พวกเราปาร์ตี้แบบนี้มาั้แ่ก้าวเข้ามหา’ลัยวันแรกแล้ว ด้วยเพราะธุรกิจผับใหญ่นี้พ่อยัยหลินคอยดันหลังอยู่ พวกเราเลยได้อภิสิทธิ์เหนือคนทั่วไป แค่บอกว่าจะมา ร้านก็จะเตรียมห้อง Vvip และกันที่จอดของผู้บริหารไว้ให้ ต่อให้ตำรวจลงร้าน พวกเขาก็ไม่กล้าเข้ามาตรวจห้องนี้
เหล้านอกแบรนด์ดังถูกเสิร์ฟอย่างไม่จำกัด เมี่ยงกับหลิน เริ่มกรึ่มได้ที่ คว้าไมค์มาหวีดเสียงใส่กันจนหูแทบอื้อ ภวินกลายเป็มือถ่ายแบล็คเมย์ยัยสองคนนั้น เจฟก็อยู่มุมส่วนตัว นั่งเช็คเลขหุ้นตลอดเวลา ส่วนพ่องาน ไม่ต้องถามหา มันตักเค้กเข้าปากชิ้นเดียว ก็หายตามก้นเด็กเสิร์ฟเหล้าไปแล้ว
ฉันมองภาพพวกนี้จนกลายเป็ความชินชาที่เห็นมาแต่ไหนแต่ไร ชีวิตที่เพอเฟอร์เฟค แต่แสนจะน่าเบื่อ เพื่อนที่เลือกคบเองไม่ได้ มหา’ลัยที่เลือกเข้าเองไม่ได้ เื่คณะที่เรียนไม่ต้องบอก พ่อฉันจัดการให้หมด เพราะ “สิ่งที่ดีที่สุด” ต้องออกมาจากมือของท่านเท่านั้น
เื่เงิน เื่ปาร์ตี้ ของแบรนด์ที่ถอยมาประดับร่างกาย รูดเงินไปหลักสิบล้านพ่อไม่เคยเกี่ยง ขอแค่ฉันไม่ทำอะไรงามหน้า และทำทุกอย่างที่ท่านสั่งให้ทำ เดินตามทางที่วางไว้ก็พอ กรอบที่ใครๆ ก็อิจฉา แต่กลับอึดอัดจนแทบขยับตัวทำอะไรไม่ได้
‘ชีวิตนี้มันไม่ใช่ของฉัน ฉันมีหน้าที่เพียงหายใจให้ร่างกายนี้เท่านั้น’
“กลับกันยัง” ภามม์ชะโงกหน้าผ่านซอกประตูมาถามคนด้านใน
“อะไรของนาย แว๊บไป แว๊บมา เหล้าก็กินไปนิดเดียว แต่ชวนกลับแล้ว”
“บ่นชิบ.. ฉันไม่อยากแฮ้งค์ พรุ้งนี้เช้าป๊าให้เข้าไปหาที่บ้าน”
“ฉันกลับก่อนนะ” เจฟพูดตัดหน้าแล้วลุกเดินหนีทันที
“ทิ้งเพื่อนเป็ขี้เลยนะ... ไปๆ จะไสหัวไปไหนก็ไป” ภวินโบกมือไล่หลังเจฟ แล้วมองไปที่สาวขี้เมาสองคน
“เธอขับรถไหวป่ะปิ่น” ภวินหันมาถามฉัน
“ไม่ค่อยอ่ะ ยกไปหลายแก้วอยู่”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งหลิน ไอ้ภามม์นายไปส่งเมี่ยงกับปิ่นด้วย”
“เอ้า ทำไมเป็ฉัน”
“นายทางเดียวกันนิ อีกอย่างนายกินน้อยสุดด้วย ตำรวจเห็นหน้านายเขาก็ไม่กล้าโบกแล้ว” ภวินให้เหตุผลยาวจนเ้าตัวต้องจำยอม
“เออๆๆ งั้นก็แยกย้าย”
ตามการจัดแจงของภวิน เขาแบกร่างที่ขาพันกันของหลินขึ้นบนบ่า ส่วนฉันก็ช่วยภามม์แบกเมี่ยงไปที่รถ
“ฮ่าๆๆ แฮปปี้ เบิ๊ดดดดด เดย์ ไอ้หมาาาา ภามม์…. อึก”
เมี่ยงยังติดลม ร้องเพลงวันเกิดออกมา แล้วยีหัวภามม์เล่น เขาจิ๊จ๊ะขมวดคิ้วใส่ด้วยความหงุดหงิดแล้วยัดร่างอันไร้สติที่ดีของเมี่ยงเข้าที่เบาะหลังอย่างไร้ความทะนุถนอมต่อเพศสตรี
