บทที่ 2 ภารกิจฝึกสอน 1 (1)
เมื่อผมลืมตาขึ้นมา ผมก็เห็นเพดานห้องที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"นี่มันที่ไหนอีกล่ะเนี่ย?"
ตอนแรกผมลองขยับแขน แต่แขนก็ขยับไม่ได้ ผมรู้สึกเ็ปที่ศีรษะอย่างรุนแรง ทำให้ต้องทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง
ผมนอนนิ่งไร้การเคลื่อนไหวอยู่แบบนั้น รู้สึกเวียนหัวตาลาย คล้ายกับอยากอาเจียน เหมือนกินอะไรบางอย่างที่ผิดปกติเข้าไป แต่ผ่านไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น ผมพยายามม้วนตัวลงจากเตียง ไม่รู้เลยว่าอาการเวียนหัวตาลายจะหายไปหรือไม่
"หรือว่าเราจะเข้ามาอยู่ในร่างของชอนอีเซ?"
ดูเหมือนอาการจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ผมก็ยังคง...ผมซวนเซขณะที่พยายามจะลุกขึ้น
[สวัสดี อิมฮยอนซอง ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณสามารถทำก้าวแรกในฐานะของชอนอีเซได้สำเร็จแล้ว]
ผมยังไม่ทันจะได้ทำก้าวแรกอะไรทั้งนั้น
แต่ก่อนที่ผมจะตั้งสติได้ หน้าต่างข้อความที่แปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า แสงสว่างของมันดึงดูดสายตาผมเหลือเกิน
และข้างหน้าต่างข้อความก็มีเ้าลูกหมาที่ผมเคยเห็นมาก่อน มันห้อยสร้อยคอที่เขียนว่าเลเวล 1 เอาไว้ ผมไม่เคยเห็นสร้อยคอเส้นนี้มาก่อน
"นี่ฉันกลายเป็วัยรุ่นอายุ 20 จริง ๆ เหรอ?"
เ้าหมากระดิกหางเหมือนรอคอยคำตอบอยู่ก่อนแล้ว หน้าต่างข้อความเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย แล้วข้อความใหม่ก็ปรากฏขึ้น
[ถูกต้อง! สนใจทำแบบทดสอบการทำภารกิจเพื่อความราบรื่นในอนาคตหรือไม่?]
[ตกลง / ปฏิเสธ]
ผมเป็คนที่ยอมรับความจริงเสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
"เดี๋ยวก่อนนะ ฉันขอถามหน่อย แล้วตอนนี้ร่างกายที่แท้จริงของฉันอยู่ที่ไหน?"
พูดออกไปแล้วผมก็รู้สึกแปลก ๆ ผมพูดเหมือนตัวผมเองตายไปแล้ว ไม่มีความหวังที่จะกลับเข้าร่างเดิมอีก…แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังต้องตรวจสอบดูก่อน
ในทันใดนั้น
คำตอบไม่ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างข้อความ แต่โทรทัศน์ในห้องกลับเปิดขึ้นมาโดยที่ผมไม่ได้กดเปิด
โฮ่ง!
