20
ร่วมหอ
อากาศยามเช้าวันนี้เย็นกว่าทุกวันกระมัง ร่างกายขาวผ่องของเจียงถิงถิงจึงรู้สึกถึงความเย็นยามลมพัดเอาไอน้ำค้างบนยอดไม้มาปะทะร่างกาย นางเดินย้ำไปบนทางโล่งเตี้ยนของแปลงผักด้านข้างเรือน ไม่รู้ว่าหยุนฮ่าวหรานเกิดนึกสิ่งใดได้จึงให้บ่าวไพร่มาคอยรับใช้นางถึงสองคน หากจะไม่ยอมรับก็เกรงว่าบุรุษผู้นั้นจะมาวุ่นวายจึงได้รับไว้แล้วให้สาวใช้ทั้งสองคนคอยดูแลทำความสะอาดทั่วไปภายในเรือน
“ผู่เย่ว์เ้าอยากกินอะไร” เจียงถิงถิงหันไปถามผู่เย่ว์ที่ยืนรดน้ำผักห่างออกไปเพียงหนึ่ง่แขน ถามเสร็จก็หันไปมองคนถูกถามเจียงถิงถิงสวมเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนที่ดูอย่างไรก็เก่าเหลือเกิน นางนำอาภรณ์เก่า ๆ มาใช้ทำสวนเพราะเกรงว่าอาภรณ์ใหม่ ๆ ที่อันอี้เฉินซื้อมาให้จะเปรอะเปื้อนดินโคลน
“คุณหนูทำสิ่งใดผู่เย่ว์ก็กินทั้งนั้นแหละเ้าค่ะ”
“ข้าอยากกินหมูทอดกระเทียม” น้ำเสียงคุ้นหูจากทางด้านหลัง ใบหน้างดงงามของเจียงถิงถิงผุดรอยยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็สีหน้าปกติ
“ใครบอกว่าข้าถามท่าน”
“ข้าก็ว่าเช่นนั้น เ้าต้องรู้อยู่แล้วว่าข้าชอบกินสิ่งใด”
“ข้าไม่ได้หมายว่าเช่นนั้นเสียหน่อย” เจียงถิงถิงที่บัดนี้ผอมลงจนเกือบจะกลายเป็บอบบางเสียแล้วเอ่ยตำหนิบุรุษคุ้นเคย ก่อนจะเดินไปเก็บแตงกวาที่กำลังโต
หลังพากันเก็บผักเสร็จเจียงถิงถิงนำผักที่เก็บได้เข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารเช้า โดยมีชายหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านเดินถือตะกร้าใส่ผักตามมาด้วย
“ท่านไปล้างผักให้ข้า ข้าจะไปทำกับข้าว” สั่งงานผู้ช่วยเสร็จนางก็เดินไปที่หน้าเขียงหั่นหมูเป็เส้นเตรียมไว้ โรยเกลือ ผงปรุงรสที่นางทำเอง ลงไปบนเนื้อหมู เทน้ำตามจากนั้นก็นวดเนื้อหมูจนน้ำงวดแห้งไป เตรียมเนื้อหมูแล้วนางก็มายืนสับกระเทียมโยนลงไปบนหมูที่นางหมักไว้
น้ำในหม้อเดือดได้ที่เจียงถิงถิงจึงตักผงปรุงใส่ในหม้อ ตามด้วยเกลือ หัวไชเท้าและเห็ดหอมหั่นซีก พอนางใส่ผักลงไปน้ำที่เคยเดือดก็หยุดนิ่งรอเวลาเดือดระอุอีกครั้ง
“โอ๊ย อยากได้วุ้นเส้น” เสียงครวญครางพึมพำลำพังของเ้าของเรือนทำให้ผู่เย่ว์และอันอี้เฉินหันไปมองนางด้วยสายตางุนงง เพราะไม่เข้าใจว่าที่นางกล่าวคือสิ่งใดกันแน่
“เ้าว่าอย่างไร ข้าฟังไม่เข้าใจ”
“ไม่มีอะไร ท่านล้างผักข้าเสร็จหรือยัง น้ำเดือดจะได้ใส่ผัก”
“เสร็จแล้ว” อันอี้เฉินยื่นตะกร้าผักที่ล้างจนสะอาดแล้วให้ นางรับมาแล้วนำผักกาดขาวไปหั่นรอน้ำเดือด เตรียมผักเสร็จก็หันไปยกกระทะขึ้นวางบนเตาเทน้ำมันที่เจียวจากหนังหมูหนังไก่ลงไปหนึ่งส่วนสามของกระทะ
