ตอนที่ 4: ค่ายกลร้อยศพ
หมอกหนาทึบสีเทาอมม่วงลอยปกคลุมทั่วหุบเขาไร้นามทางทิศประจิม กลิ่นสาบสางของซากพืชเน่าเปื่อยผสมผสานกับไอเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากใต้ผืนดิน ซูเม่ยและหลี่เหวินก้าวลัดเลาะตามแนวผาหินสูงชันจนกระทั่งมาถึงปากทางเข้าโบราณสถานขนาดใหญ่ ซุ้มประตูดินเผาโบราณถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลาจนแตกร้าว บนคานหินเหนือศีรษะมีอักษรโบราณสลักไว้ด้วยโลหิตแห้งกรังว่า ‘สุสานร้อยศพ ผู้ล่วงล้ำดับสูญ’
"ไอพิษรอบค่ายกลนี้รุนแรงกว่าป่าหมอกทมิฬเสียอีก" ซูเม่ยหยิบเม็ดยาต้านพิษส่งให้หลี่เหวินพลางสะกดลมปราณเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหว
"ค่ายกลร้อยศพเป็ค่ายกลโบราณของพรรคมารที่ผสมผสานระหว่างค่ายกลดาวเก้าดวงและวิชาสะกดิญญา มีประตูกลลวงแปดประตู มีเพียงประตูเดียวที่เป็ทางรอด"
"หากมีทางรอดเพียงหนึ่ง เช่นนั้นก็ไม่นับว่าเป็ทางตัน"
หลี่เหวินกลืนยาสมุนไพรลงคอ ปลดผ้าฝ้ายที่พันดาบสีนิลออก เผยให้เห็นตัวดาบสีดำสนิทที่สะท้อนแสงจันทร์วาววับ
"ไม่ว่าจะค่ายกลมนุษย์หรือค่ายกลผี หากมีโครงสร้างย่อมมีจุดแตกหัก เราเข้าไปกันเถิด"
ทันทีที่ทั้งสองก้าวข้ามธรณีประตูดินเผาเข้าไป ประตูกลหินั์ด้านหลังพลันเลื่อนปิดลงเสียงดังกึกก้อง ตัดขาดเส้นทางถอยกลับจนสิ้นเชิง คบเพลิงสีเขียวมรกตบนผนังศิลาสองฝั่งสว่างพรึบขึ้นมาเองโดยไร้ผู้จุด กลิ่นควันกำยานหอมประหลาดโชยแตะจมูก ซูเม่ยรีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกพร้อมกล่าวเตือน
"ระวัง ควันหลอนประสาท อย่าสูดดมลึกเกินไป!"
พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองเริ่มสั่นะเืเบาๆ ก่อนที่กลไกโบราณจะทำงาน ผนังหินทั้งสองด้านเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นหุ่นกลศพเหล็กนับสิบตัวที่ถูกชโลมด้วยน้ำมันดิน ดวงตาของหุ่นกลฝังด้วยอัญมณีสีชาด พวกมันเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงด้วยเสียงฟันเฟืองโลหะขบกัน แขนกลติดตั้งใบมีดวงเดือนหมุนคว้างพุ่งตรงเข้าใส่ผู้บุกรุก
"ข้าเปิดทาง เ้าคอยทำลายกลไกแกนกลาง!" หลี่เหวินะโก้อง
เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมดาบสีนิลกาฬ เพลงดาบอันดุดันฟันฉับเข้าใส่หุ่นกลตัวแรกจนเกราะเหล็กแหลกละเอียดเป็สองท่อน ทว่าหุ่นกลที่เหลือกลับไม่สะทกสะท้าน พวกมันดาหน้าเข้ามาล้อมกรอบอย่างไม่กลัวตาย คมมีดวงเดือนหมุนวนสร้างพายุใบมีดเหล็กกล้าบดขยี้เข้ามาทุกทิศทาง
ซูเม่ยถีบตัวลอยขึ้นแตะผนังถ้ำ ชักกระบี่หงส์เหินวาดเป็วงกลม พลังปราณกระบี่ฟ้าใสเปล่งประกายสีครามเย็นเยียบแช่แข็งกลไกฟันเฟืองของหุ่นกลด้านข้างจนหยุดชะงัก นางกวาดสายตามองไปรอบห้องศิลาเพื่อหาจุดศูนย์กลางของค่ายกล
"ตรงนั้น! เสาหินรูปหัวกะโหลกทิศประจิมคือแกนควบคุม!" ซูเม่ยส่งเสียงบอก
ทว่าก่อนที่นางจะได้พุ่งตัวไปทำลายเสากลไก พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าพลันแยกออกเป็หลุมพรางขนาดใหญ่ ด้านล่างเต็มไปด้วยขวากหนามเหล็กอาบยาพิษ ซูเม่ยเสียหลักร่วงหล่นลงไปในพริบตา หลี่เหวินที่กำลังติดพันกับการฟาดฟันหุ่นกลสามตัวเห็นเข้า จึงตัดสินใจทิ้งดาบในมือแล้วพุ่งตัวกระโจนตามลงไปในหลุมพรางอย่างไม่คิดชีวิต
"ซูเม่ย!"
