บริเวณชั้นในสถานศึกษาวิญญูผ่านฟ้า
ลำธารใสกระจ่างแลเห็นปลาน้อยใหญ่ว่ายเวียนวนไปมาผสมกับเสียงน้ำไหลเคล้าคลอกับเสียงน้ำตกกระทบหินที่ห่างออกไปไม่ไกลนักบวกกับเสียงนกนานาพันธุ์ แข่งขันกันขับร้อง โอ้อวดเสียงอันไพเราะของตน ทุกสิ่งทุกอย่างหลอมรวมกันเป็ท่วงทำนองแห่งธรรมชาติที่น่าฟังข้างลำธารมีมีบุรุษวัยกลางคน ไว้หนวดเคราแลดูคมเข้ม ให้ความรู้สึกว่านี่คือผู้น่านับถือคนหนึ่ง เขากำลังนั่งตกปลาอยู่ แต่!!แม้ปลาทั้งหลายจะว่ายวนเวียนอวดลีลาที่พลิ้วไหวให้เห็นกันอย่างนี้ ก็ไม่มีตัวใดเลยที่จะกินเบ็ดชายวัยกลางคนผู้นี้!?ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าชายผู้นี้นั่งอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?แต่คงไม่ใช่วันสองวันเป็แน่ เพราะเสื้อผ้าเริ่มมีตะไคร่ และหญ้างอกขึ้นมาแล้ว!?เพียงไม่นานเสียงสายลมที่ดูผิดแปลก ไม่เข้ากับท่วงธรรมนองธรรมชาติเดิมที่เคยมีสิ้นเสียงมีชายรูปร่างสูงใหญ่ และสวมหน้ากากทองเหลืองปิดบังใบหน้า
“นายท่านอาจารย์ใหญ่”ชายผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นกล่าวด้วยความเคารพ “อืม..การทดสอบแรกของปีนี้เสร็จสิ้นแล้วสินะ?”อาจารย์ใหญ่กล่าวขึ้นด้วยท่าทีสงบ ยังคงอยู่ในรูปลักษณ์เดิมไม่เปลี่ยนแปลงราวกับว่าต่อให้ฟ้าจะถล่ม ไม่สามารถสั่นคลอนเขาได้!!
“ขอรับผู้ที่สามารถผ่านรอบแรกได้มีทั้งสิ้น 643 คน ขอรับและในนั้นมีคนได้คะแนนเต็ม 5 คน ขอรับ!!” “ฮะ!!! ได้คะแนนเต็ม 5 คน นี่เ้าคิดจะล้อข้าเล่นหรือ!?”อาจารย์ใหญ่พูดอย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย จะเป็ไปได้อย่างไร?การสอบแต่ล่ะครั้งที่ผ่านมาอย่าว่าแต่จะได้เต็มเลย แม้ให้ใกล้เคียงยังหายากคนที่เคยได้เต็มครั้งสุดท้ายมันก็นานมาแล้ว เมื่อร้อยกว่าปีก่อนและครั้งนั้นก็คือตัวเขาเองที่ทำได้และเป็เพียงผู้เดียวในรอบ50 ปี ที่ไม่มีใครทำได้มาก่อนและนี่ก็ผ่านมาร้อยปีแล้วหลายคนคาดกันว่ากำลังอยู่ใน่ถดถอยอย่างมากของสถาบันิญญา เขาถึงได้รู้ว่ามันพิเศษแค่ไหน หรืองี่เง่าแค่ไหน หากปรากฏขึ้น 1คนเขายังพอเชื่อได้บ้าง อ่า..มันช่างทำให้นึกถึงอดีต ในครั้งนั้นเขาเป็ข่าวโด่งดังไปไกลหลายอาณาจักรมีแต่คนเข้าหาเขามากมาย โดยเฉพาะสาวๆ เมื่อหวนย้อนคิดถึงอดีตที่รุ่งโรจน์ทำให้อาจารย์ใหญ่รู้สึกกระชุ่มกระชวย ความไม่สบอารมณ์ที่มีได้หายไปหมดสิ้น “ไปเ้ากลับไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว” อาจารใหญ่กล่าวไล่ชายหน้ากากทองเหลืองเพื่อที่ตัวเขาจะได้กลับเข้าไปในท่วงทำนองธรรมชาติอย่างที่เคยเป็
