เรือส่วนตัวแบบเช่าของกลุ่มแลนซ์มาจอดเทียบท่าที่โกดังเรืออัตโนมัติโดยสวัสดิภาพ แลนซ์ แอนนา และวาเนสซ่าออกมาจากเรือด้วยเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน และยังพูดถึงเื่ชมโลกใต้ทะเลผ่านท้องเรือที่เป็กระจกอีกด้วย
แต่นั่นกลับทำให้ผู้ดูแลโกดังเรือมีสีหน้าแปลกใจ ที่ลูกเรือเช่ากลุ่มนี้ดูไม่เป็อะไรและปลอดภัยดี เพราะ่นี้ทวีปแอตลาสมีข่าวว่าเขตน่านน้ำกำลังเผชิญกับหายนะสีดำอยู่
“เหลือเชื่อเลยนะ ที่พวกเธอรอดปลอดภัยมาได้น่ะ” ผู้ดูแลโกดังเรือกล่าว “ไม่เจอกับอะไรแปลกๆบ้างเลยหรือครับ คุณลูกค้า”
“ตอนผมนั่งเรือมาทะเลมันก็สงบตลอดนะครับ” แลนซ์กล่าว “ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่า”
กลุ่มของแลนซ์ไม่้าถูกตกเป็เป้าของการสอบถามใดๆ พวกเขาจึงตัดปัญหาทำเป็ไม่รับรู้เื่หายนะสีดำไปเสียเลย นี่คือสิ่งที่กลุ่มของแลนซ์ตกลงกันมาเรียบร้อยแล้ว
“อ่อ อย่างนั้นหรือครับ” ผู้จัดการกล่าวด้วยความแปลกใจ “คืออันที่จริงแล้วคุณลูกค้าน่าจะถูกเตือนเื่หายนะสีดำทางทะเลมาบ้างสินะครับ”
“ใช่ค่ะ” แอนนากล่าว “ผู้จัดการโกดังเรือฝั่งไกอาก็เตือนมา แต่พวกเราไม่พบเจออะไรเลย”
“อันที่จริงปัญหามันรุนแรงกว่าที่ฝั่งไกอาเตือนน่ะครับ” ผู้จัดการโกดังกล่าว “ตอนนี้การสื่อสารของสองทวีปถูกหายนะสีดำปิดกั้นอยู่ เพราะเราไม่สามารถส่งเรือหรือสัตว์เวทสื่อสารออกไปได้ จึงไม่สามารถแจ้งทางนั้นได้ว่าอย่าส่งเรือมา เพราะตอนนี้หายนะสีดำมันจะทำลายทุกอย่างที่อยู่ในทะเล บนผิวทะเล หรือแม้แต่บินอยู่เหนือทะเล เ้าปีศาจนางพญานั่นมันทำลายทุกอย่างไม่เหลือ”
“ข้อเสียของการที่ไม่มีแผ่นดินติดกันสินะ เลยส่งข่าวไม่ได้” แลนซ์กล่าว “แต่พวกผมไม่เจอกับวี่แววของหายนะสีดำเลย มันคงจะถูกสัตว์ทะเลเ้าถิ่นจัดการไปแล้วก็ได้นะครับ ”
ผู้จัดการโกดังเรือสาขาแอตลาสพยักหน้ารับและไม่ถามอะไรต่อ เพราะถ้าเกิดเหตุการหายนะสีดำรุนแรงยังคงมีอยู่ พวกกลุ่มของแลนซ์คงไม่มีทางรอดชีวิตอย่างแน่นอน
“ขอให้โชคดีนะ” ผู้จัดการโกดังเรือกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินออกไป
………………………………
