ไกลออกไปภายในม่านฝุ่นที่คละคลุ้งร่างงามระหงส์บอบบางน่าทะนุถนอมของเฟิงเสวี่ยฉีหอบหายในอย่างหนักหน่วงด้วยความเหน็ดเหนื่อยอาภรณ์แดงสดที่เคยงดงามขาดวิ่นยุ่งเหยิงเผยให้เห็นต้นขาอ่อนเรียวงามผ้าแพรสีแดงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตแดงฉานอาบไล้ลงมาถึงทรวงอก มือข้างขวาที่กอบกุมกระบี่สั่นไหวไปมาด้วยความรู้สึกชาด้าน
โฮกกก!
เสียงคำรามอย่างโกรธแค้นของราชสีห์โลกันตร์คำรามลั่นสายตาแดงฉานถูกครอบงำด้วยเปลวเพลิงแห่งความพิโรธจับจ้องมายังหญิงสาวด้วยประกายตาดุร้ายมุมปากใหญ่โอ่อ่าน่ากลัวบัดนี้บังเกิดาแเหวอะหวะให้เห็นซี่ฟันแหลมคมที่มันเคยภาคภูมิใจนักหนาหักละเอียดปรากฏโลหิตสีดำเข้มหลั่งไหลปะปนน้ำลายเหนียวหนืดหยดยืดออกมาเป็สาย
“เ้ามนุษย์ชั้นต่ำ!ถึงกับมีลูกเล่นสกปรกเช่นนี้…ก็ดี! เช่นนั้นข้าจะเอาจริงและกินเ้าเพื่อสังเวยความแค้นของข้าเสียที!?”เสียงคำรามของราชสีห์โลกกันตร์ดังลั่น
มันผู้เป็สัตว์อสูรสายเืดึกดำบรรพ์อันสูงส่งสายเืที่ตกทอดสืบเชื้อสายมายาวนานหลายหมื่นปีบรรพบุรุษของพวกมันล้วนเป็ผู้นำฝูงสัตว์อสูรยุคก่อน สัตว์อสูรา! แล้วตอนนี้ มันกับถูกมนุษย์ตัวกระจ้อยล่อยเบื้องหน้าดูิ่ศักดิ์ศรีมนุษย์ผู้มีพลังที่ต้อยต่ำกว่ามันเป็ไหนๆ มันผู้ถือดีในสายโลหิตไหนเลยจะยินยอมถูกมนุษย์ที่สุดแสนจะชิงชังสลักรอยแผลไว้ให้
โฮกกกกกกกกกกก
เสียงร้องคำรามของราชสีห์โลกันตร์ครานี้แฝงไว้ด้วยความเครียดแค้นสุดประมาณเสียงคำรามของมันเหมือน้าให้์ได้รับรู้ถึงความพิโรธในจิตใจแรงสั่นะเืมากมายมหาศาลแทบทำให้ผนังถ้ำถล่มลงมาหินหนืดลอบด้านเริ่มล่องลอยขึ้นมาราวมีชีวิตก่อนจะถูกเพลิงไฟหลอมละลายพื้นอุ้งเท้าใหญ่ของมันเริ่มปรากฏล่องลอยแตกละเอียดจมลึกทีละน้อยทำให้ลาวาสีแดงเข้มเริ่มปะทุซึมเซาออกมา
ทันใดนั้น!ร่างอสูรกายสูงใหญ่กว่าสิบเมตรถูกห่อทุ่มไปด้วยเพลิงธาตุิญญาอัคคีเข้มข้นของพื้นปฐีดวงจิตอสูรใจกลางหน้าฝากลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงเจิดจ้าลอยสูงขึ้นไปจรดเพดานถ้ำ! กระดูกที่ยื่นออกมาจากข้อต่อขาทั้งสี่ข้างเริ่มดูดซับธาตุิญญาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะสลายพลังดูดซับเข้าสู่ร่างกายมหึมาอย่างหิวกระหายร่างใหญ่โตกว่าสิบเมตรเริ่มขยับขยายใหญ่ขึ้นทีละนิด ทีละนิด!