หากแต่ชายผู้นั้นหาได้จากไปไม่!?กลับยื่นสมุดบันทึกให้อาจารย์ใหญ่ “นายท่านอาจารย์ใหญ่โปรดอ่านสิ่งนี้ก่อนเถิด”“อะไรอีกล่ะ?” แม้จะถามอย่างนั้นแต่อาจารย์ใหญ่ ยังคงหยิบขึ้นมาอ่านอยู่ดี
(พรึบ) (พรึบ) (พรึบ) เสียงพลิกหน้ากระดาษที่ดังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมือที่เริ่มสั่นเท่าของอาจารย์ใหญ่ยิ่งพลิกอ่านไปมากเท่าใด ก็ยิ่งสั่นสะท้านเท่านั้น จนกระทั่งหน้าสุดท้ายได้จบลงมือยังคงมิได้หายสั่นไปเลย อาจารย์ใหญ่หายใจเข้าลึก ๆพร้อมกลืนน้ำลายในสภาพคอแห้งผากไปหนึ่งอึก “เื่จริงหรือนี่ !? ได้คะแนนเต็ม 5คน 5คนเชียวนะ!!” แม้ภายนอกจะสงบลงแล้ว แต่ภายในยังคงพลุ่งพล่านเหมือนมีม้า 500ตัววิ่งอยู่ เขามีชีวิตอยู่มาก็นานมากแล้วมีน้อยเื่นักที่ทำให้เขาตื่นเต้น ใได้แต่ครั้งนี้เขาแทบช็อคจริงๆ!!
“จริงแท้แน่นอนขอรับ”ชายสวมหน้ากากทองเหลืองยืนยันหนักแน่น
“ผอ.เซรู้เื่นี้แล้วหรือยัง?” “ข้าจะไปรายงานเดี๋ยวนี้แหละขอรับ” “ไม่! ไม่ต้อง ข้าจะรายงานเองเ้ากลับไปได้แล้ว และกำชับทุกคนให้เก็บเื่นี้เป็ความลับอย่าให้ข่าวหลุดออกไปข้างนอกเด็ดขาด!!” “ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ”
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆเพียงไม่นานที่ชายสวมหน้ากากจากไป อาจารย์ใหญ่หัวเราะด้วยความปิติเอ่อล้นในใจแม้การสอบจะมีทั้งสิ้น 3 ครั้ง แต่ 2ครั้งหลัง เป็การทดสอบไหวพริบและประสบการณ์หรือความสามารถที่พัฒนาขึ้นได้ มีเพียงการทดสอบแรกเท่านั้นที่จำแนกผู้มีพร์ั้แ่เกิดไม่สามารถพัฒนาได้จนกว่าจะผ่านพิธี กำเนิดใหม่!! ไม่อย่างนั้นจะสามารถจะสามารถคัดออกกว่า 9 ส่วนได้อย่างไร? การที่ปรากฏขึ้นพร้อมกัน5คนช่างพิเศษยิ่งและยังเข้ามาในสถานศึกษาที่เขาเป็อาจารย์ใหญ่ด้วย พิเศษเข้าไปใหญ่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆหากอาจารย์เฒ่าได้รู้ข่าวนี้จะไม่หัวใจวายตายหรือ!? ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ งั้นคงถึงเวลาที่ข้าจะต้องเตรียมตัวเข้ารับตำแหน่งผอ. คนใหม่สักทีสินะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ณ ลานสอบที่สอง “เอาล่ะการสอบรอบที่สองของผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดในครั้งนี้ ตึกแต่ละหลังที่พวกเธอเห็นอยู่ข้างหน้านี้ข้างในคือเขาวงกตและความมืดมิดพวกเธอเพียงต้องเข้าที่ประตูทางเข้า และออกที่ประตูทางออกเท่านั้นไม่ต้องห่วงว่าจะมีอันตรายใดๆข้างในเป็เพียงเขาวงกตธรรมดาที่พวกเ้าไม่สามารจำแนกทิศทางได้และเข็มทิศจะไม่ทำงาน ใครที่ออกมายังประตูทางเข้า จะถือว่าหมดสิทธิทันที!