“ข้าและว่าที่ฮูหยินขอคารวะ ท่านเ้าสมุทร” ท่านจอมมารกล่าวได้เต็มปากเต็มคำ
“ท่านน่ะ” หนานยี่เขินไม่คิดว่าท่านจอมมารจะกล่าวเช่นนั้น “เอ่อ ขอคารวะ ท่านเ้าสมุทรเ้าค่ะ”
“ดูท่าทีแล้ว ทั้งสองคงตกลงปลงใจกันไปแล้วล่ะสินะ ยินดีด้วยจริงๆ ในที่สุดท่านจอมมารก็สมหวังในความรักเสียที” เทพเ้าสมุทรกล่าวแสดงความยินดี
“ขอบคุณมากท่านเ้าสมุทร” ท่านจอมมารกล่าวและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“แล้ว เทพหงอัคคีล่ะเ้าคะ นางล่วงหน้ามาที่นี่ก่อนพวกเราเสียอีก” หนานยี่สงสัย
“ข้าไม่เห็นนางเลยนะ นางไปที่อื่นก่อนหรือเปล่า” เทพเ้าสมุทรไม่เห็นวี่แววของนางเลย
“ไม่นะ นางบอกว่าจะมาเมืองบาดาลจริงๆ นะเ้าคะ” หนานยี่สงสัย
“นางคงติดธุระที่อื่นก่อนกระมัง อย่าห่วงนางเลย ยังไงนางก็มีอิทธิฤทธิ์คุ้มครองตน” เทพเ้าสมุทรกล่าว
“ข้ามาที่นี่ด้วยเื่ขององค์ชายหยางหู่” ท่านจอมมารเกริ่นเื่
“ข้ารู้ข่าวมาบ้างแล้ว ตอนนี้องค์ชายหยางหู่ได้ยึดครองเมือง์ไปแล้ว องค์เง็กเซียนฮ่องเต้และบรรดาราชวงศ์ถูกกุมขังกันหมด ส่วนองค์รัชทายาทหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย” เทพเ้าสมุทรเล่า
“ไม่น่าเชื่อว่าองค์ชายหยางหู่จะดำเนินการเร็วถึงเพียงนี้” หนานยี่กล่าว
“คิดว่าคงเตรียมแผนการมานานแล้วล่ะ” เทพเ้าสมุทรคาดการณ์
“แล้วท่านพอมีแผนรับมือหรือไม่” ท่านจอมมารถาม
“ตอนนี้ข้าชราภาพมากแล้ว แม้จะมีพลังสามารถต่อกลอนองค์ชายได้ แต่สภาพร่างกายกลับไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย” อายุเทพเ้าสมุทรเป็พันปี แต่ลักษณะภายนอกดูเหมือนคนอายุวัย 55 ปี
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะเ้าคะ” หนานยี่สงสัย
“ข้าสามารถถ่ายทอดพลังให้ลูกเขยของข้าได้ แต่คิดว่าเทพัผู้เดียวคงรับมือไม่ไหวหรอก เพราะองค์ชายให้ลูกน้องฝึกพลังอัคคีด้วย” เทพเ้าสมุทรกล่าว
“แล้วจะทำยังไงล่ะเ้าคะ ในเมื่อท่านสามารถถ่ายทอดพลังให้เฉพาะลูกชายหรือลูกเขยเท่านั้น” หนานยี่สงสัย
“เอาอย่างนี้ดีมั้ย เ้าก็มาเป็บุตรสาวบุญธรรมของข้าสิ หนานยี่ แล้วให้สามีของเ้าฝึกพลังของข้าไง” เทพเ้าสมุทรกล่าว
หนานยี่หน้าแดง “แต่พวกเรายัง….”
