ตอนที่26 ร้านใหม่
รุ่งอรุณวันนี้เป็การจัดประลองรอบของระดับมหากิลด์ซึ่งผู้กล้า 2 ท่านมาดูงานด้วยตัวเอง ลานประลองยามเช้าจะจัดการแข่งขันประเภททีมขึ้นคือทีมของมหากิลด์ทั้ง 4 และทีมของกิลด์ระดับสูงอีก 1 กิลด์ แต่ทว่ากิลด์ระดับสูงขอสละสิทธิ์ในการร่วมประลองทั้งนี้คณะกรรมการประกาศอีกว่าตัวแทนแข่งขันประเภทเดี่ยวของกิลด์เล็กๆกิลด์หนึ่งก็ขอสละสิทธิ์ในการแข่งขันเช่นกัน
คำประกาศเหล่านี้ทำให้หญิงสาวตัวแทนแข่งเดี่ยวของมหากิลด์คนหนึ่งกำหมัดแน่นท่าทางแบบนั้นของเธอได้เรียกสายตาหนุ่มๆ ให้หันมองด้วยความหลงใหล
“ซิ เ้าหนูนั่น ทำไมถึงต้องสละสิทธิ์ด้วยทั้งที่ฉันรอคอยเวลานี้อย่างใจจดใจ่จ่อ หนอย!!” เธอสบถด้วยความไม่พอใจหันไปทางกรรมการจนผู้ถูกมองสะดุ้งโหยง
“นี่ กรรมการ!!ฉันขอสละสิทธิ์ในการแข่งขันครั้งนี้” เธอประกาศบนลานประลองด้วยคำพูดของเธอทำให้ผู้ฟังถึงกับอึ้งกับการตัดสินใจเร่งด่วนเช่นนี้ ทันใดนั้นมีหญิงสาวอีกคนที่เข้าร่วมประลองประเภททีมของกับเธอรีบมาขวางเธอเอามือเท้าเอวแล้วพูดตรงนั้น
“เดี๋ยวๆ ๆ ยัยโรสเธอจะสละสิทธิ์ไม่ได้นะ แม้มหากิลด์ของพวกเราจะแข่งขันกันเพื่อความสนุกสนานก็เถอะแต่เธอจะหนีไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้ อีกอย่างวันนี้ผู้กล้าเขามาดูด้วยเธอจะทำให้กิลด์เราเสียหน้างั้นเหรอ” หญิงสาวรูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอมเท้าเอวพูดน้ำเสียงหวานใสอันมีเสน่ห์ของเธอนั้นทำให้ทุกคนเงียบฟังอย่างเคลิบเคลิ้มเหมือนต้องมนต์สะกด
“ปีที่แล้วข้าก็สละสิท ก็ไม่เห็นว่ากิลด์เราจะเสียหน้าตรงไหนถ้าพูดถึงผู้กล้าที่น่าสมเพจพวกนั้น ก็เื่ของผู้กล้ามันสิ ข้าไม่ได้สนใจคนอ่อนแอแบบนั้นการแข่งในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกิลด์เรา แค่เสียเงินเดิมพันนิดหน่อย ข้าจะสละสิทธิ์”โรสพูดเถียงพี่สาวตนเองแล้วเดินไปยังขอบลานประลองจากนั้นก็หายตัวไปอย่างกับภูติพรายสร้างความตะลึงให้กับผู้พบเห็น
“ยัยน้องบ้า ซิ ว่าแต่ฝีมือเธอก้าวหน้าขนาดนี้เลยเหรอ เฮ้อกรรมการ กิลด์กุหลาบสีเืขอสละสิทธิ์” เมื่อนึกทบทวนถึงนิสัยอันดื้อรั้นของน้องตนแล้วต้องจำใจสละสิทธิ์
“เฮ้อยัยโรสสนใจอะไรของมันอยู่นะ ถึงได้หนีงานประลองที่สำคัญแบบนี้ได้ แต่ก็ช่างเถอะขออย่าได้สร้างวีรกรรมแบบปีที่แล้วเป็พอ” เธอกล่าวกับตัวเองแล้วพึ่งสังเกตเห็นผู้ชมที่มาในวันนี้พลันเกิดความสงสัย
