ตอนที่ 24 : การตบที่น่าประทับใจ
“อิงเอ๋อ... ระวังตัวด้วย!!! นางมีฝีมือแข็งแกร่งกว่าเ้า... จงตั้งสติและสู้ให้ดี” เชี่ยหลีเนียงกล่าวเตือนสติบุตรสาว เพื่อไม่ให้นางประมาทในการต่อสู้
ก่อนจะเริ่มต่อสู้ เชี่ยอิงอิงหันไปมองรันฟงเทียน จึงเห็นเขายกมือ แล้วชูสองนิ้วขึ้นมาเหนือศีรษะ นางก็พยักหน้าให้เขาทันที เขาก็ยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน
“ม๋อเฟยหย่า ในเมื่อเ้ากล้าลอบโจมตีพี่ฟงเทียน เขาจึงให้ข้าจัดการเ้าภายใน 2 นาที” เชี่ยอิงอิงกล่าวอย่างจริงจัง
รันฟงเทียนแทบหงายหลัง ลงไปนอนกับพื้น พอได้ยินในสิ่งที่ เชี่ยอิงอิงพูดออกไป เขาไปสั่งนางตอนไหน??? เขาแค่ยกมือขึ้น หมายที่จะเกาหลังเขาเท่านั้น... ทำไมนางเข้าใจผิดไปได้ไกลขนาดนั้น
เชี่ยหลีเนียงก็มองมาที่เขา ด้วยสายตาดุดัน ว่าเป็เพราะเ้า ที่สอนให้นางเป็คนแบบนี้
รันฟงเทียนเหงื่อเริ่มผุดออกมา เมื่อเห็นสายตาของเชี่ยหลีเนียง และยิ้มฝืน ๆ
ม๋อเฟยหย่านิ่งค้างไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินคำพูดของเชี่ยอิงอิง จากนั้นจึงเริ่มหัวเราะ คล้ายนางได้รับฟังเื่ตลกที่สุดในชีวิต
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... เ้ากำลังเตือนข้า หรือว่าขู่ข้ากันแน่??? ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ด้วยฝีมือของเ้า... โอ้ยยย!!! เ้าทำข้าปวดท้องไปหมดแล้ว ฮ่า...ฮ่า...”
แม้ว่าเสียงหัวเราะของม๋อเฟยหย่า จะฟังดูระคายเคืองรูหูอยู่บ้าง ทว่ากลับไม่มีผู้ใดรู้สึกว่า เสียงหัวเราะนี้ช่างอวดดี หรือปราศจากมูลความจริงแต่อย่างใด หลังจากหัวเราะอย่างยาวนาน ม๋อเฟยหย่าจึงกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยันว่า “ข้าคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่า... เ้า… ม๋ออิง อายุ 14 ปี จะมีพลังปราณสูงถึง ระดับ 6 ขอบเขตก่อเกิดกายาได้ ด้วยวัยเยาว์ที่มีอายุเท่ากันกับเ้า ในเมืองจันทร์ล่องนับว่าเ้าเป็อัจฉริยะเลยก็ว่าได้”
ทว่าโชคของเ้าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ที่ต้องมาประลองกับข้าในวันนี้ เช่นนั้นข้าจะต่อให้เ้าเป็อย่างไร
ม๋อเฟยหย่าค่อย ๆ ยกมือขวาของนางขึ้น และเหยียดนิ้วมือออกมาห้านิ้ว แล้วชูขึ้นต่อหน้าเชี่ยอิงอิง อย่างช้า ๆ “ห้ากระบวนท่า!!! เป็อย่างไร ม๋ออิงถ้าเ้ารับมือข้า ได้ห้ากระบวนท่า ก็ถือว่าข้าพ่ายแพ้...!!!”