“อ้อ ข้าเข้าใจ ข้าจะจัดพิธีมงคลสมรสให้กับเ้าและจอมมารด้วย แต่ต้องทำใจหน่อยนะ เพราะ์เกิดเหตุวุ่นวาย จึงไม่อาจเชิญผู้ใดมาร่วมงานแต่งของพวกเ้าได้” เทพเ้าสมุทรกล่าว
“เื่นั้น ข้าไม่ได้ห่วงหรอกเ้าค่ะ” หนานยี่กล่าวเพราะนางกับท่านจอมมารยังไม่ได้ตกลงเื่แต่งงานเลย
“ขอบคุณท่านมาก ท่านพ่อตา” ท่านจอมมารรีบฉวยโอกาสทันที
“หัวเร็วจริงๆ นะ เ้าลูกเขย คงดีใจมากล่ะสิ” เทพเ้าสมุทรเดาจากสีหน้า
“ข้าดีใจมาก และรักท่านมากด้วยท่านพ่อตา” ท่านจอมมารกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เอาล่ะ งั้นก็เริ่มพิธีรับบุตรบุญธรรมก่อนก็แล้วกัน วันพรุ่งนี้ค่อยจัดพิธีมงคลสมรส ว่าแต่คืนนี้พวกเ้าต้องนอนแยกห้องกันก่อนนะ” เทพเ้าสมุทรกล่าว
“แต่ข้านอนไม่หลับนี่ ข้าเคยชินกับการนอนกอดนางทุกคืน” ท่านจอมมารหลุดปาก
“ท่านว่าไงนะ นี่ท่านนอนกอดข้าทุกคืนเลยงั้นหรอ” หนานยี่ใเพราะนางไม่เคยรู้ตัวเลย
“ก็ข้าอดใจไม่อยู่นี่หนานยี่ กว่าที่ข้าจะอยู่ใกล้เ้าได้ ข้าก็ต้องรีบฉวยโอกาสไว้สิ” ท่านจอมมารกล่าว
“ท่านน่ะ” หนานยี่เริ่มโกรธเพราะโดนฉวยโอกาสมาโดยตลอด
“ไม่เอาน่า ลูกสาวของข้า ยังไงเ้าก็ต้องแต่งงานกับเขาอยู่แล้ว อภัยให้เขาเถอะ” เทพเ้าสมุทรกล่าว
“ค่ะ ท่านพ่อ” หนานยี่กล่าว
“ดีมาก งั้นเ้าไปหาซือเหนียง น้องสาวของเ้าก่อนก็แล้วกัน ค่อยว่ากันใหม่” เทพเ้าสมุทรกล่าว
*******************************************
ณ ห้องของซือเหนียง
“ข้าดีใจจริงๆ นะ ที่ได้ท่านเป็พี่สาวของข้า” ซือเหนียงกล่าวอย่างจริงใจ
“แต่ข้าแย่งคนรักของเ้าไป เ้าไม่โกรธข้างั้นหรอ” หนานยี่สงสัย
“ใครบอกว่าล่ะ ว่าแย่ง ท่านจอมมารเป็ของท่านั้แ่แรกแล้วต่างหาก เขามีรักมั่นต่อท่านมากเลยนะ แม้ว่าข้าจะแอบอิจฉาท่าน แต่ตอนนี้ข้ามีรักมั่นกับท่านพี่ัแล้ว และท่านพี่ก็รักข้าตอบด้วย มันมีความสุขกว่าการรักข้างเดียวตั้งเยอะ” ซือเหนียงกล่าวด้วยสีหน้าที่แช่มชื่น
“ข้าอยากให้น้องสาวแท้ๆ ของข้าดีอย่างเ้าจริงๆ น่าเสียดายที่ข้าดูแลนางได้ไม่ดี” หนานยี่กล่าว
“มันไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก ความดีความชั่วมันขึ้นกับตัวบุคคล ขนาดท่านจอมมารเป็มาร ท่านยังเป็มารที่ดีได้เลย” ซือเหนียงกล่าว
“นั่นสิ” หนานยี่เห็นด้วย
“เดี๋ยวข้าแต่งหน้าทำผมให้ท่านเสร็จก็รีบออกไปกันเถอะ” ซือเหนียงกำลังแต่งหน้าให้
“หน้าตาของข้าเป็แบบนี้แล้ว ไม่จำเป็ต้องแต่งมากก็ได้” หนานยี่ทำใจกับใบหน้าอัปลักษณ์
“ยังไงท่านก็ดูดีในสายตาข้าเสมอ พี่หนานยี่” ซือเหนียงเรียกพี่ได้เต็มปากเต็มคำ
พอแต่งตัวเสร็จ ซือเหนียงก็พาพี่สาวบุญธรรมไปที่ห้องประชุมใหญ่ เพื่อให้ท่านพ่อแนะนำบุตรสาวบุญธรรม