เ้าหมาเห่าเงียบ ๆ พยักหน้าไปทางหน้าจอโทรทัศน์
[อิมฮยอนซอง ซีอีโอบริษัทโจยองฟู้ด ผู้นำด้านธุรกิจอาหารเกาหลีระดับโลกและกิจการในเครืออีกมากมายถูกพบเป็ศพเมื่อเช้านี้]
[บิดาผู้ให้กำเนิดของเขา อิมซองฮวานจะเข้ามารับหน้าที่ดูแลธุรกิจที่มีเครือข่ายทั่วประเทศในฐานะเ้าของกิจการคนใหม่ต่อไป และงานศพของนายอิมฮยอนซอง คาดว่าจะมีผู้มาเข้าร่วมงานเป็จำนวนมาก]
"ให้ตายเถอะ...ฉันตายแล้วจริง ๆ สินะ"
ก่อนหน้านี้ พวกเขาบอกผมแล้วว่าการที่ผมจะกลับไปเกิดใหม่ในร่างเดิมนั้นเป็ไปไม่ได้ แต่ผมก็ยังแอบหวังอยู่ดี... และการต้องมานั่งดูข่าวการตายของตัวเองในร่างของคนอื่นผ่านหน้าจอทีวี มันก็เป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาดชอบกล
ผมเห็นพ่อของตัวเองยืนถือรูปถ่ายของผมด้วยสีหน้าเศร้าโศก แม่เลี้ยงของผมร้องห่มร้องไห้อยู่ข้าง ๆ คอยปกป้องพ่อผมไม่ยอมห่าง
เธอร้องไห้อย่างน่าสงสาร เมื่อเห็นลูกชายของตัวเองพูดถึงความดีของผมด้วยความซาบซึ้งใจ
"เล่นละครกันทั้งนั้น"
ผมรู้สึกอยากจะมุดเข้าไปในทีวีและกระชากหน้ากากคนพวกนี้ออกมาให้หมด
[คำเตือน : คุณไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความปรารถนาของอิมฮยอนซองได้ เว้นแต่ว่าคุณจะทำภารกิจสำเร็จแล้วเท่านั้น]
หน้าต่างข้อความขึ้นคำเตือนสีแดงตรงหน้าผม เหมือนกับว่ามีใครบางคนอ่านใจผมอยู่อย่างนั้นแหละ
"เฮ้อ ฉันแค่คิดเฉย ๆ ! แค่คิด!"
ดังนั้น สรุปว่าผมกลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของคนอื่น
และผมคงกลับไปแก้แค้นไม่ได้ นอกจากจะทำตามความฝันของเ้าของร่างนี้ให้สำเร็จเสียก่อน
เมื่อไม่มีสิ่งใดให้หาข้อมูลอีก หลังจากที่ผมตั้งสติได้แล้ว ผมก็ถามเ้าลูกหมาว่า
"มีเื่มากมายที่ฉันอยากจะถามแก แต่พวกแกมีสัญญาไหม? ถ้าฉันทำภารกิจไม่สำเร็จในระยะเวลาที่กำหนด จะมีบทลงโทษหรืออะไรตามมาหรือเปล่า"
แม้ว่าผมคนเดิมจะตายไปแล้วและได้มาอยู่ในร่างของคนใหม่ แต่ิญญานักธุรกิจยังตามตัวผมมาเสมอ รายละเอียดในสัญญาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ
หลังจากนั้น เ้าลูกหมาก็เกิดอาการผิดปกติ มันล้มลงไปนอนหงายท้องอยู่บนพื้น ท่าทางวิตกกังวล
หน้าจอทีวีดับวูบลง
[กรุณารอสักครู่ พวกเรากำลังเขียนรายละเอียดในสัญญา เวลาในการรอคอย : 3 นาที]
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
ผมหรี่ตาลงและหันหน้ามองไปทางกระจกที่ตั้งอยู่ข้างเตียง แล้วผมก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมีผิวพรรณขาวเนียนจ้องตอบกลับมาในกระจก
ทันทีที่ผมเห็นเงาในกระจก ผมก็จำได้ว่าตนเองได้กลายเป็คนที่มีชื่อว่าชอนอีเซเรียบร้อยแล้ว
ผมเคยเห็นเด็กคนนี้ในรายการวาไรตี้ แต่เขาก็ถูกเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ กลบรัศมีหมด
และเขาก็ได้ออกหน้าจอไม่บ่อยนัก เพลงที่ปล่อยออกมาก็ไม่ค่อยดัง ผมก็เลยไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว
"หน้าตาก็ดูดีแฮะ แถม...ยังอยู่ในบ้านที่น่าอยู่ด้วย"
ห้องพักดูจะมีขนาดใหญ่โตเกินกว่าที่ชายหนุ่มคนนี้จะอยู่เพียงลำพัง และถึงแม้จะเพียงกวาดตาดูผ่าน ๆ เท่านั้น ผมก็ทราบแล้วว่าเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนเป็ของราคาแพงทั้งนั้น
"ลองเดินสำรวจดูดีกว่า"
ผมรู้สึกเหมือนนี่ไม่ใช่ความจริง เหมือนผมกำลังอยู่ในความฝัน แต่ความรู้สึกที่ร่างกายกำลังัั ยืนยันว่าทั้งหมดนี้คือความจริง
ผมพยายามถ่ายเทพละกำลังลงไปที่สองขาและเคลื่อนไหวร่างกาย
หลังจากนั้น
ผมก็ล้มโครมลงไปทันที
[การฟื้นฟูร่างกายยังไม่เสร็จสมบูรณ์ กรุณารอสักครู่]
[กระบวนการฟื้นฟูร่างกาย 33%]
ไม่ต้องบอกก็ได้มั้ง!
