ตอนที่ 39: สัมผัสเงียบใต้โต๊ะอาหารป่า
บรรยากาศในห้องครัวขนาดใหญ่ของบ้านพักตากอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของแกงเผ็ด ต้มยำน้ำข้น และเนื้อผัดฉ่ารสจัดจ้านที่นภาและพิมพ์ช่วยกันเข้าครัวปรุงสุดฝีมือเพื่อต้อนรับการมาของอั๋น ทว่าท่ามกลางความเอร็ดอร่อยของอาหารค่ำมื้อใหญ่ เสียงพูดคุยหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของอั๋นที่เล่าเรื่องโครงการธุรกิจและเพื่อนร่วมงานในมาเลเซีย กลับเป็นเสมือนฉากบังหน้าความตึงเครียดและเกมความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ดำเนินอยู่ใต้ผ้าปูโต๊ะตัวหนาที่ไร้คนล่วงรู้
โต๊ะอาหารไม้มะค่าตัวยาวถูกคลุมด้วยผ้าปูโต๊ะหนาทึบยาวระโคนขา ทำให้พื้นที่ด้านล่างกลายเป็นโลกมืดส่วนตัวที่ไร้สายตาของอั๋นจะสามารถมองลอดผ่านเข้ามาได้ นนท์ นั่งเกร็งตัวตรงที่ตำแหน่งตรงข้ามกับอั๋น โดยมีพิมพ์มาดานั่งขนาบข้างขวา และนภานั่งขนาบข้างซ้าย ส่วนวายุและหินนั่งเบาะถัดไปใกล้ๆ คอยสังเกตการณ์ด้วยสายตาตื่นเต้นระทึกใจ
"พิมพ์จ๊ะ ต้มยำกุ้งนี่รสจัดจ้านอร่อยเหมือนเดิมเลย พี่อยู่มาเลเซียกินแต่อาหารรสเลี่ยนๆ คิดถึงต้มยำฝีมือพิมพ์ที่สุดเลยจ้ะ" อั๋นเอ่ยชมพลางยื่นมือไปกุมมือซ้ายของพิมพ์มาดาที่วางอยู่บนโต๊ะและลูบไล้แผ่วเบาเพื่อแสดงความรักภรรยา แววตาของเขาอบอุ่นเปี่ยมสุข
"ขอบคุณค่ะพี่อั๋น ทานเยอะๆ นะคะ พิมพ์ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยค่ะ" พิมพ์ตอบรับพร้อมรอยยิ้มหวาน ทว่าใต้โต๊ะอาหาร มือขวาของพิมพ์ที่ว่างอยู่กลับกำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงอย่างบ้าคลั่ง! มือเรียวอุ่นของแม่เลี้ยงสาวล้วงเข้าไปใต้กางเกงขายาวของนนท์อย่างเงียบเชียบ สัมผัสเข้ากับต้นขาและเลื่อนเข้าไปกุมแกนกายร้อนแข็งขึงขนาดยักษ์ของติวเตอร์หนุ่มรุ่นน้องอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวบีบเค้นคลึงหัวรักและสาวรูดดุ้นเนื้อร้อนยาวใหญ่อย่างเชื่องช้าทว่ากดเน้นจุดเสียวสร้างความสยิวรัญจวนใจให้นนท์จนชายหนุ่มแทบสะดุ้งตัวโยนหน้าเกร็ง
นนท์เกร็งก้นแน่น หน้าแดงก่ำจนถึงใบหู พยายามข่มความเสียวซ่านสะท้านร่องอกไว้ในใจ มือหนาข้างหนึ่งจิกเบาะเก้าอี้แน่นจนนิ้วซีดขาว อีกด้านหนึ่ง เท้าเรียวสวยของนภาที่นั่งขนาบซ้ายก็เริ่มซุกซน เธอถอดรองเท้าแตะออกและใช้ฝ่าเท้าเนียนนุ่มลูบไล้ไปตามหน้าขาและหน้าแข้งของนนท์ ถูไถไปตามร่องเป้ากางเกงของเขาเพื่อช่วยกระตุ้นความใคร่สร้างความเสียวทรมานคูณสองให้นนท์จนแทบจะแตกคากางเกงต่อหน้าพ่ออั๋น
