“เปล่านี่ คุณพี่รีบคืนจี้หยกมาเร็วๆเถอะ” พฤติกรรมของเธอเมื่อครู่แตกต่างจากตัวเธอในชาติที่แล้วมากเกินไปจนไป๋รั่วเสวี่ยใจกระตุกวูบชีวิตความเป็อยู่ราวกับตกนรกในยุคโลกาวินาศเมื่อหลายปีนั้น ทำให้นิสัย อารมณ์และวิธีการพูดจาของเธอเปลี่ยนไปจนหมดสิ้นเธอไม่ใช่เด็กสาวที่พ่อแม่ประคบประหงมไว้ในฝ่ามือ ไม่ได้เป็ผู้ที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ดีได้รับการอบรมสั่งสอน มีพร์และความสามารถในสายตาของผู้อื่นอีกต่อไปแล้ว
เธอไม่กังวลว่าไป๋หรูอวี้จะคืนจี้หยกหรือไม่หากไม่คืนให้ เธอก็จะแย่งมาดื้อๆ อีกทั้งเธอยังไม่กังวลว่าไป๋หรูอวี้จะออกจากบ้านของเธอไปจนทำให้เธอเสียโอกาสในการแก้แค้น
เมื่อกลับถึงห้อง ไป๋หรูอวี้นั่งลงบนเตียงมือกำผ้าปูเตียงแน่น สีหน้าดุดันบ้าคลั่ง “นางไป๋รั่วเสวี่ย ฉันจะเอาความอัปยศที่แกให้คืนแกให้หมดเลยคอยดูเถอะ”
ไป๋รั่วเสวี่ยกินอาหารเช้าอย่างสบายๆ ไปพร้อมๆ กับ การฟังเสียงตำหนิของผู้เป็พ่อไปพลางโดยที่ในใจของเธอนั้นก็คิดหาวิธีว่า จะทำอย่างไรให้พ่อกับแม่รู้นิสัยที่แท้จริงของหลานสาวคนนี้ทั้งคู่จะได้หยุดใส่ใจหล่อนเหมือนที่ผ่านมาเสียที
ไป๋หรูอวี้ถือกล่องที่มีจี้หยกออกมาวางบนโต๊ะ “น้องเสวี่ยเอ๋อร์จ้ะจี้หยกอยู่ข้างในกล่องนะ”
ไป๋รั่วเสวี่ยรู้ดีว่าเธอต้องยอมทนหล่อน เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายไม่สามารถตัดใจย้ายออกจากบ้านของเธอได้
ไป๋รั่วเสวี่ยวางช้อนในมือลงแล้วหยิบกล่องขึ้นมา เปิดกล่องออกมองจี้หยกแวบหนึ่งเมื่อแน่ใจว่าคือชิ้นเดียวกันก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นห้องไป
ส่วนที่ชั้นล่างนั้นไป๋จิ้งเหวินส่งบัตรใบหนึ่งให้ไป๋หรูอวี้ก่อนพูดว่า “หรูอวี้ในนี้มีอยู่สองแสนหนูไปห้างแล้วเลือกซื้อหยกที่ตัวเองชอบสักชิ้นก็แล้วกันนะ” เมื่อไป๋จิ้งเหวินเห็นหลานสาวเสียใจ เขาจึงทำได้แค่เพียงการให้เงินเพื่อชดเชย
เมื่อไป๋รั่วเสวี่ยที่เพิ่งเดินขึ้นชั้นบนได้ยินว่าไป๋จิ้งเหวินจะให้เงินไป๋หรูอวี้สองแสนเธอก็รีบหันหน้าไปหมายจะคัดค้าน แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ตัวเองแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างจากเมื่อก่อนมากเกินไปแล้วและถึงอย่างไรเมื่อถึงยุคโลกาวินาศเงินก็เป็แค่กระดาษชำระแผ่นหนึ่งอยู่ดี จึงไม่มีความจำเป็ที่เธอจะต้องคิดเล็กคิดน้อยอีกด้วยเหตุนี้เธอจึงหมุนตัวเดินกลับห้องไป
ก่อนที่เธอจะตาย ไป๋หรูอวี้บอกกับเธอว่าจี้หยกคือช่องมิติขนาดพกพาเธอยังจำใบหน้ายิ้มแย้มลำพองใจของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน ตอนนั้นเองเธอถึงได้รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องผู้ที่เธอเห็นเป็เหมือนพี่สาวแท้ๆคนนี้นั้น แท้จริงแล้วเป็คนเช่นไร
ไป๋รั่วเสวี่ยไม่รู้ว่าช่องมิติของจี้หยกเปิดใช้งานอย่างไรแต่ในนิยายแฟนตาซีจำนวนมากที่เธอเคยอ่านนั้น การจะเปิดใช้งานของวิเศษประเภทนี้จำเป็ต้องใช้เื