“แล้ว...ทำไมเราถึงมาที่บ้านของขุนนางในสาธารณรัฐไวท์โฮปล่ะคะ” แอนนาเอ่ยถามวาเนสซ่า ที่นำทั้งสองมายังหมู่บ้านในเขตขุนนาง หรือที่สาธารณรัฐไวทโฮปเรียกกันว่า พนักงานเ้าหน้าที่รัฐ
“เพราะว่านี่เป็ทางเลือกที่ง่ายที่สุด ที่จะมอบให้พวกท่านค่ะ” วาเนสซ่ากล่าว “โชคดีที่ฉันมีคนรู้จักอยู่ในทวีปนี้บ้าง จึงน่าจะพอช่วยเื่อยู่อาศัยที่นี่อย่างถาวรได้”
บ้านเดี่ยวขนาดกลางสองชั้นถูกวาเนสซ่ากดกริ่งจากหน้าบ้าน ก่อนที่ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกว่าๆจะเดินออกมาต้อนรับ ชายหนุ่มผมน้ำตาลคนนี้ มีดวงตาสีชมพูเหมือนกับวาเนสซ่าและแอนนา บ่งบอกว่าพวกเขาเป็ญาติเพราะมีเชื้อสายร่วมกัน
“ขอโทษด้วยนะคะ ที่มารบกวนในเวลาแบบนี้ คุณแม็กฟาเลน” วาเนสซ่ากล่าวกับชายหนุ่มตรงหน้าที่ยิ้มทักให้กับเธอ “ดิฉันวาเนสซ่า มาจากตระกูลวัลไคเรียของท่านพ่อโคลสัน เรามาคุยเื่สำคัญ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมคะ”
“ผมรู้จักตระกูลหลักทุกคน” แม็กฟาเลนกล่าว “เชิญครับ ถ้าไม่ใช่เื่เงินล่ะก็คุยได้ทุกเื่”
“เกรงว่าจะมีเื่เงินมาเกี่ยวข้องน่ะค่ะ” วาเนสซ่ากล่าวพลางส่งยิ้ม “แต่ทางนี้ไม่ได้มายืมหรอกนะคะ แต่เป็ฝ่ายให้ค่ะ”
“งั้นหรือ”แม็กฟาเลนกล่าวพลางไหวไหล่ “เข้ามาสิ จะลองฟังดู”
เมื่อเข้ามาในห้องรับแขก แม็กฟาเลนได้นำน้ำผลไม้แบบกล่องพร้อมหลอดเจาะดูดมาให้กับทั้งสามคน วาเนสซ่ามีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยเห็นเครื่องดื่มแบบนี้ ในขณะที่แลนซ์และแอนนานั้นมีสีหน้าปกติ พร้อมเจาะหลอดดูดอย่างเคยชิน
“เคยกินน้ำผลไม้แบบกล่องแล้วหรือ” แม็กฟาเลนกล่าว “นี่ของใหม่จากศาสนจักรเลยนะ พึ่งออกเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กะว่าจะนำเสนอให้แปลกใจเสียหน่อย”
“เราพบนักบวชในโบสถ์ทานกันน่ะครับ” แลนซ์รีบกล่าวทันที “เลยไม่ได้แปลกใจอะไร”
ความจริงแล้วน้ำผลไม่หรือนมกล่องเป็ของทั่วไปในยุคสมัยของแอนนาและแลนซ์ พวกเขาจึงลืมแกล้งประหลาดใจกับของที่เป็ของใหม่ในยุคนี้
“อย่างงั้นหรือ” แม็กฟาเลนกล่าวก่อนจะมองไปยังวาเนสซ่า “คุณวาเนสซ่าสินะครับ...เธอมาเพราะมีเื่ให้ฉันช่วยสินะ ลองว่ามาก่อนสิ”
