หนทางเลียบเขาเต็มไปด้วยดินโคลนอ่อนยวบหลังฝนกระหน่ำหลายชั่วยามสองร่างเดินฝ่าฝนขึ้นเขาลาดชันตามคำบอกของหยวนเฉินเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับยายเฒ่าวิปลาส
หลิวเสียะยกมือปาดเม็ดฝนบนใบหน้าพลางจ้องมองแผ่นหลังกำยำของบุรุษหนุ่มที่คอยถากทางนำหน้าคงดีไม่น้อยหากนางมีพี่ชายคอยห่วงใย
นับว่านางเลือกคนไม่ผิด คนผู้นี้หูตาว่องไวมีสัญชาติญาณระวังภัยนางรู้สึกอุ่นใจราวได้รับการปกป้องเป็ครั้งแรกในชีวิต
แต่จะว่าเช่นนั้นก็ไม่ถูกนักเพราะนี่มิใช่ครั้งแรก...
หยางซุนหยางฟันต้นหญ้าท่วมตัวไปพลางผิวปากอารมณ์ดีดูไม่มีทีท่าอ่อนเพลียผิดกับนางที่ผ่อนฝีเท้าลงเรื่อย ๆ รองเท้าฟางเปรอะโคลนหนักจนแทบก้าวเท้าไม่ออกในที่สุดก็ทิ้งห่างคนข้างหน้าไปเรื่อยๆ
“ไหวแน่รึ... นายท่าน”
“ข้าไหว”นางตอบพลางพรูลมหายใจเหนื่อยหอบ
บุรุษหนุ่มเห็นดังนั้นพลันถอนหายใจ “ตัวเ้าเล็กเหมือนลูกไก่ที่เพิ่งออกจากไข่ยังอ่อนแอเยี่ยงสตรีข้าว่าเ้าพักสักหน่อยหรือไม่”
หลิวเสียะฟังแล้วหน้าขรึมขึ้นส่วนหนึ่งนางไม่ตอบใช้หลังมือปาดทั้งน้ำฝนและเหงื่อที่ไหลลงมาปนกันจนแยกไม่ออก
ช่างดื้อเสียจริง...
หยางซุนหยางส่ายหน้าระอาเมื่อเห็นนางทิ้งห่างจึงเดินกลับลงมาและยื่นมือมาคว้าข้อมือคุณชายหน้าหวานเห็นดังนั้นขมวดคิ้วพลันตีมืออีกฝ่ายอย่างแรง
“ข้ามิใช่ไก่อ่อนไม่ใช่สตรีเหตุใดต้องมาทำเหมือนข้าอ่อนปวกเปียกเช่นพวกนาง”
“ข้าได้เอ่ยสักคำว่าเ้าเหมือนพวกนางงั้นรึ”ซุนหยางลูบคางเอียงคอจ้อง “แต่คิดไปคิดมาข้าว่าเ้าดูโฉมสะคราญกว่าอิสตรีมากกว่าเป็คุณชายอ้อนแอ้นแบบนี้เสียอีก”
“ขืนพูดจาล่วงเกินข้าอีกคำเ้าตกงาน”
เอ่ยคาดโทษไม่พอดวงหน้านวลยังงอง้ำจนคนมองลอบอมยิ้มจิตใจระทึกกระชุ่มกระชวยขึ้นเป็กองจนอดใจไม่ต่อปากต่อคำไม่ได้
“ข้าล่วงเกินตรงไหนขอรับ...นายท่าน” ซุนหยางทำเสียงยานคางล้อ “หรือว่าที่ข้าบอกว่านายท่านโฉมสะคราญนั้นคือคำล่วงเกิน”
“เ้า!เ้าคนจรบ้าบอ ข้าไม่พูดด้วยแล้ว” หลิวเสียะเผลอค้อนใส่ด้วยความลืมตัวออกเดินปาดหน้าจนอีกฝ่ายหลบแทบไม่ทันนำไปลิ่ว ๆ ครู่เดียวก็นำไปหลาย่ตัว
อดีตขุนนางหนุ่มมองตามแล้วได้แต่กลั้นขำนึกถึงริมฝีปากสีดอกท้อยามเม้มเข้าหากันช่างน่าััหยอกล้อน้อยเสียเมื่อไหร่ยิ่งนึกยิ่งอารมณ์ดีจนได้แต่ลอบยิ้ม
ริมฝีปากน่าัังั้นรึ...