“ทำไมปีนี้คนดูถึงน้อยกว่าปีที่แล้ว จากคนดูหลายหมื่นคนแต่ปีนี้ทำไมมีไม่ถึงครึ่งหมื่นด้วยซ้ำ นี่คือวันแข่งขันของมหากิลด์ไม่ใช่เหรอ” เธอกล่าวพลางมองไปยังกรรมการเพื่อหาคำตอบ ส่วนกรรมการถึงกับหนาวสันหลังเขารู้ดีว่าที่คนดูวันนี้น้อยนิดเป็เพราะอะไร
ณ กิลด์โครบิลอส
เสียงชุลมุนของผู้คนพากันพูดในเื่ต่างๆนานา อย่างครึกครื้น พวกเขามารอกันเต็มบริเวณกิลด์กันั้แ่เช้ามืดผู้คนที่มากกว่าหมื่นคนต่างอัดแน่นตามบริเวณต่างๆ เพื่อรอเข้าร้าน
เสียงประตูของโรงตีเหล็กค่อยๆ เปิดออกเหล่าผู้คนที่มารอต่างเฮลั่นเมื่อประตูเปิดจนถึงขอบสุดผู้คนที่อยู่แนวหน้าก็วิ่งกรูเพื่อจะเข้าร้านแต่ถึงเพียงหน้าร้านเท่านั้นก็ชะงักกึกพวกเขาััถึงแรงกดดันอันมหาศาลจนไม่กล้าเข้าไปในนั้น
เด็กหนุ่มอายุราว 17 คนหนึ่งเดินออกมา เขาคือไผ่นั่นเอง เหล่าผู้คนต่างจำเด็กคนนี้ได้จึงหลีกทางให้เดินออกมาหน้าลานกว้างของร้านสักพักมีชายอีก 4 คนเดินหอบห่อผ้าตามมา
ก่อนที่ไผ่จะเปิดประตูร้านตัวเขาก็นึกไม่ถึงว่าจะััถึงผู้คนนับหมื่นที่อยู่ด้านนอกเจตจำนงของพวกนั้นต่าง้ามาเพื่อซื้ออาวุธ มีคนจำนวนมาก้าอาวุธที่สร้าง แม้มีเพียงไม่กี่เล่มก็ตาม ไผ่จึงเปลี่ยนวิธีการขายใหม่เพื่อกระจายความไม่พึงพอใจของเหล่ามหาชน
ชายทั้ง 4 เดินถือห่อผ้าออกมาแล้วคลี่บนพื้นเผยให้เห็นอาวุธ และอุปกรณ์ต่างๆที่ถูกเช็ด ขัดจนเงาวับ เครื่องหนังสะอาดเอี่ยม ลวดลายสลักเวทที่สวยงามเพิ่มความอยากได้ให้กับผู้คนมากขึ้น
“ผมรู้ว่าทุกคนมาที่นี่เพื่อ้าอาวุธอุปกรณ์พวกนี้ ซึ่งทางร้านได้ประกาศไปว่าจะลดครึ่งราคา แต่ด้วยจำนวนคนมานับหมื่น อาวุธและอุปกรณ์ของร้านเราไม่เพียงพอแน่นอนแต่ว่าไม่ต้องกังวลไปเพราะทุกคนที่มาในวันนี้มีโอกาสที่จะได้อาวุธและอุปกรณ์เหล่านี้แน่นอนแต่น่าเสียดายที่ของมีจำกัด และหนึ่งคนก็มีสิทธิ์เพียง 1ครั้งเท่านั้น” ไผ่กล่าวเมื่อสิ้นเสียงของเขาพลันเกิดคลื่นความเงียบไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่ไผ่พูดเมื่อครู่
“อะแฮ่ม อย่าพึ่งสงสัยเื่สิทธิ์ผมขออธิบายเื่กิจกรรมที่ขอเปลี่ยนแปลงให้ทุกท่านฟังก่อนจากที่เมื่อวานผมได้ประกาศว่าจะขายอาวุธและอุปกรณ์ครึ่งราคายกเว้นดาบเกล็ดทิวา วันนี้จึงขอเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนั่นคืออาวุธและอุปกรณ์จะมีราคาเพียง 1เหรียญเงินเฉพาะในวันนี้เท่านั้น” ไผ่ประกาศก้องโดยที่ทุกคนได้ยินเสียงชัดเจนแม้จะอยู่ไกลก็ตาม
เฮ!!