ผมกัดฟันกรอด จ้องมองตัวเลขบอกกระบวนการฟื้นฟูเพิ่มจาก 33 เป็ 34 หลังจากนั้น เ้าหมาที่อยู่ข้างหน้าต่างข้อความก็ลุกขึ้นมาทำท่าเหมือนจะพยายามปลอบโยนผม
ให้ตายเถอะ
ยังจะมาปลอบโยนอะไรกันอีก?
เรี่ยวแรงที่หายไปในร่างกายค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาทีละนิด เช่นเดียวกับแถบเปอร์เซ็นต์ระบุสถานะการฟื้นฟู
ไม่นานหลังจากนั้น ผมก็รู้สึกดีขึ้นจนสามารถเดินได้โดยไม่หกล้ม
แต่ผมก็ยังเดินไม่คล่องอยู่ดี และผมก็มีคำถามที่อยากจะถามต่อไป
"สงสัยคงพอแค่นี้ก่อนดีกว่า..."
นับั้แ่ที่ผมพยายามออกเดินสำรวจทั้งที่ร่างกายยังไม่ฟื้นฟูครบ 100% หน้าต่างข้อความก็มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาตลอดเวลา
ที่มุมจอ ลูกหมาตัวนั้นก็ส่งเสียงเห่าเงียบ ๆ เหมือนกับว่ามันก็อยากจะเตือนผมเหมือนกัน
ดูเหมือนว่ามันจะเป็ห่วงผมไม่น้อย มันพยายามกระพริบตา แลบลิ้นยาว ๆ ของมันออกมา
ลิ้นสีชมพูเปียกชุ่ม จมูกของมันเป็สีดำน่ารัก แต่ผมไม่ใช่คนที่จะแพ้ความน่ารักของสัตว์ตัวน้อย
[ร่างกายยังฟื้นฟูไม่เสร็จสิ้น กรุณารอสักครู่]
[กระบวนการฟื้นฟูร่างกาย 92%]
มีแต่เื่ที่ขัดใจผมเต็มไปหมด!
ดังนั้น ผมจึงต้องนั่งรออีก 15 นาที จนกระทั่งกระบวนการฟื้นฟูร่างกายครบ 100%
ในที่สุด แถบสถานะก็เต็มร้อยสักที
เ้าลูกหมาหมุนตัวไปรอบๆ เหมือนกับว่ามันกำลังแสดงความยินดี
[ร่างกายฟื้นฟูจากสภาวะเป็พิษเรียบร้อยแล้ว กรุณาจดจำไว้ว่าการทำภารกิจได้สำเร็จในอนาคต จะส่งผลต่อความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายเสมอ]
ผมเห็นกองอาเจียนและเม็ดยาที่ยังไม่ถูกย่อยจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ข้างเตียง
"คงเป็เพราะยาพวกนี้สินะ..."