บทที่ 50 ฉินต้าซานกลับมาแล้ว
จ้าวต้าหมินพูดกับพ่อแม่ “พ่อ แม่ ผมจะไม่บอกหรอกนะว่าผมไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อให้พ่อกับแม่ทุบตีผมให้ตายผมก็จะยอม”
ป้าฮวาพูดด้วยความประหลาดใจ “แก เป็นแกจริง ๆ…”
เธอคิดว่าลูกชายของตนจะปฏิเสธอย่างหน้าไม่อาย
“แต่ถ้าข่าวนี้แพร่งพรายออกไป คนที่จะเสียหน้าก็คือฉินเจียถุนของพวกเรา! ไม่ต้องพูดถึงหมู่บ้านที่อยู่ไกล แต่หมู่บ้านที่อยู่ใกล้ ๆ อย่างหมู่บ้านหลิงสุ่ยที่เล็งธงแดง ‘หมู่บ้านก้าวหน้า’ ของเราอยู่ทุกปี…”
“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องการให้แก่มาใส่ใจ” จ้าวโหย่วเต๋อพูดด้วยความโกรธ
“ผมจะไม่ใส่ใจได้ยังไง? พวกขี้อิจฉาเหล่านั้นพูดอยู่ทุกวันว่าพ่อเป็นพวกบ้าอำนาจ พ่อกดขี่ญาติให้ทำงานหนัก ถ้าเกิดเรื่องกับผม พวกเขาจะเอาเราไปพูดยังไง?”
รอบ ๆ มีหมู่บ้านมากกว่าสิบหมู่บ้านพยายามแกร่งแย่งชิงดีชิงเด่น
จ้าวโหย่วเต๋อทำหน้าที่ได้ดีที่สุดเป็นเรื่องจริง และฉินเจียถุนก็พัฒนาได้ก้าวหน้าที่สุดเช่นกัน
คนนอกมากมายพยายามอย่างหนักเพื่อจับผิดจ้าวโหย่วเต๋อ และสิ่งที่พบบ่อยที่สุดคือ ‘การเลือกที่รักมักที่ชัง’ ของเขา
นั่นอาจหมายความว่าภรรยาและลูกสะใภ้ของเขามีอำนาจมากเกินไป แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการตั้งตัวเป็นผู้ครองแคว้นงั้นเรอะ
หลังจากหารือกันมานานหลายปีก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นเพราะว่าครอบครัวจ้าวจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ตอนนี้ถ้ามีข่าวลือว่าลูกชายของหัวหน้ารังแกแม่ม่ายสาวในหมู่บ้าน และยังมีเรื่องของหญิงสารเลวตั้งตัวเป็นอันธพาลจนเกือบทำให้หญิงแม่ม่ายจบชีวิตตัวเอง…
จ้าวโหย่วเต๋ออาจถูกเรียกว่า ‘ใช้อำนาจรังแกผู้อ่อนแอ’ เข้าสักวัน
ใบหน้าของเขาฉายชัดถึงความกังวล ป้าฮวาเองก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองไปที่สามีของตน
เมื่อจ้าวต้าหมินเห็นการแสดงออกของพ่อแม่ จึงบอกว่า “บอกไว้ก่อนนะว่าตอนนี้คงต้องปล่อยไปก่อน ตอนนี้ยังมีไม่กี่คนที่รู้เรื่อง พ่อช่วยไปคุยกับเธอให้หน่อยสิครับ ส่วนหญิงม่ายคนนั้น เธอคงไม่กล้าสร้างปัญหาหรอก…”
เขาพูดจาฉะฉาน ทำเอาจ้าวอิ้งหงมองเขาด้วยความไม่เชื่อ
หญิงสาวกลั้นหาย ยามมองสามีผู้นี้จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนกับเขาเป็นคนแปลกหน้า ความรู้สึกที่เคยมีถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี อาการมวนท้องตีตื้นขึ้นมา
สายตาของเธอทำให้จ้าวต้าหมินใจสั่นอย่างไม่มีเหตุผล เขาไม่เข้าใจสายตานั้นเลยสักนิด อย่างไรเสียเขาก็คิดว่ามันไม่สำคัญ ขอเพียงเรื่องนี้แก้ไขได้อย่างเงียบ ๆ ก็พอ
ไม่ใช่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสักหน่อย
เขายอมถูกทุบตี ยอมถูกด่าเสียเทเสีย และหลังจากนั้น พ่อ แม่ และภรรยาจะจัดการเรื่องนี้ให้กลับมาเป็นปกติได้
ไอ้สารเลวคนนี้ก็คิดอย่างนั้น
จ้าวอิ้งหงพูดอย่างระมัดระวัง “หวังเหลียนบอกว่าหล่อนจะไม่ทำงานแล้ว”
“ทำไมคุณไม่พูดเกลี้ยกล่อมเธอหน่อยล่ะ? ไม่ต้องกังวล เธอไม่ได้หยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนั้น” จ้าวต้าหมินพูดอย่างขอไปที
จ้าวอิ้งหงแค่นยิ้ม “คุณ...เข้าใจเธอดีมากจริง ๆ!”