ระหว่างที่วาเนสซ่ากำลังจะกล่าวนั้น จู่ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก พร้อมกับเด็กหนุ่มที่หน้าตาคล้ายกับแม็กฟาเลนเดินเข้ามา เขามีผมสีดำสนิทแบบแอนนาและวาเนสซ่า แต่ทว่าดวงตานั้นเป็สีฟ้าน้ำทะเล
“อ้าว ริชาร์ด ฝึกซ้อมดาบกับคุณเบอร์นาร์ดเรียบร้อยแล้วหรือ” แม็กฟาเลนเอ่ยถามเด็กหนุ่มอายุราวสิบสองปี ซึ่งอยู่ในวัยเดียวกับแลนซ์และแอนนา ด้านหลังของเขาสะพายดาบไม้ที่ค่อนข้างใหญ่เกินกว่าที่เด็กจะถือเอาไว้
“ครับคุณพ่อ” ริชาร์ดกล่าวพลางปาดเหงื่อ ก่อนที่เขาจะผงะเมื่อเห็นแขกในบ้าน “เรามีแขกหรือครับ”
“ใช้แล้วล่ะ แนะนำตัวสิ” แม็กฟาเลนกล่าวให้บุตรชายของเขาแนะนำตัว
“สวัสดีครับ” ริชาร์ดกล่าวเสียงเรียบ พลางโค้งคำนับ “ผม ริชาร์ด ไมเยอร์ บุตรเพียงคนเดียวของท่านพ่อแม็กฟาเลน ผู้เป็เ้าหน้าที่ธุรการในกระทรวงคมนาคม ส่วนท่านแม่โนเอลเป็พนักงานเอกชนครับ”
แม็กฟาเลนยิ้มแห้งๆ ที่ลูกชายของเขาแนะนำตำแหน่งหน้าที่การงานซะละเอียด
“ผมแลนซ์ครับ”
“ฉันแอนนาค่ะ”
“และดิฉัน วาเนสซ่าค่ะ”
ทั้งสามแนะนำตัวกลับให้พ่อลูกได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ริชาร์ดพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “ทั้งสามเป็ชาวต่างชาติสินะครับ และไม่มีนามสกุลนี่แสดงว่ามาจากประเทศที่มีการปกครองด้วยระบอบกษัตริย์แน่ๆ”
อาณาจักรที่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ นามสกุลจะแสดงถึงที่มาและเกียรติยศ ดังนั้นสามัญชนจึงไม่มี พวกเขาจะมีเฉพาะชื่อเท่านั้น
“อันที่จริงแล้วพวกเราเคยมีนามสกุล” วาเนสซ่ากล่าว “แต่เนื่องจากนายหญิงของดิฉันตัดขาดกับทางนั้นแล้ว ตัวดิฉันซึ่งติดตามนายหญิง จึงไม่อาจดำรงไว้ซึ่งนามสกุลได้ค่ะ”
“ริชาร์ด ไปอาบน้ำอาบท่าซะ ระหว่างนี้พ่อจะคุยกับแขกก่อน” แม็กฟาเลนหยุดการสนทนาของลูกชายตน ก่อนที่เขาจะหันมาหาวาเนสซ่า
“คุยเื่ธุระกันเถอะครับ” แม็กฟาเลนกล่าว “ปกติแล้วตระกูลหลักอย่างวัลไคเรีย ไม่มีทางมาหาพวกเราที่ถูกถอดสิทธิในการใช้ชื่อตระกูลไปแล้วแน่ๆ คงเป็เื่สำคัญจริงๆสินะครับ”
“วัลไคเรียหรือ” ริชาร์ดซึ่งกำลังจะเดินไปห้องน้ำได้ยินคำพูดของพ่อตน “ไอ้พวกตระกูลหลักที่ขับไล่ปู่เราออกมานี่หว่า”
“ริชาร์ด...ถ้าไม่ฟังที่พ่อพูดจะหักค่าขนมนะ!!”