“มันยังตัวใหญ่ไม่พออีกหรือไง…บิดามันเถอะ?!” ไป๋หยุนเฟยเบิกตากว้างอย่างหวาดผวาก่อนสบถสาปแช่งออกมา
เห็นความพิโรธของราชสีห์โลกันตร์เบื้องหน้าจิตใจเฟิงเสวี่ยฉีเริ่มรับรู้ถึง่เวลาแห่งวิกฤตอย่างแท้จริง ใบหน้างามยามนี้ซีดเซียวริมฝีปากแดงซีดขาวลงกว่าเก่าขบกัดแน่น ไม่ต้องเสียเวลาให้ขบคิดมากความ ณ่เวลานี้เป็่เวลาที่อสูรกายเบื้องหน้าไม่อาจขยับเขยื้อนกายได้…นั่นย่อมคือ่เวลาที่สมควรลงมืออย่างสุดกำลัง!
“ขุนเขาเทพอัคคี---เขตแดนอัคคีพิโรธ!!”
พร้อมกับน้ำเสียงกู่ร้องอันแสนไพเราะของเฟิงเสวี่ยฉีเบื้องหน้าเริ่มปรากฏข่ายอักขระมนตราเป็วงล้อมขนาดใหญ่กว่าห้าเมตรโดยมีเฟิงเสวี่ยฉียืนอยู่จุดศูนย์กลางบรรยากาศในรัศมีข่ายมนตราเริ่มบิดเบี้ยวก่อนจะทวีความร้อนแรงเหมือน้าเผาไหม้ทุกสรรพสิ่งภายในข่ายมนตราบังเกิดเพลิงลาวาร้อนแรงเริ่มปะทุพุ่งทะยานออกมาจากพื้นภิพบเบื้องล่างหลายร้อยสายราวูเาไฟขนาดย่อมโลกหล้าภายในข่ายมนตราแดงฉานไปด้วยเพลิงลาวา
“เขตแดน! นางถึงกับร่ายเวทคาถาและใช้เขตแดนได้จริงๆ?!”ไป๋หยุนเฟยกล่าวกับตนเองอย่างฉงนสายตาสาดส่องพิจารณาอักขระเขตแดนไปมา “นี่เป็เพียงเขตแดนระดับกลาง…นางถึงกับเป็ผู้ใช้อักขระระดับกลาง อืมมม?”
วิชาเขตแดนนั้นจัดเป็เวทคาถาชั้นสูงผู้ใช้ออกจำเป็ต้องมีความรู้ในอักขระจารึกถึงระดับขั้นกลางหรือสูงกว่า! จึงจะสามารถใช้เวทคาถาขั้นสูงเช่นนี้ได้ ทันทีที่เขตแดนถูกใช้ออกทุกสรรพสิ่งภายในรัศมีเขตแดนล้วนถูกเปลี่ยนโดยธาตุิญญาของผู้ใช้ออกและเอื้อประโยชน์แก่ผ็ใช้ออกอย่างมากมายมหาศาลวิชาเขตแดนประกอบไปด้วยเขตแดนหลากหลายประเภทแล้วแต่ความถนัดของผู้ใช้ซึ่งส่วนมากล้วนพบเห็นได้ยาก!
สำหรับไป๋หยุนเฟยที่ตั้งหน้าตั้งตาวิจารณ์ความสามารถซ่อนเร้นของหญิงสาวอย่างชื่นชมกลับไม่ได้สังเกตเลยว่า ตนเองก็เป็ผู้ใช้อักขระขั้นสูงตั้งนานแล้ว…
“เฮอะ! กางเขตแดนแล้วอย่างไร?เ้ามนุษย์ตัวจ้อย ใช่เ้าลืมไปแล้วหรือไม่ว่าข้าก็คืออสูรธาตุอัคคี! เขตแดนกระจอกเช่นนี้เพียงทำให้ข้าจั้กจี้เท่านั้น ช่างน่าขัน!” เสียงคำรามดังสนั่นน้ำเสียงชั่วร้ายแฝงไว้ด้วยความดูถูกเหยียดหยามอย่างชัดเจน
แม้ราชสีห์โลกันตร์จะเป็สัตว์อสูรที่มีสายเืแตกแยกออกมาจากบรรพบรุษแต่ในตัวของมันราชสีห์โลกันตร์ก็สืบทอดสายโลหิตอันเจือจางมาจากอสูราอย่างแท้จริงโลหิตในกายมันก็มีสายโลหิตอันเจือจางของบรรพบุรุษสามถึงสี่ส่วนด้วยสายเืที่แตกแยกออกมาเช่นนี้มันผู้ดำลงตำแหน่งสัตว์อสูรก็ถูกเรียกด้วยสมญานามว่า สัตว์อสูรดึกดำบรรพ์!
