อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    แก้แค้น

    แม้ว่าหลิวเวยอันจะเร่งฝีเท้าสุดกำลัง แต่พอเขาบรรลุเป้าหมายการฆ่าผีดิบสองร้อยตัว ผีดิบเจียงซือในสุสานก็เริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว แถมพลังการต่อสู้ยังพุ่งสูงจนถึงขีดสุดอีกด้วย หลังจากที่หลิวเวยอันใช้ลูกศรที่ทำพิธีลงยันต์จนกลายเป็นเครื่องรางของขลังหมดไปสิบห้าดอกแล้ว เขาจึงต้องถอยออกไป หากจำนวนซากดิบและผีดิบที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้มีจำนวนมหาศาลแล้ว พอได้มาเห็นจำนวนผีดิบเจียงซือแล้ว หลิวเวยอันเพิ่งรู้ว่า นั่นมันแค่ซ้อม ๆ เท่านั้น ภายในสุสานซากดิบกับผีดิบเป็นเหมือนแค่ทัพเสริม ผีดิบเจียงซือตางหากที่เป็นกองทัพที่แท้จริง
    พวกมันต่างจับกลุ่มพากันกระโดดออกจากในโลงศพกันเป็นกลุ่ม กราบไว้บูชาดวงจันทร์ มองออกไปก็เห็นพวกมันอยู่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ขนาดสายตาอย่างหลิวเวยอัน ยังไม่อาจมองเห็นที่สิ้นสุดได้ ภาพตรงหน้า ช่างน่าทึ่งเสียจริง
    หลิวเวยอันรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากมาก แต่เขารู้สึกดีใจมากยิ่งกว่า ผีดิบเจียงซือหนึ่งตัวราคา 10 เหรียญเงิน ที่นี่มีผีดิบเจียงซือมากขนาดนี้ มีโอกาสร่ำรวยเห็น ๆ ที่จริงซากดิบแทบจะสูญหายไปหมดแล้ว ผีดิบก็มีจำนวนน้อยลงเรื่อย ๆ ผีดิบเจียงซือก็มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น เรื่องนี้ทำให้เขากังวลอยู่ระยะหนึ่งเลยทีเดียว หลังจากไม่มีผีดิบเจียงซือแล้วเขาควรจะไปทำอะไร? ตอนนี้พบว่าความกังวลเหล่านั้นมันไม่จำเป็นเลย แค่ผีดิบเจียงซือที่นี่ก็พอฆ่าได้หลายเดือนแล้ว
    แต่ไม่นาน เขาก็เริ่มกังวลขึ้นมาอีกครั้ง ที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์อย่างที่นี่ เขาไม่มีทางจะครอบครองเพียงคนเดียวแน่นอนถ้ามีผู้เล่นใหม่เข้ามาแย่งกับเขา คนเหล่านั้นมีพักพวกเยอะกว่า เขาต้องแย่งไม่ไหวแน่
    ไม่ได้การล่ะ ต้องหาวิธีฆ่าผีดิบเจียงซือให้ได้มากกว่านี้ ต้องหาท่าไม้ตายสักท่า ที่สามารถฆ่าผีดิบเจียงซือได้จำนวนมากในทีเดียว เขาคิดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้น พลางนั่งรถวัวกลับเข้าเมือง วัวของหลี่เหล่าโถวดีกว่าของเฮยหนิว ทั้งใหญ่ทั้งแข็งแรง เร็วกว่าไม่น้อย
    พอมาได้ครึ่งทาง จู่ ๆ หลิวเวยอันก็สะดุ้งตื่นอย่างกะทันหัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิดเพ้อเจ้อ เพราะต้องคอยระวังการแก้แค้นของขบวนรถเฟยหม่า ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่าพวกเขาเป็นคนจำพวกที่มีแค้นแล้วชำระทันทีหรือไม่ แต่ระมัดระวังเอาไว้ไม่มีผิดแน่นอน ตอนที่ความคิดนี้เพิ่งแวบเข้ามาในสมอง ก็มีเสียงลมดังขึ้นข้างหน้า มีคนจำนวนมากพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ข้างหน้า ก่อนจะปิดถนนด้วยความรวดเร็ว ด้านหลังก็มีคนกระโดดออกมายี่สิบกว่าคน โจมตีล้อมทั้งหน้าและหลัง
    หลิวเวยอันส่ายหัวแรง ๆ ทีหนึ่ง พลางคิดนี่ถือเป็นการพูดเป็นลางร้ายหรือเปล่า
    คนเหล่านี้สวมชุดดำทั้งตัว แต่งกายด้วยเครื่องแบบเดียวกัน ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง คนนำทีมทั้งสามคนล้วนมีบุคลิกเฉพาะตน ร่างกายกำยำ เอวกลมไหล่ใหญ่ บึกบึนมีกำลัง คนหนึ่งถือมีด คนหนึ่งถือขวาน อีกคนแต่งตัวคล้ายนักรบ มือขวาถือดาบ มือซ้ายถือโล่กลม สวมใส่ชุดเกราะ สะท้อนเรืองแสง ขาดเพียงหมวกเกราะอย่างเดียว
    “พวกเราเป็นคนของขบวนรถเฟยหม่า หากลงไปในนรกแล้ว อย่าลืมว่าคนที่ฆ่าพวกเจ้าคือ...“ คำพูดของนักรบถูกขัด เสียงลูกศรทะลุผ่านอากาศรวดเร็วดังดาวตก ปรกฏตรงหน้าเขา
    ตุบ!