นี่เขากำลังคิดสิ่งใดกัน!
หยางซุนหยางส่ายศีรษะเบา ๆใจหมายมั่นว่าสักวันเขาจะต้องทำให้นางยอมรับในสิ่งที่ธรรมชาติให้มามิใช่แสร้งหลอกลวงใครต่อใครให้เข้าใจผิดเช่นนี้อีก
เพียงเสี้ยววินาทีร่างอรชรก็ผลุบหายลงไปในพงหญ้าสูงท่วมศีรษะหยางซุนหยางกระโจนพรวดเดียวทรุดนั่งคุกเข่าที่ปากหลุมพบคุณชายหน้าหวานนอนหงายตาเบิกโพลงอยู่ก้นหลุมโคลนลึกกว่าแปดศอกเฉียดไม้ปลายแหลมดักสัตว์ไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง ยังอยู่ดีหรือไม่” อดีตขุนนางหนุ่มป้องปากะโถาม
ร่างอรชรคลุกโคลนมอมแมมทั้งร่างตะเกียกตะกายลุกนั่งมองกับดักเฉียดบั้นเอวไปเพียงคืบพลันใจหายวาบ“ข้ายังอยู่!”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว! ”
อีกฝ่ายตอบรับแล้วเงียบไปจนนางลุกยืนตะกายแนวดินแต่มันอ่อนยวบจนปีนไม่ขึ้นเอื้อมสุดปลายมือก็ยังคว้าแนวรากไม้้าไม่ได้จึงร้องขอความช่วยเหลือ
“แต่ข้าขึ้นไม่ได้!”
อีกฝ่ายยังคงเงียบจนนางนึกโมโหรวบรวมแรงกายที่เหลือน้อยเพราะเจ็บแผลที่ข้อเท้าจนไม่สามารถกระโจนขึ้นได้ดั่งใจจึงร้องบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“เ้าคนบ้าบอ!ทำอะไรอยู่ดึงข้าขึ้นไปเดี๋ยวนี้นะ!”
“อย่าเพิ่ง!” หยางซุนหยางะโตอบ
หน็อย... เ้าคนจรไม่ช่วยยังกล้าสั่ง...
นางฮึดอีกครั้งด้วยแรงทั้งหมดที่มีกระโจนคว้ารากไม้คลุมดินแล้วไต่ขึ้นไปจนเมื่อมือข้างหนึ่งเอื้อมถึงปากหลุมก็คว้ามือที่ยื่นมารับไว้มั่นทว่ามือนั้นหาใช่มือของอีกฝ่ายไม่!