“ครับ” ริชาร์ดตอบรับเสียงดัง ก่อนจะรีบเข้าห้องน้ำทันที
“พวกเราอยากจะขอให้คุณแม็กฟาเลนช่วยเื่ทะเบียนบ้านน่ะค่ะ” วาเนสซ่ากล่าว “อยากให้ช่วยรับท่านแอนนาและท่านแลนซ์เข้าเป็สมาชิกของบ้านไมเยอร์ เพื่อให้ทั้งสองสามารถใช้สิทธิเข้าโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือได้ค่ะ ขอแค่สามปีเท่านั้น เราจะไม่กวนคุณอีก”
“นี่มันยิ่งกว่าขอยืมเงินอีกนะนี่” แม็กฟาเลนกล่าวพลางถอนใจ “มันเป็ปัญหาระยะยาวเลยนะครับ หากพวกคุณมีคดีติดตัวหรือทำอะไรเสื่อมเสีย มันจะส่งผลถึงผมด้วย และไหนจะต้องมาอาศัยบ้านผมอีก”
“เราเข้าใจว่าคุณลำบากใจค่ะ” วาเนสว่ากล่าว “แต่ดิฉันขอสัญญาว่าจะไม่ให้คุณเดือดร้อนเื่เงินเลยแม้แต่น้อยค่ะ และจะไม่อาศัยในบ้านของคุณด้วย แค่มีชื่ออยู่ก็พอ”
“อันที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่บ้านของผมหรอกครับ” แม็กฟาเลนกล่าวพลางยิ้มด้วยความเขินอาย “นี่มันบ้านอาศัยชั่วคราวของพนักงานรัฐน่ะ เราต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือน และต้องย้ายออกเมื่อเกษียณ ถึงอยากจะรับยังไง ก็คงติดขัดอะไรหลายๆอย่าง”
“ถ้าอย่างนั้นฉันคิดออกแล้วค่ะ ว่าจะมอบค่าตอบแทนให้พวกคุณยังไง”
วาเนสซ่ามองไปทางแอนนากับแลนซ์ แอนนาจึงหยิบเหรียญทองขึ้นมาสองเหรียญ ก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะ
“นี่คือค่าตอบแทนค่ะ สองล้านเหรียญหิน” วาเนสซ่ากล่าว “มากพอจะให้คุณซื้อบ้านเป็ของตัวเองได้เลย ไม่ต้องคอยเช่าบ้านรายเดือนแบบนี้ค่ะ”
“แบบนี้ชักยิ่งสงสัยใหญ่เลยล่ะ” แม็กฟาเลนกล่าว “ผมเป็เ้าพนักงานรัฐ จึงรู้ดีว่าไม่มีผลตอบแทนไหนที่จะได้มาง่ายๆ แค่ช่วยพวกคุณให้ได้เป็พลเมืองในประเทศนี้ มันไม่น่าจะมีมูลค่าถึงสองล้าน ซึ่งมากกว่าราคาบ้านย่านนี้อีกนะครับ”
“รับไว้เถอะค่ะ” วาเนสซ่า “ถือเป็ค่าตอบแทนที่จะทำให้พวกเราสะดวกสบาย และไม่ต้องดิ้นรนหาทางอื่น ในการเป็พลเมืองอย่างถูกต้องก็แล้วกันนะคะ”
แม็กฟาเลนเอามือเท้าคาง พลางครุ่นคิดสักครู่ ก่อนที่ในที่สุดเขาจะตัดสินใจรับเหรียญทองเอาไว้ และเริ่มกล่าว
“ว่ากันว่าตระกูลวัลไคเรียสาขาหลักทุกคน ล้วนเป็นักเวทหรือนักรบที่มีพร์ ผมยินดีจะให้พวกเธอมีรายชื่อในทะเบียนบ้าน และช่วยเหลือเื่การเป็พลเมือง แต่มีข้อแม้อะไรนิดหน่อย”
“ว่ามาเถอะค่ะ” วาเนสซ่ากล่าว
“ริชาร์ด ลูกชายผม เขามีความฝันจะเป็นักรบเวท” แม็กฟาเลนกล่าวเสียงเครียด “แต่อย่างที่เห็น ผมรับราชการ ภรรยาผมโนเอลเธอก็เป็พนักงานบัญชีเอกชน ไม่มีใครมีความรู้หรือความสามารถจะสอนเขาเลย ตอนนี้เลยต้องให้ตาลุงเบอร์นาร์ดทหารรับจ้างเกษียณช่วยฝึกฝนให้อยู่”