“อี้เฉิน ท่านเอาผักใส่หม้อให้หน่อยสิ” หลังจากน้ำเดือดนางก็หันไปเรียกให้ชายหนุ่มข้างกายนำผักใส่หม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ เสียงหวานเรียกชื่อเขาด้วยความรีบร้อนเพราะตนเองกำลังจ้องหมูในกระทะอยู่
อันอี้เฉินรีบเดินไปหยิบผักในตะกร้าใส่ลงไปในหม้อตามคำสั่งของสตรีตรงหน้า สีหน้าท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มงดงามเพียงเพราะนางเรียกเขาต่างจากเดิม
“ผู่เย่ว์หยิบจานให้ข้าที” ขณะที่หมูกำลังสุกได้ที่กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของกระเทียมและหมูทอด ส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งครัวจนคนทำเองยังพลอยกลืนน้ำลายตามไปด้วย เจียงถิงถิงตักหมูทอดกระเทียมขึ้นจากกระทะแล้วยื่นมือไปรับจานจากสาวใช้คนสนิท
ไม่นานต้มจืดผักกาดขาวก็เสร็จตามหมูทอดกระเทียม ทั้งสามจึงช่วยกันยกอาหารไปนั่งกินข้าวกันที่โถงอาหาร
“เ้าคิดว่าตนเองงดงามแล้วใช่หรือไม่จึงกล้ายั่วยวนท่านพี่เช่นนี้” ซ่งเยี่ยนฟางที่รับคำสั่งจากผู้เป็สามีมาแจ้งข่าว เอ่ยตำหนิเจียงถิงถิงท่าทีต่างจากยามอยู่ต่อหน้าหยุนฮ่าวหรานนัก ขณะที่คนถูกตำหนิไม่ได้สนใจท่าทีของนางแต่กลับกันเจียงถิงถิงแสดงท่าทีเชื่องช้าเนิบนาบราวกับอีกฝ่ายไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้
แพขนตายาวงอนงามกระพริบช้า ๆ ผินหน้าไปทางคนที่เอ่ยตำหนินางด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ริมฝีปากแดงระเรื่อราวผลอิงเถาขยับยิ้มหยันเล็กน้อย ดวงหน้าเรียวงดงามผุดผาดชวนมอง จมูกเชิดรั้นรับกับริมฝีปากบางได้อย่างไม่มีที่ติ ซ่งเยี่ยนฟางใไม่น้อยที่อีกฝ่ายงดงามตะลึงพึงเพริศได้เพียงนี้ทั้งที่ไม่เจอนางเพียงหกเจ็ดวันเท่านั้น
“วันนี้ไม่มีสิ่งใดมาป้ายสีข้าเ้าจึงมาหาความด้วยตนเองงั้นหรือ” เสียงหวานเอ่ยขบขันปนความเวทนา นางย่อมรู้ดีว่าซ่งเยี่ยนฟางหาเื่นางด้วยเหตุอันใด นางรู้ดีว่าสตรีที่หวงบุรุษที่ได้ชื่อว่าสามีนั้นเป็เช่นใด แต่กับหยุนฮ่าวหรานนั้นนางไม่มีสักเศษเสี้ยวความคิด ความรู้สึกว่าอยากได้เขาผู้นั้น และนั่นเป็เหตุผลที่นางไม่ตอบโต้อีกฝ่ายอย่างรุนแรง
เพราะหากหยุนฮ่าวหรานไม่มีซ่งเยี่ยนฟางนางอาจจากไปยากลำบากขึ้น อีกความคิดหากได้อีกฝ่ายมาเป็พวกนางอาจใช้ชีวิตได้ราบรื่นขึ้นแต่จะอย่างไรนางผู้นี้ก็เคยเกือบฆ่าเจียงถิงถิง
“ข้าหรือหาเื่เ้าเจียงถิงถิง เป็เ้าเสียมากกว่าที่จงใจทำตัวให้งดงามขึ้นเพื่อให้ท่านพี่ของข้าสนใจ หากเป็เ้าคนเก่ามีหรือท่านพี่จะสนใจ”