ถึงแม้จะเป็เพียงอสูรดึกดำบรรพ์ แต่มันก็คือราชันแห่งสัตว์อสูรจะอย่างไรพลังกายภาพของมันก็แข็งแกร่งกว่าอสูรธรรมดาอย่างทาบไม่ติดั้แ่กำเนิดด้วยพลังธาตุิญญาอัคคีในสายโลหิตร่างกายของมันสามารถควบคุมและต้านทานธาตุิญญาอัคคีในระดับสูง!
ด้วยเขตแดนระดับกลาง นั่นย่อมแสดงว่าธาตุิญญาอัคคีในข่ายมนตราเพียงมีพลังทำลายของธาตุิญญาขั้นกลางเท่านั้นด้วยพลังทำลายเพียงระดับกลางย่อมไม่อาจทำอันตรายราชสีห์โลกันตร์ซึ่งมีความสามารถควบคุมธาตุอัคคีในระดับสูงได้!
ภายในเขตแดนอัคคีกระแสลมร้อนพวยพุ่งทะยานเผาไหม้รุนแรง กระแสธารลาวาพุ่งตรงออกมาจากพื้นดินเป็เส้นสายเดือดระอุบางสายพุ่งกระแทกร่างกายใหญ่โตของราชสีห์โลกันตร์รุนแรงจนโซซัดโซเซเฟิงเสวี่ยฉีไม่ปล่อยโอกาสหลุดลอยมือขาวหญิงสาวกระชับกระบี่เล่มยาวแแ่ก่อนจะกลายเป็ร่างเงาพร่าพรายสีแดงวิบวับสลับไปมาพุ่งตรงเข้าหาราชสีห์โลันต์
"ฝนอัคคีพิรุณโปรยปราย!"
ภายในเขตแดนอันโชด่ปรากฏฝนกระบี่มากมายหลายร้อยสายเฟิงเสวี่ยฉีใช้ออกด้วยเพลงกระบี่รวดเร็วอย่างที่สุดร่ายรำกระหน่ำใส่อสูรกายเบื้องหน้าราวเต้นระบำกลางหยาดฝนอัคคีถึงแม้เพลิงลาวาที่พุ่งออกมาไม่อาจทำอันตรายต่อราชสีห์โลกันตร์ได้แต่ด้วยแรงอัดกระแทกจากลาวาเบื้องล่างก็เพียงพอจะให้ราชสีห์โลกันตร์สั่นไหวไปมาตกเป็เป้าซ้อมให้หญิงสาวอย่างง่ายดายทันทีที่เหมือนจะระบุตำแหน่งหญิงสาวได้ ราชสีห์โลกันตร์จู่โจมใส่หญิงสาวทุกวิถีทางทว่า เขตแดนเป็เฟิงเสวี่ยฉีที่ใช้ออก นางย่อมรู้ตำแหน่งในเขตแดนกระจ่างดีที่สุดทันทีที่อุ้งเล็บใหญ่ตะปบใส่หญิงสาว นางสามารถหลบหลีกอย่างง่ายดาย
โฮกกกกก!
“ไอ้เ้ามนุษย์กรอกกลิ้ง ช่างเจ็บแสบนัก!” น้ำเสียงคำรามอย่างโกรธแค้นสั่นะเืวิปลาส
ห้านาทีภายในเขตแดนเป็เฟิงเสวี่ยฉีลงมือกระหน่ำแทงราชสีห์โลกันตร์อยู่ฝ่ายเดียวราชสีห์โลกันตร์ไม่อาจทำอันใดได้ มันเลยต้องคำรามลั่นเพื่อระบายความแค้นถึงแม้ร่างกายของมันจะแข็งแรงทนทาน แต่ด้วยเพลงกระบี่ของหญิงสาวทั่วร่างใหญ่โตแดงฉานเริ่มปรากฏาแตื้นเขินมากมายที่เกิดจากเพลงกระบี่นับไม่ถ้วนทำให้โลหิตเริ่มหลั่งไหลชะโลมลงมา!
