หนึ่งในเมืองแพ็กเจ ซึ่งถูกทางการจับตัวไปโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้เป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง เขากับมารดาจึงต้องหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่เมืองชิลลา และเมื่อไม่นานมานี้มารดาของเขาก็เริ่มล้มป่วย อาจจะเนื่องด้วยต้องทำงานหนักจนร่างกายสู้ไม่ไหวก็เป็ได้ ทำให้ร่างกายของนางอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนไม่อาจทำงานอะไรได้อีก
ฮายอนกวาดตามองสภาพบ้านด้านนอกที่ดูทรุดโทรมนัก ยิ่งเดินเข้ามาด้านในยิ่งน่าหดหู่ สภาพบ้านที่ว่างเปล่า ร้างเครื่องเรือน มีเพียงโต๊ะเก่าๆผุพัง ตั้งอยู่กลางบ้าน และเตียงนอนเก่าๆอีกหนึ่งชิ้นตั้งอยู่ติดริมกำแพง บนเตียงเบื้องหน้าของนาง มีร่างผอมบางผิวขาวซีดของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งนอนหลับตาพริ้มอยู่
"ท่านแม่!" ยุนซองรีบวิ่งเข้าไปหามารดาทันที เขาเอ่ยเรียกพรางเขย่าตัวนางเบาๆ
"ยุนซองลูกแม่..." เสียงระโหยแหบพร่า มือที่อ่อนแรงของนางยกขึ้นััใบหน้าของบุตรชายอย่างรักใคร่
"...แม่รัก...เ้านะ ยุนซอง..." จากนั้นมือที่ััใบหน้าของบุตรชายก็ล่วงลงข้างตัว พร้อมกับลมหายใจที่ดับลง
"ท่านแม่!!!" เสียงกรีดร้องของเด็กชายดังก้องไปทั่วบ้าน เมื่อเห็นดวงตาของมารดาปิดลงพร้อมคำบอกรักสุดท้าย
ฮายอนและแฮซูต่างเบือนหน้าหนีจากภาพเบื้องหน้า ความโศกเศร้าของเด็กชายถาโถมเข้าใส่ จนน้ำตาของทั้งสองหยดลงบนแก้ม พวกนางยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างช้า ๆ
ฮายอนเดินไปปลอบประโลมเด็กชายตัวน้อยอย่างอ่อนโยน น่าสงสารเหลือเกิน นางโชคดีกว่าเด็กชายผู้นี้ยิ่งนัก ที่สูญเสียครอบครัวไปตอนนางโตพอช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว และยังได้โอกาสมาเกิดใหม่ในครอบครัวที่มีท่านพ่อท่านยายที่รักนางเช่นนี้อีก แต่กลับเด็กชายผู้นี้เล่า เฮ้อ......
ในเมื่อเด็กชายผู้นี้ไม่มีที่ไป และไม่มีผู้ใดคอยดูแล ดังนั้นนางจะพาเด็กชายผู้นี้ไปอยู่ที่จวนแม่ทัพด้วย เพราะที่จวนนั้นมีห้องพักอยู่มากมาย เพิ่มยุนซองไปอีกสักคนก็คงไม่เป็ภาระอันใด
---
อีกด้านหนึ่ง ในบริเวณใกล้ๆกับบ้านของเด็กชายตัวน้อย
บุรุษหนุ่มทั้งสามที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นั้น ก็รู้สึกสงสารในโชคชะตาของเด็กน้อยผู้นั้นไม่ต่างจากสตรีทั้งสอง
"เ้าไปลองสืบเื่ราวของ บิดาเด็กผู้นั้นมาที ได้เื่อย่างไรค่อยมารายงานข้า" องค์ชายรองสั่งองครักษ์ที่ติดตามทั้งสองคน
เมื่อบุรุษทั้งสามเห็นว่าสองสตรีและหนึ่งเด็กชายที่พวกเขาเฝ้าจับตาอยู่ ได้ออกจากบ้านเพื่อเดินทางกลับจวนแม่ทัพแล้ว ก็รีบแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนอย่างรวดเร็ว