"นนท์... ตักข้าวเพิ่มอีกสิจ๊ะ นนท์ผอมไปหน่อยนะ ติวหนังสือเหนื่อยๆ ต้องกินเยอะๆ" นภาพูดด้วยเสียงหวานเชื่อม แววตายิ้มกริ่มพลางลอบสไลด์ฝ่าเท้ากดเน้นเบาๆ ที่พวงสวรรค์ของนนท์ใต้โต๊ะอาหาร
"ขะ... ครับ... คุณอา... เอ๊ย... พี่นภา..." นนท์ตอบเสียงติดอ่างสั่นสะท้าน มือสั่นเทาพยายามเอื้อมมือไปตักข้าว ทว่ามือขวาของพิมพ์ที่กุมท่อนเอ็นหนาอยู่ใต้โต๊ะกลับขยับสาวรูดถี่รัวขึ้นจนนนท์เสียวหัวรักจนเกือบจะหลุดครางเสียงสั่นสะท้านออกมา ชายหนุ่มสะดุ้งตัวทำช้อนส้อมในมือหลุดร่วงกระทบจานกระเบื้องเสียงดังเพล้งสะดุ้งสุดตัว
อั๋นสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองนนท์ด้วยความสงสัยและถามด้วยความห่วงใย "นนท์เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าแดงๆ แถมเหงื่อตกพลั่กเชียวจ้ะ ไข้ขึ้นหรือเปล่า?"
หัวใจของนนท์เต้นรัวด้วยความกลัว อั๋นจ้องมองเขาด้วยสายตาสงสัย นนท์รีบสูดลมหายใจ ลอบดันข้อมือพิมพ์ออกจากการกุมแกนกายใต้โต๊ะเบาๆ แต่พิมพ์กลับแกล้งบีบขยำหัวรักเขื่องเน้นย้ำสร้างความเสียวทรมานขั้นสุดให้นนท์จนสะบัดร้อนสะบัดหนาว
"ปะ... เปล่าครับคุณอาอั๋น พอดี... พอดีต้มยำถ้วยนี้รสจัด... เผ็ดร้อนและเครื่องเทศจัดจ้านมากครับ... ซี๊ด... ผมเลยเหงื่อตกนิดหน่อยครับ..." นนท์พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แกล้งยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรัวๆ เพื่อบดบังเสียงครางเสียวซ่านที่เล็ดลอดผ่านลำคอ นึกโกรธสองสาวใหญ่ที่แกล้งเขาจนเกือบหัวใจวายตายคาโต๊ะอาหาร
"อ๋อ... จริงด้วย ต้มยำป่ารสจัดจริงๆ นนท์กินเผ็ดไม่ค่อยเก่งล่ะสิ ทานน้ำเยอะๆ นะจ๊ะ" อั๋นหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู โดยไม่รู้ระลึกเลยว่าความร้อนที่นนท์กำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นไม่ใช่เพราะพริกขี้หนู แต่เป็นความร้อนแรงของมือภรรยาแสนรักและเท้าของเพื่อนบ้านสาวใหญ่ใต้ผ้าปูโต๊ะ
วายุและหินลอบหัวเราะกันคิกคักคอยช่วยพูดคุยเรื่องอื่นเพื่อเปลี่ยนประเด็นดึงดูดความสนใจของพ่ออั๋น จนกระทั่งมื้ออาหารเย็นแสนหวาดเสียวปนทรมานราคะผ่านพ้นไปด้วยดี หลังทานอาหาร อั๋นได้รับสายโทรศัพท์ด่วนจากพาร์ทเนอร์ธุรกิจรายใหญ่ที่เขาใหญ่ โทรมาชวนไปร่วมออกรอบตีกอล์ฟและเจรจางานโครงการคอนโดตั้งแต่เช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น ทำให้อั๋นจำต้องนอนพักผ่อนเร็วและรีบออกจากบ้านพักตากอากาศตั้งแต่ตีห้าของเช้าตรู่วันถัดไป
"พิมพ์จ๊ะ พรุ่งนี้พี่ต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดไปเจรจางานนะจ๊ะ คงต้องฝากพิมพ์กับนภาดูแลเด็กๆ และนนท์เที่ยวกันต่อเลย ไม่ต้องรอพี่ตื่นนะ" อั๋นเอ่ยบอกภรรยาขณะกอดลาในห้องนอน