ตูมม ตูมมม ตูม ตูมม!
อุ้งเท้าใหญ่โตของราชสีห์โลกันตร์ตะปบใส่เฟิงเสวี่ยฉีพลาดเป้าก่อนจะกระแทกข่ายมนตราด้านล่างอย่างแรงชั่ววินาทีต่อมาหางอันใหญ่โตชุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงกองใหญ่หวดฟาดติดต่อรุนแรงใส่เงาร่างหญิงสาวไม่หยุดยั้ง ทั้งคมเขียว อุ้งเล็บอาวุธทุกส่วนในร่างกายของราชสีห์โลกันตร์ใช้จู่โจมใส่หญิงสาวอย่างบ้าคลั่ง
ด้วยแรงกระแทกอันรุนแรงทำให้พื้นเบื้องล่างปรากฏรอยแตกร้าวนับไม่ถ้วนกินอาณาเขตกว้างขวางฝุ่นผงขุ่นมัวมืดหม่น บดบังวิสัยทัศน์การมองเห็นจนหมดสิ้นมองเห็นเพียงประกายไฟเปรี้ยงป้างไปมาเท่านั้น!
ยิ่งเวลาผ่านไปาแทั่วลำตัวราชสีห์โลกันตร์ยิ่งเพิ่มขึ้นมากมายจนน่าตื่นตระหนกร่างกายใหญ่โตขยายเพิ่มขึ้นกว่าสิบห้าเมตรถูกอาบย้อมไปด้วยโลหิตแดงฉานขับเน้นให้อสูรร้ายดูน่ากลัวสยดสยองเสียงคำรามอย่างโกรธแค้นกู่ร้องวิปลาสยาวนาน
ทว่า อาการเฟิงเสวี่ยฉียามนี้ล้วนไม่ต่างกันถึงแม้ร่างกายของนางจะไร้ซึ่งาแแต่ด้วยฤทธิ์ยาเริ่มเสื่อมถอยทำให้พลังิญญาของนางลดน้อยลงทุกทีด้วยสภายร่างกายที่ถูกกระตุ้นเกินขีดจำกัดเมื่อฤทธิ์ยาเสื่อมสภาพทำให้ร่างกายของนางหนักอึ้งอย่างเหนื่อยล้าทรวงอกหอบหายใจถี่ยิบแทบขาดใจ โครงหน้างามใต้ม่านคุมซีดเผือดจนใจหายความเร็วของท่าร่างและเพลงกระบี่ยิ่งมายิ่งเชื่องช้าบางคราถึงกับหยุดชะงักตกเป็เป้าหมายเสียเองอยู่บ่อยครั้ง
“อะไรกันเ้ามนุษย์ตัวกระจ้อยมาได้เพียงแค่นี้เองหรือ? าแเล็กจ้อยเพียงแค่นี้ทำให้ข้าแสบคันเล็กน้อยเท่านั้น! ฮ่าฮ่าฮ่า ช่างน่าสมเพช!” น้ำเสียงคำรามของราชสีห์โลกันตร์แฝงแววยิ้มเยาะสายตาแดงฉานลุกโชนไปด้วยเปลวไฟอำมหิต
เห็นสภาพร่างกายเฟิงเสวี่ยฉีใกล้ถึงขีดจำกัดมันคำรามลั่นอย่างสะใจ
ไกลออกไปไป๋หยุนเฟยจ้องมองเหตุการณ์อย่างทุลนทุลายจิตใจถูกฉีกกระชากอย่างหวั่นวิตกขบปากแน่นจนเืไหลออกมาสายตาแดงก้มมองมือทั้งสองข้างของตนเองด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนก่นด่า
“ข้าผู้เป็ชายชาติบุรุษกับให้สตรีบอบบางมาปกป้องชั่งน่าอับอายสิ้นดี!...ในสถาการณ์เช่นนี้ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถช่วยนางได้?ข้าเกลียดการเป็คนไร้ประโยชน์ที่สุด!?”