“เอาล่ะ ข้าจะแนะนำบุตรสาวบุญธรรมของข้า นางคือหนานยี่” เทพเ้าสมุทรประกาศ
“ขอคารวะ คุณหนูหนานยี่” บรรดาขุนนางในเมืองบาดาลกล่าวพร้อมกัน
“รีบลุกขึ้นเถิด อย่าได้เกรงใจเลยนะ” หนานยี่กล่าว
“ขอบคุณ คุณหนูหนานยี่” บรรดาขุนนางในเมืองบาดาลกล่าวพร้อมกัน
วันถัดมา เทพเ้าสมุทรก็จัดพิธีมงคลสมรสให้กับท่านจอมมารและหนานยี่อย่างสมเกียรติ แม้ว่าแเื่จะไม่ได้เยอะแยะมากมายก็ตาม แต่ทุกคนในวังบาดาลต่างให้เกียรติคุณหนูหนานยี่และท่านจอมมาร ไม่มีใครนึกรังเกียจท่านทั้งสองเลย
จนกระทั่งถึงคืนส่งตัวเข้าหอ ทั้งคู่ทานเหล้ามงคลเสร็จ หนานยี่ก็เลยจะเดินออกไป
ท่านจอมมารรีบกอดจากทางด้านหลังทันที “เ้าจะไปไหนน่ะ เ้าสาวของข้า”
“ก็พวกเราเข้าหอกันแล้วนี่ ข้าก็จะไปนอนไง” หนานยี่กล่าวด้วยสีหน้าเ็า
“บ้าสิ ตอนนั้นข้าทำไปโดยไร้สติ แต่ตอนนี้ข้าจะไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปหรอก” ท่านจอมมารกล่าว
“เดี๋ยวสิ ใจเย็นๆ สิ ท่านพี่ เดี๋ยว…”
และแล้ว เ้าบ่าวเ้าสาวก็เข้าหอกันอีกคืน
เ้าสาวนอนกอดกับเ้าบ่าวอย่างเต็มใจ เลยสอบถามทันที “ท่านไม่รังเกียจใบหน้าอัปลักษณ์ของข้างั้นหรือ”
“ตอนแรกข้ายอมรับว่าข้าหลงรักในรูปโฉมของเ้าจริงๆ หนานยี่ แต่หลังจากที่พวกเ้าสลับร่างกัน ข้าก็รู้สึกแปลกใจตนเองอยู่เหมือนกันว่า ทำไมข้าถึงอยากให้นางมารน้อยเสี่ยวหงรับใช้ข้าอยู่ไม่ห่าง ข้าก็เลยหาเื่ลงโทษเ้าตลอดเวลา แต่พอถึงคืนที่ข้าไปเอาลูกแก้วอัคคี แล้วถูกเทพหงอัคคีสาปข้าให้เป็ลูกแก้วสมุทร ข้าจึงรับรู้เหตุผลแล้วว่า ที่แท้ข้าก็อยากอยู่ใกล้เ้า หนานยี่ ั้แ่นั้นมาข้าก็สัญญากับตัวเองว่าข้าจะปกป้องเ้าที่อยู่ในร่างนางมารน้อยให้ดีที่สุด จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเ้าได้” ท่านจอมมารกล่าว
“แต่ท่านรังแกข้าเสียเองนี่” หนานยี่กล่าวอย่างเขินๆ
“เปล่านะ มันเป็การแสดงความรักต่างหาก” ท่านจอมมารหอมแก้มภรรยาเพราะนึกหมั่นเขี้ยว
“หลังจากนี้ท่านต้องฝึกวิชาและต้องไปต่อกลอนกับองค์ชายหยางหู่อีก ท่านต้องระวังตัวด้วยนะ ห้ามตายเด็ดขาด” หนานยี่กล่าวอย่างเป็ห่วง
“เพื่อเ้าแล้ว ข้าจะกลับมาหาเ้าแน่นอน” ท่านจอมมารกล่าวอย่างจริงจัง
ท่านจอมมารจูบหน้าผากภรรยาเบาๆ แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมตัวฝึกพลังของเทพเ้าสมุทรพร้อมกับเทพั
ส่วนตัวหนานยี่เองก็ต้องช่วยซือเหนียงคอยดูแลตำหนักใน พวกนางต้องทำหน้าที่เป็ศรีภรรยาเต็มตัว
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเทพหงอัคคีกันล่ะ เหตุใดนางถึงไม่ได้อยู่ที่วังบาดาล