เสียงเฮด้วยความดีใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆเริ่มดังขึ้น ไผ่ะโด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมเพื่อดึงความสนใจ
“แต่ 1 เหรียญเงินที่ว่าคือ 1 สิทธิ์ในการจับฉลาก ซึ่ง 1 คนมีโอกาสแค่ครั้งเดียวไม่มีครั้งที่ 2 อีกใครจะได้อาวุธหรือไม่ได้ก็อยู่ที่โชคของพวกท่านแล้ว นี่เป็โอกาสอันดีที่พวกเราจะต้องพึ่งพาเทพเ้าแห่งโชคพวกท่านทั้งหลายลองคิดดู ปกติแล้วทางร้านจะต้องขายให้กับคนที่มาก่อน ด้วยอาวุธเพียงแค่นี้คนมาทีหลังคงอดกว่าจะมีอาวุธและอุปกรณ์มาขายอีกครั้งก็ใช้เวลานาน ราคาก็แพงตามคุณภาพแต่ตอนนี้พวกท่านทุกคนสามารถเข้าร่วมจับฉลากได้ ด้วยเงินแค่ 1 เหรียญเงินโอกาสในการย่อมมีมากกว่า” ไผ่พูดแล้วเว้นจังหวะ
“ข้าเอาด้วย”
“ข้าด้วย”
“ข้าขอร่วมจับหมากด้วย”
“จับสะหลาก เพื่อน”
“ข้าเอาด้วย”
ทาสชาย 2 คนก็เดินหามโถขนาดใหญ่ใบหนึ่งออกมา ข้างในนั้นเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษมากมาย
“โถใบนี้บรรจุกระดาษที่ว่างเปล่าไว้ข้างในจำนวนมากหากพวกท่านอยากอาวุธก็ต้องเสี่ยงโชคกับมันถ้าได้กระดาษเปล่าก็ต้องยอมรับชะตา เงินที่ใช้จะไม่ได้คืน และเพื่อความยุติธรรมผมจะเริ่มเขียนชื่ออาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ ต่อหน้าทุกคนแล้วหย่อนมันลงไปทั้งหมดกิจกรรมจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่ออาวุธและอุปกรณ์ที่หย่อนลงไปหมด เมื่อตะวันลับขอบฟ้าเมื่อไหร่คือสิ้นสุดกิจกรรม” ไผ่กล่าวอธิบายเสียงของเขากังวานจนได้ยินทั่วถึง ทุกคนพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“แต่ก่อนที่ผมจะถามว่าพวกท่านจะตกลงเข้าร่วมกิจกรรมหรือไม่ผมขอบอกราคาของอาวุธและอุปกรณ์พวกนี้ก่อน จะได้ไม่ต้องค้างคาใจในภายหลัง” ไผ่กล่าวอีกครั้งแล้วเริ่มพูดราคาอาวุธแต่ละชิ้น
ดาบเขี้ยวหมูป่าทอง ระดับ 2 ดาว เลเวล 5 จำนวน 2 เล่ม ราคา10 เหรียญทอง ลงสลักเกราะเวทย์ระดับ 1ดาว 1 วง กับ มีดสายลมระดับ 1 ดาว 1 วง
เสื้อเกราะหนังหมูป่า ระดับ 1 ดาว เลเวล 50 จำนวน 4 ชุด ราคา3 เหรียญทอง ลงสลักเกราะเวย์ ระดับ 1ดาว 2 วง
รองเท้าหนังหมูป่า ระดับ 1 ดาว เลเวล 50 จำนวน 8 คู่ ราคา 1.5 เหรียญทองต่อคู่ลงสลักเกราะเวทย์ระดับ 1 ดาว 1 วง
ดาบใหญ่ ระดับ 0 ดาว เลเวล 80 จำนวน 4 เล่ม ราคา80 เหรียญเงินต่อเล่ม ลงสลักเกราะเวทย์ระดับ 1 ดาว 1วง
ดาบยาว ระดับ 0 ดาว เลเวล 80 จำนวน 4 เล่ม ราคา60 เหรียญเงินต่อเล่ม ลงสลักเกราะเวทย์ระดับ 1 ดาว 1 วง