หลังจากดันทุรังฝืนทนมานานกว่ายี่สิบนาทีเขตแดนที่เคยส่องประกายแสงเจิดจ้าเริ่มหม่นแรงสลัวูเาไฟวาลาจำลองหลายสิบลูกเริ่มบุบยุบ ก่อนจะสลายหายไปอย่างเชื่องช้า
ทันทีที่เขตแดนอัคคีของเฟิงเสวี่ยฉีสูญสลายร่างบอบบางล่องลอยไปมาดุจผีเสื้อน้อยโผบินอ่อนแรงช้าลงูเาไฟลาวาที่เคยบิดเบือนการโจมตีของราชสีห์โลกันตร์สิ้นสุดทำให้กรงเล็บแหลมคมที่พลาดเป้าบ่อยครั้งตวัดฟาดใส่เฟิงเสวี่ยฉีแม่นยำขึ้น พลังฤทธิ์ยาเสื่อมสลายท่าร่างของหญิงสาวล้วนถูกติดตามได้โดยง่ายพลังิญญาที่เคยพุ่งทะยานเริ่มมอดดับหลงเหลือเพียงพรมแดนผลึกิญญาขั้นปลายเมื่อรวมกับผลกระทบที่ใช้เม็ดยาทลายขีดจำกัดเกินขนาดทำให้ยามนี้ร่างกายของหญิงสาวยิ่งมายิ่งทวีความเหนื่อยล้าอันแสนสาหัสร่างกายบางหนักอึ้งดุจขุนเขา
ส่วนราชสีห์โลกันตร์นั้นหาได้รับผลกระทบเช่นหญิงสาวไม่นอกจากาแเล็กน้อยนับไม่ถ้วนแล้วพละกำลังอันมหาศาลของมันไม่ได้ตกหายไปแม้แต่น้อย
อุ้งมือใหญ่ของราชสีห์โลกันตร์หวดฟาดใส่ม่านคุ้มกันโปร่งใสสีแดงของเฟิงเสวี่ยฉีอย่างแรง ม่านพลังโปร่งใสไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนใดใดถึงรอยร้าว ทันทีที่ถูกกระทบด้วยพลังที่มหาศาลม่านคุ้มกันแตกสลายราวเศษกระจกชิ้นเล็กชิ้นน้อยแรงปะทะส่งผลให้ร่างบางระหงส์ของเฟิงเสวี่ยฉีปลิวลิ่วราวว่าวขาดสายโลหิตไหลทะลักออกมาจากปากหญิงสาวเป็เส้นสายอันน่ากลัวก่อนจะปลิวกระแทกผนังถ้ำหินหนืดอย่างแรง
ตุ้มมมม!!!
เศษหินปลิวกระจัดกระจายพร้อมฝุ่นควันร่างอรชรงดงามสีแดงนั่งพิงผนังถ้ำแน่นิ่งไม่รู้เป็ตายร้ายดีผ้าคุมหน้าสีแดงที่เคยบิดบังใบหน้าไว้ปลิวหายถูกบดบังด้วยเส้นผมดำวาวแผ่สยายยุ่งเหยิงอาภรณ์แดงสดที่เคยสวมใส่ขาดวิ่นเผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดอ่อนดุจดวงจันทร์ทราฉายแสงโลหิตสีแดงสดยังไหลย้อยอาบย้อมชุดธิดาแดงหยดรินไหลสู่พื้นหินหนืดร้อนฉ่าส่งเสียงดัง ซู่*ซ่า
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!เมื่อไร้สิ้นฤทธิ์ยากับเขตแดนอันกระจอกงอกง่อยเ้าก็ไม่ต่างอันใดกับสัตว์อสูระดับสูงตัวหนึ่ง หรือให้ดี สัตว์อสูรพวกนั้นยังแข็งแกร่งกว่าเ้าอีกด้วยซ้ำ! มา…ได้เวลาตายของเ้าแล้วเ้ามนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยเอ๋ย?!”