“เรียกข้าว่า เชี่ยอิงอิง ข้าเปลี่ยนไปใช้สกุลของแม่ข้าแล้ว”
“เห๊อะ!!! นังเด็กคนนี้...” ม๋อเฟยหย่ากำลังกล่าว ก็ถูกเชี่ยอิงอิงขัดขึ้นทันที
“พล่ามจบแล้วใช่หรือไม่??? ” เชี่ยอิงอิงกล่าวอย่างเ็า
“เนรคุณตระกูลจริง ๆ เอาล่ะ!!! เชี่ยอิงอิง เมื่อไหร่เ้าจะเริ่มโจมตีข้าเสียที เข้ามาได้เลย อย่างน้อยเ้าอาจจะสามารถ โจมตีข้าได้สักครั้ง หากให้ข้าเป็คนเริ่ม เ้าอาจไม่มีแม้แต่โอกาส ในการโต้ตอบอีกเลย” ม๋อเฟยหย่ากล่าวพร้อมรอยยิ้ม สองมือของนางยกขึ้นมาเท้าไว้ที่เอว
“เหอะ!!!” เชี่ยอิงอิงชักกระบี่ฉิงหัวออกมา นางไม่กล่าวอันใดอีก ทันใดนั้นเอง… ร่างของนางพุ่งไปเบื้องหน้า วาดกระบี่ออกไปอย่างปกติ ลงบนคอของม๋อเฟยหย่า
“อะไรกัน!!! เพลงกระบี่ของเ้า วาดออกมาแบบไม่มีกระบวนท่าอะไรเลย ช่างอ่อนหัดนัก” เสียงของม๋อเฟยหย่า เพิ่มความเย้ยหยันขึ้น แต่สายตาของนางหรี่ลง จนกระทั่งปลายกระบี่ของเชี่ยอิงอิง ห่างจากร่างของนางเพียงครึ่งเมตร นางจึงเริ่มเคลื่อนไหว หลบปลายกระบี่ ฝ่ามือขวาของม๋อเฟยหย่า พุ่งออกด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้า รวบกำไปยังมือขวา ที่ถือกระบี่ของเชี่ยอิงอิง เห็นได้ชัดว่านาง สามารถยึดกุมข้อมือขวา ของเชี่ยอิงอิงไว้ได้แน่...
รอยยิ้มปรากฏขึ้น ที่มุมปากของม๋อเฟยหย่า และนางกำลังจะปล่อยพลังปราณ เพื่อหักข้อมือของเชี่ยอิงอิง แต่ทว่านางนั้น… พลันััได้เพียงความว่างเปล่า... ฝ่ามือของนาง เคลื่อนผ่านข้อมือขวา ที่เชี่ยอิงอิงถือกระบี่อยู่ พร้อมทั้งกำแน่นลงบนอากาศ!!!
“วืดดดดด!!!”
“ร่างของเชี่ยอิงอิง อันตรธานหายไปจาก สายตาของนาง คล้ายดั่งหมอกควัน ที่สลายหายไป”
ขณะเดียวกัน สายลมอันเหน็บหนาวราวกับพายุหิมะ ก่อตัวขึ้นยังด้านขวาของม๋อเฟยหย่า ในขณะที่จิตใจของนาง กำลังสับสนหวาดหวั่น จึงทำให้ไม่สามารถ มีปฏิกิริยาตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
“เพียะ!!!”
เสียงตบจากปลายกระบี่ ที่กระทบลงบนใบหน้าของม๋อเฟยหย่า ดังสนั่นสะท้อนก้องให้ได้ยิน ไปทั่วทั้งบริเวณทางออกเมือง ทุกผู้คนต่างได้ยินกันอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็ซุ่มเสียงที่ชัดเจนอย่างยิ่ง... ประหนึ่งว่าใบหน้าของตนโดนตบเสียเอง ม๋อเฟยหย่าถูกตบ จนร่างของนางลอยกระเด็นขึ้นจากพื้น ร่างนางนั้นหมุนคว้าง รวมสามรอบอยู่กลางอากาศ จากนั้นจึงร่วงกระแทก ลงบนพื้นอย่างแรงในท้ายที่สุด
สำหรับแรงตบจากปลายกระบี่นี้ เชี่ยอิงอิงมิได้ออมมือแต่อย่างใด ตามคำกล่าวของรันฟงเทียนที่เคยบอกไว้ จากนั้นก็ลดกระบี่ลง พร้อมกล่าวอย่างเฉยเมยว่า
“กระบวนท่าแรก!!!”