จู่ ๆ จ้าวต้าหมินก็รู้สึกตัว
เมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้ของตนกำลังจะระเบิดโทสะ ป้าฮวาก็รีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อรั้งเธอไว้
“เธอสองคนอย่าเพิ่งทะเลาะกัน…”
“คุณแม่?!” จ้าวอิ้งหงพูดอย่างไม่เชื่อ “เรื่องเป็นแบบนี้แล้ว แม่ยังจะปกป้องเขาอีกเหรอ?”
ป้าฮวาพูดอย่างลำบากใจเล็กน้อย “ไม่ใช่แบบนั้น แม่จะไปเยี่ยมหวังเหลียนที่อนามัยก่อน แล้วจะกลับมาคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง”
จ้าวอิ้งหงรู้สึกโมโหจริง ๆ นะ
ตอนนี้เธอกำลังคิดถึงตอนที่ผู้เฒ่าทั้งสองมักจะพูดเสมอว่าจะปฏิบัติต่อเธอในฐานะลูกสาว และต่อให้หย่ากันก็ไม่เป็นอะไร บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องโกหกทั้งหมดก็ได้
ด้วยคุณธรรมของจ้าวต้าหมินตอนนี้ เธอจะใช้ชีวิตที่เหลือกับเขาได้ยังไง?!
เมื่อคิดถึงตอนที่เขารังแกหญิงม่ายและยังทำตัวเป็นอันธพาล เมื่อเห็นหน้าเขา จ้าวอิ้งหงก็รู้สึกอยากจะอาเจียน!
ทำไมตอนนี้ไม่บอกให้เธอหย่าเลยล่ะ?!
“ผ่านมาก็หลายปีดีดัก สันดานก็ยังไม่เปลี่ยน ถ้าพ่อกับแม่ช่วยปกปิดครั้งนี้ แน่นอนว่าย่อมมีครั้งต่อไป! ตอนนี้หวังเหลียนบอกว่าเธอจะไม่ทำงานแล้ว ฉันก็จะไม่ตามเช็ดตามล้างให้เขาเหมือนกัน!”
“ใครบอกจะให้เธอตามเช็ดตามล้างให้เขาล่ะ! หากเป็นเรื่องจริง ฉันจะตัดความสัมพันธ์พ่อลูกกับเขาทันที!” จ้าวโหย่วเต๋อเดือดดาล
หัวใจของผู้เฒ่าทั้งสองราวกับถูกมีดกรีดจนเป็นแผลเหวอะหวะ
จ้าวอิ้งหงก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน และตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพูดอะไรที่ทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองหงุดหงิด
เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก และรู้สึกเสียใจกับพ่อแม่สามีของตนไม่น้อย...
มีเพียงจ้าวต้าหมินเท่านั้นที่กำลังประเมินคำพูดของพ่อและแม่
จากนั้นเขาก็กล่าวเสริมว่า “อนาคตผมจะปรับปรุงตัวเองอย่าง ความจริงผมก็ไม่ได้เจอหล่อนมานานแล้ว และตอนนี้ก็พยายามขุดเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาอีก เรื่องหล่อนกับผู้ชายคนอื่น ผมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ”
เขายอมรับเพราะคิดว่าจะสามารถเหยียบเรื่องนี้ไว้ในบ้านตลอดไปได้
แต่ถ้าเขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ก็คงอยากจะเอาหัวกระแทกให้ตายตกไปเสีย!
……
หลังจากที่ฉินเสี่ยวซู่กลับมา เขาก็เล่าให้ไป๋อวี้ฟังทุกอย่างที่ได้ยินมา
ไป๋อวี้ตกใจไม่น้อย “เธอไปซ่อนตัวแอบฟังที่ไหนมาน่ะ!”
ทำไมถึงได้ยินชัดขนาดนี้!
ฉินเสี่ยวซู่รู้สึกรำคาญเล็กน้อย “เธอไม่ต้องมายุ่งเรื่องนี้หรอก! แค่บอกฉันมาว่าปู่จ้าวกับย่าฮวาหมายความว่ายังไง!”