ขณะกล่าวเสียงขู่คำรามของราชสีห์โลกันตร์แฝงแววิ่ประสาทในความอ่อนด้อยของมนุษย์ทุกคนอย่างชัดเจนสายตาแดงฉานลุกโชนจ้องมองร่างบางของหญิงสาวอย่างหิวกระหาย ก่อนจะเลียริมฝีปากหนาใหญ่ไปมาส่งผลให้น้ำลายเหนียวเหนอะยืดยาวไหลกระทบพื้นหินขณะมันเคลื่อนกายใหญ่โตมโหฬารย่ำเท้าเข้าใกล้เฟิงเสวี่ยฉีทีละน้อยเมื่อใดก็ตามที่มันย่ำอุ้งเท้าก้าวเดิน ทั่วโพรงถ้ำบังเกิดเสียง ตึง*ตัง ดังสนั่น
ขณะที่ร่างกายสูงใหญ่ของราชสีห์โลกันตร์เหลือระยะห่างจากเฟิงเสวี่ยฉีเพียงสามเมตร
ทันใดนั้นบังเกิดลูกบอลขนาดเท่ากำปั้นสีขาวโพรนลอยละลิ่วก่อนจะตกกระทบใส่กะโหลกหนาใหญ่ของราชสีห์โลกันตร์อย่างแม่นยำติดต่อกันสามลูกติด!
ตุ้ม ตุ้มม ตุ้ม
เสียงะเิโครมครามขนาดย่อมดังลูกบอละเิของไป๋หยุนเฟยแตกะเิใส่ศีรษะใหญ่โตของราชสีห์โลกันตร์อย่างแม่นยำก่อนเสียงะโของชายหนุ่มดังลั่น
“เฮ้ ทางนี้ เ้าแมวน้อยน่ารังเกียจ!?” ไป๋หยุนเฟยพุ่งตัวออกจากหินก้อนใหญ่ก่อนจะะโโหยงๆโบกมือไปมา
สายตาสีแดงฉานของราชสีห์โลกันตร์หันขวับไปยังทิศทางของเสียงกลายเป็ริ้วแสงสีแดงเข้มั์ตาอสูรกายจ้องเขม็งไปยังไป๋หยุนเฟยราวจะกลืนกิน ก่อนคำรามดุร้าย “หึ่มม เป็เพียงหนอนแมลงธรรมดาตัวจ้อยกลับกล้าบังอาจเรียกข้าว่าแมวน้อยน่ารังเกียจ ชั่งน่าด้านน่าตายนัก! เ้าหนอนแมลง อยากตายเร็วขนาดนั้นเลยหรือถึงได้ดิ้นพล่านไปมาหลังจากข้ากินมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยเบื้องหน้าแล้ว? หนอนแมลงโสโครกเช่นเ้าคืออาหารชิ้นต่อไป!”
หลังจากขู่คำรามดุร้ายราชสีห์โลกันตร์ไม่หันมองไป๋หยุนเฟยอีกราวมันขยะแขยงที่จะเสียเวลาต่อหนอนแมลงตัวหนึ่งจริงๆร่างกายสูงใหญ่กว่าสิบสามเมตรเคลื่อนร่างไปเบื้องหน้าดัง ตึง*ตึงก่อนจะหยุดยืนห่างจากเฟิงเสวี่ยฉีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นสายตาโปนโตแดงฉานสาดกระกายกระเหี้ยมกระหือก่อนจะอ้าปากใหญ่โตเผยให้เห็นน้ำลายยืดยาวติดหนึบกับคมเคี้ยวแหลมคมแดงฉาน
“ตายยยยยยยย!!”
ตุ้มม ตุ้มมม ตุ้มมมม!
พร้อมเสียงะเิดังลั่นรุนแรงกว่าครั้งก่อนศีรษะมหึมาของราชสีห์โลกันตร์สั่นไหวเล็กน้อยคมเขี้ยวมัจจุราชหุบหายกระทบกันจากแรงสั่นะเิส่งผลให้ปลายลิ้นที่ยื่นยาวออกมาพร้อมน้ำลายเหนียวเหนอะถูกคมเขี้ยวตนเองเฉียดบาดส่งผลให้ดวงตากลมโปนสีแดงขนาดใหญ่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาเล็กน้อยราชสีห์โลกันตร์หันศีรษะไปทางไป๋หยุนเฟยด้วยความกระหายเืจนขีดสุด!