“นายไปส่งเมี่ยงก็ได้ เดี๋ยวฉันโทรให้คนของพ่อมารับ”
“จะยืนรอนี่คนเดียวหรอ”
“อืม”
ภามม์ใช้สายตามองฉันั้แ่หัวจรดเท้า พลางส่ายหน้าอย่างคาดเดาความหมายไม่ได้ เขาพึมพำประโยคแรกก่อนจะหันมาพูดกับฉันตรงๆ
“โดนฉุดเข้าป่าแน่ .. ไปกับฉันนี่แหละ ไหนๆ ก็ทางเดียวกัน”
ฉันพยักหน้ารับ จากนั้นจึงขึ้นรถของเขา ภามม์ไปส่งเมี่ยงที่บ้านก่อน ถึงจะโดนสายตาดุๆ ของพ่อยัยเมี่ยงเล่นงานจนขนหัวลุกแต่ท่านก็ไม่ได้เอ่ยปากด่าว่าอะไร
หลังเสร็จสิ้นภารกิจแรก ภามม์ขับรถต่อไปยังเส้นทางที่จะผ่านคอนโดฉัน เขาหันมองเป็ระยะ เหมือนสงสัยอะไรบางอย่างและเริ่มชวนคุย
“วันนี้เงียบผิดปกตินะ …”
“ปกตินายเห็นฉันเป็พวกชอบพูดมากรึไง”
“เปล่า แต่มันเงียบกว่าปกติไง”
“....”
“ทะเลาะกับพ่ออีกแล้วหรอ” ภามม์ถามอย่างรู้ใจ
“นิดหน่อย”
“คราวนี้เื่อีกอะไร”
“เื่ของฉัน”
“ควXเถอะครับ” ภามม์ด่าหยาบหยอกฉัน แล้วหัวเราะเบาๆ
“..…”
“ไปต่อคอนโดฉันไหม”
ฉันหันมองเขาด้วยความสงสัย ว่าที่ชวนคือตามมารยาท มุกเอาฮาหยอกสไตล์เพื่อนกัน รึชวนไปต่อเพราะเห็นฉันเครียดเฉยๆ
“จุดประสงค์ล่ะ?”
“จะเปิดของดีที่พึ่งได้มาให้ชิม เธอเป็คนแรกเลยนะ อุส่าต์จะเก็บไว้ล่อสาว”
“ล่อสาว รึพาสาวไปล่อ” ฉันย้อนถามติดตลก
“จุดประสงค์เดียวกันครับ”
“หึ ไม่เหนื่อยหน่ายบ้างรึไง เช้าคน เย็นคน ติดขนาดนั้นทำไมไม่มีแฟนให้จบๆ ไปเลยล่ะ”
“ผู้หญิงชอบงี่เง่า ...” เขาพึมพำ
“….”
“ฉันไม่ชอบคนงี่เง่าตามหึงหวง ต้องคอยรายงานชีวิต ต้องซ้ำกลิ่นทุกเทศกาล”
“นายไม่กลัวพ่อแม่ผู้หญิงพวกนั้นมายิงหัวบ้างรึไง”
“กลัวอะไร ฉันไม่ได้ไปข่มขืนใครสักหน่อย อีกอย่างต่างคนต่างเสร็จ วินๆ”
“จ้าา…..”
“แล้วเธออ่ะ เห็นหนุ่มมาจีบเยอะแยะ ทำไมไม่เอาไว้เล่นๆ สักคน”
“กลัวเจอคนแบบนาย”
“คนแบบฉัน? มันยังไง”
“สำส่อน มุ่งแต่กาม ตัณหาเต็มสมอง ปากหมา บ้าหะ…”
“พอๆๆ ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณหนูปิ่น” ภามม์รีบพูดขัดก่อนที่คำหยาบสุดท้ายจะหลุดออกจากปากฉัน
@ ไรท์แอล : ให้เดาว่าคำสุดท้ายนุ้งปิ่นมุกจะด่าอีภามม์ว่าอะไร ฮ่าๆๆ @
“หึ..”
“แล้วคำตอบ?”
ฉันเว้นจังหวะตอบเพื่อหยุดพิจารณาชั่วครู่ มันก็ไม่ได้ดูจะสนุกหรือตื่นเต้นขนาดนั้น แต่อย่างน้อยก็คงดีกว่าการกลับห้องไปอยู่คนเดียวแหละ
“เอาสิ หายเมาพอดี ไปเติมสักหน่อย”
“จัดไปดิครับบบ” ภามม์เหยียบคันเร่ง ขับดิ่งมาทางคอนโดของเขา