“นั่นอย่างไรล่ะ เ้าก็คิดได้หยุนฮ่าวหรานผู้นั้นชอบสตรีงดงาม เช่นนั้นไม่ว่าสตรีนางนั้นใช่ข้าหรือไม่ก็ล้วนไม่สำคัญ ขอแค่เป็สตรีคนต่ำช้านั้นย่อมอยากได้ไปเสียหมด ที่ข้าทำตัวให้งดงามขึ้นแน่นอนข้าย่อมทำเพื่อตนเอง”
“เช่นนั้นวันนี้เหตุใดท่านพี่จึงอยากร่วมหอกับเ้าอีก ทั้งที่ท่านพี่ไม่เคยใยดีเ้ามาก่อน”
“เ้าว่าอย่างไรนะ”
“ท่านพี่ให้ข้ามาแจ้งว่าวันนี้จะมาร่วมหอกับเ้าให้เ้าเตรียมตัว”
“เ้าคนสารเลวนั้น นี่! เ้าฟังข้าให้ชัดอีกสักที ข้าไม่เคยสนใจใยดีในตัวสามีเ้า ไม่มีวันที่ข้าจะยอมเข้าหอร่วมกับคนผู้นั้นและเื่สำคัญที่สุดคือข้าอยากหย่าออกไปตระกูล เ้าฟังรู้ความแล้วหรือไม่ซ่งเยี่ยนฟาง” เจียงถิงถิงเอ่ยวาจาเสียงดังชัดเจนจนผู่เย่ว์ที่อยู่ห่างไปยังคงได้ยินร่วมถึงชายหนุ่มที่มาเยือนเรือนข้างบ่อยราวกับเรือนตนเอง
“เช่นนั้นทำไมไม่ออกไป” เมื่อได้ยินจากปากสตรีด้วยกันว่านางเองก็ไม่เต็มใจจะอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้ ซ่งเยี่ยนฟางจึงมีท่าทีอ่อนลงไม่รับรู้ถึงการเข้ามาของคนอีกผู้หนึ่ง
“นางกำลังรอเวลาต่างหากเล่า ไม่ใช่นางไม่อยากไปเพียงแต่ตอนนี้นางยังไปไหนไม่ได้” อันอี้เฉินกล่าวเสียงนุ่มนวลพลางเดินก้าวยาวสม่ำเสมอไปยืนเคียงข้างเจียงถิงถิง
“เ้ารู้ได้อย่างไร” เจียงถิงถิงพึมพำแ่เบาระคนใที่อันอี้เฉินกล่าวราวกับรู้เื่อยู่ก่อนแล้ว
“คุณชายอัน ท่านหมายความเช่นไร”
“เ้าคิดว่าข้าทนรออยู่ที่นี่ด้วยเหตุอันใดเล่า” อันอี้เฉินหันไปบอกเจียงถิงถิงด้วยรอยยิ้ม เขามีความเกี่ยวกับสกุลหยุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ที่ยังอยู่ที่นี่ก็เพราะเป็ห่วงสหายอย่างเจียงถิงถิง เพราะนางไม่สู้คนยอมคนไปเสียหมดเขาจึงอยู่เป็เพื่อนนางและหวังว่าวันหนึ่งจะช่วยนางไปจากที่นี่ได้
ยังไม่ทันได้ช่วยนางก็เกือบหมดลมที่นี่เสียแล้ว เขาจึงยิ่งโทษตนเอง โชคยังดีที่นางไม่สิ้นใจไปจริง ๆ เขายังคิดว่าจะให้นางหนีไปเสียหลังฟื้นขึ้นมาแต่ยามที่นางฟื้นขึ้นมากลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน
“นางมีสัญญากับท่านพี่ว่าจะอยู่ที่นี่หนึ่งปีและนางได้ใบหย่าจากท่านพี่มาแล้ว นี่ก็ผ่านมาราวครึ่งปีแล้ว”
“เช่นนั้น เหตุใดท่านพี่จึงให้ข้ามาบอกนางเื่ร่วมหอเล่า”
“ความหวงของกระมัง” อันอี้เฉินตอบอย่างที่ใจคิดแต่งเข้าแล้วภรรยานับเป็ของ ๆ สามี หยุนฮ่าวหรานจึงรู้สึกว่าเจียงถิงถิงเป็ของ ๆ ตนเองอยู่ดี แม้จะมีใบหย่าไว้เป็หลักประกันก็ตาม
PS. มีอีบุ๊กแล้วน้าาา
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTY0Nzg1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjUzMzU1Ijt9