“ที่ผมพึ่งประกาศไปคือราคาเต็มของพวกมันมีใครค้างคาใจอะไรหรือไม่” ไผ่ประกาศก้องทุกคนที่ฟังเงียบกริบ แล้วหันไปพูดกันเองด้วยความตื่นเต้น
“มะ มีของระดับ 2 ดาวด้วย แถมราคาตั้ง 10 เหรียญทองนะนี่มันไม่ธรรมดาแล้ว”
“อาวุธระดับ 2 ดาวมันไม่ได้สร้างกันง่ายๆ โอ ข้าจะเข้าร่วมกิจกรรมนี้”
“ใช่ เสียแค่ 1 เหรียญเงิน แต่ถ้าโชคดีได้ของ 10เหรียญทองขึ้นมานี่ข้าว่ามันยิ่งกว่าคุ้ม”
“ช่าย แต่แม้ไม่ได้อะไรข้าก็ว่าคุ้มอยู่ดีที่ได้เสี่ยง”
“ข้าว่ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มแค่ 1 เหรียญเงินเองว่ะ”
เสียงพูดคุยต่างๆดังกันอย่างครึกครื้นด้วยความตื่นเต้น
ทาสชายอีก 2 คนหามโถใบใหญ่มาอีกใบ และในใบนั้นไผ่ได้สลักวงเวทไว้ด้วย ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าที่ตรงก้นโถมีแหวนมิติอยู่วงหนึ่ง แม้ใส่เงินไปเท่าไหร่ถ้าไม่เต็มแหวนก็ไม่ล้น
กระดาษจำนวนหนึ่งถูกหยิบออกมาแล้วเขียนชื่ออาวุธชิ้นต่างๆเขียนเสร็จ 1แผ่นก็ชูให้คนดูเห็นเพื่อเป็พยานหลักฐานว่าไม่ได้โกงใดๆจากนั้นก็หย่อนไปในโถที่มีกระดาษอยู่เต็มใบแรก เมื่อเขียนอาวุธครบทุกชิ้น
“เอาล่ะได้เวลาเริ่มกิจกรรมแล้ว แต่ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่า โถใบนี้เอาไว้หยอดเหรียญเมื่อหยอดเสร็จก็จะเปิดทางให้เข้ามาจับฉลากอีกโถหนึ่ง ถ้าถ้าโชคดีก็รับของกลับบ้านไปได้เลย”ไผ่พูด แล้วก็ปิดฝาโถที่มีกระดาษอยู่เต็มจากนั้นก็เขย่ามันให้คลุกเคล้ากัน
เสร็จสิ้นการเตรียมการทุกอย่างชายคนแรกก็เริ่มเดินออกมาแล้วลองเสี่ยงหยอดเหรียญเงินลงไปในโถใบแรก ทาสทั้งสองก็จะเปิดทางให้ไปจับฉลากโถใบที่สองเขาคลี่กระดาษอ่านสีหน้าก็บังเกิดความดีใจจนยั้งไม่อยู่ น้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจแล้วยื่นแผ่นกระดาษให้ไผ่ด้วยมืออันสั่นเครือ
“ดาบเขี้ยวหมูป่าทองระดับ2 ดาว เลเวล 5 ได้กลายเป็ของคุณแล้ว คุณมากับดวงจริงๆ ครับ” ไผ่ประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ชายคนนั้นะโดีใจแล้วเดินไปยังโซนอาวุธทาสสาวคนเดียวในกลุ่มหยิบดาบเขี้ยวหมูป่าทองให้เขาก็รับมันไปอย่างเบามือแล้วกอดไว้แน่นหอบกลับบ้านด้วยความตื่นเต้นไม่มีวันลืม
คนดูต่างรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าอะไรดาบราคา 10 เหรียญทองได้ออกไปแล้ว 1 เล่มทีนี้หลายคนต่างเข้ามาเสี่ยงโดยไม่มีการรอ
เวลาผ่านไปจนถึงบ่าย 3 อาวุธชิ้นสุดท้ายได้กลายเป็ของหญิงสาวคนหนึ่งเป็ที่เรียบร้อยอันเป็การสิ้นสุดกิจกรรม