"ค่ะพี่อั๋น เดินทางปลอดภัยและทำงานให้ราบรื่นนะคะ พิมพ์จะดูแลเด็กๆ อย่างดีค่ะ" พิมพ์ตอบรับด้วยความยินดีอย่างที่สุดในหัวใจ โอกาสทองของสัญญาลับข้ามรั้วบ้านพักป่าเขากำลังจะกลับมาเร่าร้อนอีกครั้งทันทีที่รถของสามีแล่นพ้นสายตาในวันพรุ่งนี้ชวนฝันเสียวสะท้าน
เสียงสายฝนป่าพัดกระหน่ำอยู่ภายนอกบ้านพักตากอากาศ ส่งเสียงซัดสาดกระทบหลังคาและหน้าต่างกระจกใสอย่างไม่ขาดสาย ทว่าภายในห้องอาหารที่อบอุ่นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดระทึกใจที่นนท์ต้องเผชิญหน้าอย่างโดดเดี่ยว โต๊ะอาหารไม้มะค่าตัวยาวถูกคลุมด้วยผ้าปูโต๊ะเนื้อหนาสีครีมที่ทอดตัวยาวลงไปจนเกือบถึงพื้น ปิดบังโลกส่วนตัวใต้โต๊ะอาหารจากการมองเห็นของอั๋นอย่างสิ้นเชิง นนท์นั่งเกร็งตัวตรงที่ฝั่งตรงข้ามกับอั๋น พยายามสบตาและตอบคำถามเรื่องงานและเรื่องเรียนอย่างมีสติ ทว่าช่วงล่างใต้ผ้าปูโต๊ะกลับกำลังเผชิญหน้ากับพายุราคะที่สลักเสลาและทรมานขั้นสุดยอด
มือขวาเรียวนุ่มของพิมพ์มาดา แม่เลี้ยงสาวแสนสวยเลื่อนสอดแทรกผ่านสาบกางเกงขายาวของนนท์เข้ามาอย่างชำนาญ นิ้วมืออุ่นรูดไล้กุมแกนกายร้อนแข็งขึงผงาดสู้มือของนนท์ไว้แน่น รูดรั้งขึ้นลงช้าๆ เน้นน้ำหนักที่หัวรักจนชายหนุ่มสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขณะเดียวกันที่ฝั่งซ้าย นภาก็ใช้ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าเนียนนุ่มถูไถไปตามขาหนีบและเป้ากางเกงของนนท์ บดเบียดคลึงพวงสวรรค์ของเขาเบาๆ สร้างความเสียวซ่านคูณสองจนนนท์ต้องพยายามเกร็งบั้นท้ายและข่มเสียงครางเสียวไว้ในลำคอ หน้าแดงจัดจนเหงื่อกาฬผุดซึมเต็มหน้าผาก
"พิมพ์จ๊ะ ต้มยำถ้วยนี้ฝีมือพิมพ์อร่อยขึ้นมากเลยนะ พี่ทานแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยจ้ะ" อั๋นตักต้มยำกุ้งเข้าปากพร้อมหันมายิ้มหวานให้ภรรยา โอบไหล่บางของพิมพ์มาดาอย่างรักใคร่ทะนุถนอม
"ค่ะพี่อั๋น ทานเยอะๆ นะคะ พิมพ์ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยค่ะเพื่อพี่อั๋นโดยเฉพาะ" พิมพ์ตอบเสียงหวาน ทว่ามือขวาใต้โต๊ะกลับขยับซอยรูดลำรักของนนท์ถี่ยิบขึ้นอย่างจงใจแกล้ง แกล้งใช้นิ้วชี้ลูบไล้รูตรงหัวรักแหลมจนนนท์เสียวซ่านแทบสะดุ้งตัวโยน ชายหนุ่มเผลอเกร็งสะโพกขยับดันมือพิมพ์เบาๆ ส่งผลให้ช้อนส้อมในมือสั่นระริกกระทบจานเสียงดังเพล้งสะดุดสายตาของอั๋น
อั๋นหันมองนนท์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ "นนท์เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าแดงก่ำแถมเหงื่อตกเต็มตัวเลยนะจ๊ะ หรือว่าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"