หลี่เหวินคว้าเอวบางของนางไว้ได้กลางอากาศ เขาใช้เท้าข้างหนึ่งถีบเข้ากับผนังหลุมพรางเพื่อเบี่ยงทิศทาง พร้อมทั้งใช้มือขวาจิกปลายมีดสั้นเข้ากับร่องหินเพื่อชะลอความเร็ว แรงเสียดสีทำให้ประกายไฟแลบแปลบปลาบ ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะร่วงลงมาหยุดอยู่เหนือดงหนามพิษเพียงไม่กี่คืบ
เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันในความมืดแคบ ซูเม่ยััได้ถึงอ้อมแขนที่โอบรัดร่างของนางไว้แน่นอย่างปกป้อง ใบหน้าของหลี่เหวินอยู่ห่างไปเพียงลมหายใจรดริน แววตาของเขาที่เคยมองนางด้วยความขี้เล่น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างแท้จริง
"เ้าบ้าไปแล้วหรือ! ะโตามลงมาเช่นนี้ หากพลาดพลั้งเราจะตายกันทั้งคู่!" ซูเม่ยตวาดเสียงสั่น แม้จะเอ็ดเขา แต่มือของนางกลับเผลอยึดเกาะไหล่กว้างของเขาไว้แน่น
"ให้ข้าปล่อยให้เ้าร่วงลงมาตายต่อหน้าต่อตา ข้าทำไม่ได้หรอก" หลี่เหวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังไร้แววล้อเล่น
เขาสบตานางนิ่งงัน "หากต้องตายในค่ายกลผีนี้ อย่างน้อยก็มีข้าอยู่เป็เพื่อนเ้า"
คำพูดที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นทำให้หัวใจของซูเม่ยเต้นกระตุก ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านทรวงอก ละลายความหวาดกลัวและความเ็าในใจจนหมดสิ้น
"รีบขึ้นไปเถิด กลไกกำลังจะปิดปากหลุม!" ซูเม่ยเรียกสติตนเองกลับมา นางและหลี่เหวินใช้พลังลมปราณถีบตัวประสานกัน ทะยานร่างกลับขึ้นมาบนพื้นห้องศิลาได้ทันเวลาก่อนที่ประตูกลหนามจะปิดสนิท
หลี่เหวินคว้าดาบสีนิลกลับคืนมา รวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วฟันคลื่นพลังดาบสีดำทมิฬพุ่งตรงเข้าใส่เสาหินรูปหัวกะโหลกอย่างรุนแรง ตูม! เสากลไกแหลกสลายกลายเป็ผงคลี หุ่นกลศพเหล็กทั้งหมดพลันหยุดนิ่งและพังทลายลงกับพื้น ประตูลับด้านในสุดของห้องเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นแท่นหินอ่อนโบราณที่มีกล่องไม้จันทน์วางสงบนิ่งอยู่
ทั้งสองก้าวเข้าไปใกล้แท่นหิน ซูเม่ยใช้ปลายกระบี่เปิดฝากล่องออกอย่างระมัดระวัง ภายในนั้นมีแผ่นหนังแกะโบราณที่มีลวดลายแผนที่สลักไว้ด้วยผงทองคำ ‘ลายแทงคัมภีร์ดาราจรัสส่วนที่สอง’
"ได้มาแล้ว..." ซูเม่ยพึมพำด้วยความโล่งอก
ทว่าในจังหวะที่นางเอื้อมมือไปหยิบแผ่นหนัง เสียงหัวเราะอันเย็นะเืพลันดังสะท้อนมาจากเงามืดด้านหลังซากหินปรักหักพัง พร้อมกับประกายอาวุธลับรูปร่างประหลาดที่พุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามาหมายปลิดชีพของนางในเงามืด!