    นักรบยกแขนขึ้นกำบัง ทำให้ลูกศรปักลงบนโล่กลม จากความแรงในการปะทะ ทำให้ลูกศรเละเป็นผุยผงภายในพริบตา ร่างกายนักรบเอนเอียงเล็กน้อยเล็กน้อย พลังที่แฝงอยู่ในลูกศรดอกนี้ทำให้เขาตกตะลึง ตามด้วยร้องโอดโอยที่ดังขึ้นมาจากด้านข้าง พอเขาหันไปมอง ก็เห็นชายร่างใหญ่ที่ถือมีดล้มลงบนพื้น ที่คอของชายถือมีดยังมีลูกศรปักคาอยู่ เลือดไหลนองออกมาไม่หยุด ชายร่างใหญ่อ้าปากกว้าง แต่ก็ทำได้เพียงออกเสียงอ้ำ ๆ อื้อ ๆ ไม่ชัดเท่านั้น เขาก็กระอักเลือดออกมา ดูท่าคงไม่รอดน่าจะแล้ว “ยิงธนู-------“ นักรบตะโกนด้วยความโมโห หลิวเวยอันชั่วช้าเกินไปแล้ว ไม่ทำตามศีลธรรมยุทธภพ ยังไม่ทันพูดจบก็ลงมือซะแล้ว แถมยังลอบโจมตีอีก
    ฉึกฉึกฉึกฉึก-------
    ลูกศรหลายสิบดอกถูกยิงออกมาจากสองข้าง มีส่วนมากที่ยิงมายังหลิวเวยอัน ที่เหลือยิงไปยังเฮยหนิวและพวก
    หลิวเวยอันเริ่มสังเกตรอบ ๆ ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ในตอนที่เสียงสั่นของสายธนูดังขึ้น เขาก็ยิงธนูออกไปแล้ว ยิงติดต่อกันไปสามดอก
    ยิงทีหลังแต่ไปถึงก่อน ระหว่าที่ลูกศรของศัตรูยังอยู่กลางอากาศ ลูกศรของเขาก็หายเข้าไปในพุ่มไม้แล้ว ตอนเสียงร้แงโอดโอยทั้งสามเสียงดังขึ้น ลูกศรของศัตรูก็มาถึงตรงหน้าแล้ว หลิวเวยอันยกเท้าขึ้นอย่างกะทันหัน เขาถีบผีดิบกระเด็นออกไปหนึ่งตัว ลูกศรด้านขวาถูกชนออกไปทั้งหมด ก่อนเขาจะกระโดดตัวขึ้น ตามหลังผีดิบไป เขาดึงคันธนูอีกครั้งบนกลางอากาศ ลูกศรทั้งสองดอกพุ่งออกไปรวดเร็วราวกับดาวตก
    เสียงร้องโอดโอยสองเสียงดังขึ้น ศัตรูด้านขวาถูกกำจัดไปทั้งหมด พอร่วงลงบนพื้นเขาก็ตีลังกาหลัง หลบลูกศรที่ตามมาจากด้านหลังได้อย่างเฉียดฉิว เขาขดตัวหลบอยู่ใต้รถวัว นอนพิงยิงธนูอย่างต่อเนื้อ ลูกศรถูกยิงออกมาจากใต้รถม้าเสียงร้องโอดโอยดังขึ้นจากด้านหลัง เพียงชั่วพริบตาก็มีคนล้มลงไปอีกเจ็ดแปดคน โดนลูกศรปักเข้าที่ต้นขา จึงนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น ส่วนคนที่เหลือก็ต่างรีบหาที่ซ่อนตัวกันทั้งหมด หลิวเวยอันเปลี่ยนทิศทางด้วยความรวดเร็ว