พวกเธอมารับธูปนี่ไป ใครที่ออกมาแล้วธูปดับ ก็หมดสิทธิเช่นกันง่ายใช่มั้ยล่ะจ๊ะ!?”รุ่นพี่ผู้คุมสอบมาลีชูธูปที่ดูเหมือนจะใช้เวลาในการเผาไหม้ประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นเพื่อให้ผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดได้เห็น “พวกเธอมารับธูปไปและเลือกตึกที่ตัวเองถูกใจเมื่อจุดธูปแล้วก็เข้าไปได้เลยจ้ะ” สิ้นเสียงของรุ่นพี่ผู้คุมสอบมาลีที่อ่อนโยนเสียงหยาบกระด้างของรุ่นพี่ผู้คุมสอบกันทา ก็ดังขึ้น! “ธูปนี้สามารถจุดได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น!พวกเ้าอย่าคิดที่จะเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับธูปเป็อันขาด เริ่มการสอบได้!!”เสร็จสิ้นคำอธิบายเพียงเท่านี้โดยไม่จำเป็ต้องถามว่าใครไม่เข้าใจอะไรบ้างบ้าง ข้างหน้าผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดทั้ง 643 คนแน่นอนรวมถึงฮาอินด้วย มีตึก 3 ชั้นซึ่งไม่แน่ใจว่ามีชั้นใต้ดินหรือเปล่า?เรียงรายอยู่ประมาณ 1000 หลัง แต่ละหลังก็เหมือนกัน คงไม่จำเป็ต้องเลือกแต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดใด เคลื่อนไหวเลยทุกคนยังคงจับกลุ่มปรึกษากันอยู่ เพราะแม้คำอธิบายจะดูง่าย แต่เห็นได้ชัดว่ามีปัญหาบางอย่างอยู่อย่างแรกก็ธูปนั่นฮาอินก็เช่นกันแต่เขาไม่สามารถปรึกษาใครได้เขาไม่รู้จักใครที่นี่และการเข้าเรียนยังมีจำนวนจำกัด ทุกคนเป็ศตรู!!เขาไม่สามารถไว้ใจใครได้หรือเขาจะถามรุ่นพี่ผู้คุมสอบมาลี? เธอจะบอกหรือเปล่า? มันเป็ความลับหรือเปล่า?ทำไมมีแต่คนจับกลุ่มปรึกษากัน แต่ไม่มีใครไปถามเลย!? รุ่นพี่ก็เหมือนจะไม่ได้ว่าอะไรที่เหล่าผู้สอบจะปรึกษากันนาน“อีกอย่างเข็มทิศ? จำเป็ต้องใช้หรือ? แย่จริงข้าไม่เคยเล่นเขาวงกตซะด้วย!”ในระหว่างที่ฮาอินกำลังจดจ่ออยู่กับความคิดอยู่นั้นเขาเผลอพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัวจึงมีเสียงขัดขึ้นจากด้านหลังด้วยความเหนือกว่าแต่เป็เพียงเสียงของเด็กน้อยเท่านั้น!“เ้าโง่ถ้าเ้าใช้เข็มทิศไม่ได้เ้าจะบอกทิศทางได้อย่างไร?