นนท์สะดุ้งตัวโยน รีบชักหน้าขาหลบฝ่าเท้าของนภาและดันมือพิมพ์ออกใต้โต๊ะแต่ไม่สำเร็จ สองสาวใหญ่กลับแกล้งกดบีบคลึงท่อนเอ็นหนาแน่นขึ้น นนท์รีบยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพื่อปรับระดับเสียงและหัวใจที่เต้นรัวกระสับกระส่ายด้วยความกลัวเฉียดตาย
"ปะ... เปล่าครับคุณอาอั๋น พอดี... ต้มยำน้ำข้นถ้วยนี้รสจัดและเผ็ดร้อนมากครับ... ซี๊ด... สมุนไพรป่าเผ็ดร้อนจัดจ้านจนผมเหงื่อตกและหน้าแดงเลยครับ..." นนท์แก้ตัวน้ำขุ่นๆ แกล้งยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรัวๆ เพื่อบดบังเสียงครางสยิวที่เกือบเล็ดลอดผ่านลำคอออกมา อั๋นฟังแล้วหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดูตบไหล่ขอบใจติวเตอร์หนุ่มที่ไม่ถือสาเรื่องรสชาติอาหารที่เผ็ดเกินไป
หลังมื้ออาหารค่ำแสนระทึก อั๋นได้รับสายด่วนจากลูกค้าคู่ค้าสำคัญชวนไปเจรจาธุรกิจและออกรอบตีกอล์ฟแต่เช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น ทำให้อั๋นจำต้องนอนพักผ่อนเร็วและรีบออกจากบ้านพักตากอากาศตั้งแต่ตีห้าของเช้าตรู่วันถัดไป เปิดทางให้พวกเขาทั้งห้าคนได้มีโอกาสทองในการสานต่อสัญญาลับรอบรั้วสีชมพูอีกครั้งอย่างเร่าร้อนและปลอดภัยพ้นสายตาในเช้าวันใหม่ โดยที่อั๋นไม่มีทางเอะใจเลยว่าเกมลับใต้ผ้าคลุมโต๊ะอาหารที่ยาวระเบียงขานั้น ร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศอบอุ่นและต้มยำน้ำข้นฝีมือภรรยาแสนสวยของเขาเสียอีก
หลังจากที่คุณอั๋นก้าวเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อนเอาแรง นนท์ก็นั่งทรุดตัวลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นด้วยความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงและเหนื่อยล้าทางจิตใจเป็นอย่างยิ่ง เกมความสัมพันธ์ชู้สาวใต้ผ้าปูโต๊ะนี้สร้างความกดดันให้แก่เขามากเกินกว่าที่จะรับไหว เขามองดูพิมพ์มาดาและนภาที่เดินตามเข้ามาส่งยิ้มหวานละมุนและเอื้อมมือมาแตะเนื้อต้องตัวลูบไล้แผ่งอกและหัวไหล่เป็นการปลอบประโลมลดความกังวลใจของเขา วายุและหินหัวเราะแผ่วเบาและหยอกเย้าพูดคุยกับนนท์เกี่ยวกับโอกาสทองในวันพรุ่งนี้ ทริปพักร้อนป่าเขานี้กลับทวีความเร่าร้อนและระทึกขวัญชวนลุ้นทุกวินาที ตลอดทั้งห้าคนตระหนักดีว่าเมื่อแสงอรุณรุ่งของเช้าวันใหม่มาถึงและรถของคุณอั๋นแล่นพ้นรั้วบ้านป่าเขาแห่งนี้ วิมานรักอันบ้าคลั่งของพวกเขาจะปะทุระเบิดขึ้นอีกครั้งอย่างไร้ขีดจำกัดศีลธรรมใดๆ