“แล้วคนชื่อเบอร์นาร์ดสอนไม่ดีหรือคะ” วาเนสซ่ากล่าวถาม “ทหารถ้าอยู่รอดจนเกษียณแล้ว ก็น่าจะมีฝีมือพอตัวนะคะ”
“ไม่ใช่อะไรหรอกนะ” แม็กฟาเลนกล่าว “เบอร์นาร์ดน่ะ เขาไม่ใช่ทหารสายต่อสู้น่ะสิ แต่เป็ทหารจากกรมสัตว์ทหารแพทย์ ดังนั้นจึงอยากได้นักรบเวทโดยตรงสอนให้มากกว่า”
กรมสัตว์ทหารแพทย์คือหน่วยที่ดูแลสัตว์ในกองทัพ เช่นม้าศึก กริฟฟอน หรือัเวทนั่นเอง แน่นอนว่าคนอยู่หน่วยนี้เป็หน่วยสนับสนุนมากกว่าที่จะต่อสู้ ดังนั้นการให้คนในหน่วยนี้ฝึกฝนคนที่อยากเป็นักรบเวท จึงดูไม่ค่อยเข้ากันนัก
“ถ้าเื่ฝึกฝนน่ะไม่มีปัญหาค่ะ พวกเราจะฝึกฝนให้” วาเนสซ่ากล่าว “แต่ดูจากสีของดวงตาริชาร์ดแล้ว เขาไม่ได้รับสืบทอดพลังแห่งวัลไคเรียเหมือนกันกับพวกเรา หากแต่เป็พลังชนิดอื่น...ดังนั้นคงต้องขอทราบเวทที่เขาถนัดด้วยค่ะ”
“ถูกต้อง ริชาร์ดไม่ได้ถนัดธาตุไฟหรือน้ำแข็ง ซึ่งเป็พลังถนัดของตระกูลวัลไคเรีย” แม็กฟาเลนกล่าว “เขาสืบทอดพลังเวทสายฟ้าจากสายเืของโนเอล แต่บ้านเราไม่มีใครเป็นักเวทเลยสักคน ซ้ำยังไม่มีเส้นสายกับจอมเวทธาตุสายฟ้าคนไหนอีก ตอนนี้เลยให้ริชาร์ดเรียนกับลุงเบอร์นาร์ดเพื่อฝึกเวทสายฟ้าพื้นฐานกับวิชาดาบเบื้องต้น”
“แล้ว้าให้พวกเราสอนเขาถึงระดับไหนคะ” แอนนากล่าว “คัมภีร์เวทน่ะ เดี๋ยวไปซื้อด้วยกันที่ร้านหนังสือของสมาคมจอมเวทก็ได้ค่ะ เื่เวทที่ขาดไม่ใช่ปัญหาเลย”
แม็กฟาเลนทำท่าใเล็กน้อย เพราะคัมภีร์เวทต้องซื้อจากร้านในสังกัดสมาคมจอมเวทเท่านั้น และราคาของมันอยู่ที่หลักแสนถึงล้านเหรียญหิน ไม่ใช่ของที่ชาวบ้านหรือเ้าหน้าที่รัฐชั้นผู้น้อยจะซื้อได้ง่ายๆ
“พวกคุณบอกว่าจะเข้าโรงเรียนเวทมนตร์นานาชาติแอสตรัลสินะครับ” แม็กฟาเลนกล่าว “ริชาร์ด ลูกชายของผมเขาเองก็อยากจะเข้าโรงเรียนนั้นเช่นกัน ช่วยฝึกฝนเขาจนอยู่ในระดับที่สามารถผ่านรอบคัดเลือกได้ไหมล่ะครับ”
“ตกลงค่ะ” แอนนากล่าว “พวกเราสัญญาว่าหากริชาร์ดมีจิตใจใฝ่เรียนรู้ และอดทนมากพอ เขาจะเป็นักเวทชั้นดีไม่แพ้พวกเราอย่างแน่นอนค่ะ”
“ได้ยินทั้งหมดแล้วล่ะ” ริชาร์ดในสภาพนุ่งผ้าขนหนูเปลือยท่อนบนเดินมาหากลุ่มของแอนนา “น่าสนเหมือนกันนะ เอาเป็ว่าผมยอมรับ ถึงจะไม่รู้ว่าพวกคุณจะแกร่งเท่าไหนก็ตาม”
แลนซ์สังเกตร่างกายของริชาร์ด บริเวณท้องของเขามีรอยถูกดาบฟันจนเป็แผลเป็ ถึงจะไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด แต่แลนซ์ก็เริ่มร่ายเวทรักษา
หน้าท้องของริชาร์ดหายเป็ปกติ เขารู้สึกอบอุ่นบริเวณที่เคยเป็แผล เมื่อเขาก้มลงดูก็ทำหน้าตกตะลึง ก่อนจะมองมายังแลนซ์
“แผลเป็เมื่อเดือนก่อนหายสนิท...ว้าว นายเป็จอมเวทของจริงเลยนี่พวก ฉันชักอยากฝึกฝนกับพวกนายเสียแล้วสิ”