ถ้าเ้าใช้เข็มทิศไม่ได้เ้าจะเขียนแผนที่ได้อย่างไร?” ฮาอินเมื่อได้ยินเหมือนเห็นปีศาจน้อยมาโปรด! จึงถามกลับทันควัน “แล้วทำสัญลักษณ์ไม่ได้หรือ?”แน่นอนว่าเ้าของเสียงคือเด็กหญิงยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่เขาเจอเมื่อลานสอบที่แล้วซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้าตาดูถูกเหยียดหยามเ้าบ้านนอกผู้นี้ที่ไม่รู้อะไรเลย “แล้วเ้าจะเห็นสัญลักษณ์ได้อย่างไรในเมื่อข้างในนั้นคือความมืดมิด?”“จุดไฟ”ฮาอินตอบกลับตามสัญชาตญาณ “นี่เ้าคงไม่คิดว่าความมืดมิดที่รุ่นพี่กล่าวเป็ความมืดในตอนกลางคืนหรอกนะ” “ไม่ใช่หรือ?”หากไม่สามารถจุดไฟได้ตัวเขาเองก็สามารถมองเห็นในความมืดอยู่ระดับหนึ่ง แล้วความมืดมิดที่ว่ามันต่างกันอย่างไร!?“นี่เ้ารู้เื่อะไรบ้างหรือเปล่านี่? คุณหนูผู้นี้ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเ้าผ่านรอบแรกมาอย่างไร?ฮึ” สาวน้อยถามขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด “โอ้ที่จริงแล้วถึงเ้าจะเห็นว่าข้าไม่ค่อยรู้อะไรสักเท่าไหร่แต่แท้จริงแล้วข้าไม่รู้อะไรเลยต่างหากล่ะ อิ อิ”ฮาอินยิ้มสดใสแม้สาวน้อยนี่ ที่แม้จะมีพิษในคำพูดอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าจะมีพิษมีภัยแน่นอนแต่สาวน้อยกลับคิดหนักเหมือนจะไม่้าเสวนากับคนบ้าผู้นี้แล้วแต่ฮาอินยังคงทำเหมือนไม่เห็นความคิดของเธอที่แสดงออกทางสีหน้าชัดเจน ยังคงถามต่อ“โอ้..แล้วความมืดมิดที่ว่ามันคือสิ่งใดหรือ?” พลางหยิบลูกอมหวานที่พิณนี่ชอบมายื่นให้สาวน้อยเพื่อติดสินบน!! แต่กลับถูกสาวน้อยตอบกลับด้วยท่าทางเหยียดหยาม และโมโห “นี่..นี่เ้าคิดว่าคุณหนูผู้นี้ เป็เด็กหรือไง คุณหนูผู้นี้โตแล้วนะ โตพอที่จะเข้าเรียนแล้วด้วย และอนาคตอัจฉริยะอย่างคุณหนูผู้นี้จะเป็ผู้ยิ่งใหญ่จนท้องฟ้าต้องสั่นะเืเมื่อคุณหนูผู้นี้อ้าปากหาว อย่าทำเหมือนคุณหนูผู้นี้เป็เด็กเชียวไม่อย่างนั้นคุณหนูผู้นี้จะทำให้เ้าเป็ิญญาเร่ร่อนโดยไม่รู้ตัว ฮึ” ฮาอินรู้สึกมึนงงและทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เมื่อโดนสาวน้อยค้อนใส่ดูเหมือนเขาจะไปทำให้เธอโกรธเสียแล้ว!! เป็สาวน้อยเอาแต่ใจที่ไม่ชอบให้คนอื่นมองว่าเป็เด็กสินะ “ความมืดมิดคืออะไรเ้าเข้าไปก็จะรู้เองต่อให้ถามรุ่นพี่ไปก็ไม่ได้คำตอบที่ดีขึ้นหรอก”ก่อนที่สาวน้อยจะจากไปยังคงทิ้งท้ายไว้อย่างลึกลับให้เด็กหนุ่มเพิ่มความสงสัยเข้าไปอีก!?