ไป๋อวี้ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งนี้
สุดท้ายผู้อาวุโสทั้งสองก็คือพ่อแม่ทางสายเลือดของจ้าวต้าหมิน
ความรักของพ่อแม่เป็นธรรมชาติของมนุษย์
“พวกเขาอาจพิจารณาตามคำขอที่จ้าวต้าหมินพูด” ไป๋อวี้ขมวดคิ้ว
เรื่องครั้งนี้ทำให้หวังเหลียนกล้าที่จะยืนหยัดเพื่อตัวเอง ทำให้จ้าวอิ้งหงมีสติสักที
แต่เมื่อไม่ได้รับผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ เธอจึงรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย
สถานการณ์ตึงเครียด เธอจะออกหน้าไปสร้างปัญหา และก่อความยุ่งเหยิงครั้งใหญ่
แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สำเร็จดั่งใจหวัง แต่เพื่อความยุติธรรม เธอทำได้เพียงกัดฟันทน!
ทำไมช่วงนี้การหาเงินถึงได้ยากขนาดนี้?
เธอคิดแผนการลักพาตัวแม่ม่ายสาวอย่างจริงจัง และเริ่มต้นธุรกิจอย่างเงียบ ๆ ในยุค 70 ...
และยังคิดที่จะหย่ากับฉินต้าซานเพื่อที่เธอจะได้หนีไปพร้อมเสี่ยวกั่วจื่อและแม่ม่ายสาว
ไม่คาดคิดว่าตอนแรกจ้าวอิ้งหงจะกลัวเธอไม่จัดการกับหญิงม่ายคนนี้เพราะฉินต้าซาน
มาตอนนี้เธอกำลังวางแผนที่จะหย่ากับฉินต้าซานเพราะแม่ม่ายสาวเสียแล้ว...
ฉินเสี่ยวซู่กระโดดโลดเต้นอยู่ข้าง ๆ “ถ้าคนพวกนั้นบีบบังคับกันจนถึงที่สุด ฉันจะเรียกจ้าวชิงชิงไปขุดแผ่นป้ายหน้าหลุมศพของสามีเก่าหวังเหลียนออกมา เอาไปวางไว้ที่ประตูบ้านของคนพวกนั้นซะ!”
ไป๋อวี้ตกใจ “นั่นมันเรื่องอะไรกันล่ะ!”
“ฉันจะสาปแช่งพวกเขาให้ตายตกไปเสีย!”
ไป๋อวี้พูดด้วยใบหน้ามืดมน “แม้ศัตรูหนึ่งพันคนจะถูกฆ่าตายและตัวเองก็สูญเสียคนไปแปดร้อยคน*[1] โง่เกินไปแล้ว”
มันทำให้ไป๋อวี้รู้ว่าเขาชอบจ้าวชิงชิงมากแค่ไหน
ฉินเสี่ยวซู่ถามเสียงดังฟังชัด “ศัตรูหนึ่งพันคนจะถูกฆ่าตายแต่ตัวเองก็สูญเสียคนไปแปดร้อยคน” หมายความว่าอย่างไร
จากนั้นก็หันกลับไปคว้าจอบ
ไป๋อวี้ตกใจมากและรีบหยุดเขา “ฉินเสี่ยวซู่! ฉันไม่อนุญาตให้เธอทำเรื่องโง่ ๆ นะ!”
ฉินเสี่ยวซู่กล่าวว่า “ฉันจะไปขุดศพสามีของหวังเหลียน”
ไป๋อวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “โอ้…”
“และฉันก็จะไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษของตระกูลจ้าว!”
ไป๋อวี้ “!!!”
ทันใดนั้นก็มีเด็กชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามา ดูท่าแล้วจะเพื่อนคนหนึ่งของฉินเสี่ยวซู่
เขาตะโกนใส่ฉินเสี่ยวซู่ ”กลุ่มล่าสัตว์กลับมาแล้ว พ่อของนายกลับมาแล้ว!”
ไป๋อวี้ใช้เวลานี้ฉวยโอกาสตอนฉินเสี่ยวซู่กำลังตกใจ คว้าจอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
เธอสัญญาว่า “ฉันจะหาทางให้เธออีกครั้ง! คราวนี้มันจะได้ผลแน่นอน!”
ฉินเสี่ยวซู่นี่มันเสือกระดาษ*[2]จริง ๆ เมื่อเขาได้ยินว่าพ่อของตนกำลังกลับมา ก็รู้สึกตื่นเต้นมากจนไม่กล้าไปขุดหลุมศพอีก
ตอนนั้นเองเขาก็พูดขึ้นทันที “ตกลง ฉันจะเชื่อเธออีกครั้ง!”
พูดจบเขาก็วิ่งไปรับพ่อ
ไป๋อวี้เห็นจึงสาปแช่งเขาด้วยความโกรธ “เจ้ากรรมนายเวร! เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรจริง ๆ!”
[1] ศัตรูหนึ่งพันคนจะถูกฆ่าตายแต่ตัวเองก็สูญเสียคนไปแปดร้อยคน หมายถึง ความสูญเสียระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่มีความแตกต่างกันมากนัก
[2] เสือกระดาษ หมายถึง คนที่ภายนอกดูเข้มแข็งแต่ภายในไม่มีอะไรเลย