ผู้คนที่จับไม่ได้รางวัลต่างก็บ่นด้วยความเสียดายไปตามๆกัน แต่จะอย่างไรกิจกรรมนี้ก็สร้างความสนุกให้พวกเขาอย่างมากและเม็ดเงินก็ไหลเข้าหาไผ่เป็กอบเป็กำ
เมื่อกิจกรรมทางร้านเสร็จสิ้นคนส่วนใหญ่หอบสังขารกลับบ้าน มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่เข้ามาถามราคาของดาบเกล็ดดทิวาแต่เมื่อได้ยินแล้วก็ต้องอึ้ง เดินคอตกกลับบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย
“เอาล่ะเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว เก็บงาน” ไผ่สั่งงานทาสทั้ง 5 ที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครได้พักผ่อนใดๆ เลยแต่พวกเขาก็ทำตามที่สั่งโดยไม่อิดออด เมื่อเก็บงานเสร็จแล้วก็ถึงเวลาพักของเหล่าทาสทั้ง5 พวกเขาต่างนอนกันตามมุมต่างๆ ในโรงตีเหล็กและหลับเป็ตายไปอย่างง่ายดาย ส่วนไผ่ก็หยิบแหวนที่อยู่ในโถออกมาหลับตาััดูข้างในว่ามีกี่เหรียญ
“อืม เหรียญเงิน 16,740 เหรียญ เหรียญทองแดง 4,730 เหรียญ ถือว่าเยอะมากเลยนะนั่นงั้นก็จะแบ่งให้กิลด์ 2000 เหรียญเงินแบ่งเป็โบนัสให้ทาสพวกนี้อีก 2000 เหรียญเงินเราก็จะเหลือเก็บ 12,740 เหรียญเงิน กับอีก 4,730 เหรียญทองแดงสินะ โอ้ เยอะแฮะถ้าไปรวมกับอันเก่าอีกก็มีประมาณ 11 เหรียญทอง กับ 15,000 กว่าเหรียญเงิน นอกจากนี้ยังมีเหรียญทองแดงอีกจำนวนหนึ่งสินะ”ไผ่พูดกับตัวเองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เอาล่ะ ต่อไปเป็การออกเดินป่าหาแหล่งแร่เหล็กอย่างดีและแร่พิเศษ มาทำอาวุธ คงต้องเข้าไปในป่าลึกนู่นแหละมั้งส่วนดาบเกล็ดทิวานี่ถ้าไม่มีคนซื้อก็จะนำไปใช้ในวันพรุ่งนี้ก่อน” ไผ่วางแผนกับตัวเองแล้วลุกขึ้นเพื่อจัดของให้พร้อมสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้แต่ก่อนที่จะได้ออกจากโรงตีเหล็กก็มีหญิงสาวคนหนึ่งมายืนขวางไว้พร้อมกับสีหน้าบูดบึ้ง
“นาย!!!” เธอพูดด้วยนำเสียงแสดงความไม่พอใจ
“เธอ!” ไผ่พูดขึ้นเสียงสูง
“นะ นายรู้จักฉันเหรอ” เธอกล่าว
“ไม่อ่ะ เห็นคุณพูดผมก็พูดบ้างว่าแต่มีอะไร” ไผ่เอ่ย
“ทำไมถึงสละสิทธิ์การประลอง”เธอกล่าวต่อ สีหน้าของเธอคาดคั้นไผ่หวังเอาคำตอบเสียให้ได้
“ี้เีอ่ะครับ”ไผ่พูดยิ้มๆ
“นายรู้ไหมว่าฉันรอที่จะประลองกับนายขนาดไหนแต่สุดท้ายก็ไม่ได้อย่างหวัง” เธอยังเน้นเสียงต่อ
“ป้าครับ วันนี้เป็วันเปิดร้านของผมนะผม้าเงิน” ไผ่ยังพูดซื่อๆ เธอนิ่งไปสักพัก คิ้วกระตุก “ใครเป็ป้าของแก ห๊า!”