อ่า..เห็นทีครั้งหน้าข้าต้องคิดแผนหลอกล่อเด็กแบบใหม่สินะ?ฮาอินหันไปมองรุ่นพี่มาลีที่ตอนนี้ยังคงไม่มีใครไปรับธูปเลย ถามไปก็ไม่มีประโยชน์หรือ!?ด้วยความสงสัย ถ้าจะถามคงไม่มีอะไรเสียหายใช่มั้ย? ณ ที่ห่างออกไปรุ่นพี่ผู้คุมสอบมาลีกำลังยืนรอผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดตัวน้อยด้วยรอยยิ้มหวานเธอรู้สึกว่าปีนี้เป็ปีทองของ สถานศึกษาวิญญูผ่านฟ้าแล้วเธอกำลังเฝ้ารอว่าจะมีการแสดงใดที่จะทำให้เธอตื่นเต้นขึ้นได้อีกหรือเปล่า!? “พี่สาวมาลีไม่คาดคิดเลยว่าจะมีผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดทำได้เต็มถึง5 คน!?” “เ้ารู้แล้วก็เงียบไว้ไม่ต้องพูดถึงเื่นี้อีก!!”“รู้แล้วน่า..รุ่นพี่มาลีก็..ข้าไม่ได้โง่สักหน่อย” แม้รุ่นพี่มาลีจะรู้ว่ากันทาไม่ใช่คนปากพร่อย แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะเตือน เื่นี้สำคัญเกินไป!!จริงอยู่ที่หากมีอัจฉริยะปรากฏขึ้นสถานศึกษาจะประโคมข่าวเพื่อความเป็หน้าเป็ตาให้สังคมรับรู้แต่ครั้งนี้มันผิดปกติเกินไป!! หากสังคมรับรู้คงเกิดความปั่นป่วนเป็แน่!!ด้วยสภาพการแข่งขันกันทั้งในและนอกสถาบันผู้คุมส่งิญญาก็อาจทำให้ลูกัตัวน้อยมีอันตรายได้!! เอ๊ะ!! รุ่นพี่ผู้คุมสอบมาลีสังเกตเห็นผู้ที่้าสอบเริ่มทยอยกันมาแล้ว และคนแรกที่เข้ามา เธอจำได้ เขาคืออัจฉริยะปาติหาริย์ที่มาเป็คนสุดท้ายเมื่อการสอบรอบก่อนไม่น่าเชื่อว่าครั้งนี้จะเริ่มสอบเป็คนแรก!? “โอ้..ผู้คุมส่งิญญาฝึกหัดฮาอินสินะครั้งนี้มาเป็คนแรกเลยนะจ๊ะ”รุ่นพี่ผู้คุมสอบมาลียื่นธูปให้เด็กหนุ่มฮาอิน ที่ตั้งใจจะเข้ามาถามปัญหาบางอย่างต่างหากล่ะ? ฮาอินเองก็จนด้วยเกล้าเหมือนกัน!เขาเองเห็นว่ารุ่นพี่ว่างอยู่เลยจะเข้ามาถามบางอย่างนิดหน่อย แต่เขาไม่คาดคิดว่ากลุ่มคนที่ดูจะปรึกษากันอยู่ เมื่อเขาเดินนำมาก็เดินตามสะงั้นเหมือนเห็นเขาเป็หัวหน้า!!แต่เขาจะถอยหลังกลับได้หรือ? ไม่!! เขาต้องไว้มาดหัวหน้าบ้างสักเล็กน้อย!? ภาพพจน์เมื่อแรกเจอถือเป็สิ่งสำคัญ!!เขาต้องกลายเป็ผู้คุมส่งิญญาที่มีชื่อเสียงมิใช่หรือ? นี่คงเป็โอกาสแล้ว เขาต้องปลูกฝังความคิดและภาพพจน์ของเขาจะเสียมิได้ ฮาอินรับธูปมาด้วยรอยยิ้มเฝื่อนแต่แม้เขาจะรับธูปมาแล้วก็ยังคงมองสำรวจบ้านแต่ล่ะหลังอย่างใจเย็นอยู่ไม่ไกลจากจุดรับธูป รอให้ทุกคนรับธูปหมดแล้วจึงเข้าไปถามก็ยังไม่สาย“โอ้ข้านับถือเ้านักสหาย เ้าผู้ยืนหยัดเป็คนแรกนับว่าเป็วีรบุรุษผู้กล้าโดยแท้”ในบรรดากลุ่มคนที่รับธูปแล้ว แต่ล่ะคนก็ไปเลือกบ้านกันแล้ว แต่ยังมีอยู่คนหนึ่ง!?