ยังไม่ทันได้เล็งเลยด้วยซ้ำ ลูกศรก็ถูกยิงออกไปแล้ว มือขวาหยิบลูกศร ดึงคันธนู ยิงลูกศรออกไปอย่างติดต่อกันด้วยความเร็วที่แทบจะมองไม่เห็น เขายิงลูกศรออกไปห้าหกดอกในพริบตาเดียว ทำให้ศัตรูตรงหน้าต้องถอยหลังไป เฮยหนิวที่อยู่หน้ารถวัวกระโดดหนีลงจากรถอย่างอนาถ ที่ก้นเฮยหนิวลูกศรปักคาอยู่ เจ็บจนใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว
    หลิวเวยอันลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน แล้วยิงธนูเข้าไปในพุ่มไม้ทางซ้ายสองดอกติด ๆ กัน ถัดจากนั้น เสียงร้องโอดโอยสองเสียงก็ดังขึ้น เขาเพิ่งหดหัวกลับมา ก็มีลูกศรเจ็ดแปดดอกยิงถากหนังหัวของเขาไป ยังมีอีกสามดอกปักอยู่บนตัวผีดิบ แม้มือธนูของฝั่งศัตรูจะสู้เขาไม่ได้ แต่ก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน
    หลิวเวยอันหันไปส่งสัญญาณมือกับเฮยหนิว เฮยหนิวเข้าใจในทันที เขายกผีดิบเจียงซือขึ้นมาหนึ่งตัว ทันใดนั้นก็มีลูกศรสิบกว่าดอกยิงพุ่งเข้ามาที่ผีดิบเจียงซือในทันที หลิวเวยอันกระโดดขึ้น ก่อนจะดึงคันธนูติดต่อกันห้าครั้ง ทว่ากลับได้ยินเสียงโอดโอยเพียงสี่เสียงเท่านั้น นั่นมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย การฟังลมหาตำแหน่งไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
    ศัตรูที่อยู่ด้านหน้าเข้ามาใกล้รถวัวคันแรกแล้ว หนึ่งในนั้นเพิ่งชะโงกหน้าออกมา ก็ถูกลูกศรยิงแสกหน้าร้องโอดโอยขึ้นมา ก่อนจะกลิ้งล้มบนพื้น ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในสมองหลิวเวยอัน เขากระโจนเข้าไปในพุ่มไม่ด้านขวา ทำให้วิสัยทัศน์ของเขากว้างขึ้นในทันที เรือนร่างของชายใส่เครื่องแบบสิบกว่าคนปรากฏในสายตาทั้งหมด
    ภายในเสียงสั่นของสายธนู ลูกศรจำนวนมากพุ่งออกไป ฆ่าคนตายไปกว่าครึ่งในพริบตา คนที่เหลือรีบหลบซ่อนด้วยความรวดเร็ว มีสองสามคนที่อ้อมไปด้านหลังเขา ก่อนจะกระโจนมา
    ธนูลูกโซ่!
    คมดาบสะท้อนแสง ลูกศรถูกฟันออกเป็นสองท่อน ตามด้วยแสงเย็นวาบ ด้านหลังมีลูกศรโผล่ออกมาหนึ่งดอก ยิงมาด้วยความเร็วยิ่งกว่าเดิม
    ติ้ง!