โฮกกกกก!!
มันคำรามลั่นด้วยความเ็ป
ไอ้…เ้า….หนอนแมลงน่าตายยย!!!
เห็นความพิโรธของสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ไป๋หยุนเฟยก้าวเซไปด้านหลังอย่างหวาดกลัว หัวใจสั่นกระตุกระรัวยิ่งกว่าจังหวะเสียงกลองเนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อก่อนจะฝืนชี้นิ้วอันสั่นระริกไปยังราชสีห์โลกันตร์สายตาแดงของชายหนุ่มฉายแววเด็ดเดี่ยว ก่อนจะก่นด่า “ไอ่เ้าแมวน้อย! บังอาจเมินเฉยยอดบุรุษเช่นข้า ช่างบังอาจสามหาวนัก! บิดามารดาไม่อบรมสั่งสอนมารยาทบ้างเลยหรือไงกัน?!”
ได้ยินคำสบประมาทของมนุษย์ธรรมดาเบื้องหน้าเหมือนได้ยินเส้นฟางเส้นสุดท้ายในหังสมองขาดผึง เสียงคำรามดุร้ายดังกึกก้องยาวนานก่อนที่ร่างกายใหญ่โตของราชสีห์โลกันตร์ตะกุยพื้นหินหนืดคราหนึ่งแตกกระจายปลิวว่อนส่งผลให้ร่างมโหฬารกว่าสิบห้าเมตรกระโจนไปไกลกว่าห้าร้อยเมตรในครั้งเดียวหลังจากอุ้งเท้ามัจจุราชทั้งสี่ข้างกระแทกลงพื้นหินก็พุ่งไปอีกห้าร้อยเมตรตรงใส่ไป๋หยุนเฟยอย่างโหดร้ายอำมหิต
ระยะห่างกว่าหนึ่งกิโลเมตรถูกราชสีห์โลกันตร์ะโเคลื่อนร่างเข้าใส่ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที!
เมื่อเห็นอุ้งเท้าใหญ่พร้อมกรงเล็บแหลมคมตะปบลงมาใส่ตนอย่างอำมหิตไป๋หยุนเฟยแตกตื่นตะลึงลานร่างกายตอบสนองเคลื่อนไหวตามสัญชาติญาณะโหลบไปยังทิศทางก้อนหินใหญ่อย่างหวาดหวั่น
ตุ้มมมม!
พื้นดินที่ไป๋หยุนเฟยเคยยืนอยู่แตกละเอียดฟุ้งกระจายด้วยอุ้งเท้าขนาดใหญ่กว่าสองเมตร แรงตะปบย่อมรุนแรงมหาศาลยากจินตนากาลถึงแม้ไป๋หยุนเฟยจะหลบพ้นอย่างฉิวเฉียดเส้นไฟแดงผ่าแปดแรงกระแทกจากพื้นดินส่งผลให้ก้อนหินหนืดเบื้องต่างแตกละเอียดก่อนจะล่องลอยสู่เบื้องบนร่างกายชายหนุ่มล้วนดุจเดียวกัน ไป๋หยุนเฟยถูกแรงผลักดันของพื้นดินลอยกระเด็นหมุนคว้างกลางอากาศด้วยความสูงกว่าสิบหกเมตร
ชั่ววินาทีสุดท้ายในห้วงอากาศ คล้ายเวลาเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้าั์ตาแดงของไป๋หยุนเฟยเหลือบมองพื้นดินเบื้องล่างใต้เท้าราชสีห์โลกันตร์คราหนึ่งมองเห็นศิลาเหมันต์มรกตหลายสิบก้อนที่ถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งพิสดารเริ่มบังเกิดแสงเรืองรองพร้อมอักขระจารึกโลหิตแห้งกรังอันถูกขีดเขียนโดยชายหนุ่มทอประกายแสง ภาพถัดไปปรากฏน้ำลายเหนียวเหนอะหยาดยืดเต็มคมเคี้ยวสีแดงฉานปากมัจจุราชอ้ากว้างรอรับชายหนุ่มร่วงหล่นลงไป ไป๋หยุนเฟยถอนหายใจอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันไปมองเฟิงเสวี่ยฉีเป็ครั้งสุดท้าย
เสี้ยววินาทีที่สายตาทั้งสองมองประสานกันั์ตาไป๋หยุนเฟยพลันเบิกโพรงสั่นสะท้านอย่างรุนแรงคราหนึ่งจ้องไปยังดวงหน้างดงามเ็าของเฟิงเสวี่ยฉีอย่างตะลึงลาน
วินาทีสุดท้ายนี้ชายหนุ่มล้วนละทิ้งความหวาดกลัวในจิตใจไปหมดสิ้นเห็นสายตาเ็าจ้องมองมาในจิตใจชายหนุ่มล้วนไม่อาจบ่งบอกความรู้สึกที่ซับซ้อนในสายตาเ็าคู่นั้น
นางจะจ้องมองมันด้วยความรู้สึกอย่างไร…ก่นด่าสาปแช่ง สะใจ เป็ห่วง ซาบซึ้ง หรือสิ้นหวัง!...