“แหม อย่าขึ้นเสียงสิครับแค่ล้อเล่นเองน่า” ไผ่กล่าวอเธอสะบัดหน้าหนีแล้วกวาดสายตาดูรอบๆ ห้องไม่เห็นของอะไรที่พอขายได้นอกจากดาบใสเล่มหนึ่งที่ตั้งโชว์อยู่บนโต๊ะ
“ไหนล่ะของที่นายขายอย่าบอกนะว่าดาบเล่มนั้น” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อยรู้สึกเหมือนโดนเด็กตรงหน้าปั่นหัวอย่างไงอย่างงั้น
“ของน่ะขายหมดไปตั้งนานแล้วพี่สาวเหลือก็แต่ดาบเกล็ดทิวานี่แหละที่ไม่มีใครกล้าซื้อเพราะราคามันแพง” ไผ่พูดหน้าตายแล้วเดินไปหยิบดาบมา
“แพงราคามันจะซักเท่าไหร่เชียว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงออกเล่นๆ
“1000 เหรียญทอง ป้า เอ้ย!พี่สาวสนใจมะ ถ้าซื้อตอนนี้ผมลดให้เลยเหลือ 500 เหรียญทอง” ไผ่พูดราคาที่ลดแล้วแต่ก็แพงแสนแพงอยู่ดี
“นาย!!มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ราคาตั้งขนาดนี้ต่อให้มันเหลือ 100เหรียญทองก็คงไม่มีใครซื้อหรอก” เธอพูดด้วยความไม่พอใจกับการไร้เหตุผลของเด็กชายตรงหน้าแต่ไม่ทันไรมือน้อยๆ ก็ยื่นดาบเกล็ดทิวาให้เธอ
เธอก็รับมันมาพิจารณาแต่เมื่อมือได้ัักับด้ามดาบพลันพลังเวทในร่างกายก็ถูกกระตุ้นประสาทััทั้งห้าเฉียบคมกว่าเดิมถึง 2 เท่าพลังเวทไหลเวียนปั่นป่วนแล้วกลับสู่สมดุลที่ไม่อาจต้านทานได้ยังไม่พอเธอรู้สึกว่าสามารถควบคุมพลังเวทตัวเองได้ดั่งใจนึก
“ดาบนี่มัน!!” เธอพูดด้วยสีหน้าที่ใเมื่อได้ััพลังอันลึกล้ำเกินหยั่งถึงของดาบยิ่งมองไปยังเด็กน้อยตรงหน้าแล้วก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ ไผ่ได้ยินมักก็แค่ยักไหล่เหมือนเป็เื่ธรรมดาสามัญ
“เป็ไงของดีแบบนี้ต้องรีบซื้อนะครับ 500เหรียญทองเฉพาะตอนนี้เท่านั้น” ไผ่พูดย้ำอีกครั้ง
เธอยังไม่ได้ตัดสินใจทันทีแต่หยิบหินสีน้ำเงินเข้มออกมาก้อนหนึ่งมันเป็หินตรวจสอบระดับสูงที่ตรวจสอบได้ละเอียดกว่าของที่ไผ่ใช้
เมื่อหินถูกบีบจนแตกผงของมันก็ถูกโรยไปยังตัวดาบ พลันก็เปล่งแสงแสดงข้อความออกมา