    โล่กลมบังลูกศรที่ตามกันมาติด ๆ
    นักรบสัมผัสได้ถึงความแรงที่ส่งขึ้นมาผ่านแขน ในใจรู้สึกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาลดความเร็วของฝีเท้าลง รออยู่หลายวินาที ก็ได้ยินเสียงโอดโอยดังมาจากด้านหลัง ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าตนเองเป็นเหมือนคนโง่ที่โดนหลอก เขาตะโกนเสียงดังด้วยความโมโห พลางพุ่งออกไป
    ตอนที่นักรบพาคนพุ่งไปถึงด้านหลังขบวน ก็เห็นซากศพท่กองเต็มบนพื้น นอกจากคนที่ถูกยิงขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ คนที่เหลือล้วนตายกันไปหมดแล้ว บ้างก็ถูกยิงหัว บ้างก็ถูกยิงคอ ภายในแสงที่สลัวเช่นนี้ ยังแม่นยำได้ถึงเพียงนี้ ทักษะการยิงธนูของหลิวเวยอันทำให้เขารู้สึกตะลึงเป็นอย่างมาก
    เสียงโอดโอยดังมาจากด้านขวา ภายในป่าทึบ มีเสียงแหวกผ่านอากาศดังขึ้น นั่นเป็นเสียงลูกศรผ่าอากาศ เสียงตะโกนด้วยความโมโหดังกึกก้อง สะเทือนไปทั่วป่า ชายถือขวานพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ บนใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือด หูข้างหนึ่งของเขาไม่อยู่แล้ว
    จู่ ๆ เสียงยิงในป่าก็หายไป ความเงียบที่มาอย่างกะทันหันนี้ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย จู่ ๆ รถวัวที่จอดอยู่ก็เคลื่อนที่ไปพร้อมกับเสียงดังกึกกึก เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนตกใจกันหมด ในขณะที่พวกเขาหันหน้าไปมอง ก็มีเสียงผ่าอากาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง
    “อ้าก!“
    คนด้านหลังนักรบร่วงลงบนพื้น ทว่าครั้งนี้ลูกศรกลับปักเข้าที่กลางหัวใจ นักรบไม่พูดไม่จาพลางพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้ด้วยความเร็วราวกับลูกศร แต่คนยังไปไม่ทันถึง ก็มีแสงคมดาบสว่างขึ้นแล้ว
    โครม!
    ต้นไม้ใหญ่ถูกตัดครึ่งลำต้น รอยขาดราบเรียบ ตกลงบนพื้นตามด้วยเสียงดังตับ เงาคนที่อยู่ตรงหน้าหายไปแล้ว หลิวเวยอันไปจากที่นี่แล้ว นักรบสะดุ้งก่อนตะโกนเสียงดัง แย่แล้ว แล้วเปลี่ยนทิศพุ่งไปทางหน้าขบวนรถทันที เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นที่ข้างหู บวกกับเสียงตะโกนด้วยความโมโหของผู้ชายที่ถือขวานในมือ
    แต่นักรบก็ยังมาช้าไปอยู่ดี ตอนเขามาถึง คนที่อยู่ด้านหน้าล้วนตายกันหมดแล้ว ชายที่ถือขวานถูกยิงโดนสามดอกที่ขาขวา หน้าท้อง แต่ลูกศรที่ฆ่าเขาตายคือคอ มองเพียงแวบเดียว นักรบก็มั่นใจได้เลยว่าดอกแรกเป็นที่หน้าท้อง เพราะเขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งมากแค่ไหน ท่อนบนของเขาถูกป้องกันไว้ดีจนแม้แต่น้ำยังสาดไม่เข้า แต่ท่อนล่างเป็นจุดอ่อนของเขา ดอกที่สองคือต้นขา ทำให้ร่างกายของเขาสูญเสียการทรงตัว การป้องกันของเขาจึงมีช่องโหว่ จากนั้นก็ถูกหลิวเวยอันยิงทะลุที่คอ
    ชายที่ถือขวานจ้องมองมาที่นักรบ ในแววตาเต็มไปด้วยความยินยอมที่ตนมาตายไปอย่างนี้ เขาอ้าปากพูดพึมพำก่อนจะค่อย ๆ ล้มลงไป
    พอขบวนรถเพิ่มความเร็วอย่างกะทันหัน นักรบถึงรู้ว่าตนทำผิดไปหนึ่งเรื่อง จึงตะโกนขึ้นทันที “ฆ่าวัวทิ้งซะ” ตามด้วยเสียงร้องโอดครวญดังมาจากคนที่ตามอยู่ด้านหลังเขา