แต่เงาสะท้อนใบหน้างามของเฟิงเสวี่ยฉีในม่านตาชายหนุ่ม…คือความงามสะท้านโลกหล้า! งดงามจนไม่อาจสรรหาคำได้มาเยินยองามจนไม่อาจจะเรียบเรียงเป็คำพูด งามจนที่สุดจากก้นบึ้งของจิตใจ…
มุมปากไป๋หยุนเฟยคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพึมพำแ่เบา
“อย่างน้อย…ข้าก็ไม่ได้ไร้ค่า! ตกตายภายใต้หน้าที่ยอดบุรุษช่วยหญิงงาม ยังถือว่าน่ายินดีนัก!?”
ก่อนจะถอนหายใจเศร้าสร้อย
“แต่ถ้าได้ตายในอ้อมอกของนาง…ข้าคงจะสุขสมหวังยิ่งกว่านี้?!|"
สิ้นคำ ร่างชายหนุ่มได้ล่วงลง…สู่หลุมดำมืดภายใต้คมเขี้ยวมัจจุราชก่อนจะจมหายไปอย่างช้าช้า…
#ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามนะครับ เนื้อเื่นิยายเื่เทวะอสูรขอเกริ่นไว้เลยว่าเพื่อความเข้มข้นของเนื้อหาในแต่ละตอนจะเดินเื่ไปอย่างพอดิบพอดีไม่เร่งรีบ ซึ่งความยาวแต่ละตอนแน่นจุใจท่านผู้ท่านแน่นอน!
สำหรับท่านผู้อ่านเืนักสู้อาจจะขัดใจสักหน่อยผมก็อภัยไว้ ณที่นี้ด้วย! แต่หลังจากเข้าเื่หลักตอนจบภาคแรกขอสปอยไว้เลยว่ามันส์แน่นอนแต่กว่าจะถึงตอนนั้นท่านผู้อ่านเืนักสู้ทุกท่านช่วยใจเย็นๆกันด้วยนะครับ(หัวเราะ)
สุดท้าย ถ้าผู้อ่านท่านใดที่ติดตามนิยายเื่นี้และ้าให้กำลังใจผมท่านสามารถวิจารณ์(เบาๆ) หรือติชมได้ทางคอมเมนต์ หรือรีวิว ได้ตามใจชอบเลยนะครับผมจะนำความคิดเห็นของพวกท่านมาแก้ปรับปรุงให้ดีที่สุด!
ปล.เนื่องด้วยผมเป็นักเขียนหน้าใหม่น้อยประสบการณ์ ภายใน1วัน ถ้าไม่มีปัญหาเื่ความคิดผมสามารถแต่งได้1ตอนแต่ถ้าวันไหนคิดไม่ออก(สมองตัน) ใน1ตอน อาจใช้เวลาถึง2วันเลยก็ได้ ซึ่งถ้าวันไหนลงนิยายล่าช้าไม่ต่อเนื่องก็ขอโทษด้วยนะครับ Toon Crazoon