คำพูดของหลินเฟย (ลู่ซาน) สร้างความสับสนงุนงงให้กับหวังฟงและเหล่าศิษย์ผู้ติดตาม พวกเขาไม่เคยเห็นหลินเฟยแสดงออกเช่นนี้มาก่อน ความเยือกเย็นในแววตาและความมั่นใจในน้ำเสียงนั้นไม่ใช่ของคนไร้วรยุทธที่พวกเขารู้จัก หวังฟงจ้องมองหลินเฟยด้วยความโกรธระคนประหลาดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปพร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบที่ไม่พอใจ
ลู่ซานไม่ได้สนใจท่าทางเ่าั้ เขารู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงกะทันหันย่อมสร้างความฉงน แต่ก็เป็วิธีที่ดีที่สุดที่จะดึงความสนใจและสร้างความน่าเกรงขามเล็กน้อย สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเริ่มต้นแผนการของเขา
ตกเย็น หลังจากทำงานในโรงครัวเสร็จสิ้น ลู่ซานรีบมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดเก่าของพรรคมาร ซึ่งเป็อาคารที่ถูกทิ้งร้างและไม่ค่อยมีใครสนใจ เนื่องจากเต็มไปด้วยตำราเก่าแก่ที่ไร้ประโยชน์ในสายตาศิษย์ส่วนใหญ่
กลิ่นอับชื้นของกระดาษและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว เมื่อลู่ซานก้าวเท้าเข้าไป ข้างในมีชั้นหนังสือไม้ที่ผุพังเรียงรายอยู่มากมาย หนังสือส่วนใหญ่เป็ตำราฝึกวรยุทธโบราณที่ไม่มีใครสนใจจะอ่านจริงจังแล้ว
"น่าจะมีอะไรที่เป็ประโยชน์บ้างนะ" ลู่ซานพึมพำกับตัวเอง เขาเริ่มเดินสำรวจไปตามชั้นหนังสือ สายตาของเขากวาดมองผ่านตัวอักษรจีนโบราณอย่างรวดเร็ว ด้วยความรู้ด้านภาษาที่ได้รับมาจากความทรงจำของหลินเฟย
เขาไม่ได้มองหาเคล็ดวิชาปราณหรือวิชากระบี่ แต่เขากำลังมองหา หลักการพื้นฐาน บางอย่างที่อาจเป็กุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็ตำราเคมีเบื้องต้นที่ใช้สมุนไพร, ตำราดาราศาสตร์โบราณ, หรือแม้แต่บันทึกการก่อสร้างอาคาร
ผ่านไปหลายชั่วยาม เมื่อแสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามาในห้องสมุดเก่า ลู่ซานก็พบกับคัมภีร์เล่มหนึ่งที่ถูกซุกอยู่ในมุมมืด มันเป็คัมภีร์เก่าแก่ ปกคลุมด้วยฝุ่นหนาเตอะ ชื่อของมันถูกเขียนไว้ด้วยตัวอักษรที่ซีดจางว่า "บันทึกกลไกและธาตุิญญา"
ลู่ซานเปิดคัมภีร์ออกอย่างระมัดระวัง กระดาษสีเหลืองกรอบเกือบจะแตกสลาย เนื้อหาด้านในไม่ได้เป็เื่วรยุทธ แต่เป็เื่ราวการสังเกตการณ์ธรรมชาติ การผสมผสานแร่ธาตุต่างๆ เพื่อสร้างปฏิกิริยา การประดิษฐ์กลไกง่ายๆ เช่น รอก คาน หรือแม้แต่การสร้างลูกธนูที่มีแรงส่งเพิ่มขึ้น
"ยอดเยี่ยม!" ลู่ซานอุทานเบาๆ นี่คือสิ่งที่เขาตามหา! แม้จะเป็ความรู้ที่ดูล้าสมัยในโลกของเขา แต่มันคือ พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ของโลกใบนี้ เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน นี่คือวัตถุดิบชิ้นแรกสำหรับห้องปฏิบัติการส่วนตัวของเขา
เขายิ่งอ่านลึกลงไป ก็ยิ่งพบว่าโลกนี้มีแิเกี่ยวกับ "ธาตุิญญา" หรือ "พลังปราณ" ที่ดูเหมือนจะเป็ แหล่งพลังงานบริสุทธิ์ ที่มีอยู่ในธรรมชาติและในตัวมนุษย์ คัมภีร์อธิบายถึงการดูดซับพลังงานเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายเพื่อใช้ในการต่อสู้ แต่ก็มีการกล่าวถึงการนำพลังงานเหล่านี้ไปใช้กับ "กลไกบางอย่าง" ที่คัมภีร์เรียกว่า "อาวุธกลไกโบราณ" แม้รายละเอียดจะเลือนราง แต่ก็จุดประกายความคิดในหัวของลู่ซาน
"ถ้าพลังปราณคือพลังงาน...แล้วทำไมเราจะเอามาใช้กับหลักการทางฟิสิกส์ไม่ได้?" ลู่ซานคิด แววตาของเขาลุกวาวด้วยความมุ่งมั่น "การะเิของนิวเคลียร์ก็คือการปลดปล่อยพลังงานมหาศาล... ถ้าเราสามารถ 'กระตุ้น' พลังปราณให้เกิดปฏิกิริยาในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่วรยุทธได้ล่ะ?"
เขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนศึกษาคัมภีร์เล่มนั้นอย่างละเอียด จดบันทึกข้อมูลสำคัญต่างๆ ไว้ในสมองอันชาญฉลาดของเขา เขามองเห็นหนทางที่จะผสานความรู้จากโลกอนาคตเข้ากับภูมิปัญญาโบราณของโลกนี้
เมื่อรุ่งเช้ามาถึง ลู่ซานเดินออกจากห้องสมุดเก่าด้วยท่าทีที่แตกต่างไปจากเดิม ความอ่อนล้าจากความอดนอนไม่สามารถบดบังประกายความมุ่งมั่นในดวงตาของเขาได้ ในมือของเขาไม่ได้ถือตำราเก่า แต่เป็ก้อนกรวดและกิ่งไม้เล็กๆ ที่เขาเก็บขึ้นมาตลอดทาง เขากำลังเริ่มวางแผนสำหรับ "โครงการแรก" ของเขาแล้ว
จากนี้ไป "หลินเฟย" จะไม่ใช่เพียงศิษย์ไร้วรยุทธที่ถูกรังแกอีกต่อไป แต่เขาคือ ลู่ซาน ผู้เป็จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จะนำ "วิทยาการ" มาเขย่าบัลลังก์ของ "วรยุทธ" ในโลกแห่งนี้