“เก่งนี่ขึ้นจากหลุมพรางของข้าได้... ไอ้หนู”
เสียงนั้นทั้งโมโหโกรธาและแฝงรอยเย้ยหยันในทีเมื่อเพ่งมองหน้าชัดๆจึงเห็นบุรุษหนวดเครารุงรังโพกศีรษะด้วยผ้าเนื้อหยาบแต่งกายคล้ายพรานป่าที่สำคัญแผลเป็พาดผ่านซีกหน้าด้านหนึ่งขึ้นไปยังโหนกแก้มอีกด้านคล้ายตะขาบนั้นช่างน่าประหวั่น
หลิวเสียะมองเลยไปด้านหลังก็พบว่าคนจรที่นางหวังฝากชีวิตเมื่อครู่ถูกล้อมด้วยบุรุษร่างใหญ่พร้อมมีดดาบจ่อคอรอบทิศทาง
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าอย่าเพิ่ง...” หยางซุนหยางเอ่ยทันที“เ้าไม่เคยเชื่อข้าเลย”
นางค้อนตาคว่ำเมื่อสบตาว่าที่ผู้คุ้มกันขบวนสินค้าของนางบัดนี้กลับโดนดาบจ่อชิดถึงขนาดแค่ขยับกายคมดาบอาจบาดจนถึงแก่ชีวิต
“ก็ข้าจะรู้หรือไม่เล่าว่าเ้าไร้น้ำยาให้พวกโจรป่าจับได้ถึงเพียงนี้”
นางพึมพำไม่เบานักขณะถูกบุรุษร่างใหญ่ดึงขึ้นจากปากหลุมร่างชุ่มโชกไปด้วยหยาดฝนและเสื้อผ้าต่วนแพรเนื้อดีถูกย้อมด้วยปลักโคลนกลายเป็สีเทาหม่นไม่เว้นแม้แต่ดวงหน้ากระจ่างที่กระดำกระด่างั้แ่ศีรษะเปรอะเปื้อนผมจนลู่เป็ที่ขบขันของบุรุษแปลกหน้า
“เ้านี่ปากมอมไม่พอยังมอมแมมเหมือนลูกหมาตกน้ำเป็ใบ้ไปแล้วหรือไม่ไอ้หนู เมื่อกี้เ้ายังปากดีว่าข้าเป็โจรป่า”
“ข้ามิใช่ไอ้หนูระวังปากเ้าด้วย”
“เหอๆเ้ามิใช่ไอ้หนูหรือเ้าจะบอกว่าเป็คุณชายเล่าไอ้ลูกหมา”
คำก็ไอ้หนู สองคำก็ไอ้หนู!ตอนนี้ยังจะกล้าว่านางเป็ไอ้ลูกหมา...
คุณชายหน้าหวานกัดฟันข่มใจทว่านั่งคุกเข่าต่อหน้าบุรุษหน้าบากได้ไม่นานก็ต้องผุดลุกยืนเพราะโดนดึงโดยมือแข็งแรงลากแขนนางให้ก้าวตามก่อนจะโยนลงหยางซุนหยางรับไว้และกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน
“เ้าเจ็บตรงไหนบ้าง”
“ก็แค่ขาแพลงเล็กน้อย แล้วเ้าเล่าคนไร้น้ำยา” นางย้อนถามสีหน้าขุ่นเคือง
“ข้าสบายดี แต่เ้ายังไม่เคยเห็นน้ำยาข้าไฉนจึงพูดตอกย้ำนัก”หยางซุนหยางกระซิบตอบ
“ไหนเ้าเก่งกล้าวิชานัก มิเห็นจะเป็เช่นที่คุย”
“ก็ข้ามัวแต่คิดหาทางช่วยเ้ากว่าจะรู้ตัวพวกมันก็ประชิดถึงตัวข้าแล้ว”
อดีตขุนนางหนุ่มจงใจเบี่ยงเบนประเด็นที่เขาไม่อยากเอ่ยให้คุณชายหน้าหวานต้องใเพราะสงสัยว่าเหล่าโจรป่าที่นางว่าเหล่านี้เหตุใดเคลื่อนไหวดุจไร้เงา ปราดเปรียวจนแม้แต่ใบไม้ยังนิ่งไร้ความเคลื่อนไหว
พวกมันมีลักษณะเหมือนนักรบเกินกว่าเป็เพียงโจรกระจอกเป็ไปได้ว่าเขาอาจจะเข้าใกล้เผ่าหรวนตี้ที่กล่าวขานกันว่ามีบางส่วนแฝงตัวอยู่ตามตะเข็บชายแดนฝั่งตะวันตกแห่งนี้ก็เป็ได้ต้องไปให้ถึงรังของพวกมันเขาจึงจะแน่ใจ...