ไม่ว่าจะคิดถูกหรือไม่ไป๋รั่วเสวี่ยก็เตรียมลองดูสักครั้ง เธอหยิบมีดปอกผลไม้มากรีดลงบนนิ้วกลางจนเป็แผลใหญ่หนึ่งแผลเืสดๆ ไหลออกมาราวกับน้ำและหยดลงบนจี้หยก จี้หยกเปล่งประกายฉายลำแสงสายหนึ่งออกมาก่อนที่เธอจะหายวับไปจากตรงนั้น เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็มาอยู่ในอีกสถานที่หนึ่งไป๋รั่วเสวี่ยจึงรู้ว่าตนทะลุเข้ามาในช่องมิติแล้ว
ไป๋รั่วเสวี่ยที่ทะลุมาถึงช่องมิตินั้นรู้สึกดีใจไม่หยุดเธอมีช่องมิติติดตัวแล้ว เมื่อมีของสิ่งนี้ แม้วันโลกาวินาศจะมาถึงเธอก็ยังสามารถรับประกันความปลอดภัยของตัวเองกับพ่อและแม่ได้อีกทั้งยังสามารถทำให้พวกท่านกินอิ่มและมีเครื่องนุ่งห่มสวมใส่ให้ความอบอุ่นได้จะไม่เหมือนในชาติที่แล้วที่ต้องระหกระเหินและอดอยากยากแค้น จนสุดท้ายก็กลายเป็อาหารของซอมบี้
ไป๋รั่วเสวี่ยยืนอยู่กลางช่องมิติ ภายในนั้นมีแสงสว่างทว่าขมุกขมัวทั้งยังให้ความรู้สึกถึงความเสื่อมโทรมด้วย ไป๋รั่วเสวี่ยก้าวเท้าไปข้างหน้าได้ไม่นานก็ถูกแก๊สไร้รูปร่างขวางไว้เธอยื่นมือออกไปััแก๊สซึ่งนุ่มราวกับขนมสายไหม แต่ถึงแม้จะเหมือนขนมสายไหมก็ตามอย่าได้คิดที่จะดึงออกมาสักก้อนหรือคิดที่จะเดินทะลุไป พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือพื้นที่ที่ไป๋รั่วเสวี่ยใช้งานได้นั้นก็คือพื้นที่ซึ่งล้อมรอบด้วยแก๊สที่นุ่มราวกับขนมสายไหม ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณร้อยกว่าตารางเมตร
พื้นที่ไม่ใหญ่นัก สภาพแวดล้อมก็ค่อนข้างทรุดโทรมซอมซ่อ ถึงจะไม่ได้มีสิ่งต่างๆเหมือนช่องมิติดังที่บรรยายไว้ในนิยาย แต่แค่มีช่องมิติเช่นนี้อยู่ในไป๋รั่วเสวี่ยก็พอใจแล้ว
ไป๋รั่วเสวี่ยเดินรอบช่องมิติหนึ่งรอบ เธอค้นพบบ่อบ่อหนึ่งซึ่งในมีน้ำอยู่เล็กน้อยการค้นพบครั้งนี้ทำให้ไป๋รั่วเสวี่ยตื่นเต้นไม่หยุดเธอยื่นสองมือออกไปจุ่มน้ำเล่นโดยไม่สนว่าน้ำนี้จะสะอาดหรือไม่ ซึ่งน้ำใสมากทั้งยังให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นอีก
ไป๋รั่วเสวี่ยอยู่ในนั้นสักพัก และเมื่อนึกใจในว่าอยากออกมาตัวเธอก็พลันหลุดออกจากช่องมิติมายังห้องนอนเหมือนเดิม
ไป๋รั่วเสวี่ยนำจี้หยกรูปน้ำเต้าร้อยเข้ากับเชือกแดงเส้นใหม่แล้วสวมไว้ที่คอเธอถอดจี้หยกอันเก่าที่สวมติดตัวอยู่ออกแล้วโยนทิ้งเข้าไปในช่องมิติ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองคล้ายจะมองข้ามอะไรไปสักอย่าง และเมื่อเธอยกมือซ้ายขึ้นจึงพบว่าแผลที่นิ้วกลางหายดีแล้วไม่มีแผลเป็แม้แต่น้อย ไป๋รั่วเสวี่ยตื่นตะลึงอยู่ในใจ ปากแผลที่เธอกรีดนั้นใหญ่ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวันถึงจะหายดีแต่นี่เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ แผลก็หายทันที จู่ๆ เธอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเอาสองมือจุ่มน้ำที่บ่อถ้าอย่างนั้นสาเหตุก็คงมาจากน้ำอย่างแน่นอน
ไป๋รั่วเสวี่ยตบจี้หยกที่แนบอยู่กับอกสะพายกระเป๋าเตรียมตัวออกไปข้างนอก
วันนี้เป็วันอาทิตย์ซึ่งเธอไม่ต้องเข้าเรียน ในเมื่อฟื้นคืนชีพกลับมาแล้วก็ต้องสนุกกับวิถีชีวิตอันแสนสบายของยุคปัจจุบันให้เต็มที่เดินเล่น ช้อปปิ้ง กิน ดื่ม ดูหนังและร้องคาราโอเกะ...