ดาบเกล็ดทิวา
ระดับ5 ดาว เลเวล 90
ความสามารถ
สลักเวท –เกราะเวท ระดับ 1 ดาว
-เกราะเวทระดับ 5 ดาว
-คมมีดสายลมระดับ 1 ดาว
-คมมีดสายลมระดับ 3 ดาว
-วายุคลั่งระดับ 1 ดาว
-วายุคลั่งระดับ 5 ดาว
-สามารถปรับสมดุลพลังให้กับผู้ถือ
-เพิ่มทักษะการควบคุมเวทระดับ 4 ดาว
-สามารถใส่คำสาป/พิษ ลงในตัวดาบได้โดยไม่เป็อันตรายต่อผู้ใช้
-เพิ่มขีดจำกัดพลังเวท
เธอเห็นข้อมูลที่ปรากฏออกมาทำเอาทั่วทั้งร่างสั่นสะท้านดาบระดับ 5 ดาวนั้นไม่เคยมีมาก่อนในเมืองนี้แถมความสามารถของมันที่ยิ่งกว่าดาบในตำนานนั่นอีกมันเป็ไปไม่ได้เลยแต่มันก็เป็ไปแล้ว ยิ่งเธอเป็ผู้ใช้คำสาปตัวดาบนี้มันยิ่งกว่าคำว่าเหมาะสมกับเธอเสียอีก เด็กคนนี้มีอาวุธแบบนี้ได้ยังไง
“จะเอายังไงล่ะครับ รีบๆตัดสินใจนะ เพราะผมกำลังจะเดินทางเข้าป่าในวันพรุ่งนี้อีกอย่างถ้าคุณไม่ซื้อตอนนี้ ดาบนี่ผมจะใช้มันเอง” ไผ่พูดกดดันนิดๆ
“ตกลง!! ฉันซื้อมัน 500 เหรียญทองใช่ไหม” เธอไม่พูดเปล่าล้วงกระเป๋าออกมาแล้วเทเหรียญสีทองวาววับจำนวนมากกว่า1000 เหรียญออกมา เธอนับและยื่นให้ไผ่
“ขอบคุณที่ใช้บริการร้านเรานะครับ”ไผ่กล่าว แต่เธอไม่สนใจไดๆ หยิบถุงเงินแล้วใส่กระเป๋าอย่างลวกๆพร้อมกับเดินลูบใบดาบกลับบ้าน
ไผ่ยืนยิ้มแก้มปริกับจำนวนเงินที่ได้มาในวันนี้แล้วฮัมเพลงตระเตรียมของสำหรับใช้เดินทางเข้าป่า ส่วนหญิงสาวคนนั้นเมื่อไปถึงที่พักของตนเองก็เริ่มได้สติและนั่งคิดนั่งทบทวนถึงหลายๆ อย่าง
“ทำไมพึ่งมานึกได้เอาป่านนี้นี่เป็ดาบมี แถมความสามารถยังลึกล้ำยิ่งกว่าอาวุธที่เคยตรวจสอบมาเ้าเด็กนั่นมันไปเอาดาบเล่มนี้มาจากไหนกัน” เธอพูดกับตัวเองแล้วนึกทบทวน
“ใช่แล้วเ้าเด็กนั่นพูดว่าจะเข้าป่าในวันพรุ่งนี้ ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องรีบเตรียมของ” เธอไม่พูดเปล่าวางดาบเกล็ดทิวาบนโต๊ะแล้วตระเตรียมของต่างๆ นานา
......................................