ปลายกระบี่ที่ฟาดลงตรง ๆ บนใบหน้าของนาง อย่างไร้ความปราณีนี้ สร้างความตกตะลึงแก่ม๋อเฟยหย่า และทุกผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง คราแรกพวกเขาล้วนคิดว่า เชี่ยอิงอิงควรถูกทำให้พ่ายแพ้อย่างอนาถ แม้กระทั่งอาจจะต้อง ได้รับาเ็สาหัสภายในไม่กี่กระบวนท่า ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า ในการประมือกระบวนท่าแรก ของพวกนางจะลงเอยในลักษณะนี้
เสียงจากการตบด้วยปลายกระบี่ ของเชี่ยอิงอิงในครั้งนี้ ช่างเฉียบขาดและยังคงตราตรึงใจ ของทุกผู้คนไปอีกนาน
“เดี๋ยวนะ!!! เชี่ยอิงอิง... เมื่อครู่นางเพิ่งกล่าวออกมาว่า “กระบวนท่าแรก” !!! ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... นางช่างยอดเยี่ยม!!!” เ้าเมืองจันทร์ล่องยิ้มด้วยสีหน้าสดใส ชาวยุทธและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์นั้น ในที่สุดก็สามารถเรียกสติของตนกลับมาได้ คล้ายกับว่าเื่ทั้งหมดเพียงแค่ฝันไป เมื่อทราบกันอย่างถ้วนหน้า ว่าเื่ทั้งหมดคือความจริง ทุกคนต่างเบิกตาจนกลมกว้าง... ปากอ้าค้างไว้อย่างนั้น
“เมื่อครู่นี้มัน... เคล็ดวิชาท่าร่างใช่หรือไม่” เชี่ยหลีเนียงกล่าวถาม ไปยังรันฟงเทียนอย่างแ่เบา
“ใช่แล้ว!!! ท่าร่างของนาง คือหนึ่งในเคล็ดวิชากระบี่เหมันต์ ที่นางกำลังฝึก มี ชื่อว่า หมอกสลายเหมันต์... ดูเหมือนนางจะฝึกสำเร็จขั้นแรกแล้วด้วย ดีมาก!!! พร์เชิงยุทธของนาง ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ ครานี้ม๋อเฟยหย่า คงโชคไม่ดีเสียแล้ว ตอนแรกข้าคิดว่า จะเป็การต่อสู้ที่ดุเดือดเสียอีก... เฮ้อ!!!” รันฟงเทียนกล่าวตอบพร้อมทำหน้าประหลาดใจเป็อย่างมาก
ม๋อเฟยหย่ากำลังคืบคลานขึ้นจากพื้น ด้วยความพยายามอย่างหนักหน่วง ใบหน้าด้านขวาของนาง เริ่มบวมเป่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังแดงก่ำดั่งผลมะเขือเทศ เพียงก่อนหน้านี้ นางกล่าวโอ้อวดตนอย่างใหญ่โต ทว่าในพริบตานางกลับถูกตบหน้า ต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้
ม๋อเฟยหย่ารู้สึกอับอาย อย่างที่ไม่เคยััมาก่อนเลยในชีวิต นางจ้องมองเชี่ยอิงอิงอย่างเคียดแค้น สายตาส่อถึงความอันตรายอย่างที่สุด อย่างไรก็ตาม ม๋อเฟยหย่ายังคงสามารถ สะกดกลั้นอารมณ์ตนเอง เพื่อไม่ให้รู้สึกอับอายไปยิ่งกว่าเดิม นางพยายามฝืนยิ้มออกมา พร้อมกล่าวว่า
“เยี่ยมมาก!!! ในฐานะที่เ้า เคยเป็สมาชิกของตระกูลม๋อ ข้าแค่เปิดโอกาสให้เ้าลงมือก่อน เพื่ออย่างน้อย เ้าจะได้ไม่เสื่อมเสียหน้ามากเกินไป ในเมื่อเ้า ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ก็จงเตรียมตัว รับผลในการสร้างความอับอาย ด้วยความโกรธเคืองให้แก่ข้าซะเถอะ!!!”
เชี่ยอิงอิง สะบัดกระบี่ฉิงหัวด้วยมือขวาขึ้น พร้อมกับมอง ไปทางม๋อเฟยหย่าอย่างเฉื่อยชา นางกล่าวอย่างเหยียดหยาม ว่า “เหอะ!!! พล่ามมากไป จะทำให้เ้าดูโง่เอาได้นะ”
“เ้า!!! รนหาที่ตายซะแล้ว!!!” ม๋อเฟยหย่าคลั่งแค้นอย่างถึงที่สุด นางยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้น และคำรามออกไป พร้อมทั้งจู่โจมเข้าหาเชี่ยอิงอิง ขณะเดียวกัน ก็ปรากฏประกายแสงสีม่วง สะท้อนบนฝ่ามือทั้งสองข้างของนาง จากนั้นนางรวบกำเป็หมัด ก่อนยื่นเหยียดกำปั้นออกไป เพื่อกระแทกเข้าใส่เชี่ยอิงอิง
ภายใต้เคล็ดวิชาไหมฟ้า สองมือของม๋อเฟยหย่า นับว่าบรรจุด้วยพลังปราณ ขอบเขตก่อเกิดิญญา ซึ่งเป็พลังที่มีความหนักหน่วง มากถึงสามร้อยกิโลกรัม
“แม่นางเชี่ยอิงอิง ระวังตัวด้วย!!!” ผู้คนส่วนใหญ่ส่งเสียงเตือนนาง ออกไปอย่างไม่รู้ตัว เนื่องจากทุกคนสามารถััได้ ถึงพลังปราณอันมหาศาล ที่รวมอยู่ในมือของม๋อเฟยหย่าตอนนี้... หัวใจของทุกคนต่างบีบรัด... พลังปราณที่แท้จริง ของม๋อเฟยหย่าเริ่มประจักษ์ชัดขึ้น
เมื่อคราแรก ม๋อเฟยหย่าอาจประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไป จนทำให้นางประมาท... แต่ตอนนี้นางบังเกิดโทสะแล้ว เชี่ยอิงอิงจะสามารถรับมือ กับหมัดทั้งสองนี้ได้อย่างไร???