เสียงดังมาจากด้านหลัง ฮาแปลกใจ!!พูดกับข้าหรือ!?แม้ข้าจะ้ามีชื่อเสียงแต่ข้าไม่้าเป็วีรบุรุษผู้กล้าแน่นอน!!ฮาหันไปเห็นชายที่สูงกว่าเขาหนึ่ง่หัว สะพายดาบไว้ข้างหลัง2เล่ม!ที่ดูยังไงก็นักรบชัดๆ!? แต่ชุดเกราะลวดลายม้าศึกที่เขาสวมใส่นั่นงดงามยิ่ง ข้าอยากได้นัก!! ไม่ได้ ๆ ข้าจะต้องควบคุมความปรารถนาของตัวเองให้ได้ตามคำพูดของ ผอ.เซ เดี๋ยวเขาจะจับพิรุธได้เสียก่อน!?ชายผู้นั้นมิได้พูดเปล่ายื่นมือมาตบบ่าของฮาอินอย่างเป็กันเอง!เหมือนสนิทสนมราวกับเป็เพื่อนรักกันมานาน!? “ั้แ่ข้าสู้รบมาข้าเจอแต่พวกน่ารังเกียจไร้ยางอายมีเพียงเ้าเท่านั้นที่เป็บุรุษที่น่ายกย่องแล้วเ้าชื่ออะไรรึ สหาย?” เฮ่อ..ทำไมวันนี้ข้าถึงเจอแต่คนแปลกๆ มากนักล่ะ!? ฮาอิน อดคิดกับตัวเองไม่ได้ “ข้าว่าเ้าเข้าใจผิดแล้วล่ะ ข้าไม่ใช่วีรบุรุษอะไรทั้งนั้น”ฮาอินตอบกลับด้วยใบหน้าปั้นยากอยู่บ้าง “ฮ่า ๆ ๆ ๆข้าเข้าใจวีรบุรุษมักถ่อมตัวเสมอแหละฮ่า ๆ ๆ ๆ เหมือนข้าไง ข้าคือ ขรรรฟ้าจันทรเสี้ยว นักดาบรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่ง อาณาจักรก้าวสามขุม ถึงกระนั้นข้าก็ยังไม่ป่าวประกาศบอกใครเลย!? แล้วเ้าเล่ามาจากเมืองใด?” หืม..เขาพึ่งบอกว่าเขาเป็นักดาบอันดับหนึ่งใช่มั้ย!? นักดาบก็ต้องเข้าสถาบันผู้ใช้ดาบสิ!? เ้านี่คงไม่ได้มาผิดงานใช่หรือเปล่า? เขายังคงเมินคำถามที่2ของ ขรรฟ้าเพราะเขามีเื่ที่สงสัยมากกว่า!? “เอ่อ...เ้ารู้หรือไม่ว่านี่คือการสอบเข้าของสถาบันใด?”ฮาอินถาม“หา...นี่เ้าสอบผ่านเข้ามาโดยไม่รู้ว่าเป็สถาบันใดอย่างนั้นหรือ!?”ขรรฟ้ามองฮาอย่างใเหมือนได้ค้นพบแผ่นดินใหม่!แต่แล้วก็ทำหน้าเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง!? “อ่า...เป็เช่นนี้เอง เ้านั้นคือวีรบุรุษผู้กล้าที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใดกับแค่การทดสอบเข้าสถาบันใดๆ หาสำคัญสำหรับเ้าไม่ เพราะเ้ามั่นใจว่าตัวเองผ่านไปได้แน่!!มันคือความมั่นใจของผู้กล้าสินะ!! นี่คือสถานศึกษาวิญญูผ่านฟ้าของสถาบันผู้คุมส่งิญญานะ แต่อืม...เห็นทีข้าคงต้องเรียนรู้วิถีผู้กล้าไว้บ้างแล้ว!?”ขรรฟ้าพูดด้วยใบหน้าที่เข้าใจแล้วถึงสัจธรรมบางอย่าง เอาเข้าไป !! เอาเข้าไป!! เป็ข้าเป็ข้าเองใช่มั้ย!? เป็ข้าที่ถามผิดคำตอบ!?