แม้ว่าวันโลกาวินาศจะต้องมาถึง แต่ในเมื่อตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเพราะเมื่อดูตามวงโคจรของชาติที่แล้วยังเหลือเวลาอีกหนึ่งปี ดังนั้นในหนึ่งปีนี้เธอจะต้องสนุกกับชีวิตให้เต็มที่สักหน่อยเพราะถึงอย่างไรเมื่อวันโลกาวินาศมาถึงเธอจะไม่สามารถสนุกแบบนี้ได้อีก
แน่นอนว่านอกจากสนุกกับชีวิตแล้วเธอยังต้องเตรียมตัวสำหรับการใช้ชีวิตในยุคโลกาวินาศอีกด้วย
“น้องเสวี่ยเอ๋อร์ จะออกไปข้างนอกหรือ” ไป๋หรูอวี้ที่ได้เงินมาสองแสนนั่งอยู่ในห้องรับแขกเมื่อเห็นไป๋รั่วเสวี่ยลงมาก็ยิ้มทัก
“ใช่” ไป๋รั่วเสวี่ยทำสีหน้าให้ดีและมองไป๋หรูอวี้ไม่ได้จึงตอบกลับไปทื่อๆ
“พี่ก็กำลังจะออกไปพอดี คุณอารองให้พี่มาสองแสน พี่ก็เลยอยากไปซื้อจี้หยกสักชิ้นน้องเสวี่ยเอ๋อร์ไปเป็เพื่อนพี่หน่อยได้ไหม” ไป๋หรูอวี้จงใจโอ้อวด ถึงจะโดนยึดจี้หยกคืนไปแต่การได้เงินมาสองแสนเธอก็ยังรู้สึกว่าตัวเองได้กำไรอยู่ดี “เธอตาแหลม ชิ้นที่เธอเลือกย่อมไม่เลว”ไป๋หรูอวี้รีบพูดเสริมราวกับกลัวว่าเธอจะปฏิเสธ
ถึงแม้ไป๋รั่วเสวี่ยจะยังไม่อยากใช้ความรู้สึกที่แท้จริงเผชิญหน้ากับไป๋หรูวี้ในตอนนี้แต่ก็ไม่สามารถปั้นสีหน้าดีๆ เพื่อมองเธอและไปเป็เพื่อนอีกฝ่ายซื้อจี้หยกได้เธอจึงปฏิเสธคำชวนทันที “ขอโทษด้วยนะคุณพี่วันนี้ฉันนัดคนไว้แล้วล่ะคงไปเป็เพื่อนเธอไม่ได้หรอก”
“เธอนัดใครไว้ล่ะ หยางหลิ่วหรือ”
“ไม่ใช่”
“เธอโทรไปหาหยางหลิ่วหรือยัง”
“ยัง พรุ่งนี้ก็ต้องไปเรียน มีเื่อะไรพูดตอนเจอกันไม่ได้จนถึงกับจะต้องโทรคุยเลยหรือ”ไป๋รั่วเสวี่ยพูดจบก็รีบเดินจากมา เธอกลัวว่าตัวเองจะทนไม่ได้แล้วหยิบมีดมาแทงไป๋หรูอวี้
ไป๋รั่วเสวี่ยเดินอยู่บนถนนสะอาดสะอ้าน คึกคักจอแจ เธอรู้สึกหลงยุคหลงสมัยแบบนี้สิถึงจะเป็โลกที่มนุษยชาติควรจะได้ใช้ชีวิตอยู่ ทว่าหนึ่งปีหลังจากนี้ มหันตภัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็จะมาเยือนและไม่ว่าใครก็หยุดยั้งไม่ได้
ไป๋รั่วเสวี่ยควักกระเป๋าสตางค์ออกมาซื้อไอศกรีมราคาแพงให้ตัวเองหนึ่งแท่งเธอแลบลิ้นเลียไอศกรีมที่เย็นเจี๊ยบหวานอร่อย ซึ่งพาให้รู้สึกสดชื่นและมีความสุขจนอยากร้องไห้ในบรรดาของหวานเธอชอบไอศกรีมที่สุด แต่ว่าหลังจากวันโลกาวินาศก็ไม่ได้ลิ้มรสอีกเลยเมื่อคิดๆ ดูแล้วแม้แต่ท้องยังเติมได้ไม่เต็มอิ่ม ยิ่งไม่ต้องหวังว่าจะได้ลิ้มรสของหวานหลังอาหารแบบนี้
ไป๋รั่วเสวี่ยเดินไปกินไป วันนี้เธอต้องกินของที่ตัวเองชอบอย่างละหนึ่งรอบให้ได้ที่เธอออกมาวันนี้ก็เพื่อที่จะกินของอร่อยโดยเฉพาะ
“รั่วเสวี่ย” เสียงที่ทั้งคุ้นเคยและห่างไกลดังขึ้นจากทางด้านหลัง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428