    นักรบพุ่งไปข้างหลังด้วยความเร็วที่สุด ครั้งนี้เขาเห็นเงาของหลิวเวยอันตอนยิงธนูฆ่าคนสุดท้ายแล้วหลบเข้าป่าไปพอดี ตอนนี้ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาตามเข้าไปโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น
    สีหน้าหลิวเวยอันเคร่งขรึมพลางวิ่งไปในป่าด้วยความเร็วสูง ไม่รู้ว่าเขาได้รับความสามารถในการมองเห็นในที่มืดตั้งแต่เมื่อไหร่ วิสัยทัศน์ในป่าไม่ดี แต่เขากลับสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน แม้ว่านักรบจะไม่มีความสามารถในการมองเห็นในที่มืด แต่ไม่ว่าจะเป็นฐานะ พละกำลังหรือไหวพริบของนักรบล้วนแต่อยู่เหนือกว่าเขาทั้งหมด ระยะห่างของทั้งคู่ค่อย ๆ ใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ
    หลิวเวยอันคอยยิงธนูหลาย ๆ ดอกติดกันไปที่นักรบเป็นระยะ ๆ นักรบเก่งกาจที่สุดในบรรดาศัตรูที่เขาเคยพบเจอมา ไม่ว่าเขาจะยิงลูกศรกระทันกันและแปลกประหลาดเพียงใดก็ตาม นักรบสามารถกำบังเอาไว้ได้ทันเวลาทั้งหมด ส่วนโล่นั่นก็ไม่ใช่ของธรรมดา บังธนูไว้เป็นสิงกว่าครั้ง แต่กลับมีมีแม้แต่รอยเลยสักนิด ทำให้แผนยิงธนูเข้าหาโล่หลาย ๆ ดอกให้มันแตกออกต้องถูกล้มเลิกไป
    “ระวังลูกธนู!” หลิวเวยอันตะโกนเสียงดัง
    นักรบยกโล่ขึ้นอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า แต่กลับพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย หลิวเวยอันหลอกเขา ไฟในดวงตาของเขาแทบจะพ่นเผาออกมาอยู่แล้ว เขาตะโกนด้วยความโกรธแค้น
    “ต่ำช้า”
    หลิวเวยอันวิ่งให้เร็วกว่าเดิม ยืดระยะห่างออกไปประมาณสามสิบเมตร คิดไม่ถึงว่าเพียงไม่กี่นาที นักรบก็ไล่ตามมาประชิดตัวเขาอีกครั้ง จึงทำได้แค่ใช้แผนเดิมอีกครั้ง
    “ระวังลูกธนู!”
    นักรบชะงักเล็กน้อย นั่นทำให้หลิวเวยอันหัวเราะออกมาเสียงดัง
    ครั้งที่สาม หลิวเวยอันตะโกนขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ ถึงนักรบจะยกโล่ขึ้น แต่กลับไม่ได้หยุดชะงักอีก ตรงกันข้ามกันเขาเพิ่มความเร็วให้มากขึ้นกว่าเดิม หลิวเวยอันร้องเสียงประหลาด ก่อนจะเริ่มวิ่งสุดชีวิตแต่ถึงอย่างนี้เขาก็ดึงระยาห่างออกมาได้แค่สิบห้าเมตรเท่านั้น หลังจากผ่านไปหนึ่งนาที ระยะห่างก็น้อยลงเรื่อย ๆ ในเวลานี้เอง เขาตะโกนขึ้นอีกครั้ง
    “ระวังลูกธนู!”
    นักรบขวางโล่บัง มีแรงมหาศาลปะทะเข้ากับโล่ จากนั้น สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น โล่ที่ไม่อาจทำลายได้แตกกลายเป็นเสี่ยง ๆ ไปพร้อมกับลูกศรที่แตกไปพร้อม ๆ กัน แสงสว่างปรากฏขึ้นบนอากาศอย่างกะทันหัน จากนั้นก็แทงทะลุเข้าที่คอของเขา
    “เป็นไปได้อย่างไร?”
    นักรบล้มลงไปพร้อมกับความไม่เต็มใจที่จะตายไปอย่างนี้ หลิวเวยอันหยุดฝีเท้าลง ยืนพิงต้นไม้เพื่อพักหายใจ ในขณะเดียวกันก็ดูดเลือดที่นิ้วมือจากแผลที่ถูกตัวเองกัด การวาดยันต์ในขณะวิ่ง ไม่ใช่สิ่งที่คนควรจะทำจริง ๆ ล้มเหลวไปสิบครั้ง ถึงจะสำเร็จหนึ่งครั้งยังดีที่สำเร็จแล้ว ไม่อย่างงั้นไม่รู้จริง ๆ ว่าจะผ่านด่านนี้ไปได้ยังไง
    ยันต์ฮู้ปราบผีดิบฝูได้ผลดีจริง ๆ เลย ขนาดโล่ยังโดยยิงแตกได้
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-