“เอาไว้สักวันข้าจะให้เ้าได้เห็นน้ำยา” อดีตขุนนางหนุ่มเอ่ยสีหน้าเครียด ตามองจ้องหัวหน้ากลุ่มนั้นไม่วางตา
“เ้านี่ช่างบ้าบอ”
หึหึ...
หยางซุนหยางหัวเราะในลำคอพลันบุ้ยปากให้มองไปทางร่างกำยำทั้งสี่ที่กำลังปรึกษากันเคร่งเครียดอยู่ หลิวเสียะมองตามครุ่นคิดไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายให้ดูยิ่งคิดเท่าใดนางก็ยิ่งหาทางออกไม่เจอจะทำเช่นไรให้รอดพ้นเพราะพวกมันแต่ละคนดูช่ำชองป่าแห่งนี้มากนัก...
ครู่ใหญ่คนหน้าบากก็เดินส่ายอาด ๆมาหยุดยืนค้ำศีรษะนางพร้อมสั่งลูกสมุนทั้งสามด้วยน้ำสียงเคร่งเครียด “พาตัวพวกมันกลับไป”
“ช้าก่อน” ซุนหยางอุทธรณ์ “บอกข้าได้หรือไม่ว่าพวกเ้าจะพาเราไปที่ใด”
“ไม่ถึงชั่วยามพวกเ้าก็รู้เอง”
“แต่เพื่อนข้าขาแพลง เกรงจะเดินไม่ไหวหากไกลนัก”
“ งั้นรึ?” ฝ่ายเป็ต่อทำท่าครุ่นคิด“หรือเ้าจะให้ข้าฆ่าไอ้หนูนี่แล้วทิ้งไว้ให้เป็เหยื่อนกกาดีเล่า”
หยางซุนหยางกับหลิวเสียะสบตากันโดยไม่ได้นัดหมายคุณชายน้อยสีหน้าตื่นตระหนก อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มแหยแล้วยกมือปฏิเสธแข็งขัน
“โอ้ว! นายท่านช่างขี้เล่นนัก”หยางซุนหยางแสร้งหัวเราะเสียงดังพลางชี้หน้าคุณชายร่างอรชรแล้วเอ่ยต่อ“ตัวมันก็ผอมแค่นี้แถมมอมอย่างกับลูกหมาตกน้ำ นายท่านอย่าฆ่าให้เสียมือเลยขอรับสู้พามันไปด้วยเผื่อขายมันเอาไว้แลกม้าแลกวัวมิดีกว่าหรือขอรับ”
“เ้า!” หลิวเสียะกัดฟันกรอดจ้องอีกฝ่ายตาแทบถลน
“หรือจะให้ขายข้าเล่า” อดีตขุนนางหนุ่มแสร้งทำเสียงดังไม่สนนางที่กระทุ้งศอกใส่ท้องของเขาเต็มแรง
“เ้ามันสารเลว เหตุใดจึงมาเสนอให้แลกข้ากับม้ากับวัวเ้าคนบ้าบอ!”