“ตายยยยย...!!!” ดวงตาทั้งสองของม๋อเฟยหย่า เปี่ยมล้นด้วยจิตที่เคียดแค้น ความอับอายก่อนหน้านี้ เพิ่มพูนความคิด ที่อยากสังหารเชี่ยอิงอิง ขึ้นภายในใจของนาง...ถึงแม้ไม่อาจสังหารเชี่ยอิงอิง ในการประลองต่อหน้าสาธารณชนได้นั้น หากแต่ม๋อเฟยหย่า ยังคงมีความมั่นใจ ว่ากระบวนท่านี้ จะสามารถทำให้เชี่ยอิงอิง ต้องพิการไปชั่วชีวิต เหมือนอย่างที่เชี่ยหลีเนียง ได้ทำกับบิดาของนาง
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลของท่าหมัด ที่ม๋อเฟยหย่าปล่อยออกมานี้ ราวกับว่าจะทำให้เชี่ยอิงอิง ไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่น้อย จากสภาวะแรงกดดัน... เชี่ยอิงอิงไม่มีแม้แต่ท่าที ที่จะป้องกันตัว... สองหมัดของม๋อเฟยหย่า กระแทกเข้าใส่ ่ช่องท้องน้อยของนาง เพื่อหมายที่จะทำลาย จุดตันเถียนโดยตรง... ก่อนหมัดนั้น จะทะลุผ่านร่างของเชี่ยอิงอิงไป!!!
“วืดดดดด!!!” เกิดอะไรขึ้น...???
ดวงตาของม๋อเฟยหย่า เบิกกว้างขึ้นจนแทบถลน เมื่อร่างกายของนาง ถลาไปเบื้องหน้า ตามแรงส่งของหมัด ชั่วขณะนี้ เสียงสายลมหวีดหวิว แหวกปะทะจากทางด้านซ้าย ของตัวนางก็บังเกิดขึ้น...
“เพียะ!!!”
เสียงตบจากปลายกระบี่ ดังสะท้อนแก้วหูอีกครั้ง ร่างกายของม๋อเฟยหย่า เริ่มโบยบินขึ้นจากพื้น สู่กลางอากาศเป็ครั้งที่สอง พร้อมทั้งหมุนคว้าง ควงสว่านถึงห้ารอบ ใบหน้าของนางคว่ำกระแทกลงพื้น โดยส่วนที่เป็กรามปะทะก่อน... ใบหน้าข้างซ้ายของนาง พลันบวมฉึ่งขึ้นทันตา และเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำดุจโลหิต
“กระบวนท่าที่สอง!!!” เชี่ยอิงอิงยังคงกล่าวอย่างเฉยเมยเช่นเดิม พร้อมทั้งสะบัดกระบี่ลง เหมือนไม่ค่อยพอใจ ต่อการใช้กระบวนท่านี้เท่าไรนัก แล้วยังพึมพำว่า “กระบี่ยังช้าเกินไป มันต้องเร็วกว่านี้อีกหนึ่งจังหวะ ถึงจะสมบูรณ์แบบ!!!”
ทุกผู้คนในละแวกนั้น ต่างพากันตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นจนกลมโต ภายในใจคงร่ำร้อง เป็เสียงเดียวกันว่า “เยี่ยม!!!”
“ห๊ะห๊ะ!!! แปะ...แปะ... ตบได้เยี่ยม!!!” เ้าเมืองจันทร์ล่องลุกขึ้น พร้อมกับปรบมือแล้วะโออกมา
“เห๊อะ!!! พวกเ้าเห็นใบหน้า ของม๋อเฟยหย่าหรือไม่... ข้าสามารถบอกได้ทันทีว่า พวกเ้าคงไม่ได้สังเกตเห็น ถึงจุดสำคัญของการตวัดกระบี่ ของยัยหนูเชี่ยอิงอิงนั้น ไม่เพียงแต่ยอดเยี่ยม สดใหม่ สมใจ ทั้งยังออกแบบมา อย่างชาญฉลาดเป็ที่สุด!!!”
“พวกเ้ามองไปที่ใบหน้า ของม๋อเฟยหย่าสิ ปลายกระบี่แรกตบ ไปที่แก้มทางขวา... ปลายกระบี่ที่สอง ตบไปที่แก้มทางซ้าย... ทั้งสีสัน ทั้งระดับการบวมพอง ทั้งตำแหน่ง ทั้งความสูง นี่แหละที่เขาเรียกว่า ...สมดุล...”
“อะแฮ่ม!!! ท่านเ้าเมือง... ลดเสียงลงสักหน่อยดีหรือไม่ขอรับ” องครักษ์เกราะเงิน ที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบกล่าวเตือน