“ข้าบ้าบอตรงไหน... ใคร ๆ เอาตัวรอดกันทั้งนั้นแหละคุณชาย”
“พอ! พวกเ้าเลิกทะเลาะกันได้แล้ว” คนหน้าบากตวาดลั่น
ร่างสูงกำยำแสยะยิ้มจ้องมองเชลยของตนครู่หนึ่งก่อนให้สัญญาณคนที่เหลือกุลีกุจอจับสองนายบ่าวมัดมือไพล่หลังพันด้วยเชือกแล้วผูกร้อยทั้งสองไว้ด้วยกันก่อนจะผลักให้ออกเดินนำ
“ดาบของเ้าน้ำหนักดีมาก ยกให้ข้าก็แล้วกัน” คนหน้าบากเอ่ยบอก
อดีตขุนนางหนุ่มจ้องอาวุธชิ้นเดียวที่หยวนเฉินให้ไว้ป้องกันตัวถูกริบไปต่อหน้าแล้วได้แต่ครุ่นคิดโชคยังดีที่ผ้าโบราณถูกซ่อนไว้อย่างดีที่กระเป๋าลับในเสื้อส่วนคุณชายหน้าหวานแต่มอมแมมทั่วร่างนั้นดูจะปลอดภัยกว่ายามสะอาดสะอ้านนัก
หลิวเสียะได้แต่มองตามสมุนอีกสามปลดห่อผ้านางรื้อค้นและริบตั๋วเงินไปต่อหน้าถึงกับบ่นอุบ
“ไอ้โจรป่า พวกมันเอาของของข้าไปหมด”
“ท่าทางเราคงหนีเสือปะจระเข้เสียแล้วสิ... นายท่าน”หยางซุนหยางเดินชิดจนไหล่ชนแล้วเอ่ยต่อ “เราตามพวกมันไปสักพักแล้วค่อยหาทางหนีทีไล่”
“เ้าอย่าเรียกข้าว่านายท่าน” นางกระซิบตอบสงบศึกชั่วคราว
อดีตขุนนางหนุ่มประหลาดใจที่นางพูดเช่นนั้นแต่ไม่ทันได้ตอบโต้ก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเสียงทรงพลังของคนหน้าบากหันไปสั่งลูกน้องเสียงเข้ม
“พาพวกมันไปที่พรรค เห็นทีรอบนี้ข้าจะได้ของดี... หึหึ”
ของดี? มันจะมาไม้ไหนอีกกันแน่...
หวังว่าพวกมันคงดูไม่ออกว่าร่างอรชรมอมแมมนี้แท้จริงเป็สตรีมิใช่บุรุษ!
หยางซุนหยางเหลือบมองคุณชายน้อยด้วยความหวาดหวั่นตัวยังถูกเชือกมัดมือไพล่หลังผูกเข้าไว้ด้วยกันทำให้เขาคิดทำสิ่งใดไม่สะดวกในขณะที่ฟ้าเริ่มมืดลงทุกขณะ นกฮูกเทาดำเริ่มคำรามรับกันเป็ระยะ
“ไอ้หนูนี่น่าสนใจพวกเ้าว่าเช่นนั้นหรือไม่”
คุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือถึงกับผงะที่จู่ๆ ก็โดนมือแข็งแรงของชายหน้าบากเชยคางเพ่งมอง นางหลบตาวูบใจเต้นด้วยความตื่นตระหนกแต่นางจะอ่อนแอมิได้
อีกเพียงแค่สองวันถึงกำหนดที่สำนักต้องนำผ้าไหมแพรชุดใหม่เข้าถวายเว่ยฮองเฮาที่วังหลวงนางต้องรีบหาทางกลับฉางอันให้เร็วที่สุดแต่กลับต้องมาติดอยู่กลางป่า แม้แต่ผ้าโบราณก็หามีไม่
แล้วเหตุนี้สำนักจะเป็เช่นไรหากนางมิอาจมีชีวิตรอดกลับไป...
“เหตุใดจึงร่ำไห้”หยางซุนหยางเอ่ยเสียงอ่อนลง
“ข้าไม่ได้...” นางพูดไม่ออก “ข้าแค่กลัวว่าจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปพบท่านพ่อข้า”
“เ้าไม่ต้องห่วงข้าจะพาเ้ากลับไปหาพ่อเ้าจนได้”
อดีตขุนนางหนุ่มกระตุกยิ้มบางทั้งที่หนักใจเห็นดวงตากวางของนางแดงก่ำดวงหน้านวลเปรอะเปื้อนดินโคลนจนมองไม่เห็นดวงหน้าใสกระจ่างชัดเจนก็ให้เบาใจไปเปลาะหนึ่ง
อย่างน้อยพวกมันก็จะไม่เห็นดวงหน้างามที่ควรมีแต่เขาเท่านั้นที่ได้เห็นนางเป็เพียงโฉมสะคราญแต่ต้องแสร้งทำกร้าวแกร่ง เขาจะต้องหาทางพานางออกไปให้ได้
แต่ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย...
เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามแสงจากคบไฟหลายดวงก็ปรากฏ ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามาภายในหมู่บ้านสองนายบ่าวก็ััถึงกลิ่นอายคุกรุ่นด้วยสายตาหลายคู่จับจ้อง
ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่นั่งล้อมวงซุบซิบมองมาด้วยสายตาระแวงระวังหนึ่งในนั้นลุกเดินตรงเข้ามาแล้วเอ่ยนอบน้อม
“หัวหน้ามีคนมารออยู่ด้านในเกือบสองชั่วยามขอรับ”
“ใคร?” เสียงทรงพลังเอ่ยถามกลับดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปภายในก่อนจะหันมาทางลูกสมุน “เ้าเอาพวกมันไปขังไว้ก่อนเสร็จธุระแล้วข้าจะมาจัดการ”
“ขอรับหัวหน้า”
หนึ่งในสามสมุนคำนับแล้วถอยออกมาทางหลิวเสียะกับหยางซุนหยางพลางกระตุกเชือกดึงให้แยกไปอีกทางอดีตขุนนางหนุ่มมองตามร่างสูงใหญ่ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็หัวหน้าจนลับตาแล้วจึงเหลียวหาทางหนีทีไล่ พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง
แน่แล้ว! ต้องเป็อย่างที่คิด...
ร่างสูงใหญ่ชะงักไปครู่ก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์จนคุณชายหน้าหวานถึงกับขมวดคิ้วมองตาม
“หยุดทำไม” นางกระซิบถาม
“ข้าเจออะไรบางอย่างที่จะพาเราออกไปจากที่นี่แล้วคุณชาย”
ไม่ทันตั้งตัวหลิวเสียะถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ที่เจื้อยแจ้วเมื่อครู่ล้มลงไปต่อหน้าแต่เชือกที่ผูกมือนางเข้าไว้กับหยางซุนหยางทำให้ทรงตัวไม่อยู่จึงล้มตามกัน
“พวกเ้าช่างสำออยนัก!”
“พี่ชายข้ามิได้สำออยท่านจะให้เรานั่งพักตรงนี้ก่อนได้หรือไม่เราสองคนรอนแรมมาสองวันสองคืนพี่ชายข้าจึงเป็เช่นนี้” หลิวเสียะเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ไม่ได้!”
หนึ่งในสามตวาดเสียงดังก่อนจะดึงแขนคุณชายน้อยให้ลุกขึ้นแต่ติดร่างสูงใหญ่ที่ทิ้งตัวนอนเกยหนุนตักนางทั้งยังแผ่หลาแน่นิ่งจนนางไม่สามารถลุกได้
“ถือว่าข้าขอร้องนะ... พี่ชายที่น่ารักทั้งสาม” นางเอ่ยเสียงหวานทำตาปริบ ๆ
ทั้งสามถึงกับลังเล “ว่าอย่างไรเล่าพวกเ้าให้พักสักครู่ตามที่เ้าหนุ่มหน้าหวานนี่ร้องขอได้หรือไม่”
อีกสองพยักหน้ารับพร้อมกันสายตายังไม่ละจากดวงหน้าจิ้มลิ้มยิ่งกว่าบุรุษของคุณชายหน้าหวาน ส่วนหยางซุนหยางที่หนุนเกยอยู่บนตักคุณชายน้อยได้แต่หรี่ตามองถึงกับบดกรามนูนเป็สันในใจร้อนรนยิ่งกว่าไฟเมื่อเห็นคราบมอมแมมบนใบหน้านางเริ่มเลือนเพราะน้ำฝนชะล้างเมื่อครู่
หน็อย...
ช่างเล่นสมบทบาทเหลือเกินนะคุณชายน้อย...